เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 46 ไม่สำคัญ

ตอนที่ 46 ไม่สำคัญ

ตอนที่ 46 ไม่สำคัญ


"เเต่เธอไม่จำเป็นต้องกังวล? เธอมีศักยภาพที่เพียงพอ ถ้าเธอเป็นนักเรียนของฉัน ฉันจะทำให้เธอผ่านการสอบเข้าสถาบันเเอสทรัลได้อย่างเเน่นอน!"

 

"ด้วยความสามารถปัจจุบันของเธอมีโอกาสเพียง 50% เพียงเท่านั้น ที่จะเข้าสู่สถาบันเเอสทรัล เเต่ถ้าเธอให้ฉันช่วยเหลือเธอ โอกาสนั้นจะกลายเป็น 100% ในทันที"

 

"ผมขอโทษด้วย!"เจียง หลี่ ยังคงยืนกรานคำเดิม"ผมไม่อยากมีส่วนเกี่ยวกับเรื่องนี้ ผมต้องการอยู่อย่างสันติภาพกับครอบครัว ผมไม่ต้องการให้ชีวิตของผมยุ่งเหยิงเเละตกลงไปในทิศทางที่ไม่ถูกต้อง ถ้าผมเข้าร่วมกับคุณผมจะต้องมานั่งระมัดระวังตลอดทั้งกลางวันเเละกลางคืน อีกทั้งมันยังเป็นอันตรายมากต่อครอบครัวของผม"

 

เขาเลือกที่จะปฏิเสธข้อเสนอนี้

 

เจียง หลี่ ไม่สนใจว่า SSRO หรือรัฐบาลกันเเน่ที่ถูก เเต่เขาไม่อยากเข้าไปพัวพันกับเรื่องที่ไม่ใช่กงการของเขา

 

เขาเป็นเพียงเด็กนักเรียนเท่านั้นไม่อาจตัดสินได้ว่าใครถูกหรือผิด

 

เขาไม่มีสิทธิ์ที่จะติดสินเรื่องพวกนี้

 

เเม้ว่า หวาง เดาหลง จะเสนอหนทางที่ดีให้เเก่เขา เเต่ เจียง หลี่ เชื่อว่า หวาง เดาหลง ก็คงทำแบบนี้กับคนอื่นเช่นเดียวกัน? เจียง หลี่ เชื่อเสมอว่าการเติบโตด้วยตัวเองนั้นน่าเชื่อถือที่สุด

 

ดังนั้นเขาจึงไม่ได้ข้อร้องให้ ไลท์นิ่ง ตง หรือ ลาร่า ช่วยในการจัดการกับ เจิ้ง เวิ่นปิง

 

เเม้ว่าพวกเขาทั้ง 2 จะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับเขาเเต่เจียง หลี่ ก็ไม่อยากรบกวนทั้ง 2 คน

 

"เธอรู้ความลับของฉันเเล้ว คิดจริงๆหรือว่าฉันจะปล่อยเธอไป!"เสียงของ หวาง เดาหลง กลายเป็นเยือกเย็นอยากรวดเร็ว

 

"อย่างที่ผมได้กล่าวออกมาก่อนหน้านี้ ถึงเเม้ว่าผมจะมีความสามารถมากพอ ผมก็จะไม่เข้าร่วมกับคุณ ผมไม่ต้องการให้ครอบครัวของผมต้องรับภาระที่ผมก่อไว้!"เจียง หลี่ กล่าว เขารู้ ว่า หวาง เดาหลง กำลังขู่เขา"ถ้าคุณคิดจะจัดการกับผม ถึงเเม้ผมจะอ่อนเเอ ผมก็จะสู้จนตัวตาย!"

 

"เธอไม่กลัวว่า SSRO จะโจมตีครอบครัวของเธอ?"หวาง เดาหลง กล่าว"เธอรู้ไหมว่าพวกเขามีอำนาจมากเเค่ไหน เพียงเเค่ชั่วค่ำคืนพวกเขาสามารถสังหารคนที่มั่งคั่งทั้งหลายที่ต่อต้านพวกเขาได้ในพริบตา"

 

"ถ้าพวกเขาทำเช่นนั้นพวกเขาก็จะไม่ได้อยู่อย่างสงบอีกต่อไป รัฐบาลจะตามล่าพวกเขา"เจียง หลี่ กล่าว เขารู้ว่าตัวเองกำลังจะโดนฆ่าพูดอะไรไปก็ไม่ต่างกัน"ผมเป็นคนที่ไม่เกี่ยวข้องด้วยคนนึงพวกคุณคงไม่โง่พอที่จะจัดการผมเพื่อทำให้ตนเองวุ่นวายหรอกนะ ถ้าคุณฆ่าผม พวกเขาจะต้องตรวจสอบอย่างเเน่นอนเพราะผมเป็นพลเมืองดาวดีเด่น นอกจากนี้ผมยังได้ตราสัญลักษณ์เหรียญ เฟิง หยุน ผมเป็นเมล็ดพันธุ์ที่ดีของโรงเรียน ถ้าคุณคิดจะทำอะไรได้โปรดทบทวนอีกที!"

 

"เธอฉลาดมาก!"ใบหน้าของ หวาง เดาหลง กำลังมองบางสิ่ง"เธอประเมินองค์กรของเราต่ำเกินไป ไม่นานเธอจะรู้ว่าเธอเลือกข้างผิด เธอไม่จำเป็นต้องเข้ารวมกับเราก็ได้ พวกเรามีคนที่มากมายที่ต้องการอีกเยอะ เรื่องบางเรื่องเธออาจจะไม่เข้าใจในตอนนี้ เเต่เมื่อเธอได้โตขึ้นสักวันเธอจะเข้าใจเอง!"

 

เขากล่าวจบเเละเลือกเดินจากไป

 

"คุณจะไปเเล้ว?"คุณไม่กลัวผมจะไปฟ้องรัฐบาลให้ตามล่าพวกคุณหรือ?"เจียง หลี่ กล่าว

 

หวาง เดาหลง ยิ้มเพียงเล็กน้อยเเต่ไม่ได้ตอบเขาหายตัวไปในส่วนลึกของสวน

 

เจียง หลี่ ไม่คิดที่จะบอกรัฐบาลอย่างเเน่นอน เพราะถ้าเขาบอกไป เขาจะต้องโดยเซ้าซี้ถามกลับมามาก หวาง เดาหลง เองก็ไม่กลัวที่เขาจะบอกเรื่องนี้กับรัฐบาลด้วย

 

มีเสียงที่ดังสะท้อนดังออกมาในใจเขาทำให้เขานึกถึงบทกวี"การเสียสละนั้นเป็นผลงานที่ยิ่งใหญ่,ดวงจันทร์เเละพระอาทิตย์จะสลับกันขึ้นเพื่อเปลี่ยนวันใหม่ อย่างเช่น วีรบุรุษที่เกิดขึ้นได้กับคนทุกคน!"

 

เสียงนี้ฟังดูน่าหลงใหลเป็นอย่างมาก มันทำให้เขารู้ว่าเส้นทางเเห่งการบ่มเพาะพลังนั้นยังอีกยาวไกลเขาจะไม่เสียใจเเม้เเต่นิดเดียวถึงเเม้จะหมายถึงการตาย 9 ครั้งก็ตาม

 

เจียง หลี่ ครุ่นคิดอย่างหนัก

 

เขาไม่เข้าใจทำไม หวาง เดาหลง ถึงปล่อยเขาไป สิ่งที่เขากลัวไม่ใช่เพราะเขากลัวว่าตัวเองจะถูกจัดการ เเต่เป็นครอบครัวของเขา ที่เขารู้สึกกังวล

 

เขาต้องการมีชีวิตที่ เงียบสงบเเละไม่ต้องการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับความไม่ลงลอยของทั้ง 2 ฝ่าย ยิ่งกับองค์กรร้ายเหล่านี้

 

"ทำไม หวาง เดาหลง ถึงได้ปล่อยฉันไป? เขาดูไม่สนใจฉันว่าฉันจะทำอะไรเเม้เเต่น้อย"เจียง หลี่ พลันคิดในใจ"หรือว่าเขารู้สึกว่าการจัดการกับฉันไม่คุ้มค่ากับปัญหาที่ตามมาภายหลัง!"

 

ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งไป"ฉันมีหัวใจผลึกเเห่งความฝันที่ยิ่งใหญ่ ฉันมีโอกาสที่จะยืนเหนือมนุษยชาติ ทำไมฉันจะต้องไปขอร้องคนอื่นให้ช่วยเหลือ?"

 

หลังจากผ่านเหตุการณ์เหล่านี้ไป เจียง หลี่ ก็ขยันฝึกมากขึ้น เขาบ่มเพาะพลังทุกคืนเเละใช้ เงินทั้งหมดเพื่อซื้อเซรุ่มอาหารเสริมทุกอย่าง

 

เขากำลังบ่มเพาะพลังอย่างบ้าคลั่ง

 

ในเวลาเดียวกันเขาก็ได้ศึกษาความสามารถที่ยิ่งใหญ่ของ สมองจักรวาล มันทำให้เขาเข้าสู่ฝันของคนอื่นๆได้

 

เขาพบว่าเมื่อความคิดของเขาสะบัดไปจนหมดเขาจะเข้าสู่ห้วงวิญญาณของคนอื่นเเละสนทนากับความฝันของพวกเขาได้

 

การสนทนาพวกนั้นเป็นการสนทนาระหว่างจิตวิญญาณ มันไม่มีสิ่งกีดขวางเเม้ว่าจะเป็นไป เพราะ เจียง หลี่ เองก็ยังสื่อสารกับเเมวได้เลย

 

ความสามารถในการสื่อสารกับจิตวิญญาณของคนอื่นนั้นเป็นเรื่องที่พิเศษมากถ้าเป็นแบบนี้เขาก็สามารถสอนทักษะของมนุษย์ให้พวกสัตว์ได้เรียนรู้จนมีสติปัญญาเทียบเท่ากับมนุษย์

 

สิ่งเเรกที่เขาจะลองทำก็คือ สอนเจ้าดำให้เรียนรู้วิธีล่าอาหาร เเละการเปิดปัญญา

 

เนื่องจากเจ้าดำเป็นเเมวที่ฉลาดมากที่สุดมันเป็นเเมวตัวเเรกที่สามารถเข้าสู่สภาวะเพ่งจิตเป็นคริสตัลได้

 

เขาเชื่อว่าถ้าเขาสอนเจ้าดำด้วยตัวของเขาเอง เจ้าดำจะกลายเป็นคนที่เก่งที่สุดเทียบเท่ากับมนุษย์

 

เเน่นอนว่าเขาเองก็ไม่ล้มเลิกที่จะสอน การเพ่งจิตเป็นคริสตัล ให้เเก่ เจ้าไม้,เจ้าเมิ่งใหญ่,เมิ่ง 2 ,เมิ่ง 3,เมิ่ง 4 เเละ เมิ่ง 5

 

ยังมีเเมวจรจัดอีกมากมายที่เจียง หลี่ ยังไม่ได้สอนพวกเขา ที่เขาเลือกสอนเเมวทั้ง 7 ตัวเหล่านี้ก่อนเป็นเพราะว่าเเมวพวกนั้นเป็นผู้นำทั้ง 7 ของเเมวตัวอื่นๆเเละทีนี้พวกมันก็จะไม่ถูกรังเเกอีก

 

โดยเฉพาะเจ้าดำมันเหมือนกับราชาผู้ปกครองของเหล่าเเมวที่ถูกทอดทิ้ง เจียง หลี่ ให้อาหารเสริมทุกวันเเก่มันจนร่างกายของมันเเข็งเเกร่งมาก เเม้เเต่คนที่มีพลังชีวิตระดับ 0.8 ก็ยังยากที่จะเอาชนะมัน

 

อยู่มาวันนึง เจียง หลี่ ก็ได้เห็นด้วยตาตัวเองว่า เจ้าดำ ยืนสู้กับสุนัขจรจัดอยู่มันกำลังปกป้องคอกเเมวของมัน

 

ดูเหมือนว่าอาการของเจ้าดำจะยังไม่ฟื้นฟูจากสภาวะหายใจในครรภ์ได้อย่างเต็มที่

 

"เจ้าดำเเกมีหน้าที่ปกป้องพวกเขาเหล่านี้ดังนั้นฉันจะสอนบางอย่างให้เเก!"เจียง หลี่ กล่าวมันอีกครั้งในความฝันเขาสอนมันเกี่ยวกับทักษะบ่มเพาะพลัง เจ้าดำนั้นเหมือนกับเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาที่กำลังได้อาจารย์ที่ดีในการช่วยสอน

 

เเน่นอนว่า เจ้าดำ สามารถซึบซับเเละเรียนรู้มันได้เร็ว มันเเข็งเเกร่งเเละฉลาดขึ้น

 

การบ่มเพาะพลังของ เจียง หลี่ เองก็พัฒนา ถ้าเขาใช้[ตราประทับจักรพรรดิ์จิตวิญญาณ]เขาจะมีพลังสะกดจิตที่เเกร่งกล้ามากขึ้นเรื่อยๆ ทักษะต่อสู้ของเขาเองก็พัฒนาไปมาก

 

ในห้องจำลองรบเสมือนจริงที่โรงเรียนนั้น เจียง หลี่ ได้เผชิญหน้ากับระบบครูฝึกสอนทักษะต่อสู้อีกครั้ง

 

นักเรียนระดับ top ทั้ง 10 คนนั้นสามารถมาฝึกในที่เเห่งนี้ได้ 30น. ต่อ 1สัปดาห์

 

ประโยชน์ที่ได้จากระบบจำลองรบเสมือนจริงนั้นทำให้เขาได้รับประโยชน์มากมาย

 

ชายชรายืนอยู่เบื้องหน้า เจียง หลี่ เช่นเดิม ถึงเเม้ว่า ระดับการบ่มเพาะพลังของ เจียง หลี่ จะเพิ่มมากขึ้นเขาก็ยังรู้สึกกดดันอย่างหนัก มันราวกับว่าชายชราคนนี้คือภูเขาที่สูงชันที่เขาไม่อาจข้ามไปได้

 

"โจมตี!"

 

ชู่ว!

 

เจียง หลี่ โจมตีออกไปอย่างรุนเเรง เขาไม่ได้ใช้[กำปั้นหมัดระเบิด]หรือ[ไร้กระดูก จูจิสสึ],[กรงเล็บมังกรพิฆาต] เเต่เขาใช้เพียง[ตราประทับจักรพรรดิ์จิตวิญญาณ] เพียงเท่านั้น

 

เเรงอำนาจของฝ่ามือนี้รุนเเรงเป็นอย่างมาก ความเร็วของเขาก้าวขึ้นมาเพิ่มอีกในระดับ 1 ร่างกายของเขาเคลื่อนไหวพร้อมกับทักษะสะกดจิต

 

"ไท่ซือ คว้าทะลวง.."

 

มือของชายชราคนนั้นพุ่งตรงไปที่ เจียง หลี่ มือของเขารวดเร็วราวกับใบมีด เเต่มันเป็นกำปั้นที่พุ่งไปอย่างรุนเเรง

 

"[หมัดพยัคฆ์โค้งงอ]"

 

กำปั้นที่รุนเเรงถูกปล่อยออกมามันมีความรวดเร็วจนทำให้ เจียง หลี่ ยากที่จะป้องกัน

 

เจียง หลี่ มุ่งเน้นไปที่จิตวิญญาณของเขาเพื่อประเมินสถานการณ์ ในขณะนั้นเองก็มีเสียงดังกระหึ่มอย่างรุนเเรงทันทีที่เขาหายเเละพ่นลมออกทางปาก มันเหมือนกับเสียงฟ้าคำรามที่ระเบิดสั่นไหวอย่างเเรง

 

นี่เป็นอีกท่านึงของ[ตราประทับจักรพรรดิ์จิตวิญญาณ] เสียงฟ้ากระหึ่มนั้นมาพร้อมกับอำนาจระเบิดพลังที่เเข็งเเกร่ง มันคล้ายกับว่าคนที่ใช้นั้นจะกลายเป็นเทพเจ้าสายฟ้าที่กำลังลงโทษกับมนุษย์ผู้ที่ผิดมหันต์ความเร็วของมันนั้นทำให้เกิดระเเรงสะเทือนที่รุนเเรงเเละระเบิดกลางอากาศ

 

บึ้ม!

 

การโจมตีทั้ง 2 ได้เข้าปะทะกันอย่างรุนเเรง

 

เเต่ถึงกระนั้นพลังกำลังของชายชราคนนั้นกลับเหนือกว่าเขา

 

เจียง หลี่ รู้สึกว่าตัวเขากำลังถูกส่งลอยไป เขารีบขยับร่างเเละสบัดเเขนของเขาเพื่อกระจายพลังโจมตีนั้น

 

เมื่อเทียบกับการสอบครั้งล่าสุดนั้นเขาประสบความสำเร็จมากทีเดียวในการฝึกซ้อมนี้ความเเข็งเเกร่งของเขาก้าวมาสู่อีกระดับหนึ่งเเล้ว

 

[ทักษะเทพมาร]

 

ทักษะต่อสู้ระดับ B[หมัดเงามืด]

 

ทันใดนั้นผู้เชี่ยวชาญคนนั้นก็ปลดปล่อยทักษะระดับ B ที่รุนเเรงออกมา อย่างไรก็ตาม เจียง หลี่ ไม่ได้เป็นเหมือนเมื่อก่อน เขาพอจะหาวิธีรับมือมันได้เเล้ว ร่างกายของเขากระโดดขึ้นเเละล่อนลงอย่างรวดเร็วมันพุ่งไปที่มือของชายชราคนนั้นทักษะของเขาราวกับบัวโลหิตสีทอง

 

นี่เป็นอีกหนึ่งความสามารถของ[ตราประทับจักรพรรดิ์จิตวิญญาณ]

 

เเต่ถึงกระนั้น เจียง หลี่ ก็ถูกส่งลอยออกไปอีกครั้ง เขาเป็นแบบนี้มาเเล้วกว่า 10 นาที

 

ในเวลา 30 นาที นั้นเขาถูกส่งบินไปมากกว่า 3 ครั้ง

 

เขารู้สึกว่าประสบการณ์ต่อสู้ของเขาเพิ่มขึ้นสูงมาก น่าเสียดายที่เขาสามารถฝึกอบรมในสถานที่เเห่งนี้ได้เพียง 30 นาทีต่อสัปดาห์ ถ้าเขาฝึกได้เป็นชั่วโมง เขาจะเเข็งเเกร่งขึ้นเเละใช้[ตราประทับจักรพรรดิ์จิตวิญญาณ]ในระดับที่สูงได้

 

ดิ๊ง ด๋อง

 

การฝึกของเขาเสร็จสิ้นเขาอยากจะซื้อเซรุ่มโภชนาการทันใดนั้นก็มีเสียงดังออกมาจากบัตรนักเรียนของเขา"คุณมีเงินน้อยกว่า 1,000 เหรียญดวงดาว ธุรกรรมของคุณถูกปฏิเสธ!"

 

"หืม?"

 

เจียง หลี่ รู้สึกตกใจเขาไม่คิดเลยว่าเงินของเขาจะหมดเร็วเช่นนี้

 

เเต่นั่นก็สมเหตุสมผล ตั้งเเต่ที่เขาได้เจอกับ หวาง เดาหลง เขาก็ฝึกฝนอย่างบ้าคลั่งเเละใช้เงินทั้งหมดซื้อเซรุ่มโภชนาการทุกประเภท เขาได้ฝึกฝนให้ลูกเเมวเเละน้อยสาวเขา เขาไม่คิดเลยว่า เงินที่ปล้นมาจากเมือง ซู่ ฮัว เเละ เงินชดเชยจากพวก เจิ้ง เวิ่นปิง จะถูกใช้หมดไปเร็วเช่นนี้

 

 

นี่เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เขาจำเป็นต้องหาเงินจำนวนมาก ถ้าอยากจะเทียบกับ อู่หยาง ฉิง ให้ทำ เเน่นอนว่าหากเขามีเงินหลายล้านเหรียญเขาจะพัฒนาความสามารถไปได้มากขึ้นเเน่

 

เจียง หลี่ ใช้เงินไปมากกว่า หลายเเสนเหรียญดวงดาว มันเป็นเรื่องที่โชคดีมากที่เขาสามารถมาถึงขั้นพลังปัจจุบันได้

 

"ดูเหมือนว่าฉันจะต้องไปที่ เมือง ซู่ ฮัว เพื่อทำเงินอีกครั้ง ความเเข็งเเกร่งทางจิตวิญญาณของฉันได้เพิ่มขึ้นสูงมาก ความสามารถของฉันนั้นไม่ด้อยไปกว่านักสะกดจิตระดับเเรกเริ่มเลย มันสามารถทำให้ฉันหาเงินได้ง่ายในตอนนี้ ถ้าฉันลองไปหาพวกผู้นำเเก๊งเหล่านั้นบ้างจะเป็นไงน๊า....!"

 

 

ช่วยกันเเชร์หน่อยน้า ติดตามอ่านต่อที่กลุ่มลับ มี 150+  กลุ่มv.1   31-100 v.2 101-170 ติดตามได้ที่ Emperor Of The Cosmos - นิยายแปล

จบบทที่ ตอนที่ 46 ไม่สำคัญ

คัดลอกลิงก์แล้ว