- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ขอเป็นหนอนหนังสือผู้ร่ำรวย
- บทที่ 52 - เซอร์ไพรส์
บทที่ 52 - เซอร์ไพรส์
บทที่ 52 - เซอร์ไพรส์
บทที่ 52 - เซอร์ไพรส์
เมื่อมองดูทักษะการตกปลาในหน้าต่างสถานะที่ยังไม่มีระดับ หยางเสี่ยวเทาก็เริ่มอัปเกรดทักษะการตกปลาทันที
ใช้หน่วยกิตไป 20 แต้ม ไม่นานทักษะการตกปลาก็เลื่อนขึ้นเป็นระดับหนึ่ง
"ติ๊ง ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ ทักษะการตกปลาเลื่อนเป็นระดับหนึ่ง รางวัล: เบ็ดตกปลาทองคำหนึ่งคัน และตั๋วอาหารทั่วประเทศเดือนละ 10 จิน"
"อะไรนะ?"
หยางเสี่ยวเทาลุกพรวดขึ้นจากเตียง จ้องมองข้อความแจ้งเตือนอย่างละเอียด
ใช่แล้ว ได้รับทุกเดือนจริงๆ
"เชี่ยเอ้ย!"
หยางเสี่ยวเทาสบถออกมาด้วยความดีใจ ต้องรู้ก่อนนะว่าเขาเป็นช่างกลึงระดับสอง ตั๋วอาหารที่โรงงานให้ต่อเดือนก็แค่ 24 จิน ในจำนวนนี้เป็นธัญพืชละเอียดแค่ 7-8 จินเท่านั้น แต่ตอนนี้มีตั๋วอาหารทั่วประเทศเพิ่มมาอีก 10 จิน ไม่เพียงแต่จะได้แป้งสาลีเพิ่ม 10 จิน ถ้าเอาไปแลกเป็นธัญพืชหยาบก็ได้ตั้ง 20 กว่าจิน
ที่สำคัญกว่านั้นคือ ตั๋วอาหารทั่วประเทศสามารถแลกน้ำมันพืชได้ ซึ่งเป็นของหายากมาก
"กำไร กำไรเห็นๆ"
หยางเสี่ยวเทาดีใจจนเนื้อเต้น เดิมทีคิดว่าทักษะย่อยนี้เป็นแค่ของแถม เอาไว้ตกปลาเล่นๆ ไม่นึกว่าจะมีเซอร์ไพรส์ขนาดนี้
มองดูเบ็ดตกปลาที่ปรากฏขึ้นในมือ มันไม่ได้เป็นสีทองอร่าม แต่เป็นสีเขียวมรกตคล้ายไม้ไผ่ ผิวสัมผัสเย็นเฉียบ จับถนัดมือมาก
[เบ็ดตกปลาทองคำ: อุปกรณ์ตกปลาระดับสูงจากเกมตกปลาทะเลลึก ไม่เพียงแต่มีความเหนียวทนทาน ไม่เสียหายง่าย ยังมีโอกาสดึงดูดฝูงปลา เพิ่มอัตราความสำเร็จในการตกปลา]
"ของดีจริงๆ"
"แต่ว่า ระดับหนึ่งยังขนาดนี้ แล้วระดับสองล่ะ?"
คิดได้ดังนั้น ก็เหลือบมองหน่วยกิต ยังเหลืออีกสองร้อยกว่า น่าจะพอ
ชั่วพริบตา หน่วยกิตลดลงไป 50 แต้ม
"ติ๊ง ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ ทักษะการตกปลาเลื่อนเป็นระดับสอง รางวัล: ตั๋วอาหารทั่วประเทศเดือนละ 10 จิน และเงินสด 10 หยวน"
"กะแล้วเชียว กะแล้วเชียว!"
ในมือมีตั๋วอาหารทั่วประเทศเพิ่มมาอีก 20 จิน กับเงิน 10 หยวน ความตื่นเต้นพุ่งพล่าน
ถึงจะเพิ่มเงินมาแค่ 10 หยวน แต่มันได้ทุกเดือนนะ
และนี่แค่ระดับสอง ถ้าระดับสามจะดีขนาดไหน?
ถ้าอัปเกรดไปถึงระดับเจ็ดระดับแปด ต่อไปไม่ต้องทำงานก็นั่งกินนอนกินสบายๆ เลยสิ?
"การอ่านหนังสือช่วยแก้ปัญหาปากท้องได้จริงๆ ฮ่าๆๆ..."
เห็นทักษะการตกปลาเจ๋งเป้งขนาดนี้ หยางเสี่ยวเทาก็ไม่อยากนอนอืดอยู่บ้านอีกต่อไป ลุกขึ้นแต่งตัว พาเสี่ยวเวยเดินออกจากบ้าน
ไหนๆ ก็เป็นทางผ่าน หยางเสี่ยวเทาแวะไปที่จุดรับซื้อของเก่า หาหวงต้าหนิว
ถามไถ่เรื่องหนังสือเก่า แต่ก็ไม่ได้อะไรกลับมา หยางเสี่ยวเทาจึงเข้าใจว่า ต่อไปจะหาหนังสืออ่าน คงต้องพึ่งห้องสมุดเป็นหลัก
หยิบซุนเกิงออกมาซองหนึ่ง นี่เป็นของที่หยางเสี่ยวเทาซื้อตุนไว้คราวก่อน เอาไว้เป็นใบเบิกทาง
แบ่งให้หวงต้าหนิวไปมวนหนึ่ง เส้นสายนี้ยังต้องรักษาไว้ เผื่อวันหน้าจะได้ของดี
ออกจากจุดรับซื้อของเก่า มาถึงที่ลับตาคน หยางเสี่ยวเทาเอาเบ็ดตกปลาออกมา แล้วเดินจ้ำอ้าว ไม่นานก็มาถึงทะเลสาบซีไห่
ทั่วทั้งปักกิ่งมีทะเลสาบหกแห่ง ทะเลสาบซีไห่แห่งนี้อยู่ใกล้บ้านสี่ประสานที่สุด เป็นเหตุผลที่พวกเหยียนฟู่กุ้ยชอบมาตกปลาที่นี่หลังเลิกงาน
มาถึงโฮ่วไห่ (ส่วนหลังของทะเลสาบ) ตอนนี้มีคนมาจับจองที่นั่งตกปลากันเยอะแล้ว
เห็นคันเบ็ดวางเรียงราย หยางเสี่ยวเทาถึงเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองรีบร้อนเกินไป
ในมือมีแค่คันเบ็ด ถังใส่ปลาก็ไม่ได้เอามา เหยื่อก็ไม่ได้เตรียม
ไม่ต้องพูดถึงเก้าอี้พับ จะให้นั่งยองๆ กับพื้นก็คงไม่ไหว
หยางเสี่ยวเทามองไปรอบๆ ไม่ไกลนักมีคนตกปลาอยู่ อุปกรณ์ของเขาครบครัน
ตอนนี้ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน
ไม่มีถังใส่ปลา เรื่องเล็ก สมัยก่อนตอนจับปลา ก็แค่หาเชือกหรือกิ่งไม้ร้อยเหงือกปลาก็หิ้วกลับได้แล้ว
เหยื่อตกปลา ยิ่งง่ายใหญ่ พลิกหินใต้ต้นไม้ดู เดี๋ยวก็เจอไส้เดือน
ส่วนที่นั่ง หยางเสี่ยวเทามองซ้ายมองขวา เจอหินก้อนใหญ่ขนาดพอๆ กับโม่หิน น่าจะหนักเกินไปเลยไม่มีใครขยับมันทิ้งไว้ข้างทาง พอดีเลย ขนมาใช้ซะ
ว่าแล้ว ใต้ต้นหลิวใหญ่ หยางเสี่ยวเทาก็ขนหินก้อนใหญ่มาตั้ง ฉีกไส้เดือนเป็นท่อนๆ เกี่ยวเบ็ด
ยืนอยู่ริมฝั่ง สองมือกุมคันเบ็ด ประสบการณ์การเหวี่ยงเบ็ดผุดขึ้นในสมอง ทำตามสัญชาตญาณ ออกแรงแขน ทุ่นลอยพร้อมตะขอเบ็ดถูกเหวี่ยงออกไปเป็นเส้นตรง ตกน้ำดังจ๋อม
จากนั้นก็นั่งลงบนหิน วางคันเบ็ดพาดไว้ข้างตัว สายตาจับจ้องทุ่นที่ลอยอยู่บนผิวน้ำ
ผ่านสายเอ็น หยางเสี่ยวเทารู้สึกได้ว่าเหยื่อถูกตอด ทุ่นขยับเบาๆ สร้างระลอกน้ำวงเล็กๆ
ประสบการณ์ตกปลาระดับสองบอกเขาว่า ปลายังไม่กินเบ็ด
หยางเสี่ยวเทารออย่างใจเย็น แต่ผ่านไปครู่หนึ่ง ทุ่นกลับนิ่งสนิท
ยกคันเบ็ดขึ้น ตะขอว่างเปล่า ไส้เดือนหายเกลี้ยง
"ปลาพวกนี้ ฉลาดเป็นกรดเลยนะ"
หยางเสี่ยวเทาเกี่ยวเหยื่อใหม่ เหวี่ยงลงน้ำอีกครั้ง
"ทักษะตกปลาระดับสองของฉันไม่ใช่ของเล่นนะโว้ย"
เห็นทุ่นขยับอีกครั้ง หยางเสี่ยวเทาไม่รอช้า กระตุกคันเบ็ดทันที
มีแรงต้านที่สายเอ็น แต่วินาทีถัดมาก็หลุดจากผิวน้ำ ตะขอยังคงว่างเปล่า
ชัดเจนว่าเมื่อกี้เกี่ยวโดนปลา แต่ไม่อยู่
"เอาใหม่!"
เกี่ยวเหยื่อ กระตุกสาย ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ผ่านไปสิบกว่ารอบ แขนไม่ล้า แต่ใจล้า
"สมกับเป็นแค่ระดับสอง!"
หยางเสี่ยวเทาเข้าใจแล้ว ทักษะตกปลานี้ยังต่ำเกินไป หลายครั้งรู้สึกชัดๆ ว่าเกี่ยวโดน แต่ก็ดึงไม่ขึ้น
"ตกปลาเนี่ย เป็นงานวัดความอดทนจริงๆ"
อากาศกำลังดี แดดยามบ่ายไม่ร้อนจัด หยางเสี่ยวเทาถือซะว่ามาพักผ่อน ก็เลยตกต่อไป
ระหว่างที่กำลังเซ็งๆ เห็นทุ่นขยับอีกแล้ว ก็ดึงขึ้นมาส่งๆ
ว่างเปล่าอีกตามเคย
"ไม่ได้การ! ออกศึกครั้งแรกจะแพ้ราบคาบแบบนี้ไม่ได้ ขนอุปกรณ์มาขนาดนี้ ถ้าไม่ได้ปลาสักตัว เสียกำลังใจแย่"
หยางเสี่ยวเทาเจ็บใจ ทักษะระดับสองแล้วนะ ยังตกไม่ได้อีกเหรอ?
"มิน่าล่ะ ระบบถึงแจกของกินให้ทุกเดือน คงกลัวว่าถ้าพึ่งทักษะนี้หากิน คงอดตายแหงๆ"
หยางเสี่ยวเทาคิดค่อนขอดในใจ สายตามองไปเห็นสาหร่ายสีเขียวในน้ำ พลิ้วไหวตามกระแสน้ำ
"เอ๊ะ?"
ทันใดนั้น หยางเสี่ยวเทาก็ปิ๊งไอเดีย
"เสี่ยวเวย"
เรียกหาในใจ หัวเล็กๆ โผล่ออกมาจากโคนต้นหลิวข้างๆ แล้วหายตัวไปตามคำสั่งของหยางเสี่ยวเทา
หยางเสี่ยวเทาดีใจมาก เมื่อกี้ถามดูแล้ว เสี่ยวเวยควบคุมพืชในน้ำได้เหมือนกัน แต่เพราะตัวเล็กและไม่รู้อันตรายใต้น้ำ หยางเสี่ยวเทาเลยห้ามไม่ให้ลงน้ำ
แค่ให้ควบคุมรากหญ้าจากริมฝั่ง ไล่ปลามาทางนี้ก็พอ
พูดง่ายๆ คือการ 'อ่อยเหยื่อ' แบบโกงๆ นั่นเอง
ปลาตัวสองตัวอาจจะตกไม่ได้ แต่ถ้ามากันเป็นฝูง มันต้องมีตัวโง่ๆ หลุดมาบ้างแหละ
ไม่นาน หยางเสี่ยวเทาก็เห็นสาหร่ายในน้ำขยับไหวเป็นจังหวะ ปลาตัวใหญ่ที่ซ่อนตัวอยู่ใต้น้ำถูกไล่ต้อนออกมา ว่ายหนีกันจ้าละหวั่น
เจ้าพวกนี้เพิ่งผ่านหน้าหนาวมา พอถูกไล่ออกมาก็ถือโอกาสหาของกินซะเลย
หยางเสี่ยวเทาจ้องทุ่นตาไม่กะพริบ สองมือกุมคันเบ็ดแน่น เตรียมพร้อมออกแรง
บุ๋งๆ
ฟึ่บ!
ทันใดนั้น ทุ่นก็จมพรวดลงไปในน้ำ
"กินเบ็ดแล้ว"
แรงดึงจากคันเบ็ดบอกว่ารอบนี้เกี่ยวติดแน่ๆ
หยางเสี่ยวเทารีบยกคันเบ็ดขึ้น สายเอ็นตึงเปรี๊ยะ
"แรงเยอะซะด้วย!"
หยางเสี่ยวเทาไม่มีสายสำรอง ได้แต่ออกแรงเย่อกับปลา ดีที่คันเบ็ดไม้ไผ่นี้ผ่านการเสริมพลังจากเสี่ยวเวย แม้จะโค้งงอแต่ก็ไม่หัก
"ตัวไม่เล็กเลยนะเนี่ย"
มองดูปลาดิ้นพล่านในน้ำ เดี๋ยวว่ายซ้ายเดี๋ยวว่ายขวา เดี๋ยวก็โผล่พ้นน้ำ ถ้าไม่ใช่สายเอ็นเหนียวพอ หยางเสี่ยวเทาคงหวั่นใจ
คนตกปลารอบๆ ก็สังเกตเห็น แต่ไม่มีใครโวยวาย ต่างคนต่างทำหน้าที่ของตัว
ก่อนหน้านี้พวกเขาเห็นหยางเสี่ยวเทายกเบ็ดเปล่ามาหลายรอบ แถมหน้าตาไม่คุ้น ท่าทางมือใหม่ ทุกคนเลยมองว่าเป็นแค่เด็กเห่อมาตกปลาเล่นๆ
พอเห็นเจ้าหนุ่มนี่ทำปลาติดเบ็ด แม้จะไม่ได้เดินเข้ามาดู แต่ก็แอบชำเลืองมอง ว่าเจ้าหนุ่มนี่จะลากปลาขึ้นมาได้ไหม
หยางเสี่ยวเทาตั้งสมาธิ อาศัยประสบการณ์เย่อปลา กระตุกเป็นจังหวะ ไม่ให้ปลาได้พัก ตัดกำลังมันไปเรื่อยๆ
ไม่ถึงห้านาที แรงดิ้นที่ปลายสายก็ลดลง หยางเสี่ยวเทาถึงลองเก็บสาย
คันเบ็ดมืออาชีพนี่มันช่วยทุ่นแรงได้เยอะจริงๆ
"โอ้โห ใหญ่ขนาดนี้เลย!"
ในที่สุดก็ลากปลาพ้นน้ำ เห็นตัวปลาขาววับพลิกตัวยาวเป็นศอก หยางเสี่ยวเทาตื่นเต้นสุดขีด
"ขึ้นมาซะดีๆ"
ได้จังหวะ หยางเสี่ยวเทาตวัดแขนขึ้น
ซู่
ปลาตัวใหญ่ถูกเหวี่ยงขึ้นฝั่ง น้ำหนักและขนาดตัวกระแทกพื้นดังตุบ หางยังสะบัดไปมา
หยางเสี่ยวเทาทิ้งคันเบ็ด รีบกระโดดเข้าไปตะครุบ
"เชรด ตัวนี้ต้องมี 3-4 จิน"
"อย่างน้อย 4 จิน แถมเป็นปลาลิ่น (ปลาจีน) ด้วย ช่วงนี้หาตัวยากนะเนี่ย"
ขณะที่หยางเสี่ยวเทาทุบปลาจนสลบ แล้วหากิ่งไม้มาท้อยเหงือก ชายชราข้างๆ ก็เดินมายืนดู
พวกเขาเองก็ตะลึงกับปลาตัวใหญ่ขนาดนี้
"พ่อหนุ่ม ดวงดีจริงๆ"
มีคนเอ่ยชม หยางเสี่ยวเทาดูยังไงก็มือใหม่ การตกปลาใหญ่ขนาดนี้ได้ ต้องยกให้เรื่องดวงล้วนๆ
หยางเสี่ยวเทาเก็บปลา ยิ้มให้ทุกคน แล้วตกต่อ
ปลาตัวเดียวกินพอแล้ว แต่ยุคที่เนื้อสัตว์ขาดแคลนแบบนี้ มีเยอะไว้ก่อนยิ่งดีไม่ใช่เหรอ?
พวกชายชราเห็นดังนั้นก็แยกย้าย อยากจะตกปลาใหญ่บ้าง เดี๋ยวจะโดนเด็กมันถอนหงอกเอา
หยางเสี่ยวเทาเหวี่ยงเบ็ดต่อ เสี่ยวเวยที่อยู่ริมฝั่งก็เริ่มควบคุมพืชอีกครั้ง คราวนี้ขยายวงกว้างขึ้น
ครึ่งชั่วโมงต่อมา หยางเสี่ยวเทาลากปลาหลีฮื้อขึ้นมาอีกตัว หนัก 3 จินกว่า
ผ่านไปอีกพัก ก็ได้ปลาลิ่นอีกตัว ตัวนี้ใหญ่กว่าเดิม เย่อกันอยู่ครึ่งชั่วโมงกว่าจะลากขึ้นมาได้
ดูจากขนาดตัวยาวกว่าครึ่งเมตร น้ำหนักอย่างน้อย 10 จิน
หยางเสี่ยวเทาร้อยปลาสามตัวเข้าด้วยกันอย่างชำนาญ เก็บอุปกรณ์ ล้างมือที่ริมน้ำ พาเสี่ยวเวยกลับ แล้วหิ้วปลาสามตัวใหญ่เดินกลับบ้านสี่ประสาน
พวกคนแก่รอบๆ มองจนตาค้าง
ดวงจะดีเกินไปแล้วมั้ง
ปลาตัวละสิบกว่าจินยังตกขึ้นมาได้ คนเรามองแค่ภายนอกไม่ได้จริงๆ
พอหยางเสี่ยวเทาลุกไป ก้อนหินก้อนนั้นก็ถูกชายชราใส่แว่นตาคนหนึ่งยึดครองทันที
หยางเสี่ยวเทาที่ยังเดินไปไม่ไกล ได้ยินเสียงทะเลาะแย่งที่กันแว่วๆ แต่ก็ไม่ได้สนใจ
ฟ้ามืดแล้ว ได้เวลากลับบ้านกินปลา
(จบแล้ว)