- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ขอเป็นหนอนหนังสือผู้ร่ำรวย
- บทที่ 43 - ยาพละกำลังและร้านค้าแลกเปลี่ยน
บทที่ 43 - ยาพละกำลังและร้านค้าแลกเปลี่ยน
บทที่ 43 - ยาพละกำลังและร้านค้าแลกเปลี่ยน
บทที่ 43 - ยาพละกำลังและร้านค้าแลกเปลี่ยน
ฟ้าสว่างแล้ว แต่ก็เพิ่งจะตีสี่ตีห้า
หยางเสี่ยวเทาเป่าตะเกียงดับ ขยับตัวนิดหน่อย แล้วเอนตัวลงนอนบนเตียง
อาศัยจังหวะนี้งีบต่ออีกหน่อย ถือโอกาสดูของดีที่ได้มา
ในจิตสำนึก แผงคุณสมบัติปรากฏขึ้นอีกครั้ง
หยางเสี่ยวเทา
อายุ: 19 หน่วยกิต: 12 ทักษะหลัก: ช่างกลึงระดับสอง ทักษะรอง: วิชาตกปลาระดับศูนย์
ร้านค้าแลกเปลี่ยน: 3 สัตว์เลี้ยง: ภูตไม้
แผงข้อมูลเรียบง่าย แต่สร้างความตื่นเต้นให้หยางเสี่ยวเทาไม่น้อย
เริ่มจากเงินหนึ่งร้อยหยวน ไม่ว่าจะโลกไหน
มีเงินไม่ใช่ทำได้ทุกอย่าง แต่ไม่มีเงินทำอะไรไม่ได้สักอย่าง
เงินร้อยหยวนซื้อของได้ตั้งเยอะ อย่างน้อยตั๋วนากาปลุกก็ได้ใช้แล้ว
ที่บ้านก็จำเป็นต้องมีนาฬิกาไว้ดูเวลา
ต่อมาคือยาพละกำลัง ของสิ่งนี้ดูแฟนตาซีไปหน่อย
แต่ตัวระบบเองก็เป็นบั๊กที่ใหญ่ที่สุดอยู่แล้ว มียาพละกำลังโผล่มาก็ไม่แปลก
เขาก็อยากรู้เหมือนกันว่า กินยาพละกำลังนี้แล้วจะมีผลยังไง
คิดได้ดังนั้น หยางเสี่ยวเทาก็เอายาพละกำลังออกมา ขนาดเท่าลำไย สีทองอร่าม ดมดูไม่มีกลิ่น
หลับตาลง แล้วโยนยาพละกำลังเข้าปาก
"เหมือนช็อกโกแลตเลยแฮะ"
กินลงไปไม่รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลง หยางเสี่ยวเทาก็ไม่สนใจ ดูอย่างอื่นต่อ
มิติเก็บของเพิ่มขึ้นสิบลูกบาศก์เมตร แก้ปัญหาของสะสมเริ่มเยอะได้อย่างตรงจุด และทำให้หยางเสี่ยวเทาเห็นความเป็นไปได้ว่าขอแค่อัปเกรด มิติก็จะขยายขึ้น
ทักษะหลักถึงระดับสอง ความรู้สึกที่ชัดเจนที่สุดคือความรู้ประสบการณ์ช่างกลึงระดับสองจำนวนมหาศาลไหลบ่าเข้ามาในหัว ดีที่เคยมีประสบการณ์มาก่อน คราวนี้หยางเสี่ยวเทาปรับตัวกับการยัดเยียดข้อมูลได้ดีขึ้น ไม่ถึงห้านาที ก็ซึมซับประสบการณ์เหล่านี้จนหมด
ต่อไป ก็แค่ฝึกฝน ทฤษฎีควบคู่ปฏิบัติ ทุกอย่างก็จะลื่นไหล กลายเป็นความสามารถของตัวเอง
ทักษะหลักอัปเกรด ทักษะรองก็ปรากฏ
วิชาตกปลา
สิ่งนี้ก็ใช้หน่วยกิตอัปเกรดระดับเหมือนกัน เหมือนกับทักษะช่างกลึง ระดับเพิ่มขึ้นก็จะได้รับประสบการณ์ตกปลา ตกปลาก็จะง่ายขึ้น
แต่ว่า ระดับทักษะรองไม่อาจสูงกว่าทักษะหลักได้ หมายความว่า ช่างกลึงระดับไหน ทักษะรองก็สูงสุดได้แค่นั้น
"ตกปลาเป็น ก็ถือว่ามีรายได้เพิ่มอีกทาง"
ยุคนี้ตกปลาไม่ผิดกฎหมาย ปลาที่ตกได้เอามาแลกของก็ได้ กินเองก็ได้
นี่ก็เป็นทักษะการเอาตัวรอดของหลายคน พ่อบ้านสามลานหน้าก็เป็นเซียนตกปลานะ
"ไม่รู้ว่าวิชาตกปลาของพ่อบ้านสามอยู่ระดับไหน"
ต่อมา คือช่องแลกเปลี่ยน
จริงๆ ก็คือช่องสกิลในเกมสามช่อง
แต่ละช่องมีของให้แลก ด้านหลังคือหน่วยกิตที่ต้องใช้แลก
ถัดไป คือเวลาที่ของจะรีเฟรช ดูแล้วน่าจะสัปดาห์ละครั้ง
ของที่รีเฟรชออกมาแต่ละครั้งไม่เหมือนกัน และไม่ตายตัว
อย่างตอนนี้ ของสามอย่างคือ: บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป (5 หน่วยกิต/ลัง), ผ้าอนามัย (1 หน่วยกิต/ห่อ), กระติกน้ำทหารรุ่น 10 (20 หน่วยกิต/อัน)
มองดูของสามอย่าง เห็นผ้าอนามัย หยางเสี่ยวเทาก็รู้ว่าของที่แลกออกมาได้มันหลุดโลกแค่ไหน
ยุคนี้ ผ้าอนามัยยังไม่แพร่หลาย ต้องรอประมานยุค 80 ถึงจะเป็นสวรรค์ของสาวจีน
"ของสิ่งนี้ วันหน้ามีเมีย ค่อยแลกมาบ้าง"
หยางเสี่ยวเทาไม่เสียเวลากับมัน มองดูบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอันแรก ในใจบานฉ่ำ
บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเชียวนะ มีเจ้านี่ ทำกับข้าวไม่เป็นแล้วไง?
ทำกับข้าวไม่เป็น แต่ต้มมาม่าเป็นนี่
แถมข้างในมีเครื่องปรุงสารพัด ต้มออกมา อร่อยไม่แพ้อาหารยุคปัจจุบันเลย
"จริงสิ ของสิ่งนี้เหมือนจะเพิ่งเกิด อีกสองปีถึงจะแพร่หลาย"
"ในประเทศยังไม่มี ชิงตัดหน้าพวกยุ่นได้เลย"
อันสุดท้าย กระติกน้ำทหารรุ่น 10
ตอนนี้กระติกน้ำในประเทศส่วนใหญ่เป็นรุ่นสมัยสงครามต่อต้านญี่ปุ่น ของที่หลุดออกมาน้อยไม่พอ ใช้ไปก็มีปัญหาจุกจิก
แต่กระติกน้ำรุ่นนี้มาจากโลกอนาคต ใช้เทคโนโลยีการผลิตสมัยใหม่ รูปลักษณ์ประณีตกว่า ฝาปิดใช้ซิลิโคนเป็นวัสดุซีล รับประกันการปิดสนิทได้ยาวนาน ปลอกกระติกเป็นลายพรางดิจิทัลหุ้มรอบด้าน ปกป้องกระติกจากการเสียดสีและกระแทกภายนอกได้ดี
"20 หน่วยกิต แพงไปหน่อยแฮะ"
หยางเสี่ยวเทากำลังคิด จู่ๆ ก็รู้สึกถึงกระแสความร้อนไหลเวียนในร่างกาย จากนั้นปวดหัวจี๊ด แล้วก็วูบไปทันที
พระอาทิตย์ขึ้น แสงแดดส่องผ่านหน้าต่างเข้ามาในห้อง เสี่ยวเวยกระโดดดึ๋งๆ มาบนหัวหยางเสี่ยวเทา
ชิ้วๆ ชิ้วๆ
หยางเสี่ยวเทาได้ยินเสียงข้างหู ค่อยๆ ตื่นขึ้นมา
"กี่โมงแล้ว?"
"ชิ้วชิ้ว!"
"เอ่อ ในลานบ้านมีคนตื่นยัง?"
"ชิ้ว~~"
เสี่ยวเวยส่ายตัว หยางเสี่ยวเทาเข้าใจ ยังไม่สายไปทำงาน
ตอนนี้ ความคิดจะซื้อนาฬิกาปลุกยิ่งรุนแรงขึ้น
ลุกขึ้นนั่ง หยางเสี่ยวเทาชะงัก
ยกแขนขึ้น กำหมัดแน่น วินาทีนี้เขารู้สึกว่าทั่วร่างเต็มไปด้วยพลัง
ยกมือ มองไปรอบห้อง เล็งไปที่โต๊ะ ก็เสียดาย ผนังห้อง ช่างเถอะ
สุดท้ายวิ่งออกไปนอกห้อง เล็งไปที่อิฐก้อนหินบนพื้น ลองขยับมือสองที
แล้วออกแรงชกเต็มที่
ตูม
กำปั้นจมลงไปในพื้น อิฐก้อนเดิมแตกละเอียด กระเด็นไปรอบทิศ
ตูม ตูม ตูม
หยางเสี่ยวเทาชกต่อเนื่อง คราวนี้ไม่ได้ใช้แรงเต็มที่ ตีไปที่เศษหิน แต่ละก้อนก็แตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
"เชี่ย ยาพละกำลัง สมคำร่ำลือจริงๆ"
"แรงฉันตอนนี้ โคตรเถื่อน!"
"ต้องหาเวลาลองของกับซ่าจู้ เทพสงครามแห่งบ้านสี่ประสานดูหน่อย จะได้รู้ว่าตัวเองอยู่แรงค์ไหน"
"จะได้ไม่เผลอออกแรงจนตีคนตาย เดี๋ยวจะไม่สนุก"
หยางเสี่ยวเทาเขี่ยเศษหินในลานบ้านไปกองข้างๆ เห็นในลานบ้านมีคนตื่นแล้ว ก็วิ่งกลับเข้าห้อง
อารมณ์ตื่นเต้น จิตใจที่เดิมพักผ่อนไม่พอก็ฟื้นตัวขึ้นมาไม่น้อย
"จริงสิ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป"
นึกถึงบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในช่องแลกเปลี่ยน หยางเสี่ยวเทาก็เกิดความสนใจทันที
เจ้านี่แก้ปัญหาเรื่องทำอาหารได้เลยนะ
คิดแล้ว ก็จ่าย 5 หน่วยกิต แลกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาหนึ่งลัง
พริบตาเดียว กล่องไม้ลังหนึ่งก็โผล่มาในมิติเก็บของ แล้วถูกหยางเสี่ยวเทาเอาออกมาวางบนพื้น
เปิดกล่องดู ข้างในมีบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปห่อสี่เหลี่ยมวางเรียงราย
ลองนับดู มีร้อยห่อ ยี่ห้อไป๋เซี่ยง (ช้างขาว) ทั้งนั้น
ในร้อยห่อนั้นแบ่งเป็นสี่รสชาติ มีรสเนื้อตุ๋น รสซุปไก่แม่ไก่แก่ รสซุปกระดูกหมู และรสปลาผักกาดดอง
แต่ละรสยังมีเครื่องปรุงหลากหลาย จะกินเผ็ด กินเค็ม หรือรสต้นตำรับก็ได้
"มีหลากหลายจริงๆ"
"ไม่ได้การ เวลาแค่สัปดาห์เดียว ฉันต้องตุนไว้หน่อย!"
หยางเสี่ยวเทาคิดว่าวางในมิติเวลาจะหยุดเดิน ไม่มีทางหมดอายุ
"ในหนังสือมีบ้านทองคำ!"
"บรรพบุรุษไม่หลอกฉันจริงๆ"
วินาทีนี้ หยางเสี่ยวเทาซาบซึ้งถึงประโยชน์ของการอ่านหนังสือ
อ่านหนังสือ ก็มีข้าวกิน
หยิบรสซุปไก่แม่ไก่แก่ออกมาห่อหนึ่ง ฉีกซองปุ๊บกลิ่นไก่ก็โชยออกมา ท้องไส้ถูกความหอมที่ห่างหายไปนานปลุกพยาธิให้ตื่นทันที
ล้างหน้า ล้างหม้อ ต้มน้ำ
จากนั้น เทบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปลงไป เครื่องปรุง ซุป ก้อนน้ำมัน ใส่ลงไปให้หมด
แล้วก็ไม่ลืมเอาซองไปเผาทำลายหลักฐานในเตา
ในหม้อน้ำมันลอยฟ่อง กลิ่นหอมตลบอบอวลทั่วห้อง
เห็นชัดว่า บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ระบบผลิตมาเป็นของดีมีคุณภาพ สีสันกลิ่นรสครบเครื่อง
"ขาดจิตวิญญาณอย่างสุดท้าย"
เอาไข่ไก่ออกมา เคาะเบาๆ ไข่แดงๆ ก็ลงไปในหม้อ โปรตีนเปลี่ยนสภาพอย่างรวดเร็ว สีขาวสีส้มตัดกันชัดเจน
ครู่ต่อมา ใส่ผักอบแห้งลงไปเป็นอย่างสุดท้าย
สามนาทีผ่านไป บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปพร้อมเสิร์ฟ เต็มชามพูน เส้นสีเหลืองเหนียวนุ่ม ไข่ไก่โปะด้านหน้า โรยหน้าด้วยต้นหอมผักชี
หยางเสี่ยวเทาถือตะเกียบ คีบขึ้นมา เป่า แล้วยัดเข้าปาก
น้ำตาแทบไหล
"ในที่สุด ในที่สุดก็ได้กินมาม่าแล้ว"
"รสชาตินี้แหละ มาม่าของแท้"
สูดดดด~~ อ่า~~~
ในห้อง หยางเสี่ยวเทากินอย่างมีความสุข แต่คนในบ้านสี่ประสานกลับทำหน้าบอกบุญไม่รับ
ซ่าจู้ยืนอยู่หน้าประตูบ้าน ถือกะละมังเพิ่งล้างหน้าเสร็จ ก็ได้กลิ่นหอมในอากาศ
"นี่มันเนื้อไก่? ไม่ใช่ กลิ่นไก่ไม่แรงขนาดนี้"
"นี่มัน ผักชี? มาจากไหนเนี่ย?"
ลูกกระเดือกซ่าจู้ขยับ กลิ่นนี้แท้แน่นอน หรือว่าในบ้านสี่ประสานมีพ่อครัวยอดฝีมือซ่อนอยู่?
ซ่าจู้อึ้งไปหน่อย
จมูกดมฟุดฟิดอีกครั้ง ขาขยับไปทางต้นตอของกลิ่นที่แรงที่สุด
"ซ่าจู้ แต่เช้าปล่อยพิษอะไร ยังจะให้คนเขากินข้าวไหม"
สวีต้าเม่าวิ่งออกมาจากลานหลัง เมื่อกี้กินโจ๊กข้าวโพดกับผักดองที่บ้าน กำลังกินอร่อยๆ พอได้กลิ่นนี้ ไอ้ที่กินเข้าไปกลายเป็นเศษไม้เลย
"ไอ้ทึ่มเม่า หูแกไม่ดีตายังถั่วอีกเหรอ?"
"ตาไหนเห็นฉันปล่อยพิษ?"
ซ่าจู้สวนกลับอย่างหงุดหงิด ตอนนี้เขามั่นใจที่มาของกลิ่นหอมแล้ว
ตอนนี้ ความเคลื่อนไหวในลานกลางบวกกับกลิ่นหอมในอากาศ ทำให้คนเดินออกมามากขึ้น
"ซ่าจู้ ต้าเม่า เกิดอะไรขึ้น? หอมจัง?"
ครอบครัวเจี่ยตงซวี่วิ่งออกมากันหมด หญิงชราเจี่ยดมกลิ่นหอมในอากาศ กลืนน้ำลายเอือกๆ
"นี่มัน บ้านไหนตุ๋นไก่แน่ๆ"
"ไม่แบ่งให้ทุกคนชิม ใจแคบชะมัด"
หญิงชราเจี่ยพูดไป ในใจคิดว่าเดี๋ยวจะไปขอหน่อย ยังไงนางก็เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ กินหน่อยขอหน่อยถือว่ากตัญญูต่อนาง
"พ่อบ้านหนึ่ง ท่านก็มาแล้ว"
ฉินไหวหรูเห็นพ่อบ้านหนึ่ง รีบทักทาย
พ่อบ้านหนึ่งพยักหน้า "ซ่าจู้ เรื่องอะไรกัน? นายตุ๋นไก่ที่บ้านเหรอ?"
ซ่าจู้รีบส่ายหน้า ชี้ไปที่บ้านหยางเสี่ยวเทา
"ไม่ใช่ผม กลิ่นหอมมาจากที่นั่น"
ทุกคนมองไปที่บ้านหยางเสี่ยวเทา แล้วก็เงียบกริบ
หลายคนเดินกลับบ้าน หญิงชราเจี่ยเห็นว่าเป็นหยางเสี่ยวเทา ในใจแค้นเคือง
คราวนี้อดกินแน่
นางก็รู้ความสัมพันธ์กับบ้านหยางเสี่ยวเทา วิ่งเข้าไปขอ โดนกระทืบแน่
โดนกระทืบก็สมควร ก่อนหน้านี้พูดกันต่อหน้าคนทั้งลานบ้าน ตายไม่เผาผีกัน พ่อบ้านสามคนออกหน้าก็ไม่มีผล
"ไอ้คนสิ้นสกุลกินของคนเดียว กินให้ท้องแตกตาย ไอ้คนสิ้นสกุล"
หญิงชราเจี่ยด่ากระปอดกระแปดกลับบ้าน ฉินไหวหรูเดินตามหลัง สีหน้าหม่นหมอง
"กลับกันเถอะ เดี๋ยวต้องไปทำงาน อย่าให้เสียงานเสียการ"
พ่อบ้านหนึ่งอี้จงไห่สั่ง ทุกคนทยอยแยกย้าย
ซ่าจู้เดาะลิ้น สงสัยฝีมือทำอาหารของหยางเสี่ยวเทา แต่ก็ต้องยอมรับ มาตรฐานของอาหารจานนี้
"จุ๊ๆ หรือว่าเสือซ่อนเล็บ?"
ซ่าจู้ไม่เข้าใจสถานการณ์ หันหลังกลับบ้าน
สวีต้าเม่าแค่นเสียง นึกถึงคำสั่งพ่อ ก็เดินออกไปนอกบ้านสี่ประสาน
ทุกคนแยกย้าย อี้จงไห่กลับยิ้มออกมา
"กินสิ กินเข้าไป"
"ให้ทุกคนรู้ ถึงตอนนั้น หึหึ!"
(จบแล้ว)