- หน้าแรก
- ส่งด่วนข้ามเวลา เป็นเศรษฐีด้วยของต่างยุค
- บทที่ 611 ขนอุปกรณ์ลงเรือ
บทที่ 611 ขนอุปกรณ์ลงเรือ
บทที่ 611 ขนอุปกรณ์ลงเรือ
รถเบนซ์แล่นเข้ามาจอดในลาน อาหย่งและลูกน้องกลุ่มหนึ่งยืนรออยู่แล้ว
อาหย่งรีบปรี่เข้าไปเปิดประตูรถให้
ลู่ชิงก้าวลงจากรถ ทุกคนในลานตะโกนพร้อมกัน "พี่ชิง!"
ลู่ชิงคิดในใจ... ควรจะเรียกว่าท่านประธานไม่ใช่เหรอ? เปลี่ยนไปตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย?
ขืนคนนอกมาเห็น คงนึกว่าเธอเป็นเจ๊ใหญ่ แก๊งมาเฟียแน่ๆ
แต่เธอก็ไม่ได้ทักท้วงอะไร ถือว่าเป็นแค่คำเรียกขาน คนฮ่องกงชอบเรียกพี่เรียกน้องเพื่อแสดงความสนิทสนมและให้เกียรติ
เธอยิ้มทักทายทุกคนอย่างเป็นกันเอง "ลำบากทุกคนหน่อยนะ อาหย่ง จดไว้ด้วยนะ พนักงานที่มาทำงานล่วงเวลาช่วงสองคืนนี้ ให้เพิ่มเบี้ยเลี้ยงพิเศษคนละ 500 เหรียญฮ่องกง"
คำว่าพี่น้องเกือบหลุดปาก เธอรีบกลืนลงคอทันที ไม่ว่าพวกเขาจะคิดยังไง แต่เธอจะไม่อนุญาตให้บริษัท รปภ. นี้กลายเป็นแก๊งนักเลงเด็ดขาด
"รับทราบครับพี่ชิง ผมขอขอบคุณแทนพี่น้องทุกคนด้วยครับ" อาหย่งตอบ
เห็นสีหน้าดีใจของทุกคน ลู่ชิงเลยยังไม่เตือนอาหย่งเรื่องคำเรียก ไว้ค่อยคุยกันทีหลัง
อาหย่งสั่งให้คนอื่นแยกย้าย แล้วเดินตามลู่ชิงเข้าไปในออฟฟิศ
"มีคนสแตนด์บายกี่คน?" ลู่ชิงถาม
"รวมทั้งหมด 56 คนครับ คนอื่นติดภารกิจอื่น ปลีกตัวมาไม่ได้ครับ" อาหย่งรายงานอย่างนอบน้อม
"น่าจะพอ ภารกิจคืนนี้คือขนย้ายอุปกรณ์ในโกดังลงเรือให้เร็วที่สุด" ลู่ชิงสั่งการด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"ไม่มีปัญหาครับพี่ชิง เราเตรียมรถเข็นและอุปกรณ์ขนย้ายไว้พร้อมแล้ว คนส่วนใหญ่เคยทำงานแบกหามที่ท่าเรือมาก่อน งานถนัดเลยครับ วางใจได้!" อาหย่งเตรียมพร้อมมาดี
เวลาผ่านไปทีละนาที
เกือบตีสอง เสี่ยวจางวิ่งเข้ามารายงาน "พี่ชิงครับ มีรถบรรทุกมาจอดข้างนอก ผู้ชายแซ่ฉู่ที่มาเมื่อตอนเย็นพาคนมาด้วยอีก 20 กว่าคนครับ"
ลู่ชิงและอาหย่งออกไปต้อนรับ ฉู่ยวิ๋นชิงจับมือทักทายอาหย่ง "ขอบคุณพวกคุณมากครับ"
แม้อาหย่งจะไม่รู้สถานะที่แท้จริงของฉู่ยวิ๋นชิง แต่ดูจากบุคลิกก็เดาได้ว่าเป็นคนของราชการ
เขายิ้มตอบ "ด้วยความยินดีครับ"
ฉู่ยวิ๋นชิงหันไปบอกลู่ชิง "คุณลู่ครับ เรือกำลังจะมาถึง อย่ารอช้า เริ่มกันเลยดีกว่าครับ!"
คนเกือบร้อยชีวิตมุ่งหน้าไปที่โกดัง อาหย่งเป็นคนเปิดประตู
เขาเองก็ไม่เคยรู้ว่าข้างในมีอะไร พอประตูเปิดออก เห็นลังไม้ขนาดต่างๆ วางเรียงรายเกือบเต็มโกดัง
มิน่าล่ะ ลู่ชิงถึงให้เตรียมคนไว้เยอะขนาดนี้ แม้โกดังจะห่างท่าเรือแค่ไม่กี่ร้อยเมตร แต่กะจากสายตาคงต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงกว่าจะขนหมด
ลู่ชิงแยกประเภทและทำสัญลักษณ์ไว้ล่วงหน้าแล้ว
เธอชี้ไปที่กองลังสำหรับผู้เฒ่าถัง "สหายฉู่ ให้คนเริ่มขนกองนี้ก่อนค่ะ"
ฉู่ยวิ๋นชิงเข้าใจทันที โบกมือสั่งลูกน้อง "เริ่มงานได้! ระวังด้วยนะ ยกเบาๆ วางเบาๆ ห้ามมีความเสียหายเด็ดขาด"
นี่เป็นของที่เบื้องบนต้องการ ถ้าพังเสียหาย ต่อให้เขาเป็นระดับหัวหน้าในกระทรวงความมั่นคงแห่งชาติก็รับผิดชอบไม่ไหว
ลู่ชิงหันไปสั่งอาหย่ง "อาหย่ง ให้คนของเราช่วยทางสหายฉู่ด้วยนะ ระวังความปลอดภัยด้วย"
บรรยากาศในโกดังคึกคักไปด้วยผู้คน แม้คนจะเยอะแต่ก็ทำงานกันอย่างเป็นระบบระเบียบ
เมื่อของล็อตแรกถูกขนไปถึงท่าเรือ เรือบรรทุกสินค้าขนาดกลางก็เทียบท่ารออยู่แล้ว
การขนย้ายเป็นไปอย่างราบรื่น ของถูกทยอยนำลงเรือเที่ยวแล้วเที่ยวเล่า
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว สามชั่วโมงผ่านไป ของในโกดังเหลืออยู่ไม่มาก
ทันใดนั้น มีเสียงเอะอะโวยวายดังมาจากทางเข้าท่าเรือ
หน่วยลาดตระเวนรอบนอกวิ่งมารายงานอาหย่งกระซิบกระซาบ
สีหน้าอาหย่งเคร่งเครียดขึ้นมาทันที "พี่ชิงครับ มีกลุ่มคนไม่ทราบฝ่ายบุกเข้ามาครับ ท่าทางไม่เป็นมิตร"
ลู่ชิงขมวดคิ้ว ฉู่ยวิ๋นชิงก็มีสีหน้าเคร่งขรึม
"อย่าเพิ่งตื่นตระหนก ให้คนอื่นขนของต่อไป อาหย่ง นายออกไปดูซิว่าพวกเขาต้องการอะไร ไม่ว่าจะใช้วิธีไหน ห้ามให้พวกเขาเข้าใกล้ท่าเรือเด็ดขาด" ลู่ชิงสั่งการอย่างเยือกเย็น
อาหย่งพยักหน้า นำลูกน้องสิบกว่าคนเดินออกไป
ที่ปากทางเข้า คนของบริษัท รปภ. กำลังเผชิญหน้ากับผู้บุกรุก บรรยากาศตึงเครียดพร้อมปะทะทุกเมื่อ
หัวหน้าแก๊งผู้บุกรุกเป็นชายร่างยักษ์หน้าตาโหดเหี้ยม เห็นอาหย่งเดินมาก็กอดอกแสยะยิ้ม "อ้าว! นึกว่าใคร ที่แท้ก็พี่หย่งนี่เอง"
อาหย่งจำได้ทันที หมอนี่เป็นคนของแก๊งมาเฟียในละแวกนี้ เมื่อไม่นานมานี้เพิ่งจะมีเรื่องกระทบกระทั่งกัน
เขาเดินเข้าไปถามเสียงเรียบ "มาทำไม? ที่นี่ไม่ต้อนรับ ถ้ารู้กาลเทศะก็รีบไสหัวไปซะ"
ชายร่างยักษ์หัวเราะร่า "มีสายรายงานว่าพวกแกทำลับๆ ล่อๆ ขนของลงเรือตอนดึกๆ ดื่นๆ ฉันเลยแวะมาดู พี่หย่ง... มีของดีอย่ากั๊กไว้คนเดียวสิ แบ่งๆ กันบ้าง"
อาหย่งสวนกลับ "ไม่เกี่ยวกับแก เรื่องนี้ใหญ่เกินกว่าแกจะเข้ามายุ่ง ระวังจะได้ไม่คุ้มเสีย เชื่อฉัน รีบกลับไปซะ ถ้าอยากมีเรื่อง ไว้หลังวันนี้ฉันพร้อมจัดให้ทุกเมื่อ"
คำขู่ของอาหย่งกลับทำให้ชายร่างยักษ์ยิ่งได้ใจ "อาหย่ง อย่ามาขู่กันซะให้ยาก ช่วงนี้พวกแกแย่งงานพวกฉันไปตั้งเท่าไหร่? ฉันไม่สนหรอกว่าเป็นของใคร วันนี้ฉันต้องรู้ให้ได้ว่าพวกแกขนอะไรกันถึงได้ขยันขันแข็งขนาดนี้"
"แต่ถ้าไม่อยากให้เข้าไปตรวจก็ได้ จ่ายมาแสนนึง ให้เจ้าของสินค้าจ่าย แล้วฉันจะกลับทันที"
"ฝันไปเถอะ! อย่าหาเรื่องใส่ตัว ลองบุกเข้ามาสิ คนของฉันก็ไม่ได้มีไว้ประดับฉากเหมือนกัน"
อาหย่งก็ไม่ใช่คนยอมคน ถ้าลู่ชิงไม่กำชับไว้ เขาคงสั่งลูกน้องรุมกระทืบพวกนี้ไปนานแล้ว
ขณะที่สถานการณ์กำลังจะระเบิด เรือสินค้าที่ท่าเรือก็ถอนสมอแล่นออกไป
ชายร่างยักษ์เห็นดังนั้นก็ร้อนรน สั่งลูกน้องเตรียมบุก
อาหย่งเห็นเรือออกจากท่า รู้ว่าของขนเสร็จหมดแล้วก็โล่งอก
กำลังจะสั่งสอนพวกนักเลง จู่ๆ เสียงของฉู่ยวิ๋นชิงก็ดังขึ้นจากด้านหลัง "ใครนะที่อยากได้เงินหนึ่งแสน?"
ฉู่ยวิ๋นชิงเดินนำลูกน้องมายืนขวางหน้าอาหย่ง
ชายร่างยักษ์เห็นฉู่ยวิ๋นชิงแต่งตัวธรรมดา ก็นึกว่าเป็นแค่พ่อค้าทั่วไป เลยทำกร่างใส่ "ฉันเอง! รู้ไหมว่าท่าเรือแถวนี้แก๊งมาเฟียฮ่องกง 14K คุมอยู่? จะขนของทำไมไม่บอกกล่าว? มาจ้างไอ้อาหย่งทำไม? ในเมื่อมาแล้วก็จ่ายเงินมาซะ แล้ววันนี้ฉันจะปล่อยไป"
ฉู่ยวิ๋นชิงยิ้มเยาะ "งั้นเหรอ? เงินน่ะฉันให้ได้ แต่ว่า..."
ชายร่างยักษ์นึกว่าฉู่ยวิ๋นชิงกลัวชื่อแก๊ง 14K ก็ยิ้มกริ่ม
ถามอย่างได้ใจ "แต่อะไร?"
ฉู่ยวิ๋นชิงหันไปบอกอาหย่ง "ขอบคุณสำหรับวันนี้ พวกคุณกลับไปหาคุณลู่ก่อนเถอะ ดูซิว่าเธอมีอะไรจะสั่งอีกไหม ตรงนี้ผมจัดการเอง"
อาหย่งรู้ว่าฉู่ยวิ๋นชิงไม่อยากให้พวกตนเดือดร้อน กำลังจะเอ่ยปากแย้ง
แต่ฉู่ยวิ๋นชิงส่ายหน้าเบาๆ เป็นสัญญาณให้รีบไป
อาหย่งเห็นลู่ชิงไม่ได้ส่งใครมาสั่งการเพิ่มเติม จึงตัดสินใจพาคนถอยออกมา
ฉู่ยวิ๋นชิงหันกลับมาเผชิญหน้ากับชายร่างยักษ์ "เงินน่ะฉันมีเยอะ แต่กลัวว่าแกจะไม่กล้ารับ"
ชายร่างยักษ์ตะคอก "อย่ามาปากดี! ในฮ่องกงไม่มีอะไรที่ 14K ไม่กล้าทำ รีบจ่ายเงินมาแล้วไสหัวไป! วันนี้ถือว่าฉันใจดีแล้วนะ ส่วนขนอะไรไปฉันจะไม่ยุ่ง"
ฉู่ยวิ๋นชิงหัวเราะหึๆ "ในเมื่อพูดขนาดนี้ ฉันก็จะสงเคราะห์ให้"
แล้วสั่งลูกน้องด้านหลัง "จัดให้พวกเขาหน่อยซิ"
ลูกน้องฉู่ยวิ๋นชิงก้าวออกมาพร้อมกัน ชักปืนพกสีดำมะเมื่อมออกจากเอวอย่างพร้อมเพรียง เล็งตรงไปที่กลุ่ม 14K
ชายร่างยักษ์หน้าซีดเผือด เข่าอ่อนแทบทรุดลงกับพื้น
เขาไม่คิดไม่ฝันว่าคนหน้าตาธรรมดาพวกนี้จะชักปืนออกมาโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง แถมไม่ได้มีแค่กระบอกเดียว ดูจากแววตาอำมหิตของคนพวกนี้ เขาไม่สงสัยเลยว่าปืนในมือนั่นเป็นของจริง