เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 571 สามแสนดอลลาร์

บทที่ 571 สามแสนดอลลาร์

บทที่ 571 สามแสนดอลลาร์


"ธุระอะไรกัน ทำไมถึงคิดว่าอยากคุยกับอธิการบดีแล้วจะได้คุยง่ายๆ?" จางเจียงเป่ยถามเสียงขุ่น

"อาจารย์ครับ อาจารย์ดูถูกกันเกินไปแล้ว อธิการบดีก็เป็นคนทำงานเพื่อประชาชน ทำไมผมจะพบไม่ได้? เอาอย่างนี้นะครับ เดี๋ยวผมรออาจารย์อยู่ข้างล่าง ผมให้โอกาสอาจารย์แล้วนะ ถ้าไม่ลงมาด้วยกัน ระวังจะเสียใจทีหลังนะครับ" พูดจบเจียงจิ่นโจวก็วางสายทันที

เดินออกจากป้อมยาม เขาบอก รปภ. "น้าหลี่ คุยเรียบร้อยแล้วครับ งั้นผมขอเข้าไปก่อนนะ"

รปภ. โบกมือ "ไปเถอะๆ น้าเชื่อใจเราอยู่แล้ว ยังไงก็หนีไปไหนไม่พ้นหรอก"

เจียงจิ่นโจวขึ้นรถ บอกโค่วเหวิน "ขับตรงไปเลย เห็นตึกสามชั้นสีเทาข้างหน้านั่นไหม? จอดตรงนั้นแหละ"

จางเจียงเป่ยฟังเสียงสัญญาณตัดสายในโทรศัพท์ พึมพำกับตัวเอง "ไอ้เด็กนี่มันจะเล่นอะไรของมัน? กล้าขู่ให้ฉันเสียใจด้วยเหรอ?"

เขาอยากจะรู้เหมือนกันว่าเจียงจิ่นโจวจะมาไม้ไหน ถ้ากล้าปั่นหัวเขาเล่น คอยดูเถอะจะจัดการให้เข็ด

กำลังจะเดินลงไปข้างล่าง จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงแตรรถดังขึ้น

จางเจียงเป่ยเดินไปที่หน้าต่าง ชะโงกหน้ามองลงไป เห็นเจียงจิ่นโจวยืนพิงรถเก๋งคันใหม่เอี่ยม โบกมือเรียกเขาหยอยๆ

ตอนนี้ยังเป็นเวลาเรียน ไม่อย่างนั้นการทำตัวอวดรวยแบบนี้ คงโดนนักศึกษารุมมุงดูเหมือนลิงในสวนสัตว์แน่

จางเจียงเป่ยรีบวิ่งลงไปข้างล่าง ต้องรีบไล่ให้เอารถออกไป ไม่งั้นเดี๋ยวในมหาลัยวุ่นวายหมด ไอ้เด็กนี่มันหาเรื่องเก่งจริงๆ

แต่ในใจลึกๆ เขาก็สงสัยว่าเจียงจิ่นโจวไปยืมรถหรูคันนี้มาจากไหน

เขาไม่เชื่อหรอกว่ารถคันนี้จะเป็นของเจียงจิ่นโจว ดูปราดเดียวก็รู้ว่าราคาแพงหูฉี่ ยี่ห้ออะไรไม่เคยเห็นวิ่งบนถนนด้วยซ้ำ

จางเจียงเป่ยวิ่งกระหืดกระหอบมาถึงหน้าเจียงจิ่นโจว "นายจะเล่นอะไรกันแน่? ไปเอารถใครมา? รีบขับออกไปเดี๋ยวนี้ เดี๋ยวเลิกเรียนคนมุงดูเกิดเรื่องขึ้นมา นายรับผิดชอบไหวเหรอ?"

เจียงจิ่นโจวคิดตามก็เห็นด้วย รถออดี้ในยุคนี้มันดึงดูดสายตาเกินไป ขืนโดนมุงคงวุ่นวายพิลึก

เขาเกาหัวแก้เก้อ "ขอโทษครับอาจารย์ ผมลืมนึกถึงข้อนี้ไปเลย คิดแค่ว่าเป็นรถคันหนึ่ง เดี๋ยวผมให้ภรรยาลงมาก่อน แล้วจะให้คนขับรถเอารถออกไปครับ"

จางเจียงเป่ยเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเจียงจิ่นโจวเคยบอกว่าแฟนเป็นคนฮ่องกง นี่คงเพิ่งจดทะเบียนเสร็จก็พาภรรยามาอวดที่มหาวิทยาลัยเลยสินะ สงสัยรถคันนี้จะเป็นของภรรยาเขา?

ยังไม่ทันหายสงสัย เจียงจิ่นโจวก็เปิดประตูรถ ลู่ชิงก้าวลงมาพร้อมรอยยิ้ม

เจียงจิ่นโจวหยิบกระเป๋าเจมส์บอนด์ลงมา บอกโค่วเหวิน "โค่วเหวิน กลับไปก่อนเลย ไม่ต้องรอพวกเรา"

"พี่ห้า แล้วจะกลับกันยังไงครับ? ให้ผมจอดรอข้างนอกมหาลัยดีกว่าไหม?"

โค่วเหวินได้ยินที่จางเจียงเป่ยพูดเมื่อกี้ เขามีประสบการณ์ตรง ตั้งแต่ขับออดี้ไปไหนมาไหน คนชอบมุงดูตลอด เขาเชื่อว่านักศึกษามหาลัยก็คงขี้สงสัยไม่แพ้ชาวบ้าน

"ไม่ต้องหรอก รีบเอารถออกไปเถอะ เดี๋ยวพวกฉันนั่งรถเมล์กลับเอง" เจียงจิ่นโจวดูนาฬิกา รู้ว่าใกล้หมดเวลาเรียนแล้ว

โค่วเหวินจำใจต้องขับรถออกไปจากเขตมหาลัย

เจียงจิ่นโจวหันมาแนะนำ "พี่ชิง นี่อาจารย์ที่ปรึกษาผมครับ"

ลู่ชิงยื่นมือขาวผ่องออกไปอย่างเป็นธรรมชาติ "สวัสดีค่ะอาจารย์จาง จิ่นโจวเล่าให้ฟังบ่อยๆ ว่าอาจารย์ดูแลเขาดีมาก ขอบพระคุณมากนะคะ"

จางเจียงเป่ยมองมือเรียวสวยที่ยื่นมา ทำตัวไม่ถูกไปชั่วขณะ ก่อนจะรีบยื่นมือไปจับเบาๆ ตามมารยาท

"ไม่เป็นไรครับ เป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้ว" ปากพูดไป แต่ในใจคิดว่า ภรรยาเจียงจิ่นโจวนี่สวยสง่าแถมบุคลิกดีจริงๆ น่าประทับใจมาก

เจียงจิ่นโจวเข้าเรื่อง "อาจารย์ครับ วันนี้ผมมีเรื่องสำคัญจะคุยกับอธิการบดี ผมกับพี่ชิงปรึกษากันแล้ว เพื่อตอบแทนที่ทางมหาวิทยาลัยอบรมสั่งสอนผมมา เราอยากจะบริจาคเงินจำนวนหนึ่งเพื่อปรับปรุงอุปกรณ์การเรียนการสอนครับ"

จางเจียงเป่ยตาโต แทบไม่เชื่อหูตัวเอง "บริจาคเงิน? เท่าไหร่? นายเอาเงินมาจากไหน?"

เจียงจิ่นโจวตบกระเป๋าเจมส์บอนด์ปุๆ ยิ้มกริ่ม "ผมไม่มีหรอกครับ แต่ภรรยาผมมี เงินบริจาคอยู่ในนี้ แม้จะไม่ใช่เงินมหาศาลอะไร แต่ก็น่าจะช่วยแก้ปัญหาให้ทางมหาวิทยาลัยได้บ้าง"

จางเจียงเป่ยถึงบางอ้อ มิน่าล่ะถึงกล้ามาขอพบอธิการบดี เขาเริ่มมองลูกศิษย์คนนี้ใหม่

และรู้สึกนับถือลู่ชิงขึ้นมาทันที ไม่นึกว่าพอจดทะเบียนปุ๊บ ก็มาบริจาคเงินปั๊บ

เขามองกระเป๋าในมือเจียงจิ่นโจว กะคร่าวๆ ว่าน่าจะหลายหมื่นหยวน ไม่งั้นคงไม่ใส่กระเป๋าใบใหญ่ขนาดนี้มา

เงินหลายหมื่นเชียวนะ! ถ้าใจไม่ป้ำจริง ใครจะกล้าควักกระเป๋าบริจาค?

เขาพูดกับลู่ชิงด้วยความตื่นเต้น "คุณลู่ครับ น้ำใจของคุณและจิ่นโจวช่างประเสริฐนัก ผมจะพาไปพบท่านอธิการบดีเดี๋ยวนี้เลยครับ"

เขารู้ชื่อลู่ชิงจากเอกสารขอแต่งงานของเจียงจิ่นโจว

ลู่ชิงยิ้มรับบางๆ

จางเจียงเป่ยพาทั้งสองมาหยุดหน้าห้องอธิการบดี

"เจียงจิ่นโจว คุณกับคุณลู่รอตรงนี้นะ เดี๋ยวผมเข้าไปเรียนท่านอธิการก่อน"

"ได้ครับ เรารอได้"

แล้วเจียงจิ่นโจวก็กระซิบเสียงเบา "อาจารย์ครับ บอกท่านอธิการไปด้วยนะครับว่า เราบริจาค 300,000 ดอลลาร์สหรัฐ"

จางเจียงเป่ยอ้าปากค้าง ตาถลนแทบหลุดออกมานอกเบ้า

เขาหูฝาดไปหรือเปล่า? นี่มันช็อกโลกชัดๆ เมื่อกี้ยังคิดว่าแค่ไม่กี่หมื่นหยวน นี่เล่นปาไป 300,000 แถมหน่วยเป็นดอลลาร์!

เขารู้ดีว่าตอนนี้ประเทศชาติต้องการเงินตราต่างประเทศขนาดไหน โรงงานไหนหาเงินดอลลาร์เข้าประเทศได้ แทบจะถูกอุ้มชูบูชาขึ้นหิ้ง

ผ่านไปครู่ใหญ่ กว่าจะหาเสียงตัวเองเจอ "นาย... นายไม่ได้ล้อเล่นใช่มั้ย? สามแสน? ดอลลาร์เนี่ยนะ? คิดให้ดีนะเว้ย ถ้าฉันเข้าไปรายงานแล้วนายเกิดเปลี่ยนใจทีหลัง เรื่องใหญ่นะบอกก่อน"

เจียงจิ่นโจวพอใจกับปฏิกิริยาตื่นตระหนกเหมือนคนบ้านนอกเข้ากรุงของจางเจียงเป่ยมาก

เขาตบกระเป๋าอีกครั้ง "อาจารย์ครับ ผมจะโกหกอาจารย์ทำไม หรือจะให้เรียกเจ้าหน้าที่ธนาคารมานับเงินก่อนไหมล่ะครับ?"

เห็นเจียงจิ่นโจวมั่นใจขนาดนี้ จางเจียงเป่ยก็เชื่อไปกว่าครึ่ง

ในหัวเขามีแต่ตัวเลข 300,000 วนเวียนอยู่ ลืมแม้กระทั่งเคาะประตู ผลักประตูพรวดพราดเข้าไปในห้องอธิการบดี

อธิการบดีโจวเพ่ยหยวน กำลังหารือเรื่องงบประมาณการสอนเทอมหน้ากับรองอธิการบดีอีกสองท่านอยู่พอดี

แม้จะได้รับงบประมาณจากรัฐบาล แต่ก็ยังขาดแคลนอีกเยอะ

การบุกรุกของจางเจียงเป่ยทำให้ทั้งสามท่านสะดุ้ง ขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ

รองอธิการบดีกง ดุเสียงเข้ม "เสี่ยวจาง เกิดอะไรขึ้น? ทำไมไม่เคาะประตู?"

จางเจียงเป่ยเพิ่งได้สติ รีบขอโทษขอโพย "ท่านอธิการครับ ขออภัยจริงๆ ครับ ผมตื่นเต้นไปหน่อย คือ... มีนักศึกษาจะมาบริจาคเงินให้มหาวิทยาลัยครับ ยอดบริจาคตั้งสามแสนดอลลาร์สหรัฐแน่ะครับ!"

ผู้บริหารทั้งสามท่านตาโต อ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง

จางเจียงเป่ยเห็นสีหน้าของผู้ใหญ่ทั้งสามแล้วค่อยรู้สึกดีขึ้นหน่อย อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้ตื่นตูมไปคนเดียว

"เสี่ยวจาง คุณฟังผิดหรือเปล่า? สามแสนดอลลาร์ไม่ใช่เงินน้อยๆ นะ นักศึกษาคนไหนใจป้ำขนาดนั้น?" อธิการบดีโจวถามเสียงสั่น

จางเจียงเป่ยรีบยืนยัน "ท่านอธิการครับ เรื่องใหญ่ขนาดนี้ผมไม่กล้าพูดมั่วซั่วหรอกครับ คนบริจาคท่านก็รู้จักครับ เจียงจิ่นโจว ห้องผมนี่เอง"

ตอนนี้จางเจียงเป่ยพูดชื่อเจียงจิ่นโจวด้วยความภาคภูมิใจสุดๆ ไอ้ลูกศิษย์คนนี้ทำหน้าบานเป็นกระด้งเลย

แต่พอนึกได้ว่าพูดไม่ครบ รีบแก้ "เอ่อ... จริงๆ คนบริจาคคือภรรยาของเขาที่เพิ่งจดทะเบียนกันครับ ชื่อคุณลู่ชิง"

อธิการบดีโจวย่อมจำสองชื่อนี้ได้แม่น เมื่อวานเพิ่งมีผู้ใหญ่โทรมาฝากฝังให้ช่วยเรื่องแต่งงาน

ลึกๆ เขายังรู้สึกตะขิดตะขวงใจที่เจียงจิ่นโจวใช้เส้นสาย แต่นึกไม่ถึงว่าจะโดนตบหน้าด้วยเงินก้อนโตขนาดนี้ สามแสนดอลลาร์! นี่มันเกินอำนาจการตัดสินใจของเขาไปแล้วว่าจะรับหรือไม่รับ

จบบทที่ บทที่ 571 สามแสนดอลลาร์

คัดลอกลิงก์แล้ว