- หน้าแรก
- ส่งด่วนข้ามเวลา เป็นเศรษฐีด้วยของต่างยุค
- บทที่ 471 ผู้มาเยือน
บทที่ 471 ผู้มาเยือน
บทที่ 471 ผู้มาเยือน
เจียงจิ่นโจวเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าทุกคน จู่ๆ ก็นึกถึงฉากตรวจพลสวนสนามของผู้นำประเทศขึ้นมาได้ เลยนึกครึ้มอยากแกล้งเล่น
เขายืดอกเชิดหน้า ตะโกนเสียงดังฟังชัด "สหายทั้งหลาย สวัสดี!"
คนกว่าห้าสิบคนอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบสนองด้วยสัญชาตญาณทหาร ตะโกนตอบพร้อมเพรียงกัน "สวัสดีครับท่านผู้บัญชาการ!"
เสียงดังกึกก้องกังวาน เป็นระเบียบพร้อมเพรียง เจียงจิ่นโจวที่เดิมทีแค่กะจะล้อเล่น กลับรู้สึกเลือดลมในกายสูบฉีดพลุ่งพล่าน ความรู้สึกที่ได้รับการตอบรับจากพลังมวลชนที่สามัคคีกันแบบนี้ทำให้เขาเคลิบเคลิ้มไปชั่วขณะ
แต่พอเห็นสายตาจริงจังของทุกคน เขาก็เริ่มเขิน "เอ่อ... ไม่ต้องเป็นทางการขนาดนั้นครับ ผมแค่ล้อเล่นนิดหน่อย ผ่อนคลายกันเถอะครับ"
ตอนแรกทุกคนเห็นบอสทำหน้าขรึมก็นึกว่าเป็นคนเจ้ายศเจ้าอย่างรับมือยาก แต่พอเห็นจุดหักมุมแบบนี้ ความกังวลในใจก็มลายหายไป ยังไงซะที่นี่ก็เงินเดือนสูง สวัสดิการดี ถ้าบอสไม่เรื่องมากจนเกินไป ใครบ้างจะอยากลาออก
แต่ถึงอย่างนั้น พวกเขาก็ยังคงรักษาวินัยแบบทหาร ไม่มีใครพูดแทรกขึ้นมาสักคำ
เจียงจิ่นโจวพยักหน้าในใจ เหยียนกั๋วชิ่งทำงานได้ยอดเยี่ยมจริงๆ ดูจากวินัยแล้ว เหนือกว่าคนทั่วไปแบบเทียบไม่ติด
เขากระแอมไอทีหนึ่ง "สวัสดีทุกคนครับ ผมชื่อเจียงจิ่นโจว เป็นบอสของพวกคุณ ผมก็เป็นคนแผ่นดินใหญ่เหมือนกับพวกคุณ วันนี้ที่มาก็เพื่อทำความรู้จักกัน ส่วนเรื่องงานมีพี่เหยียนกับอาหย่งดูแลอยู่แล้ว ผมคงไม่พูดอะไรมาก ผมแค่อยากฝากไว้ประโยคเดียว พวกคุณเคยเป็นทหารมาก่อน ผมหวังว่าต่อไปพวกคุณจะยังคงรักษาจิตวิญญาณของความสามัคคีและความกล้าหาญเอาไว้ วางใจเถอะครับ ทุกหยาดเหงื่อแรงกายที่พวกคุณทุ่มเท บริษัทจะจดจำไว้เสมอ ขอแค่ตั้งใจทำงาน บริษัทจะไม่ทำให้พวกคุณผิดหวังแน่นอน"
เหยียนกั๋วชิ่งนำปรบมือ จากนั้นเสียงปรบมือก็ดังสนั่นหวั่นไหว
ผ่านไปนาทีกว่าเสียงถึงเงียบลง เจียงจิ่นโจวรู้สึกดีจริงๆ มิน่าใครๆ ถึงอยากเป็นผู้นำ
เขาพูดต่อ "ขอบคุณทุกคนที่สนับสนุนครับ พูดเรื่องนามธรรมไปเยอะแล้ว มาดูของจริงที่จับต้องได้กันบ้าง อีกไม่กี่วันก็จะตรุษจีนแล้ว ผมขออวยพรล่วงหน้า ขอให้ทุกคนมีความสุขในวันปีใหม่ คิดสิ่งใดสมความปรารถนาครับ!"
พูดถึงตรงนี้เขาก็ยิ้ม "ดูสิ พูดเยอะอีกแล้ว ในใจพวกคุณคงกำลังด่าผมอยู่แน่ๆ งั้นไม่พูดแล้ว ประกาศข่าวสุดท้ายเลยละกัน ตรุษจีนปีนี้ ผมมีอั่งเปาให้ทุกคนคนละสามร้อยเหรียญ เลิกประชุมแล้วรับที่พี่เหยียนได้เลย เอาล่ะ วันนี้พอแค่นี้ เลิกแถว!"
ไม่รู้ใครเป็นคนนำ ห้าสิบกว่าคนตะโกนพร้อมกัน "ขอบคุณครับบอส!"
พวกเขาขอบคุณจากใจจริง มีข่าวลือแว่วมาว่าบอสจะแจกอั่งเปาปีใหม่ พวกเขากะกันว่าอย่างมากก็สิบยี่สิบเหรียญ ตอนอยู่แผ่นดินใหญ่อั่งเปาปีใหม่อย่างมากก็ไม่กี่เฟิน มากสุดก็หนึ่งเหมา
ใครจะคิดว่าบอสหนุ่มคนนี้จะใจป้ำขนาดนี้ เพิ่งมาทำงานไม่กี่วัน แจกอั่งเปาตั้งสามร้อยเหรียญ พวกเขารู้สึกซาบซึ้งใจเจียงจิ่นโจวอย่างแท้จริง
เมื่อจัดการธุระเสร็จ เจียงจิ่นโจวสั่งเหยียนกั๋วชิ่งและอาหย่ง "ช่วงวันหยุดเทศกาลพวกพี่จัดสรรกันเองนะ แต่ไม่ว่าจะยังไง เรื่องวินัยและการฝึกซ้อมห้ามหย่อนยาน ผมไม่อยากเสียเงินจ้างคนไร้ประโยชน์ ถึงเวลาเกิดเรื่องแล้วกลายเป็นพวกขี้ขลาดตาขาว"
อาหย่งตะเบ๊ะรับประกันเสียงดัง "บอสวางใจได้ ถ้าเกิดเรื่องแบบนั้นจริง ผมอาหย่งยอมให้ตัดหัวเลย"
เจียงจิ่นโจวโบกมือยิ้มๆ "ผมก็ไม่ได้เข้มงวดขนาดนั้น แค่อยากให้ทุกคนเตรียมพร้อมอยู่เสมอ งั้นพวกพี่จัดการกันไปนะ อ้อ เงินยังพอใช้ไหม?"
เหยียนกั๋วชิ่งตอบ "ยังมีเหลืออีกเยอะครับ บอสไม่ต้องห่วง"
"โอเค งั้นรอหลังปีใหม่ พอคนทำบัญชีมาทำงาน พี่ค่อยส่งมอบงานให้เขานะ ผมไปก่อนล่ะ" เจียงจิ่นโจวลา
พูดจบเขากับลู่ชิงก็นั่งรถ BMW จากไป
เหยียนกั๋วชิ่งตบไหล่อาหย่ง "อาหย่ง ต่อไปทางนี้ฝากแกด้วยนะ บอสดีกับเราขนาดนี้ เราต้องทำงานให้ดีที่สุด"
อาหย่งพยักหน้าหนักแน่น "พี่เหยียน วางใจเถอะ ผมไม่ทำให้บอสผิดหวังแน่นอน"
บนรถ BMW ลู่ชิงมองเจียงจิ่นโจวแล้วแซว "แหม บอสเจียงของเรา เดี๋ยวนี้วางมาดผู้นำได้เนียนเชียวนะ ดูเป็นงานเป็นการมาก"
เจียงจิ่นโจวยิ้ม "ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ พอไปวัดไปวาได้ อันดับสามของโลก"
"ปากคอเราะร้าย กลับไปแผ่นดินใหญ่ก็เพลาๆ หน่อยนะ อย่าให้ใครจับผิดเอาได้" ลู่ชิงหัวเราะ
"นั่นสิครับ! เทียบกันแล้ว ฮ่องกงอิสระกว่าแผ่นดินใหญ่เยอะเลย" เจียงจิ่นโจวถอนหายใจ
รถวิ่งไปได้สักพัก เจียงจิ่นโจวบอกคนขับ "อาคุน ไปตลาดหลักทรัพย์"
แล้วหันไปบอกลู่ชิง "ไหนๆ วันนี้ก็ว่าง แวะไปเยี่ยมพวกหยางเจียฉีที่ตลาดหลักทรัพย์หน่อย พรุ่งนี้พวกเขาก็จะหยุดกันแล้ว"
"เธอเป็นบอส เธอว่าไงก็ว่าตามนั้นจ้ะ" ลู่ชิงตามใจ
ทั้งสองคนหัวเราะออกมาพร้อมกัน
สิบนาทีต่อมา รถจอดสนิทที่หน้าตลาดหลักทรัพย์
เจียงจิ่นโจวและลู่ชิงเดินเข้าไปข้างใน ยังไม่ทันถึงห้องวีไอพี ก็รู้สึกว่ามีสายตาหลายคู่มองมาและซุบซิบชี้ชวน เจียงจิ่นโจวนึกว่าเป็นควันหลงจากเรื่องหุ้นปั่นเมื่อไม่กี่วันก่อน เลยไม่ได้ใส่ใจ
แต่พอเดินมาถึงหน้าห้องวีไอพี กลับเห็นชายร่างยักษ์ใส่สูทสองคนยืนเฝ้าประตูอยู่
หัวใจเจียงจิ่นโจวกระตุกวูบ สังหรณ์ใจว่าเกิดเรื่องแล้ว
เขาสบตากับลู่ชิง แล้วถอยหลังออกมาหนึ่งก้าว กระซิบเสียงเบา "พี่รีบไปโทรหาพี่หยางกับพี่เหยียน ให้พวกเขารีบมาที่นี่ ผมจะเข้าไปดูลาดเลาข้างใน ถ้าไม่มีอะไรก็ดีไป แต่ถ้ามีเรื่องจะได้มีคนช่วยทัน"
แม้ลู่ชิงจะมาจากอนาคตที่กฎหมายศักดิ์สิทธิ์ บ้านเมืองสงบสุข โจรขโมยแทบไม่มีให้เห็น
สองสามวันที่ผ่านมาในฮ่องกง นอกจากเรื่องไอ้หัวทองสามคนที่โดนเหยียนกั๋วชิ่งจัดการ นอกนั้นก็สงบสุขดี จนเธอเผลอคิดไปว่าฮ่องกงยุค 80 ก็เหมือนกับยุคปัจจุบัน
แต่พอเห็นชายฉกรรจ์สองคนนั้น เธอถึงนึกขึ้นได้ว่านี่คือยุค 80 ยุคที่มาเฟียฮ่องกงกำลังเฟื่องฟู ขนาดมหาเศรษฐียังเคยโดนแก๊งมาเฟียขู่กรรโชกทรัพย์ ดูท่าพวกเธอคงโดนหมายหัวเข้าแล้ว แม้จะไม่รู้รายละเอียด แต่เดาว่าคงเกี่ยวกับเรื่องหุ้นแน่ๆ
เธอนึกเสียใจที่ไม่น่าโลภมาก ใช้ความรู้อนาคตโกยเงินไปตั้งเยอะ น่าจะรีบกลับไปพร้อมเจียงจิ่นโจว ตอนนี้คงหนีไม่ทันแล้ว
เธอกระซิบตอบเจียงจิ่นโจว "จิ่นโจว หรือเราหนีกันก่อนดี มีถุงเฉียนคุนอยู่ พวกมันหาเราไม่เจอหรอก"
เจียงจิ่นโจวลังเลครู่หนึ่ง "พี่ชิง เราทิ้งหยางเจียฉีกับคนอื่นๆ ไม่ได้ บางทีเราอาจจะเดาผิดก็ได้ ผมขอเข้าไปดูก่อน พี่รีบไปโทรศัพท์เถอะ"
ลู่ชิงแย้ง "งั้นเธอไปกับฉัน โทรเสร็จค่อยเข้าไปพร้อมกัน"
เจียงจิ่นโจวยิ้มปลอบ "ไม่ร้ายแรงขนาดนั้นหรอกน่า อาจจะไม่เกี่ยวกับเราก็ได้ ผมจะเข้าไปดู พี่รอผมข้างนอก ถ้ามีเรื่องจริงๆ พี่ค่อยไปแจ้งตำรวจ"
ลู่ชิงคิดดูแล้วก็เห็นด้วย จึงหันหลังเดินจ้ำอ้าวไปหาตู้โทรศัพท์
เจียงจิ่นโจวสูดหายใจลึก เดินตรงเข้าไปหาชายร่างยักษ์สองคนนั้น
"พวกคุณเป็นใคร? มายืนเฝ้าอะไรตรงนี้?" เจียงจิ่นโจวถามเสียงเข้ม
หนึ่งในชายฉกรรจ์แสยะยิ้ม "แกเป็นใคร? ไม่มีธุระก็ไสหัวไป ตรงนี้ห้ามเข้า"
เจียงจิ่นโจวขมวดคิ้ว "ห้องวีไอพีนี้เป็นของผม คุณว่าผมเข้าได้ไหม?"
ชายคนนั้นกวาดตามองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า "แกคือเจียงจิ่นโจว?"
พอถามเสร็จ เขาก็ผลักประตูเข้าไปรายงาน สักพักก็ออกมาบอกเจียงจิ่นโจว "เข้าไปได้"
เจียงจิ่นโจวเดินเข้าไปในห้องวีไอพี เห็นหยางเจียฉีและพนักงานคนอื่นๆ หน้าซีดเผือดด้วยความหวาดกลัว
บนเก้าอี้กลางห้อง มีชายอายุประมาณสามสิบปีนั่งอยู่ ด้านหลังมีชายร่างยักษ์ยืนคุมเชิงอยู่อีกสองคน
"เกิดอะไรขึ้น?" เจียงจิ่นโจวถามหยางเจียฉีก่อน
หยางเจียฉีตอบเสียงสั่นเครือ "บอสคะ พวกเขาบอกว่าหุ้นที่เราซื้อขายไปก่อนหน้านี้มีปัญหา สั่งให้ฉันหยุดการซื้อขาย ฉันโทรหาบอสหลายสายแล้วแต่ไม่มีคนรับ"
เจียงจิ่นโจวคิดในใจว่า คงเพราะกินคำโตเกินไป จนไปแย่งเค้กของคนอื่น เจ้าของเค้กเลยตามมาทวงคืนถึงที่