- หน้าแรก
- ส่งด่วนข้ามเวลา เป็นเศรษฐีด้วยของต่างยุค
- บทที่ 301 ซื้อตัว
บทที่ 301 ซื้อตัว
บทที่ 301 ซื้อตัว
วันเวลาผ่านไปอย่างเรียบง่าย อากาศก็ร้อนขึ้นเรื่อยๆ ของเก่าภาพวาดพู่กันจีนที่พวกโค่วเหวินรับซื้อมาก็มีมากขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน
ถังเผิงบอกเจียงจิ่นโจวว่าเขาจ้างปัญญาชนลงชนบทสองคนด้วยค่าจ้างเดือนละสามสิบหยวน ให้ไปรับซื้อของแทนเขา
แถมหมอนี่ยังแหวกแนว ให้ลูกน้องสองคนนั้นไปรับซื้อตามหมู่บ้านใกล้เคียง ปรากฏว่าของที่ได้มาก็ไม่น้อยหน้าพวกโค่วเหวินเลย แถมราคายังถูกกว่าด้วย
เจ้านี่ถามวันละแปดรอบว่าเสื้อผ้ากับทีวีจะมาเมื่อไหร่ ฝันหวานว่าจะได้เป็นคนแรกที่ใส่ชุดสามชิ้นสุดเท่ออกไปอวดสาว
เจียงจิ่นโจวเองก็ไปร้านขายวัตถุโบราณอยู่หลายครั้ง เสิ่นเหยากับพี่หวังมองเขาด้วยสายตาเหมือนหมาป่าเห็นแกะ แทบจะกลืนกินเขาเข้าไปให้กลายเป็นทีวีเสียเดี๋ยวนี้ ตอนแรกเจียงจิ่นโจวยังบอกให้พวกเขารอก่อน รอก่อน แต่หลังๆ ก็ได้แต่วิ่งหนีออกมา
เขาเองก็ไม่รู้ว่าของเก่าพวกนั้นเป็นของจริงหรือเปล่า เลยจัดการส่งบางส่วนผ่านถุงเฉียนคุนไปให้พี่สาวลู่ดู ให้เธอช่วยหาคนดูให้
ลู่ชิงในปี 2017 เห็นของเก่าชิ้นเล็กชิ้นน้อยพวกนั้นแล้ว แทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง หลักๆ คือของพวกนี้ราคาถูกมาก เจียงจิ่นโจวติดราคาไว้ทุกชิ้น ชิ้นที่แพงสุดไม่เกินห้าสิบหยวน ถูกสุดแค่หยวนสองหยวน ลู่ชิงมองราคาบนป้ายแล้วคิดในใจว่า นี่มันของเก่าจริงเหรอ?
แต่เธอก็ดูไม่เป็น เธอเลยโทรหาอาจารย์เฉียนแห่งร้านเฉิงซิ่นเก๋อ
พอปลายสายรับโทรศัพท์ เสียงหัวเราะร่าเริงของอาจารย์เฉียนก็ดังมาก่อน "คุณลู่ครับ มีของดีมาอีกแล้วเหรอครับ?"
ลู่ชิงหัวเราะตอบ "อาจารย์เฉียน ไม่มีอะไรปิดบังคุณได้จริงๆ แต่ไม่ใช่ของดีอะไรหรอกค่ะ แค่ของชิ้นเล็กๆ น้อยๆ ฉันก็ไม่รู้ว่าจริงหรือปลอม จะมีค่าแค่ไหน"
อาจารย์เฉียนเข้าใจความหมายทันที "คุณลู่จะให้ผมช่วยดูให้ใช่ไหมครับ?"
ลู่ชิงพูดอย่างเกรงใจนิดๆ "อาจารย์เฉียน ฉันหมายความแบบนั้นแหละค่ะ ไม่ทราบว่าคุณพอมีเวลาไหม?"
แล้วก็รีบพูดต่อว่า "อาจารย์เฉียนวางใจได้เลยค่ะ ฉันรู้ธรรมเนียมพวกคุณดี ค่าเหนื่อยคุณบอกตัวเลขมาได้เลย"
อาจารย์เฉียนคิดสักพักแล้วพูดว่า "เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหาหรอกครับ แต่กลางวันผมไม่ว่าง เป็นตอนเย็นได้ไหมครับ?"
ลู่ชิง: "ได้แน่นอนค่ะ งั้นตอนเย็นฉันไปรับคุณที่เฉิงซิ่นเก๋อนะคะ เราไปทานข้าวกันก่อน แล้วคุณค่อยมาช่วยดูของที่บ้านฉัน"
อาจารย์เฉียน: "คุณลู่เกรงใจเกินไปแล้วครับ งั้นห้าโมงเย็นคุณมารับผมนะครับ"
ลู่ชิง: "อาจารย์เฉียนคะ เรื่องนี้คุณช่วยไม่บอกเถ้าแก่หลินก่อนได้ไหมคะ?"
อาจารย์เฉียน: "ผมเข้าใจ ผมเข้าใจ ตาแก่คนนี้ยังมีจรรยาบรรณวิชาชีพอยู่นะครับ วางใจได้เลย"
ทั้งสองวางสาย ลู่ชิงขนของเก่าทั้งหมดมาวางกองไว้บนพื้นห้องรับแขก ช่วยไม่ได้ เธอเองก็อยากวางบนโต๊ะ แต่ของมันเยอะเกินไป
ตอนบ่ายลู่ชิงไปถึงเฉิงซิ่นเก๋อก่อนเวลา เธอไม่ได้เข้าไป แต่จอดรถรอที่ลานจอดรถด้านนอกเมืองโบราณ เธอกลัวจะเจอหลินเฉิง ถ้าเจอกันคงจะกระอักกระอ่วนน่าดู
ห้าโมงสิบนาที อาจารย์เฉียนมาถึงลานจอดรถตรงเวลา ลู่ชิงรีบลงจากรถไปเปิดประตูให้เขา
"อาจารย์เฉียน ลำบากคุณแล้วนะคะ"
อาจารย์เฉียนยิ้มแล้วพูดว่า "คุณลู่ คุณนี่เกรงใจตลอดเลยนะ"
ลู่ชิงขึ้นรถ สตาร์ทรถไปพลางพูดไปพลาง "อาจารย์เฉียน ฉันขอปรึกษาอะไรหน่อยได้ไหมคะ?"
"ได้สิ! เรื่องอะไรลองว่ามา" อาจารย์เฉียนตอบรับอย่างตรงไปตรงมา
"อาจารย์เฉียน คุณช่วยเลิกเรียกฉันว่าคุณลู่ได้ไหมคะ ฉันก็แค่คนธรรมดา เอาเป็นว่าต่อไปฉันเรียกคุณว่าลุงเฉียน คุณเรียกฉันว่าเสี่ยวชิงดีไหมคะ?"
อาจารย์เฉียนหัวเราะฮ่าๆ "เธอนี่นะ เจ้าเล่ห์จริงๆ มีอะไรจะพูดต่ออีกไหม? พูดออกมาให้หมดเลยสิ"
ลู่ชิงโดนมองออกก็เขินนิดหน่อย แต่เธอก็พูดออกไปอย่างตรงไปตรงมาว่า "ลุงเฉียน ต่อไปฉันคงต้องรบกวนลุงบ่อยๆ รู้สึกเกรงใจน่ะค่ะ เอาเป็นว่าพวกเราทำสัญญาจ้างกันดีไหมคะ ถือว่าฉันจ้างลุง?"
อาจารย์เฉียนฟังแล้วก็หัวเราะ "เสี่ยวชิงเอ๊ย ทำไมเด็กคนนี้คิดมากจัง เราสองคนก็ถือว่าถูกชะตากัน ฉันอายุขนาดนี้แล้ว ไม่ได้ขัดสนเงินทองอะไร ต่อไปเธอมีของอะไรก็มาหาฉันได้เลย เธอเรียกฉันว่าลุงแล้ว ก็ถือว่าลุงช่วยหลานตัวเองก็แล้วกัน"
ลู่ชิงดีใจ รีบกล่าวขอบคุณ แต่ถึงอาจารย์เฉียนจะพูดแบบนั้น ค่าเหนื่อยก็ต้องให้เขาอยู่ดี นี่มันระดับผู้เชี่ยวชาญนะ จะให้เหมือนคนงานก่อสร้างได้ยังไง
ไม่นานก็ถึงบ้าน อาจารย์เฉียนยืนกรานว่าจะดูของก่อนค่อยไปกินข้าว ลู่ชิงจำต้องยอมตามใจ
พอลู่ชิงเปิดประตู อาจารย์เฉียนเห็นของเก่าวางเกลื่อนพื้น แทบจะร้องอุทานออกมา ตอนแรกเขาคิดว่าลู่ชิงคงมีแค่สามสี่ชิ้น ใช้เวลาแค่สิบกว่านาทีก็เสร็จ
แต่คิดไม่ถึงเลยว่าจะมีเยอะขนาดนี้ เขาไม่ทันได้นั่งด้วยซ้ำ รีบนั่งยองๆ ตรวจดูทีละชิ้นอย่างละเอียด เดี๋ยวพยักหน้า เดี๋ยวขมวดคิ้ว
ลู่ชิงยืนมองอย่างลุ้นระทึกอยู่ข้างๆ ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
ผ่านไปกว่าชั่วโมง อาจารย์เฉียนถึงลุกขึ้นยืน เอามือทุบหลังตัวเองเบาๆ
ลู่ชิงรีบประคองเขาไปนั่งที่โซฟา ส่งน้ำชาที่ชงไว้แล้วให้ถึงมือ
อาจารย์เฉียนจิบชาไปอึกหนึ่ง แล้วค่อยพูดว่า "เสี่ยวชิง เธอนี่ดวงดีจริงๆ ส่วนใหญ่ในนี้เป็นของแท้ แถมบางชิ้นยังมีราคามากด้วย แต่เธอวางของไว้กับพื้นแบบนี้ มันเป็นการทำลายของมีค่านะ!"
ลู่ชิงทั้งตกใจทั้งดีใจ พูดอย่างขัดเขินว่า "ลุงเฉียน ลุงก็รู้ว่าฉันไม่มีความรู้เรื่องนี้เลย ดวงดีถึงได้มา ไม่เคยคิดจะสะสม ก็เลยไม่รู้ว่าจะเก็บรักษายังไง"
"เธอนี่นะ จะให้ฉันพูดยังไงดี?" อาจารย์เฉียนทั้งโกรธทั้งอิจฉา
เด็กคนนี้ดวงดีเกินไปแล้ว ไม่รู้ไปเอาของดีพวกนี้มาจากไหน? แต่จรรยาบรรณวิชาชีพทำให้เขาไม่ได้ถามออกไป
แต่เขาก็ยังถามลู่ชิงว่า "เธอแน่ใจนะว่าจะขายของพวกนี้ทั้งหมด?"
"แน่นอนค่ะ ฉันไม่ใช่นักสะสม ฉันชอบกระเป๋าแบรนด์เนม เสื้อผ้าสวยๆ มากกว่า" ลู่ชิงตอบโดยไม่ลังเล
"แล้วเธอจะขายยังไง? ขายให้ใคร?" อาจารย์เฉียนถาม
"เอ่อ!" ลู่ชิงเกาหัว "ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน คนที่ฉันรู้จักนอกจากลุง ก็มีแค่เถ้าแก่หลินกับเฉินข่าย"
จู่ๆ เธอก็ปิ๊งไอเดีย ถามอาจารย์เฉียนว่า "ลุงเฉียน ลุงกับเถ้าแก่หลินมีความสัมพันธ์กันยังไงคะ?"
อาจารย์เฉียนยิ้มแล้วพูดว่า "จะเป็นอะไรได้ล่ะ? ก็ลูกจ้างกับนายจ้างนั่นแหละ ฉันทำงานให้เขา เขาจ่ายเงินเดือนให้ฉัน ฉันก็มีฝีมือแค่นี้แหละ ไม่งั้นคงหากินลำบาก"
ลู่ชิงถามต่อ "แล้วลุงเฉียน เถ้าแก่หลินให้เงินเดือนลุงเท่าไหร่คะ?"
อาจารย์เฉียนไม่ได้ปิดบัง "เถ้าแก่หลินก็ถือว่าใจป้ำ ให้เดือนละสามหมื่น แล้วฉันยังรับงานนอกได้อีกนิดหน่อย ได้ค่าดูของบ้าง"
ลู่ชิงลังเลนิดหน่อยก่อนจะพูดว่า "ลุงเฉียน ฉันมีข้อเสนอหนึ่ง ลุงลองพิจารณาดูหน่อยไหมคะ?"
อาจารย์เฉียนเหมือนจะรู้ว่าเธอจะพูดอะไร ยิ้มกริ่มแล้วพูดว่า "เธอมีแผนอะไรอีกล่ะ? อย่าบอกนะว่าจะมาซื้อตัวคนของเถ้าแก่หลิน?"
ไหนๆ ก็พูดเปิดอกแล้ว ลู่ชิงเลยไม่รู้สึกอึดอัด เธอพูดจริงจังว่า "ลุงเฉียน ในเมื่อลุงเดาออกแล้ว ฉันก็จะไม่ปิดบัง ลุงก็เห็นแล้วว่าฉันมีของเก่าเยอะขนาดนี้ บอกตามตรงนะคะ ฉันยังมีอีกเพียบ แต่ฉันดูไม่เป็น ไม่รู้ราคามันด้วย ฉันเลยอยากร่วมมือกับลุง เราสองคนเปิดร้านขายของเก่ากัน เงินลงทุนทั้งหมดเป็นของฉัน ลุงรับผิดชอบแค่การรับซื้อและการขาย เราแบ่งกำไรกันยี่สิบแปดสิบ ลุงว่าไงคะ?"
อาจารย์เฉียนแม้จะเดาได้ว่าลู่ชิงจะจ้างเขาทำงาน แต่ไม่คิดจริงๆ ว่าลู่ชิงจะชวนเขาเปิดร้านด้วยกัน แถมเขาไม่ต้องออกเงินสักแดงเดียวก็ได้หุ้นสองส่วน ส่วนแปดส่วนนั้น เขาไม่ได้คิด และไม่กล้าคิดด้วยซ้ำ แบบนั้นมันหน้าด้านเกินไปแล้ว