- หน้าแรก
- ส่งด่วนข้ามเวลา เป็นเศรษฐีด้วยของต่างยุค
- บทที่ 295 ในที่สุดก็ส่งออกไปได้แล้ว
บทที่ 295 ในที่สุดก็ส่งออกไปได้แล้ว
บทที่ 295 ในที่สุดก็ส่งออกไปได้แล้ว
หลังจากวางสายจากเจียงจิ่นโจว หวังต้าซานก็กระโดดตัวลอยจากเก้าอี้ด้วยความดีใจ ปล่อยให้พวกที่รอสมน้ำหน้าเขาไปลงนรกซะเถอะ! พวกคนเนรคุณใจแคบก็เหมือนกัน!
เขาหวังต้าซานหวังดีกับคนพวกนั้นแท้ๆ แต่ดูสิ่งที่ได้รับตอบแทนสิ?
คนเราเห็นแก่ตัวได้ แต่จะแล้งน้ำใจไม่ได้ ในเมื่อคนพวกนั้นไม่มีน้ำใจ เขาจะโง่เป็นคนดีต่อไปทำไม?
รอให้พวกนั้นซมซานมาขอร้องเขาก่อนแล้วค่อยว่ากัน เขาเป็นหัวหน้ากองพลก็จริง แต่ไม่ใช่พ่อแม่ของคนพวกนั้น เขาอยากช่วย แต่คนพวกนั้นก็ไม่ควรรับความช่วยเหลือแบบไม่เห็นหัวกันขนาดนี้สิ จริงไหม?
หวังต้าซานโทรหาหวังเจี้ยนจวินลูกชาย บอกให้รีบกลับบ้าน เห็ดขายออกหมดแล้ว
วางหูเสร็จ หวังต้าซานก็คว้าเสื้อคลุมพาดบ่า รีบร้อนเดินออกจากสำนักงาน สวนกับผู้อำนวยการคอมมูนที่หน้าประตูพอดี เขาจึงทักทายตามมารยาท "สวัสดีครับผู้อำนวยการ"
ผู้อำนวยการคอมมูนตบไหล่เขาเบาๆ สีหน้าบอกบุญไม่รับ "เหล่าหวัง ผมเป็นกำลังใจให้นะ"
หวังต้าซานยิ้มตอบ "ผู้อำนวยการไม่ต้องห่วงครับ ถ้าฤดูใบไม้ร่วงนี้ผมทำไม่สำเร็จ ผมจะลาออกเอง"
พูดจบเขาก็ยืดอกเดินออกจากที่ทำการคอมมูนอย่างผ่าเผย
พอออกมาเจอลมข้างนอก หวังต้าซานก็เริ่มได้สติ มัวแต่ดีใจลืมคิดไปเลยว่าจะขนเห็ดแห้งหลายพันชั่งไปปักกิ่งยังไง?
เขาคิดอยู่นาน ตัดสินใจว่าต้องไปสถานีรถไฟ เผื่อจะเจอหัวหน้ารถไฟคนที่เคยช่วยขนเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดคราวก่อน
เขาเกาหัวแกรกๆ หัวหน้ารถไฟคนนั้นชื่ออะไรนะ? ตอนนั้นอีกฝ่ายทิ้งโน้ตไว้ให้ด้วย ทำไมเขาลืมซะได้
คิดอยู่นาน ในที่สุดก็นึกออก หัวหน้ารถไฟชื่อซุนกั๋วต้ง แถมยังให้เบอร์โทรศัพท์ไว้ด้วย แต่น่าเสียดายที่เขาจำเบอร์ไม่ได้ คงต้องไปเสี่ยงดวงเอา
นั่งรถโดยสารประจำทางหนึ่งชั่วโมงมาถึงตัวอำเภอ ไปถามเจ้าหน้าที่ที่สถานีรถไฟ โชคดีจริงๆ รถไฟขบวนที่ซุนกั๋วต้งคุมจะมาจอดที่สถานีพรุ่งนี้ตอนสิบโมงเช้า
เจ้าหน้าที่สถานีบอกหวังต้าซานว่า ถ้าจะฝากของไปกับรถไฟ พรุ่งนี้เช้าต้องรีบขนของมารอแต่เนิ่นๆ
เมื่อได้ข้อมูลที่แน่นอน หวังต้าซานก็รีบตีรถกลับคอมมูนทันที
กว่าจะจัดการธุระเสร็จก็ปาเข้าไปบ่ายสองกว่า ไม่รู้ทำไมวันนี้ยังไม่ได้กินข้าวกลางวัน แต่เขากลับไม่รู้สึกหิวเลย
ถึงอย่างนั้นเขาก็แวะซื้อหมั่นโถวจากร้านอาหารรัฐวิสาหกิจมากินรองท้องสองลูก ยัดเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ จนหมดเกลี้ยง
จากนั้นก็ตรงดิ่งไปที่สถานีเครื่องจักรการเกษตร บารมีรองผู้อำนวยการคอมมูนยังใช้ได้ดี เขาจ่ายเงินสิบหยวนจ้างรถแทรกเตอร์สองคันให้ขับพาเขากลับไปที่กองพลธงแดงทันที
เขาคิดไว้แล้วว่าจะต้องขนเห็ดไปสถานีรถไฟในตัวอำเภอให้ทันภายในคืนนี้ ยิ่งเร็วยิ่งดี จะให้เสียงานของเจียงจิ่นโจวไม่ได้
รถแทรกเตอร์สองคันแล่นเข้ากองพลธงแดง เรียกความสนใจจากชาวบ้านให้มายืนมุงดู
แม้จะมีความขัดแย้งเรื่องเห็ดกับหวังต้าซานจนมองหน้ากันไม่ค่อยติด แต่ก็ยังมีคนหน้าหนาเข้ามาถามไถ่ว่าเกิดอะไรขึ้น
ยังไงซะหวังต้าซานก็ยังเป็นหัวหน้ากองพล ต้องรักษาหน้ากันไว้บ้าง
หวังต้าซานแกล้งโกหกว่า ฝากคนขายเห็ดแห้งไปแบบขาดทุน ยอมขายทิ้งถูกๆ ดีกว่าเน่าคาโกดัง อย่างน้อยก็ได้ทุนคืนบ้าง
ชาวบ้านต่างพากันส่ายหน้า แอบดีใจที่ตัวเองถอนตัวออกมาได้เร็ว
หวังเจี้ยนจวินลูกชาย และครอบครัวหลิวเจี่ยฟ่างลูกเขยรออยู่ที่บ้านแล้ว
คนเยอะปากแยะ หวังต้าซานไม่อธิบายอะไรมาก สั่งให้ทุกคนรีบช่วยกันขนของขึ้นรถ
พอรถแทรกเตอร์ควันดำโขมงบรรทุกกระสอบเห็ดจนเต็มคันรถ แล่นออกจากหมู่บ้านโดยมีหวังต้าซาน ลูกชาย และลูกเขยนั่งไปด้วย
ชาวบ้านก็เริ่มจับกลุ่มนินทา "พวกเอ็งว่าหัวหน้ากองพลหาช่องทางขายได้จริงเหรอ?"
"ข้าจะไปรู้เรอะ เมื่อกี้ทำไมเอ็งไม่ถามให้รู้เรื่องล่ะ?"
"ข้าไม่กล้าถามว่ะ พวกเราถือว่าไปล่วงเกินหัวหน้าแกแล้วหรือเปล่าวะ?"
"ล่วงเกินอะไรกัน ตอนนี้เหมาจ่ายใครมันแล้ว ก็ต่างคนต่างอยู่สิ อีกอย่างหัวหน้าแกไม่ใช่คนคิดเล็กคิดน้อยแบบนั้นหรอก"
แต่ก็มีคนอย่างหวังเสวียเลี่ยงที่พูดจาถากถาง "เป็นข้าราชการก็ต้องรับใช้ประชาชน แกเป็นตัวตั้งตัวตี ถ้าเจ๊งก็ต้องรับผิดชอบ จะมาโทษพวกเราได้ไง"
หวังลู่จูโกรธจนหน้าแดง จะพุ่งเข้าไปเอาเรื่องคนพวกนั้น แต่แม่ของเธอ หลิวอ้ายอวิ๋น ดึงตัวไว้แน่น
ระหว่างทางไปตัวอำเภอ หวังเจี้ยนจวินหาจังหวะถามพ่อ "พ่อ ตกลงมันยังไงกันแน่? เราจะขนเห็ดพวกนี้ไปไหนครับ?"
หลิวเจี่ยฟ่างก็เงี่ยหูรอฟังคำตอบ
หวังต้าซานยิ้มกว้าง "ไปสถานีรถไฟ แล้วส่งไปปักกิ่ง จิ่นโจวหาที่รับซื้อให้แล้ว ขายหมดเกลี้ยง"
เขาเหลือบมองคนขับรถแทรกเตอร์ เสียงเครื่องยนต์ดังสนั่น คนขับคงไม่ได้ยินที่พวกเขาคุยกัน
หวังต้าซานจึงพูดต่อ "จิ่นโจวบอกว่าขายได้ชั่งละ 2 เหมา 5 เฟิน พ่อลองคำนวณดูแล้ว หักค่าขนส่งแล้วก็ยังได้กำไรมากกว่าขายแถวนี้เป็นเท่าตัว"
"เยี่ยมไปเลย! ทีนี้พวกคนในหมู่บ้านได้เสียใจจนไส้เขียวแน่" หลิวเจี่ยฟ่างถอนหายใจอย่างโล่งอก
ช่วงที่ผ่านมา พ่อแม่เขาก็บ่นไม่หยุดเรื่องที่เขาดันทุรังทำตามหวังต้าซาน เอาเงินเก็บที่บ้านไปลงขันด้วย ทำให้เขาเครียดทุกวัน
คราวนี้ล่ะ นอกจากจะขายออกหมด ยังขายได้ราคาดีอีกต่างหาก
เขาถามหวังต้าซาน "พ่อ แล้วเรายังจะปลูกต่อไหมครับ?"
หวังต้าซานตอบ "จิ่นโจวบอกว่าหน้าร้อนไม่ต้องปลูก ให้รอหน้าหนาวค่อยทำใหม่ ถึงตอนนั้นมีเท่าไหร่เขารับหมด อีกอย่างข้าวโพดก็ต้องลงแปลงแล้ว สมุนไพรก็ต้องปลูก งานล้นมือทำไม่ทันหรอก"
หวังเจี้ยนจวินและหลิวเจี่ยฟ่างพยักหน้าเห็นด้วย
มาถึงสถานีรถไฟก็มืดแล้ว หวังต้าซานไปติดต่อเจ้าหน้าที่สถานี เล่าสถานการณ์ให้ฟัง และขออนุญาตขนเห็ดไปวางรอที่ชานชาลาล่วงหน้า
เจ้าหน้าที่พอรู้ว่าเขารู้จักกับหัวหน้ารถไฟซุนกั๋วต้งก็อนุญาต แต่พอเห็นรถแทรกเตอร์สองคันบรรทุกกระสอบมาเต็มเอี๊ยด ก็ทำหน้าไม่ถูก
เขาเตือนหวังต้าซานด้วยความหวังดี "สหาย ของเยอะขนาดนี้ ขบวนของซุนกั๋วต้งเป็นรถโดยสารนะ จอดแค่สองนาที จะขนขึ้นทันได้ยังไง? อีกอย่างรถโดยสารเขาไม่ให้ขนของเยอะขนาดนี้หรอก"
"หา?" หวังต้าซานเหมือนโดนน้ำเย็นราดรดหัว ความดีใจเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เขายืนขมวดคิ้วคิดไม่ตก หวังเจี้ยนจวินกับหลิวเจี่ยฟ่างก็เข้ามามุงด้วยสีหน้าเป็นกังวล
เจ้าหน้าที่สถานีสนิทกับซุนกั๋วต้ง จึงแนะนำว่า "จริงๆ ของเยอะขนาดนี้ ส่งไปกับรถขนสินค้าก็ได้นะ ไปถึงปักกิ่งเหมือนกัน"
หวังต้าซานตาเป็นประกาย รีบถาม "สหาย ได้จริงเหรอครับ? นี่เป็นของที่คนในครอบครัวผมลงแรงปลูกกันมา จะส่งไปให้โรงอาหารมหาวิทยาลัยปักกิ่งให้นักศึกษาเขากินกันน่ะครับ"
เจ้าหน้าที่ได้ยินดังนั้นก็ยิ้ม "ของอะไรล่ะครับเนี่ย?"
หวังต้าซาน "เห็ดแห้งครับ แถวบ้านเราขายไม่ได้ราคา พอดีมีคนรู้จักที่ปักกิ่ง เลยจะส่งไปขายที่นั่น"
"อ๋อ งั้นรอเดี๋ยวนะ ผมไปเช็กที่ห้องเวรให้ว่าวันนี้มีรถสินค้าไปปักกิ่งไหม" เจ้าหน้าที่คนนี้ใจดีและกระตือรือร้น
หวังต้าซานขอบคุณยกใหญ่ รีบยื่นบุหรี่ให้เจ้าหน้าที่ด้วยความนอบน้อม
เจ้าหน้าที่หายไปประมาณสิบนาที กลับมาบอกข่าวดี "โชคดีมาก อีกครึ่งชั่วโมงจะมีรถไฟขนไม้ซุงไปปักกิ่ง พอดีมีตู้ว่างเหลือที่อยู่ พวกคุณรีบขนของไปใส่ได้เลย"
แล้วเขาก็เสริมว่า "แต่ว่า... ต้องมีค่าใช้จ่ายนิดหน่อยนะ"
"ไม่มีปัญหาครับ เท่าไหร่ครับ?" หวังต้าซานตอบรับทันที
สำหรับเขาถือเป็นเรื่องปกติ จะให้คนอื่นช่วยฟรีๆ ได้ยังไง
"ของเยอะขนาดนี้ แต่เห็นแก่หน้าซุนกั๋วต้ง คิดแค่สามสิบหยวนแล้วกัน แต่บอกก่อนนะว่าไม่มีใบเสร็จให้"
เจ้าหน้าที่พูดพลางส่งสายตาให้หวังต้าซาน
หวังต้าซานเข้าใจทันทีว่านี่คือเงินกินเปล่า แต่เขาไม่สน เขาไม่ได้จะเอาไปเบิกใครอยู่แล้ว ขอแค่ของถึงปักกิ่งก็พอ อีกอย่างมีชื่อซุนกั๋วต้งค้ำประกันอยู่ ไม่น่าจะโดนหลอก
ตกลงกันได้แบบวิน-วิน หวังต้าซานควักเงินสามสิบหยวนจ่ายไป แล้วช่วยกันขนกระสอบขึ้นรถไฟตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่
เจ้าหน้าที่บอกว่ารถไฟจะถึงปักกิ่งในอีกสามวัน ให้แจ้งคนทางนู้นไปรอรับของด้วย
พอหวังต้าซานทั้งสามเดินออกจากสถานีรถไฟ ก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ในที่สุดก็ส่งของออกไปได้สักที เหนื่อยยากจริงๆ
หวังต้าซานบอกลูกชายกับลูกเขย "พวกเราไปหาอะไรกินกันก่อน แล้วพ่อจะไปส่งโทรเลขหาจิ่นโจว"