- หน้าแรก
- ส่งด่วนข้ามเวลา เป็นเศรษฐีด้วยของต่างยุค
- บทที่ 221 วันตรุษจีนปีถัดมา
บทที่ 221 วันตรุษจีนปีถัดมา
บทที่ 221 วันตรุษจีนปีถัดมา
ไอ้สามจอมเขมือบกวาดเกี๊ยวจนเกลี้ยงจาน ขนาดนั้นแล้วถังเผิงยังบ่นว่าไม่อิ่ม
เล่นเอาเจียงจิ่นโจวโมโหจนควันออกหู กว่าจะทั้งผลักทั้งดันส่งแขกสามคนนี้กลับไปได้ก็แทบแย่
พอในห้องเงียบลง โลกก็กลับมาสงบสุขอีกครั้ง
มองดูชามและกะละมังที่เกลี้ยงเกลายิ่งกว่าหมาเลีย เจียงจิ่นโจวอยากจะร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตา เขาเริ่มสงสัยแล้วว่าถังเผิงตั้งใจมาฝากท้องมื้อเที่ยงบ้านเขาชัดๆ
ถ้ารู้ก่อนเขาคงซ่อนเกี๊ยวไว้แล้ว เจียงจิ่นโจวแย่งกินทันไม่กี่ลูก ตอนนี้ท้องยังร้องจ๊อกๆ
เขาทำได้แค่เอาน้ำต้มเกี๊ยวมาต้มบะหมี่หนึ่งชาม เอาเศษกับข้าวสองอย่างที่เหลือในตู้มาอุ่น ราดน้ำแกงใส่บะหมี่แล้วโซยเข้าปากอย่างตะกละตะกลาม
มื้อเที่ยงวันสิ้นปีผ่านไปแบบขอไปที เจียงจิ่นโจวรู้สึกผิดต่อตัวเองชะมัด ทั้งหมดเป็นความผิดของถังเผิงคนเดียว ช่างเถอะ เดี๋ยวตอนเย็นค่อยทำกับข้าวดีๆ ปลอบใจตัวเองก็แล้วกัน
...
ทางด้านบ้านตระกูลเจียงกำลังกินมื้อเที่ยง ปีนี้บรรยากาศบ้านเจียงกลับไปเหมือนเมื่อหลายปีก่อน เจียงจิ่นหงหย่าผัว เจียงจิ่นฝานหย่าเมีย ทั้งคู่กลับมาเป็นโสด
ครึ่งปีมานี้ บ้านเขาขายขี้หน้าจนแทบแทรกแผ่นดินหนี ข่าวลือแย่ๆ เพิ่งจะซาลงไปเมื่อไม่นานมานี้เอง
เจียงจิ่นฝานเริ่มฟื้นตัวจากอาการซึมเศร้า แต่ก็กลายเป็นคนเงียบขรึมพูดน้อย
หลัวซิ่ววานแม่สื่อให้หาคู่ใหม่ให้เจียงจิ่นฝาน แต่น่าเสียดายที่ฝ่ายหญิงต่างรังเกียจชื่อเสียงเน่าเฟะของบ้านนี้ ไม่มีใครยอมแต่งเข้ามา
หลัวซิ่วลดสเปกลงเรื่อยๆ สุดท้ายถึงขนาดประกาศว่า ต่อให้เป็นแม่ม่ายผัวทิ้งหรือแม่ม่ายผัวตายก็รับได้
วันนี้คนในครอบครัวนั่งล้อมวงกินข้าวพร้อมหน้า เดิมทีควรเป็นวันมงคล แต่ทุกคนกลับหน้าตาอมทุกข์
โดยเฉพาะเจียงจิ่นหงกินอะไรไม่ลง ในใจเธออัดอั้นตันใจ ตั้งแต่หย่าขาด เธอก็โดนคนนินทาลับหลัง เดินไปไหนก็เชิดหน้าไม่ขึ้น ทำงานที่สหกรณ์ก็ลำบาก จะหาแฟนใหม่ก็หาไม่ได้ คนที่แม่สื่อแนะนำมามีแต่พวกเหลือเดน
เจียงจิ่นฝานก้มหน้าก้มตากินข้าว ไร้ซึ่งชีวิตชีวาเหมือนเมื่อก่อน
หลัวซิ่วมองลูกสองคนแล้วทั้งร้อนใจทั้งโมโห อดบ่นไม่ได้
"ดูทำหน้าเข้าสิ ก็แค่หย่าไม่ใช่เหรอ? ช่วงนี้พวกปากหอยปากปูก็เงียบไปแล้ว เดี๋ยวพ้นปีใหม่ไป คนนึงแต่งเมีย คนนึงแต่งผัว ชีวิตดีๆ ก็กลับมาแล้วไม่ใช่หรือไง?"
เจียงวั่นเหนียนขมวดคิ้ว วางตะเกียบลงกระแทกโต๊ะ "พอได้แล้ว วันๆ เอาแต่พูดเรื่องไม่เป็นมงคล"
แล้วหันไปมองเจียงจิ่นหลานที่หลบมุมกินข้าวอยู่อย่างเอร็ดอร่อย
ตวาดเสียงดุ "นังหลาน นี่ก็ครึ่งปีแล้ว แกยังหาพี่สามแกไม่เจออีกเหรอ?"
เจียงจิ่นหลานสะดุ้งโหยงเพราะเสียงตวาด กระดูกไก่ในปากหลุดลงไปติดคอ "แค่ก... แค่กๆๆ..."
หน้าเธอแดงก่ำ น้ำตาไหลพราก มือทุบหน้าอกตัวเองไม่หยุด
หลัวซิ่วรีบลุกขึ้นไปตบหลังลูกสาวอย่างแรง ร้องบอก "รีบกินน้ำตามลงไป เร็ว!"
เจียงจิ่นหลานพยายามกลืนกระดูกไก่ลงไปจนได้ กว่าจะหายใจได้ทั่วท้องก็ผ่านไปพักใหญ่ เธอพูดเสียงเครือ "พ่อ... ฉันตามหาพี่สามตลอดนะ ไปดูตามโรงงานทุกที่แล้วก็ไม่เจอเลย"
เธอชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนจะพูดเสียงอ่อยอย่างร้อนตัว "บางที... บางทีวันนั้นฉันอาจจะตาฝาด จำคนผิดก็ได้"
เจียงวั่นเหนียนแค่นเสียงฮึ "แกมันไม่ได้เรื่อง เรื่องแค่นี้ก็ทำไม่สำเร็จ ไม่รู้จะเลี้ยงแกไว้ทำไม?"
และแล้ว มื้ออาหารรวมญาติก็จบลงด้วยความบาดหมาง
...
เจียงจิ่นโจวนอนกลางวันตื่นขึ้นมาฟ้าก็มืดแล้ว เสียงประทัดข้างนอกดังถี่ขึ้น
เขาเริ่มเตรียมมื้อค่ำวันสิ้นปี ยังคงกฎเดิม กับข้าว 6 อย่าง ไก่ทอดกรอบ ปลาน้ำแดง ไส้กรอกรมควัน พริกหยวกผัดเนื้อ ยำมะเขือเทศและยำแตงกวาใส่ถั่วลิสง
จากนั้นก็เปิดเหล้าเหมาไถ รินดื่มคนเดียว เวลาผ่านไปเร็วเหลือเกิน เวลาผ่านมาเกือบสองปีแล้ว
อีกปีครึ่งก็จะเรียนจบ อนาคตจะเดินไปทางไหนเขายังไม่ได้คิด
แต่เขาเชื่อว่ามีถุงเฉียนคุนและมีพี่สาวลู่ชิง ชีวิตเขาต้องมีสีสันแน่นอน
ดื่มไปได้ไม่กี่แก้ว เจียงจิ่นโจวก็ตบหน้าผากตัวเอง โดนถังเผิงป่วนจนลืมไปเลยว่าพี่สาวลู่ชิงซื้อทีวีมาให้ ยังไม่ได้ติดตั้งเลย
คิดไปคิดมา ไม่ติดตั้งก็ดีเหมือนกัน ทำตัวโลว์โปรไฟล์ ไว้ดีกว่า หลังเทศกาลโคมไฟก็ต้องเปิดเทอมแล้ว
คืนนี้ ประชาชนทั่วประเทศต่างดื่มด่ำกับบรรยากาศเฉลิมฉลองปีใหม่
แต่ก็มีคนจำนวนมากเฝ้ารอข่าวสำคัญ... กองทัพของเราจะเปิดฉากโจมตีเวียดนามหรือไม่
แต่น่าเสียดายที่ต้องผิดหวัง วันตรุษจีนมาถึงตามกำหนดการ แต่แนวหน้ากลับไม่มีข่าวคราวใดๆ
ทำให้หลายคนผิดหวัง จนเกิดข่าวลือระลอกใหม่ว่า กองทัพจะสั่งสอนพวกเวียดนามหลังวันเทศกาลโคมไฟแน่นอน
เจียงจิ่นโจวตื่นแต่เช้า จุดประทัดรับวันใหม่ และแจกขนมให้เด็กๆ ในตรอกที่มาวิ่งเล่น
จากนั้นแต่งตัวหล่อ หิ้วเหล้าสองขวดกับกล่องขนม ปั่นจักรยานมุ่งหน้าไปยังบ้านพักพนักงานโรงงานทอขนสัตว์
เห็นลู่ชิงยืนกระทืบเท้าแก้หนาว ชะเง้อมองมาที่ปากทางเข้าอยู่แต่ไกล
พอลู่ชิงเห็นเจียงจิ่นโจวปั่นจักรยานเข้ามาใกล้ ก็โบกมือให้อย่างดีใจ
เจียงจิ่นโจวลงจากรถ ยิ้มทัก "มารอผมเหรอเนี่ย? ยัยบ๊องเอ๊ย หนาวจะตาย"
ลู่ชิงพูดอย่างขัดเขิน "แหม ได้ทีเอาใหญ่นะ ถ้ารู้ว่าปากดีแบบนี้ไม่มารอหรอก"
เจียงจิ่นโจวยิ้ม เข็นจักรยานเดินเข้าไปในเขตบ้านพักพร้อมลู่ชิง
ลู่ชิงเห็นเหล้ากับขนมในมือเจียงจิ่นโจว ก็บ่นอุบ "แม่ฉันบอกแล้วไงว่าห้ามซื้อของเปลืองเงินมา คุณนี่ไม่ฟังกันเลย"
เจียงจิ่นโจวแย้ง "วันนี้วันมงคล จะให้มามือเปล่าได้ไง เดี๋ยวคนเขาจะหาว่าผมไม่มีมารยาท"
"ข้ออ้างเยอะจริงนะคุณ" ลู่ชิงค้อนใส่
ระหว่างเดินขึ้นตึก สวนกับเพื่อนบ้านหลายคนที่กำลังจะออกไปข้างนอก
เจียงจิ่นโจวแว่วเสียงกระซิบกระซาบว่า "ว่าที่ลูกเขยใหม่" บ้างล่ะ "แฟนลู่ชิง" บ้างล่ะ
ลู่ชิงต้องได้ยินแน่ๆ ไม่รู้ว่าเพราะหนาวหรือเพราะอาย แก้มเธอแดงระเรื่อ และดูเหมือนจะแดงขึ้นเรื่อยๆ
เจียงจิ่นโจวแอบขำในใจ กว่าจะฝ่าด่านมาถึงหน้าประตูบ้านลู่ชิงได้
พอเข้าบ้านมาได้ เจียงจิ่นโจวสังเกตเห็นลู่ชิงแอบถอนหายใจอย่างโล่งอก
แล้วเธอก็ตะโกนเรียก "พ่อคะ แม่คะ จิ่นโจวมาแล้ว"
ลู่หย่งฮุยและจ้าวมิ่นหัวรออยู่นานแล้ว พอเห็นเจียงจิ่นโจวก็ยิ้มแก้มปริ รีบเดินออกมาต้อนรับ
เจียงจิ่นโจวรีบสาวเท้าเข้าไปทักทาย "คุณอา สวัสดีปีใหม่ครับ"
"ดีๆๆ สวัสดีปีใหม่จ้ะ!" ลู่หย่งฮุยและจ้าวมิ่นหัวยิ้มจนตาหยี
โดยเฉพาะจ้าวมิ่นหัว จับมือเจียงจิ่นโจวไม่ปล่อย "พ่อคุณเอ๊ย จะเกรงใจอะไรนักหนา ชวนมาฉลองปีใหม่ที่บ้านก็ไม่ยอมมา"
ลู่ชิงชูเหล้าและขนมในมือขึ้น "พ่อ ดูสิ จิ่นโจวซื้อเหมาไถมาให้พ่ออีกแล้ว"
จ้าวมิ่นหัวตีแขนเจียงจิ่นโจวเบาๆ "เด็กคนนี้หนิ ใช้เงินเปลืองอีกแล้ว"
ปากบ่นแต่หน้าบานด้วยความปลื้มใจ
ลู่หย่งฮุยยิ้มร่า "จิ่นโจวมีน้ำใจจริงๆ แต่วันหลังไม่ต้องซื้อเหล้าแพงๆ แบบนี้มาแล้วนะ?"
เจียงจิ่นโจวยิ้มตอบ "คุณอาครับ นานทีปีหน ช่วงเทศกาลนี่ครับ"
ตอนนั้นเอง ลู่เฟิงกับฟางอวี่ก็อุ้มลูกเดินออกมาจากห้องนอน ทักทายเจียงจิ่นโจวอย่างเป็นกันเอง
เจียงจิ่นโจวรีบลุกขึ้น "พี่ใหญ่ พี่สะใภ้ สวัสดีปีใหม่ครับ"
แล้วล้วงซองแดงออกมาจากกระเป๋า ยัดใส่มือหลานตัวน้อยในอ้อมกอดฟางอวี่
ทำเอาลู่เฟิงกับภรรยาเกรงใจแย่ นึกไม่ถึงว่าเจียงจิ่นโจวจะรอบคอบเตรียมการมาดีขนาดนี้
จ้าวมิ่นหัวยิ้มบอก "จิ่นโจว คุยกับอากับพี่เขาไปก่อนนะ เดี๋ยวอาไปผัดกับข้าวแป๊บเดียว"