เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 101 ผมว่าเหมาะกับพวกคุณมากกว่า

บทที่ 101 ผมว่าเหมาะกับพวกคุณมากกว่า

บทที่ 101 ผมว่าเหมาะกับพวกคุณมากกว่า


เจียงจิ่นโจวลงจากรถเมล์ด้วยอารมณ์เบิกบาน เขารู้สึกว่าแม้แต่ลมหนาวก็ยังดูอ่อนโยนลงไปมาก

เขาเดินก้าวย่างอย่างคล่องแคล่วเข้าไปในบ้านพักสวัสดิการโรงงานเครื่องจักร ผู้คนในบ้านพักเลิกงานกลับมากันหมดแล้ว มีคนเดินเข้าออกเป็นระยะ

คนที่รู้จักเจียงจิ่นโจวก็ทักทายเขา เขาก็ตอบรับทุกคน

ขณะกำลังจะเดินขึ้นตึก ก็เดินสวนกับชายหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังลงมา

ทั้งสองชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตะโกนขึ้นพร้อมกัน

"เจียงจิ่นโจว!"

"เอ้อร์เป่า!"

คนที่ชื่อเอ้อร์เป่าคือลูกชายคนรองของน้าเฉียนที่อยู่ห้องตรงข้ามบ้านเจียงจิ่นโจว ชื่อเล่นเอ้อร์เป่า ชื่อจริงเฝิงเว่ยกั๋ว แก่กว่าเจียงจิ่นโจวหนึ่งปี ลงชนบทก่อนหน้าเจียงจิ่นโจวหนึ่งปี เพียงแต่เขาไปทางใต้

เมื่อก่อนตอนอยู่บ้านเฝิงเว่ยกั๋วตัวขาวอ้วนท้วน แต่ตอนนี้ทั้งดำทั้งผอม ใบหน้ามีริ้วรอยแห่งความลำบากตรากตรำ

เจียงจิ่นโจวถามด้วยความแปลกใจ "เอ้อร์เป่า นายกลับมาเมื่อไหร่เนี่ย? เปลี่ยนไปเยอะมากเลย"

เฝิงเว่ยกั๋วฉีกยิ้มกว้างเผยให้เห็นฟันขาว "กลับมาได้ไม่นานหรอก ทำงานอยู่ที่ทางใต้นั่น ตากแดดตากลม จะไม่ให้เปลี่ยนได้ไง"

ทั้งสองยืนคุยกันตรงบันได

เฝิงเว่ยกั๋วถามเจียงจิ่นโจว "จิ่นโจว เมื่อวานแม่ฉันกลับมาเล่าให้ฟัง นายเดี๋ยวนี้แข็งกร้าวขึ้นนะ เมื่อก่อนนายไม่ได้เป็นแบบนี้นี่นา?"

เจียงจิ่นโจวยิ้มตอบ "คนเรามันก็ต้องเปลี่ยนกันบ้างไม่ใช่เหรอ? จะให้เป็นไอ้โง่ตลอดไปได้ยังไง? นายเองก็เปลี่ยนไปเหมือนกันนี่ เป็นไง? จะกลับไปอีกไหม?"

เฝิงเว่ยกั๋วตบไหล่เจียงจิ่นโจว "คิดได้แบบนี้ก็ดีแล้ว นายคิดได้ด้วยตัวเองดีที่สุดแล้ว"

แล้วพูดต่อ "ไม่ไปแล้ว ช่วงนี้แม่กำลังหางานให้ ถ้าหาไม่ได้จริงๆ พ่อฉันก็จะเกษียณก่อนกำหนดให้ฉันสวมตำแหน่งแทน"

เจียงจิ่นโจวส่งสายตาอิจฉา "ดีจัง ถือว่าพ้นทุกข์แล้ว น้าเฉียนรักนายจริงๆ"

เฝิงเว่ยกั๋วฉีกยิ้มตอบ "ใช่ หลายปีมานี้ฉันก็เสียสละเพื่อที่บ้านมาเยอะ ทางใต้อากาศดีก็จริงแต่งานหนัก อาหารการกินก็ไม่ชิน สู้ที่บ้านไม่ได้หรอก"

เจียงจิ่นโจวแซว "ตอนนี้คิดได้แล้ว แล้วตอนนั้นจะกระตือรือร้นไปทำไม?"

เฝิงเว่ยกั๋วเกาหัว "จะว่ายังไงดีล่ะ ฉันจะให้น้องสาวไปได้ยังไง ฉันเป็นลูกผู้ชาย ลำบากหน่อยไม่เป็นไรหรอก"

เฝิงเว่ยกั๋วถามเจียงจิ่นโจวกลับ "จิ่นโจว แล้วนายล่ะ? วางแผนยังไงต่อ?"

เจียงจิ่นโจวบอกเรื่องสอบติดมหาวิทยาลัยไม่ได้ เลยตอบเลี่ยงๆ ไปว่า "ยังไม่ได้คิดเลย รอดูกันไปก่อน"

เฝิงเว่ยกั๋วรู้สถานการณ์บ้านเจียงจิ่นโจวดี ถอนหายใจแล้วพูดว่า "นายรู้ตัวเองดีที่สุดก็พอ"

ตอนนั้นเอง น้าเฉียนก็ตะโกนลงมาจากข้างบน "เอ้อร์เป่า บอกให้ไปซื้อน้ำส้มสายชู มัวคุยกับใครอยู่ข้างล่างน่ะ เดี๋ยวสหกรณ์ก็ปิดก่อนหรอก"

เฝิงเว่ยกั๋วขานรับ "รู้แล้วครับ"

แล้วหันมาบอกเจียงจิ่นโจว "จิ่นโจว งั้นฉันไปก่อนนะ ว่างๆ ค่อยคุยกัน"

เจียงจิ่นโจวพยักหน้า มองแผ่นหลังของเฝิงเว่ยกั๋วที่เดินจากไป ในใจนึกทอดถอนใจว่ากาลเวลาทำให้ทุกคนเติบโตขึ้นมาก แต่เอ้อร์เป่าโชคดีกว่าเขา อย่างน้อยคนทั้งบ้านก็รักใคร่เอ็นดู

ถ้าเป็นเมื่อก่อนเจียงจิ่นโจวคงอิจฉามาก แต่ตอนนี้เขารู้สึกว่าตัวเองที่เป็นแบบนี้ก็ไม่เลว เขาไม่ขาดแคลนอะไร ต่อไปแค่ใช้ชีวิตของตัวเองให้ดีก็พอ พวกเขาทำร้ายเขาก่อน ก็อย่าโทษถ้าเขาจะเอาคืนบ้าง

เขาเดินขึ้นตึก ผลักประตูเข้าบ้าน พบว่าคนในครอบครัวอยู่กันครบหน้า แม้แต่พี่สาวคนรองเจียงจิ่นหงก็ยังไม่กลับบ้านสามี

เห็นชัดว่าพวกเขาเพิ่งกินข้าวเสร็จ แสดงว่าไม่คิดจะรอเขากินข้าวด้วยเลย

พอทุกคนเห็นเจียงจิ่นโจวในชุดใหม่ ก็ชะงักไป

โบราณว่าไก่งามเพราะขนคนงามเพราะแต่ง เจียงจิ่นโจวตัดผมโกนหนวด ใส่ชุดจงซานดูทะมัดทะแมง เหมือนเปลี่ยนไปเป็นคนละคน

สีหน้าของทุกคนดูซับซ้อน โดยเฉพาะหลัวซิ่วที่ทั้งเสียดายทั้งโกรธแค้น สายตาเหมือนอาบยาพิษ นั่นมันเงินตั้งร้อยหยวนเชียวนะ! ถูกไอ้ตัวล้างผลาญนี่เอาไปใช้จนหมด มันคู่ควรเหรอ

เจียงวั่นเหนียนทำหน้าไม่ถูก ฝืนยิ้มถาม "จิ่นโจว กินข้าวหรือยัง? พวกเราไม่รู้ว่าแกจะกลับมาเมื่อไหร่ ถ้ายังไม่กินเดี๋ยวให้แม่ไปต้มบะหมี่ให้"

"ดีครับ ผมไม่ได้กินบะหมี่มาหลายปีแล้วเหมือนกัน ขอไข่ดาวน้ำสองฟองด้วยนะ"

เจียงจิ่นโจวตอบรับอย่างไม่เกรงใจ

ในเมื่อเจียงวั่นเหนียนอยากเล่นละคร เขาก็จะเล่นตามน้ำให้ถึงที่สุด

คนอื่นสูดปากด้วยความตกใจ เจ้าสามนี่มันบ้าไปแล้วจริงๆ ถึงกล้าพูดแบบนี้ แถมยังจะเอาไข่ดาวน้ำสองฟอง ใครให้ความกล้ามันมา

หลัวซิ่วทนไม่ไหวเป็นคนแรก เธอไม่พูดเรื่องไข่ แต่ยื่นมือไปหาเจียงจิ่นโจว

พูดด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ "เอามา"

เจียงจิ่นโจวแกล้งโง่ ถามตาใส "เอาอะไรครับ?"

หลัวซิ่วกัดฟันกรอด "อย่ามาแกล้งไขสือ แกคงไม่ได้ใช้เงินร้อยหยวนหมดแล้วหรอกนะ?"

เจียงจิ่นโจวตอบหน้าตาเฉย "ใช่ครับ หมดแล้ว ก็พ่อบอกว่าให้ผมนี่นา แม่คงไม่กลับคำหรอกนะ?"

หลัวซิ่วระเบิดลง "ไอ้ลูกล้างผลาญ นั่นมันเงินร้อยหยวนแกใช้วันเดียวหมด แกมีสิทธิ์อะไรมาใช้จนเกลี้ยง ซื้อเสื้อผ้าใหม่ทั้งชุด แกคู่ควรเหรอ แกอยู่ชนบททั้งชาติก็หาเงินร้อยหยวนไม่ได้ ใครให้ความกล้าแกมาผลาญเงินเล่น?"

เจียงจิ่นโจวใจนิ่งสนิท ถามเจียงวั่นเหนียน "พ่อครับ คำพูดพ่อนี่ยังเชื่อได้ไหม ขี้ออกมาแล้วกลืนกลับเข้าไปได้ด้วยเหรอ? หรือเราจะมาคิดบัญชีเงินเดือนพี่ใหญ่กันใหม่ ดูซิว่าผมสมควรใช้เงินร้อยหยวนนี้ไหม?"

"เจียงจิ่นโจว แกอย่าให้มันมากนักนะ" เจียงจิ่นฟานยิ่งมองยิ่งขัดตาน้องชายคนนี้

"พี่ใหญ่ อ้าวพูดเป็นด้วยเหรอ? นึกว่าจะมุดหัวเป็นเต่าหดหัวอยู่หลังพ่อแม่ซะอีก" เจียงจิ่นโจวมองเจียงจิ่นฟานด้วยความดูแคลน

"จิ่นโจว พูดจากับพี่ใหญ่แบบนี้ได้ยังไง ไม่มีมารยาทเลยหรือไง?" เหลียงเสี่ยวเยี่ยนเห็นสามีโดนว่า ก็ของขึ้นเป็นคนแรก

"เหอะ! หรือว่าผมพูดผิด? ใครกันที่ร้องห่มร้องไห้ให้พ่อแม่มากล่อมให้ผมสละงานให้เพราะไม่อยากลงชนบท ใครกันที่สาบานว่าถ้าผมไปแทน จะแบ่งเงินเดือนให้ผมครึ่งหนึ่ง ตอนนี้จะมาวางมาดพี่ใหญ่ เขาคู่ควรเหรอ?"

เจียงจิ่นโจวไม่กลัวสักนิด แล้วหันไปพูดกับเหลียงเสี่ยวเยี่ยน "แล้วเธอน่ะ มีสิทธิ์อะไรมาว่าฉัน ถ้าฉันไม่สละงานให้เขา เธอจะได้แต่งกับเขาเหรอ? ดูไม่ออกหรือไงว่าเขาเป็นไอ้ขี้แพ้ หรือจะให้ฉันไปทวงงานคืนที่โรงงานพรุ่งนี้เลยเป็นไง?"

เหลียงเสี่ยวเยี่ยนกับเจียงจิ่นฟานหน้าม้านเถียงไม่ออก ไม่กล้าหือแม้แต่คำเดียว

"พอได้แล้วจิ่นโจว ยังไงเขาก็เป็นพี่ชายพี่สะใภ้แก พูดจาให้เกียรติกันหน่อย อย่าเอะอะก็จะไปโรงงาน แกคิดว่างานมันเป็นผักกาดขาว อยากจะทวงก็ทวงได้เหรอ?"

เจียงวั่นเหนียนเห็นคนทั้งบ้านโดนด่าเปิง เลยต้องออกมารับบทคนดีไกล่เกลี่ย

"ผมไม่สน ถ้าเอางานคืนมาไม่ได้ ก็อย่าหวังว่าใครจะได้ทำ ในเมื่อไม่มีจิตสำนึกกันนัก ก็ยกงานให้คนอื่นทำไปซะยังดีกว่า" เจียงจิ่นโจวพูดอย่างไม่ยี่หระ

"แกกล้าเหรอ ไอ้ลูกเนรคุณ ฉันเสียข้าวสุกเลี้ยงแกมาจนโต แกคิดจะทำลายอนาคตพี่ชายแกหรือไง ทำไมจิตใจแกถึงได้อำมหิตขนาดนี้?" หลัวซิ่วด่ากราดด้วยความเกลียดชัง

"แม่ครับ คำว่าอำมหิตนี่ผมไม่กล้ารับไว้หรอก เทียบกับที่พวกแม่อยากให้ผมตายอยู่ที่ชนบทแล้ว ผมว่าคำนี้เหมาะกับพวกแม่มากกว่านะ"

จบบทที่ บทที่ 101 ผมว่าเหมาะกับพวกคุณมากกว่า

คัดลอกลิงก์แล้ว