- หน้าแรก
- ส่งด่วนข้ามเวลา เป็นเศรษฐีด้วยของต่างยุค
- บทที่ 70 ใจหญิงลึกดั่งมหาสมุทร
บทที่ 70 ใจหญิงลึกดั่งมหาสมุทร
บทที่ 70 ใจหญิงลึกดั่งมหาสมุทร
เจียงจิ่นโจวแทบอยากจะเอาหัวโขกกำแพง ใครจะไปคิดว่าแค่นั่งรถไฟเฉยๆ จะมาเจอเรื่องแบบนี้ เขาแค่อยากอยู่เงียบๆ คนเดียว แต่ดันโดนยัยนี่เกาะติดเป็นปลิงซะงั้น
เขาถามหานลี่จวนด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด "คุณไม่กลัวว่าผมจะเป็นคนเลวหรือไง?"
หานลี่จวนกะพริบตาปริบๆ ทำตาโตใสซื่อ "อย่ามาตลก ถ้านายเป้นคนเลว โลกนี้ก็คงไม่มีคนดีแล้วล่ะ"
นี่เธอกำลังแจก "บัตรคนดี" ให้เขาทางอ้อมหรือเปล่า? ช่วงนี้เจียงจิ่นโจวอ่านหนังสือที่ลู่ชิงส่งมาเยอะ นิยายก็อ่านไปหลายเล่ม ศัพท์แสงยุคใหม่ก็เรียนรู้มาไม่น้อย
เขารู้ว่าในยุคอนาคต ถ้าใครโดนชมว่าเป็นคนดี นั่นแทบจะแปลว่าคนคนนั้นทึ่มทื่อไร้อารมณ์ขัน หรือไม่ก็จีบไม่ติด
เจียงจิ่นโจวคิดในใจพลางเอามือกุมขมับอย่างจนปัญญา
เขามองท่าทางไร้เดียงสาแต่ดื้อรั้นของหานลี่จวนแล้วก็จนใจจริงๆ
แต่สิ่งที่เจียงจิ่นโจวไม่รู้คือ มีคนจำนวนไม่น้อยที่โดนหน้าตาใสซื่อของหานลี่จวนหลอกเข้าให้ และพวกที่ประมาทเธอก็มักจะจบไม่สวยสักราย
ถึงอย่างนั้นเขาก็ตัดสินใจเป็นฝ่ายรุกถามกลับบ้าง "คุณอยากให้ผมเล่าเรื่องของผม งั้นคุณควรจะแนะนำตัวก่อนไหม?"
หานลี่จวนตอบรับอย่างว่าง่าย ยื่นมือมาตรงหน้าเจียงจิ่นโจว "งั้นมารู้จักกันใหม่อีกที ฉันชื่อหานลี่จวน อายุสิบแปดปี เป็นคนปักกิ่ง เพิ่งสอบติดมหาวิทยาลัยปักกิ่ง ครั้งนี้กำลังจะไปเยี่ยมพ่อที่ฟาร์มหย่งอัน มณฑลกานซู"
แล้วเธอก็พูดต่อ "แค่นี้พอไหม? ถ้าไม่พอฉันเล่าละเอียดกว่านี้ได้นะ พ่อฉันชื่อ..."
"หยุดๆๆ" เจียงจิ่นโจวรีบเบรก เขาไม่มีนิสัยชอบสืบเสาะเรื่องส่วนตัวคนอื่น
แต่มีคีย์เวิร์ดคำหนึ่งที่เขาจำแม่น ผู้หญิงคนนี้ก็จะไปฟาร์มหย่งอัน แถมไปเยี่ยมพ่อ แน่นอนว่าเจียงจิ่นโจวไม่คิดหรอกว่าพ่อเธอจะเป็นพวกที่โดนส่งลงมาดัดนิสัย ดูจากทรงแล้วพ่อเธอต้องเป็นระดับผู้บริหารในฟาร์มแน่ๆ ดีไม่ดีอาจจะเป็นบิ๊กเบิ้มของที่นั่นด้วยซ้ำ
มองดูมือเรียวสวยที่ยื่นค้างอยู่ตรงหน้า เจียงจิ่นโจวจำใจต้องยื่นมือไปจับเบาๆ แล้วรีบชักกลับราวกับโดนไฟช็อต
ท่าทางนั้นทำให้หานลี่จวนหัวเราะคิกคัก "นายเป็นคนห้ามฉันพูดเองนะ ทีนี้ตาตานายเล่าบ้างแล้ว"
เจียงจิ่นโจวมองสายตาคาดหวังของหานลี่จวน แล้วถอนหายใจ "ถามจริง คุณเป็นผู้หญิงตัวคนเดียว เดินทางไกลขนาดนี้ไม่กลัวบ้างเหรอ?"
หานลี่จวนเบะปาก "เป็นผู้ชายซะเปล่า ขี้กลัวจัง มีอะไรน่ากลัวกัน?"
เธอมองซ้ายมองขวา พอเห็นว่าไม่มีใคร เธอก็ตบที่เอวตัวเองเบาๆ กระซิบข้างหูเจียงจิ่นโจว "จะบอกให้นะ ฉันพกปืนมาด้วย ถ้าโจรหน้าไหนกล้าแหยม รับรองได้ไปไม่กลับ"
พูดจบก็ยักคิ้วให้เจียงจิ่นโจวอย่างผู้ชนะ
เจียงจิ่นโจว "..."
คุณแน่มาก เขามันตื้นเขินเอง ความจนมันจำกัดจินตนาการจริงๆ เขาเป็นแค่ฝุ่นผงบนพื้นดิน จะเอาตัวเองไปวัดกับคนอื่นได้ยังไง
แต่คำพูดของหานลี่จวนก็ทำให้เจียงจิ่นโจวคลายความกังวล ผู้หญิงพกปืนคงไม่ต้องกลัวคนร้ายที่ไหน
เขากระแอมไอเล็กน้อย "เจียงจิ่นโจว อายุยี่สิบ ยุวปัญญาชนที่ถูกส่งไปตงเป่ย เพิ่งสอบติดมหาวิทยาลัยปักกิ่งครั้งนี้จะไปเยี่ยมเพื่อนที่ฟาร์มหย่งอัน"
หานลี่จวนตาเป็นประกาย "โห บังเอิญจัง ไปฟาร์มหย่งอันเหมือนกันด้วย"
แต่เธอก็ท้วง "นายเล่าสั้นไปหน่อยไหม? ฉันอยากฟังเรื่องชีวิตตอนเป็นยุวปัญญาชนของนายด้วย"
"น่าเบื่อ จืดชืด ลงนาขึ้นเขา กินแย่ที่สุด ทำงานหนักที่สุด คำเดียวคือ 'ลำบาก' สองคำคือ 'ลำบากมาก' สามคำคือ 'ลำบากโคตรๆ'"
"พอใจยัง?" เจียงจิ่นโจวถาม
หานลี่จวน "..."
ฉันไม่ได้ให้นายมาแต่งประโยคนะ จำเป็นต้องกวนขนาดนี้ไหม?
"แล้วยุวปัญญาชนคนอื่นล่ะ? พวกนายไม่ช่วยกันเหรอ? ยังไงก็เป็นสหายร่วมรบกันนี่นา" หานลี่จวนอดถามต่อไม่ได้
"คุณคิดมากไปแล้ว ทั้งกองพลธงแดงมียุวปัญญาชนแค่ผมคนเดียว ผมจะไปขอความช่วยเหลือจากใคร?" เจียงจิ่นโจวกรอกตามองบน
"ไม่จริงน่า? งั้นชีวิตนายไม่น่าเบื่อแย่เหรอ?" หานลี่จวนทำหน้าไม่เชื่อ
"นี่คุณช่วยเปลี่ยนคำได้ไหม? คำว่า 'น่าเบื่อ' ผมใช้ไปแล้ว" เจียงจิ่นโจวมองเธอด้วยสายตาเหยียดหยาม
"ชิ! นายโกหก ดูจากเสื้อผ้าหน้าผมและการกินอยู่ของนาย ไม่เห็นเหมือนคนลำบากตรงไหน" หานลี่จวนตั้งท่าจะจับผิด
"จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็เรื่องของคุณ พูดเรื่องนี้กับคุณหนูที่ไม่เคยสัมผัสความลำบากอย่างคุณ ก็เหมือนสีซอให้ควายฟัง"
เจียงจิ่นโจวแอบอิจฉาลูกหลานข้าราชการชั้นผู้ใหญ่พวกนี้ลึกๆ ถ้าเขามีครอบครัวแบบนี้ คงไม่ต้องระเห็จไปตกระกำลำบากที่บ้านนอกตั้งสี่ปีหรอก
"นาย... พูดไม่รู้เรื่อง!" หานลี่จวนปากยื่นปากยาว
แล้วเธอก็ทำท่าเหมือนนึกอะไรออก พูดอย่างมั่นใจ "ฉันรู้แล้ว ที่บ้านนายต้องส่งเงินส่งตั๋วไปให้บ่อยๆ แน่เลย นายถึงอยู่ดีกินดีขนาดนี้ แล้วยังจะมาหลอกฉันว่าลำบากอีก"
ถ้าไม่พูดถึงครอบครัว เจียงจิ่นโจวก็ยังพอทนคุยเล่นกับเธอได้
แต่พอหานลี่จวนเอ่ยถึงครอบครัว แววตาของเจียงจิ่นโจวก็เปลี่ยนเป็นเย็นชาทันที
เขาพูดเสียงเรียบ ไร้อารมณ์ "ผมไม่มีครอบครัว ครอบครัวผมตายหมดแล้ว"
พูดจบเขาไม่สนใจหานลี่จวนที่ยืนอ้าปากค้าง ทิ้งก้นบุหรี่ลงพื้น ใช้เท้าขยี้จนดับ แล้วเดินกลับเข้าตู้โดยสารโดยไม่หันมามองอีก
หานลี่จวนยืนงงเป็นไก่ตาแตก เธอไม่เข้าใจว่าพูดผิดตรงไหน หรือเป็นเพราะพูดถึงครอบครัวของเขา?
ไม่มีครอบครัว? ครอบครัวตายหมดแล้ว? จริงหรือหลอก? ทำไมตอนเขาพูดสองประโยคนั้นน้ำเสียงถึงดูเคียดแค้นขนาดนั้น ถ้าตายจริง ก็น่าจะเศร้าเสียใจไม่ใช่เหรอ?
ทำไมเจียงจิ่นโจวถึงพูดจารุนแรงขนาดนั้น การแช่งครอบครัวตัวเองให้ตายไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะ ใครดีๆ ที่ไหนจะแช่งพ่อแม่ตัวเอง?
สัญชาตญาณลูกผู้หญิงบอกหานลี่จวนว่า เจียงจิ่นโจวต้องเคยเจอเรื่องสะเทือนใจอย่างรุนแรงมาก่อน
ความไม่พอใจเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความสงสารจับใจ
ตอนแรกเธอนึกว่าที่เขาบ่นว่าลำบากเป็นแค่การพูดเล่น ที่แท้ก็นั่นคือความรู้สึกจากใจจริงของเขา
แม้เมื่อกี้จะเถียงกันไปมา แต่ก็ถือเป็นการพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน หานลี่จวนที่ชินกับคนคอยพินอบพิเทาเอาใจ กลับรู้สึกชอบบรรยากาศแบบนี้ แต่ตอนนี้...
หานลี่จวนขยี้ผมตัวเองอย่างหงุดหงิด โทษตัวเองที่ปากไว พูดอะไรไม่พูด ดันไปพูดเรื่องครอบครัวเขา
ทีนี้จะทำไงดี? กลับไปขอโทษ? ในใจก็ค้านว่า เรื่องอะไรต้องขอโทษ? แต่เห็นชัดๆ ว่าเรื่องนี้เธอเป็นฝ่ายผิด แต่เธอก็ไม่ได้ตั้งใจนี่นา?
ในครอบครัวเธอ เวลาเธอเจอปัญหา พ่อแม่พี่ชายก็ยื่นมือเข้ามาช่วยทันทีไม่ใช่เหรอ? ทำไมครอบครัวเจียงจิ่นโจวถึงไม่เป็นแบบนั้น?
ในโลกนี้ยังมีพ่อแม่ที่ไม่รักลูกตัวเองด้วยเหรอ? เธอเคยเจอแต่ครอบครัวที่รักลูกชายมากกว่าลูกสาว แต่เจียงจิ่นโจวเป็นผู้ชาย ทำไมถึงไม่เป็นที่รัก?
ฮึ! เขาต้องไปทำเรื่องอะไรผิดมาแน่ๆ ครอบครัวถึงไม่ไยดี แล้วยังจะมาพาลใส่เธออีก
หานลี่จวนเดี๋ยวก็คิดว่าเป็นความผิดของครอบครัวเจียงจิ่นโจว เดี๋ยวก็คิดว่าเป็นความผิดของเจียงจิ่นโจวเอง
คิดไปคิดมาจนปวดหัว สุดท้ายเธอตัดสินใจว่าจะไปถามเจียงจิ่นโจวให้รู้เรื่อง อย่างมากก็แค่ขอโทษ คงไม่ถึงตายหรอกมั้ง
ความสัมพันธ์ชายหญิงบางทีก็เป็นแบบนี้ โบราณว่า ความอยากรู้อยากเห็นฆ่าแมวได้ ตอนนี้หานลี่จวนกำลังตกอยู่ในสถานการณ์นั้น จะบอกว่าเธอชอบเจียงจิ่นโจวก็คงยังไม่ถึงขั้นนั้น แค่ตอนนี้ยังไม่มี แต่เธอแค่อยากรู้เรื่องราวของเขาทุกอย่าง
ยิ่งเจียงจิ่นโจวทำตัวเย็นชา ยิ่งไม่อยากบอก เธอก็ยิ่งอยากรู้
เฮ้อ ใจผู้หญิงลึกล้ำดั่งมหาสมุทร ใครจะไปเดาใจพวกเธอถูก