เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 19 เมื่อข้าสอนอยู่เจ้ามีคุณสมบัติใดมาขวางข้า

บทที่ 19 เมื่อข้าสอนอยู่เจ้ามีคุณสมบัติใดมาขวางข้า

บทที่ 19 เมื่อข้าสอนอยู่เจ้ามีคุณสมบัติใดมาขวางข้า


เมื่อร่างสถิตเสร็จสิ้นภารกิจระบบจะแจกหีบสมบัติตามความยากของภารกิจ จากต่ำไปสูง ระดับของหีบเป็นเหล็กดำ ทองแดงเงิน ทอง และหีบสมบัติเพชร

เมื่อเปิดกล่องสมบัติ ร่างสถิตจะมีโอกาสได้รับรางวัลยิ่งระดับหีบสมบัติสูงเท่าไหร่ รางวัลก็ยิ่งดีขึ้นเท่านั้น

นอกจากนั้นยังมีหีบสมบัติอีกประเภทหนึ่งชื่อว่าหีบสมบัตินำโชค นี่คือสิ่งที่ร่างสถิตจะได้รับทุกเที่ยงคืนเมื่อตัวจับเวลานับเวลาใหม่อีกครั้งหีบสมบัติประเภทเดียวกันนี้ขายในร้านค้าระบบ โดยใช้คะแนนความประทับใจ 10 แต้มต่อหนึ่งหีบ

แม้ว่าโอกาสที่จะได้รับสมบัติดีๆ จะน้อยมากแต่หีบสมบัตินี้เปรียบเสมือนฟางเส้นสุดท้ายที่ช่วยชีวิตคนจมน้ำแม้ว่าพวกเขาจะรู้ว่ามันไม่มีประโยชน์ แต่การมีอยู่ของความหวังก็ยังทำให้พวกเขารู้สึกสบายใจได้

“ระบบ ตอนนี้ข้ามีคะแนนความประทับใจเท่าใดแล้ว”

ซุนม่อถามอย่างเงียบๆ

“170”

ระบบตอบอย่างกระชับและตรงประเด็น

“ข้าจะซื้อหีบสมบัตินำโชค 10 กล่อง”

“ติง! การแลกเปลี่ยนสำเร็จหีบสมบัตินำโชคของเจ้าเข้าไปอยู่ในที่เก็บของแล้ว”

ความจริงซุนม่อรู้คำตอบแล้วคำถามของเขาคือการทดสอบระบบแต่น่าเศร้าที่ไม่มีช่องโหว่ใดที่เขาสามารถใช้ประโยชน์จากมันได้

การกระทำของระบบนั้นเป็นระเบียบเรียบร้อยไม่ยอมให้ซุนม่อมีโอกาสเสียใจกับคำพูดของเขา

“ทำไมยังต้องเปิดตู้เก็บของอยู่? แค่นำมันออกมาทั้งหมดข้าต้องการเปิดมัน”

หลังจากที่ซุนม่อพูด หีบสมบัติก็ปรากฏต่อหน้าต่อตาเขาเขาไม่ได้ทำอะไรที่เชื่อโชคลางเช่นสวดมนต์ขอให้โชคดีหรือล้างมือเพื่อล้างความซวยเขาเพียงแค่พึมพำคำว่า 'เปิด'

อย่างเงียบๆ หีบสมบบัติเปิดออกไม่มีอะไรอยู่ในนั้น ไม่มีแม้แต่ข้อความปลอบใจที่ระบุว่า 'โปรดลองอีกครั้งในครั้งต่อไป!'

ซุนม่อพูดต่อ

เขาเปิดหีบนำโชคอีกครั้ง แต่ไม่ได้รับอะไรเลยมันเป็นอย่างนั้นทั้งสิบหีบ

“…”

ซุนม่อรู้สึกอยากจะด่าแม่ของระบบยิ่งนักเขาอยากจะสบถด่าออกมาดังๆ คะแนนความประทับใจ 100 คะแนนสำหรับหีบสมบัตินำโชคสิบหีบ  แต่เขากลับไม่ได้รับอะไรเลย

“เจ้าเป็นคนที่โชคร้ายมาก ทำไมเจ้าถึงพยายามเสี่ยงโชคของเจ้า? ครอบครัวของเจ้าเป็นเจ้าของเหมืองหรือ? เจ้าคิดว่ามันง่ายมากที่จะได้รับคะแนนความประทับใจหรือ?”

ซุนม่อพึงกับตัวเองเงียบๆ เขาเอามือซ้ายของเขา

“เพียะ!”

"อา?"

หลี่จื่อฉีสะดุ้งร้องออกมา รู้สึกกลัวเล็กน้อยอย่างไรก็ตามเมื่ออาจารย์ซุนจริงจัง เขาก็ดูหล่อมากเช่นกัน

“ระบบ! เหลืออีกเจ็ด…ช่างมันเถอะ!”

ขณะที่ซุนม่อพูดครึ่งประโยคเขาก็นึกถึงหีบสมบัตินำโชคที่เขาจะได้รับทุกเที่ยงคืน ในช่วงสองสามวันนี้เขาไม่ได้เปิดมันดูเลย ดังนั้นเขาจึงตรวจสอบอย่างรวดเร็วและพบว่าเขามีห้ากล่อง

“เปิดหีบทั้งหมด!”

ซุนม่อขี้เกียจเกินไปที่จะเปิดทีละกล่องดังนั้นเขาจึงออกคำสั่งรวดเดียว

ควั่บ, ควั่บ,  ควั่บ

~ เกิดแสงสว่างวาบขึ้นทันใดนั้น คัมภีร์ที่เปล่งรัศมีสีทองหนาแน่นก็พุ่งออกมาจากหีบสมบัติอันนำโชคและลอยอยู่ต่อหน้าซุนม่อ

“ยินดีด้วย ท่านได้รับ 'เคล็ดการสร้างกล้ามเนื้อ'ระดับปรมาจารย์ นี่เป็นหนึ่งในสี่เคล็ดย่อยของวิชาการนวดแผนโบราณ’

“การใช้เคล็ดการสร้างกล้ามเนื้อกับเป้าหมายสามารถเพิ่มพลังของเซลล์เป้าหมายเพิ่มความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อเป้าหมาย ฟื้นฟูความเสียหายของกล้ามเนื้อ เพิ่มการเร่งเร้าพลังและเพิ่มเพลังสำรองของปราณจิต”

“คุณตั้งใจแน่วแน่จะให้ข้าไปอยู่บนเส้นทางของหมอนวดใช่ไหม!”

ซุนม่อพูดไม่ออกสิ่งที่เขาต้องการมากที่สุดคือสุดยอดโอสถซึ่งสามารถใช้ยกระดับความแข็งแกร่งในการต่อสู้ได้โดยตรง อย่างไรก็ตาม เคล็ดการสร้างกล้ามเนื้อก็ไม่เลวมันยังดีกว่าไม่ได้อะไรเลย

“ชีเซิ่งเจี่ย! กลับมานี่!”

ซุนม่อกล่าว

ชีเซิ่งเจี่ยหันไปมองด้วยความสิ้นหวัง“อาจารย์ซุน ข้าไม่มีทางชนะแน่”

สีหน้าของซุนม่อเย็นชาขณะที่เขาเดินมาถึงหน้าชีเซิ่งเจี่ยเขายกมือขึ้นตบหน้า

เผียะ!

เสียงตบที่ชัดเจนดังขึ้น ทำให้ครูสตรีที่เดินผ่านไปตกใจและอดไม่ได้ที่จะหันมองมาทางนี้

“พูดอีกทีสิ!”

ซุนม่อตวาด

ชีเซิ่งเจี่ยรู้สึกว่าไม่มีอะไรน่าเศร้าไปกว่านี้แล้วความเจ็บปวดจากการตบครั้งนี้มันเพื่ออะไร? “อันดับของเผิงว่านลี่อยู่ที่106…”

เผียะ!

การตบของซุนม่อขัดจังหวะคำพูดของชีเซิ่งเจี่ย

“พูดอีกครั้ง!”

“อันดับของเผิงว่านลี่…”

เผียะ!

ซุนม่อตบอีกครั้ง

“พูดอีกครั้ง!”

“เผิงว่าน…”

เผียะ!

คราวนี้ก่อนที่ชีเซิ่งเจี่ยจะพูดชื่อของเผิงว่านลี่จบคำพูดตามหลังทั้งหมดของเขาถูกตบกลับเข้าไปในลำคอของเขาด้วยการตบ

หลี่จื่อฉีเฝ้าดูขณะที่หัวใจของนางสั่นไหว

"อาจารย์…"

ชีเซิ่งเจี่ยไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงถูกตบ

“เจ้ายังไม่ได้ขึ้นเวที เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าเจ้าจะแพ้แน่นอน”

ซุนม่อโกรธมากตั้งแต่สอนลูกศิษย์จนบัดนี้ก็ไม่เคยตีใครมาก่อน แต่ชีเซิ่งเจี่ยนี้อ่อนแอเกินไป“ในฐานะลูกผู้ชาย เจ้าอาจแพ้ได้ แต่เจ้าไม่อาจเลือกหนีได้โดยไม่มีการสู้  เจ้ารู้ไหมว่าหน้าตาเจ้าเป็นยังไง? มันดูเหมือนสุนัขหลงทางที่น่าสมเพชรู้ตัวหรือเปล่า?”

ครูสตรีพยักหน้าโดยไม่ตั้งใจเมื่อได้ยินเช่นนี้ดวงตาที่สวยงามของนางหันไปทางซุนม่อขณะที่นางสำรวจเขา

“อาจารย์ซุน! แม้ว่าเขาจะขึ้นไปบนเวทีเขาก็ไม่สามารถชนะได้ และถ้าเขาได้รับบาดเจ็บเขายังต้องใช้เงินในการรักษาหลังจากนั้น”

โจวชี่พูดช่วยชีเซิ่งเจี่ย

"หุบปาก!"

ซุนม่อหันกลับมาและจ้องเขม็งไม่ปราณี“เมื่อข้าสอนบทเรียนให้ใครซักคน เจ้ามีคุณสมบัติใดถึงได้มาขวาง”

“เอ่อ!”

โจวชี่รีบก้มศีรษะลงหลังจากเห็นว่าซุนม่อดุด่ารุนแรงเพียงใดอย่างไรก็ตามในใจของเขาไม่ยอมรับคำพูดของซุนม่อว่าถูกต้องแม้ว่าการกระทำในปัจจุบันของชีเซิ่งเจี่ยนั้นน่าขายหน้า แต่จะแตกต่างอะไรกัน ถ้าเขาขึ้นไปบนเวที?

“แม้ว่าเจ้าจะเอาชนะไม่ได้ เจ้าก็ไม่อาจปล่อยให้คู่ต่อสู้ของเจ้าชนะได้ง่ายเกินไปทำตัวเหมือนหมาบ้า ไปกัดมัน กัดมันอย่างอำมหิต ทำให้แน่ใจว่าครั้งต่อไปที่เขาพบเจ้าปฏิกิริยาแรกของเขาจะได้ไม่คิดว่าเจ้าเป็นสุนัขที่ขลาดกลัวและอ่อนแอแต่เป็นสุนัขบ้าที่สามารถกัดเขาได้บ้าง”

ซุนม่อสั่งสอน

คิกๆๆ!

ครูสาวอดที่จะหัวเราะออกมาดังๆ ไม่ได้เมื่อได้ยินเช่นนี้ (คนที่หน้าตาไม่คุ้นเคยคนนี้ เขาเป็นครูฝึกสอนในปีนี้หรือเปล่า?น่าสนใจจริงๆ) เมื่อนางเตรียมผละจากไป ก็มีเสียงหึ่งๆ ดังขึ้น ร่างกายของซุนม่อเริ่มเปล่งแสงสีทองเป็นชั้นๆ

หลังจากนั้น แสงสีทองก็แผ่กระจัดกระจายออกไปด้านนอกฉายลงบนร่างของชีเซิ่งเจี่ย และห่อหุ้มคนอื่นๆ

ชีเซิ่งเจี่ย ก็รู้สึกถึงความตั้งใจและจิตวิญญาณในการต่อสู้

“รัศมีมหาคุรุ!”

นักเรียนคนหนึ่งร้องออกมาด้วยความตกใจเมื่อทุกคนหันหน้าไปดู

“คำพูดของอาจารย์ซุนมีเหตุผล!”

ใบหน้ารูปเมล็ดแตงโมที่งดงามของหลี่จื่อฉีเป็นสีทองเมื่อแสงอาทิตย์ฉายลงมาที่นางจากการศึกษาที่นางได้รับบอกนางว่าคำพูดของซุนม่อนั้นไม่สุภาพนัก แต่เมื่อนางคิดอย่างรอบคอบเกี่ยวกับเรื่องนี้มันก็ดูเหมือนจะสมเหตุสมผล

ถ้าชีเซิ่งเจี่ยถอนตัวหนีออกไปในเวลานี้ราวกับสุนัขที่น่าสมเพชในอนาคตเมื่อคู่ต่อสู้ของเขาพบเขาอีกครั้ง ก็จะต้องเยาะเย้ยเขาอย่างแน่นอนและจะไม่กลัวที่จะต่อสู้อีกแต่ถ้า ชีเซิ่งเจี่ย ตั้งใจแน่วแน่ที่จะกัดคู่ต่อสู้ของเขาแม้ว่าคู่ต่อสู้ของเขาจะเป็นผู้ชนะเขาอาจจะเปลี่ยนเส้นทางเพื่อหลีกเลี่ยงเขาในครั้งต่อไปที่พวกเขาพบกันท้ายที่สุดไม่มีใครอยากถูกสุนัขบ้ากัดถึงสองครั้ง

“นี่เป็นถ้อยคำปรัชญาจากอาจารย์ซุนใช่หรือไม่”

ติง!

คะแนนความประทับใจ จากหลี่จื่อฉี+1

ความเชื่อมสัมพันธ์กับหลี่จื่อฉี สถานะ : เป็นกลาง (5/100)

ซุนม่อกำลังให้กำลังใจชีเซิ่งเจี่ย ก็ตกใจที่จู่ๆได้ยินการแจ้งเตือนของระบบ เขาหันไปมองหลี่จื่อฉีโดยไม่ได้ตั้งใจ

เด็กสาวสวมชุดบุรุษ เมื่อนางเห็นซุนม่อเหลือบมองนางโบกมืออย่างแรงเพื่อให้กำลังใจเขา

"อะไร? ข้าทำอะไร?ข้ายังสามารถได้รับคะแนนความประทับใจเช่นนี้ด้วยหรือ?”

ซุนม่อพูดไม่ออกอย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญที่สุดคือต้องรีบเร่งเพิ่มขวัญกำลังใจของ ชีเซิ่งเจี่ย ทำให้เขามีความมั่นใจ

“ถึงเวลาแล้วที่ข้าจะใช้สุดยอดเคล็ดวิชาของข้าชีเซิ่งเจี่ย มากับข้า”

ซุนม่อเป็นคนเดินนำไปที่โถงประลองเตรียมที่จะยืมใช้ห้องรับรองเขาต้องการใช้เคล็ดวิชาการนวดแผนโบราณของเขากับชีเซิ่งเจี่ย เนื่องจากเขาไม่สามารถใช้เคล็ดวิชานี้นวดในที่สาธารณะขนาดเล็กนี้ได้เพราะหากเป็นแบบนี้ชื่อของหมอนวดอาจจะติดอยู่กับเขาตลอดไปและไม่มีอะไรที่เขาสามารถทำได้เพื่อชำระล้างมลทินตัวเอง

เมื่อได้ยินคำว่า 'สุดยอดเคล็ดวิชา'ดวงตาของชีเซิ่งเจี่ยไม่เพียงสว่างวูบวาบ แม้แต่หวังฮ่าวและโจวชี่ก็รีบตามเขาไปด้วยหลี่จื่อฉีไม่ได้พูดอะไร ราวกับว่านางเป็นลูกสุนัขที่เชื่องเชื่อและเดินตามหลังซุนม่ออย่างเงียบๆ

เนื่องจากวันนี้เป็นวันทดสอบ จึงต้องมีงานหลายอย่างแต่เนื่องจากชื่อเสียงของโถงประลองนั้นยอดเยี่ยมมากมันจึงง่ายมากสำหรับพวกเขาที่จะหานักเรียนอาสาเข้ามาช่วยเหลือ

เมื่อมองไปที่ปลอกแขนสีแดงที่อาสาสมัครมีพันไว้ที่แขนซุนม่อคิดว่าอำนาจของพวกเขาไม่ควรมาก ดังนั้นเขาจึงมองหาจูถิ่งนักเรียนที่เป็นประธานในการจับฉลากก่อนหน้านี้

“ยืมห้องรับรอง?”

จูถิ่งขมวดคิ้วและสำรวจซุนม่อ แต่น้ำเสียงของเขาเป็นการปฏิเสธในตัว“ขออภัย ห้องรับรองของโถงประลอง มันไม่เคยถูกยืมมาจากบุคคลภายนอกมาก่อน”

“ข้าจะใช้มันเป็นเวลาไม่เกิน 20นาทีเท่านั้น”

ถ้าไม่ใช่เพื่อชีเซิ่งเจี่ย ซุนม่อจะไม่พูดแบบนี้จากนั้นเขาก็พูดต่อว่า “ข้าสามารถจ่ายเงินได้”

“ฮะฮะ ห้องรับรองของโถงประลอง ไม่ใช่สิ่งที่ท่านสามารถยืมได้ด้วยการใช้จ่ายเงิน”

จูถิ่งหัวเราะน้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกเหนือกว่า แม้แต่นักเรียนสองสามคนที่อยู่ข้างๆเขาก็มีสีหน้าที่คล้ายคลึงกัน

ซุนม่อหันศีรษะและจากไปพร้อมกับจดชื่อจูถิ่งไว้ในสมุดเล่มเล็กในใจของเขานักเรียนจากโถงประลองจะน่าทึ่งมากไหม? เมื่อเขากลายเป็นครูอย่างเป็นทางการเขาจะเข้าไปในโถงประลองในฐานะครูที่ปรึกษาและให้เจ้าพวกนี้เรียกเขาว่า 'ครู' ทุกวัน

“เขาคงจะเป็นครูฝึกสอน!”นักเรียนคนหนึ่งเตือนจูถิ่ง

“แล้วไง?”

จูถิ่งขมวดคิ้ว “ยังไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าเขาจะได้อยู่ต่อในสถาบันได้หรือไม่!”

ถ้าเป็นครูของสถาบันถาม จูถิ่งอาจเห็นด้วยแต่ครูฝึกสอน?ใครจะสนใจเขา?

เมื่อพูดถึงสถานะจูถิ่ง ในฐานะนักสู้อันดับที่5 ของโถงประลอง เขาได้รับการยกย่องอย่างสูงจากครูหลายคน และอยู่ในประเภทนักเรียนที่มีอนาคตที่สดใสครูไม่กี่คนได้แสดงเจตนาอย่างเปิดเผยที่จะยอมรับเขาเป็นศิษย์ส่วนตัว แต่จูถิ่งปฏิเสธพวกเขาทั้งหมด

'นกตัวหนึ่งเลือกต้นไม้เพื่อทำรัง'จูถิ่งกำลังรอข้อเสนอที่ดีเช่นกันท้ายที่สุดเมื่อมีครูที่ดีคอยปกป้องเขาจากลมและฝน เส้นทางในอนาคตของเขาจะง่ายมากขึ้น

“จูถิ่ง!”

จูถิ่งซึ่งปัจจุบันทำตัวเป็นหัวหน้าใหญ่กำลังสั่งสอนอาสาสมัครในเรื่องต่างๆราวกับพี่สอนน้อง เมื่อได้ยินคำเรียกเช่นนั้น เขายิ้มอย่างสดใสทันทีก่อนจะหันศีรษะในเวลาเดียวกัน เขาก็เกร็งท้องและยืดหน้าอกออกโดยใช้ท่วงท่าทางที่สมบูรณ์แบบ

“อาจารย์จิน!”

จูถิ่งขานรับ เสียงของเขาเต็มไปด้วยความเคารพและแม้แต่ท่าทีก็มีความเป็นมิตรอย่าดูถูกคำว่า 'อาจารย์จิน' เขาฝึกฝนเป็นการส่วนตัวเพื่อเรียกคำเหล่านี้ออกมาผสมผสานกับอารมณ์ของเขา

“ทำไมครูฝึกคนนั้นถึงมาหาเจ้าก่อนหน้านี้”

จินมู่เจี๋ยสวมชุดคลุมยาวสีขาวนวลจันทร์มีด้ายสีทองสามเส้นปักอยู่ที่ข้อมือและด้านล่างของเสื้อคลุม นี่เป็นข้อบ่งชี้ของมหาคุรุ3 ดาว

จูถิ่งไม่กล้าปิดบังแต่อย่างใดเขารีบรายงานทันที

“อือ ให้ห้องพักพวกเขา”

หลังจากที่จินมู่เจี๋ยพูดจบนางก็หันหลังและจากไป

นักเรียนเพียงชำเลืองมองกันและกันก่อนจะรีบก้มหน้าลง

ผลที่ตามมาของการทำให้มหาคุรุขุ่นเคืองคือการถูกไล่ออกทันที

“อืม!”

หลังจากที่จินมู่เจี๋ยออกไป จูถิ่งก็วิ่งไล่ตามซุนม่อในเวลาเดียวกันเขาก็ขมวดคิ้ว เป็นไปได้ไหมที่อาจารย์จินคุ้นเคยกับครูฝึกสอนคนนี้? หากเป็นกรณีนี้ทัศนคติก่อนหน้านี้ของเขาจะทำให้ครูฝึกหัดรู้สึกเกลียดชังในใจหรือไม่?

“ตอนนี้มีห้องรับรองแล้วหรือ?”

หลี่จื่อฉีพูดอย่างมีความสุขเมื่อจูถิ่งปรากฏตัวและพูดกับพวกเขา

“ใช่ ข้าจะพาพวกเจ้าทุกคนไปที่นั่น!”

แม้ว่ารอยยิ้มของจูถิ่งจะไม่สดใสแต่การแสดงออกของเขาดีกว่าเมื่อเทียบกับรูปลักษณ์ของปลาตายก่อนหน้านี้มาก

จบบทที่ บทที่ 19 เมื่อข้าสอนอยู่เจ้ามีคุณสมบัติใดมาขวางข้า

คัดลอกลิงก์แล้ว