เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 13 ก้าวย่างเล็กๆ สู่การเป็นมหาคุรุ

บทที่ 13 ก้าวย่างเล็กๆ สู่การเป็นมหาคุรุ

บทที่ 13 ก้าวย่างเล็กๆ สู่การเป็นมหาคุรุ


ท้องฟ้าสีครามกระจ่าง และเมฆสีขาวกำลังม้วนตัว เก้าแว่นแคว้นแดนแผ่นดินใหญ่ยังคงเป็นสังคมเกษตรกรรมไม่มีร่องรอยของมลพิษทางอุตสาหกรรม กลิ่นของอากาศที่นี่สดชื่นพร้อมกลิ่นอายของฤดูร้อนทำให้รู้สึกสบายตัว

ซุนม่อเดินไปจนสุดทางเดินหินและหยุดตามรอยเท้าของเขาปล่อยให้เงาจากต้นหม่อนพัดลงมาและเขย่าร่างของเขา จากนั้นก็เลี้ยวและมุ่งหน้าไปยังอาคารหอพัก

จะมีประโยชน์อะไรหากลูกผู้ชายไม่ได้คาดดาบขี่ม้าไปพบนางอันเป็นที่รักอย่างยิ่งใหญ่?

“ในเมื่ออันซินฮุ่ยเป็นครูใหญ่งั้นอย่างน้อยข้าก็ต้องเป็นมหาคุรุใช่ไหม?”

ซุนม่อรำพึงจากนั้นเกิดความคิดอย่างหนึ่งในใจ  “ข้าต้องเป็นสุดยอดมหาคุรุในจินหลิงให้ได้!”

ติง!

“ยินดีด้วยเจ้าได้รับคะแนนประทับใจ 100 คะแนน เปิดใช้งานเส้นทางมหาคุรุ เมื่อเจ้าก้าวสู่เส้นทางเล็กๆของมหาคุรุ เจ้าจะได้รับรางวัลเป็นหีบสมบัตินำโชค หวังว่าจากนี้ไป เจ้าจะได้รับความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่กว่าในฐานะมหาคุรุาขออวยพรให้เจ้าประสบความสำเร็จมากขึ้นในฐานะในอาชีพการสอนของเจ้าในอนาคต”

ระบบเตือนความจำตัดความคิดของซุนม่อ

“เจ้าพูดอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยทุกครั้งเลยเหรอ?  เจ้าช่างเหมือนผีแล้วยังน่ากลัวมากอีกด้วย!”

ซุนม่อบ่นแต่ระบบไม่ใส่ใจเขา

หีบสมบัตินำโชคส่องแสงสีแดงส่องใส่ดวงตาของซุนม่อเขาคุ้นเคยกับสถานการณ์นี้และสั่ง "เปิด" อย่างนุ่มนวล

หีบสมบัตินำโชคเปิดออกและหายไปเหลือเพียงขวดแก้วทรงกลมขนาดเล็กขนาดเท่าฝ่ามือ แบนและเต็มไปด้วยของเหลวสีขาวน้ำนม

'น้ำมันวาฬโบราณแก่นแท้ที่สกัดจากไขมันและกระดูกของวาฬยักษ์โบราณ ถูกขัดเกลาด้วยสมุนไพรอันล้ำค่า16 ชนิด เมื่อใช้ภายนอก สามารถเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ป้องกันโรค บรรเทาปวดและเพิ่มความไวของประสาทสัมผัสทั้งหกได้. . ’

'หมายเหตุเนื่องจากผลกระทบทรงพลังเกินไป โปรดใช้ในปริมาณเล็กน้อยในแต่ละครั้งอย่างเหมาะสมหากใช้ในปริมาณที่สูงเกินไปมันจะกัดกร่อนเส้นประสาทและทำให้รู้สึกตื่นเต้นอย่างมาก’

หลังจากอ่านคำแนะนำบนขวดแล้วซุนม่อก็พูดไม่ออกครู่หนึ่ง: "ระบบฯ นี่เจ้าต้องการให้ข้าก้าวต่อไปบนเส้นทางของหมอนวดใช่ไหม?เจ้าจะให้ข้าเป็นมหาคุรุ หรือหมอนวดกันแน่?"

“โปรดอย่าตั้งคำถามถึงความถูกต้องของระบบมหาคุรุที่ไม่มีใครเทียบได้”ระบบเน้นย้ำ “ยิ่งไปกว่านั้นสถานะระหว่างทำงานไม่มีความแตกต่างกัน”

“ทำไมเจ้าถึงไม่เป็นระบบหมอนวดเท้า?”

ซุนม่อย้อนถาม

“......”

ระบบเงียบไปประมาณสิบวินาทีหรือมากกว่านั้นจากนั้นจึงเปลี่ยนหัวข้อการสนทนา “โปรดอย่าประเมินค่าน้ำมันวาฬโบราณต่ำไปเมื่อใช้ร่วมกับเคล็ดการนวดแผนโบราณจะมีผลกระทบอย่างมาก”

เขาเปิดร้านค้าของระบบและเห็นว่านอกจากผลโพธิ์แล้วยังมีน้ำมันวาฬโบราณขวดหนึ่งอยู่บนชั้นวางที่เหมือนกับที่เขาเพิ่งได้รับมาปริมาณคือ 200 มล. และตั้งราคาไว้ที่ 1,000คะแนนความประทับใจ

“มันแพงขนาดนั้นเชียวเหรอ?”

ซุนม่อตกใจมากเมื่อเทียบกับราคาของผลโพธิ์

200มล.?น้อยไปไหม? แน่นอนว่าใช่ ซุนม่อเคยเห็นน้ำหอมชาแนลเบอร์5 ขนาด 200 มล. ของเพื่อนร่วมงานสตรีของเขาซึ่งมีมูลค่ามากกว่า 2,500 หยวน หลังจากที่เธอซื้อสิ่งนั้นเธอกินขนมปังเปล่าและผักดองเป็นเวลากว่าหนึ่งเดือน

นั่นคือน้ำหอมและแป้งพัฟเบาๆ ของมันจะช่วยให้คนหนึ่งได้กลิ่นหอมในหนึ่งวัน ผู้ใช้สามารถใช้มันเป็นเวลาหลายเดือนแต่เขาต้องใช้น้ำมันวาฬโบราณมูลค่า 7-8 มิลลิลิตรในแต่ละครั้งใช่ไหม มิฉะนั้นถ้าคนมีใบหน้าใหญ่ ก็คงจะไม่เพียงพอสำหรับใบหน้านับประสาใช้เพียงพอสำหรับการนวดทั่วเรือนร่าง

“ของถูกไม่มีดีทุกอย่างที่จำหน่ายโดยร้านค้าของระบบมีค่ามากกว่าราคาของมัน

ระบบเสริมว่า“สำหรับการนวดทั่วร่าง เจ้าเพียงแค่ต้องใช้น้ำมันวาฬโบราณ 5 มล.แล้วเจือจางด้วยน้ำสะอาดในอัตราส่วน 5:1 หากอัตราส่วนต่ำกว่านี้ ผลกระทบก็จะลดน้อยลงไปอีก

“การนวดทั้งตัวจะทำให้เจ้าได้คะแนนประทับใจอย่างน้อย25 คะแนน”

ซุนม่อประเมินทันทีพิจารณาจากความเร็วที่เขาได้รับความชื่นชอบ มันไม่ใช่จำนวนเล็กน้อยดูเหมือนว่าเขาควรจะรักษามันไว้

"จะเก็บไว้ทำไมราคาที่สูงเป็นแรงจูงใจให้เจ้าทำงานหนักเพื่อแนะนำนักเรียนจำนวนมากขึ้นและได้รับความชื่นชอบประทับใจ"

ระบบนี้ทำให้แผนการของเขาฟังดูมีเหตุผลทำให้ซุนม่ออยากจะยกนิ้วกลางให้มัน

เมื่อคำนวณแล้วซุนม่อมีคะแนนความชอบทั้งหมด 109 คะแนน มีหลี่จื่อชี 4, หลี่กง6, หวังฮ่าว 23, โจวชี่ 25และส่วนใหญ่มาจากการมีส่วนร่วมของ ชีเซิ่งเจี่ย 51

“ในร้านค้าระบบมีอะไรให้ซื้อหรือเปล่า”

ซุนม่อถามขณะเดิน

“หีบสมบัตินำโชคราคา10 คะแนนความประทับใจแต่ละหีบ จะให้โอกาสเจ้าในการดึงของวิเศษที่ขายในร้านค้า”

ระบบแนะนำ

“ข้าเป็นคนไม่มีโชคที่ไม่สามารถแม้แต่จะได้รับรางวัลชมเชยในการจับฉลากตั้งแต่ยังเด็กเจ้าไม่ได้ขอให้ข้าเสียคะแนนความประทับใจทั้งหมดด้วยการทำอย่างนั้นใช่ไหม?”

ซุนม่อเหลือกตา

หลังจากกลับมาที่หอพักซุนม่อเห็นนักเรียนคนหนึ่งยืนอยู่หน้าทางเข้า เขาคำนับจางเซิง “อาจารย์จางขอบคุณสำหรับคำแนะนำของท่าน”

“ไปเถอะกลับไปฝึกฝนให้หนัก”

จางเซิงถือหนังสือในมือซ้ายและมือขวาของเขาจับที่หลังของเขา เขายิ้มเล็กน้อยสวมบทบาทเหมือนเป็นมหาคุรุ

เมื่อเห็นว่าซุนม่อกลับมาแล้วจางเซิงทำแกล้งมองไปทางด้านข้างแล้วเบือนศีรษะออกไป ไม่สนใจแม้แต่จะทักทายเขาไม่ต้องการเข้าใกล้คนไร้ประโยชน์อย่างเขา

หยวนฟงและหลู่ตี๋ต่างก็อยู่ในหอพักในอดีตก็เพิกเฉยต่อซุนม่ออยู่แล้ว แต่หลู่ตี๋พยักหน้าหลู่ตี๋เป็นคนที่ไม่รุกรานใคร

“จางเซิงนี่เป็นนักเรียนคนที่ห้าที่มาขอคำแนะนำจากเจ้าใช่ไหม? ดูเหมือนว่าเจ้าจะได้รับการยอมรับจากนักเรียนบางคนว่าเป็นครูผู้ช่วยสอนแล้วนะ!”

หยวนฟงพูดอย่างสุภาพ

“ก็พอยอมรับได้!

จางเซิงแสดงท่าทางภาคภูมิใจและกลับไปที่เตียงของเขาและทำสมาธิต่อ

บรรยากาศในหอพักอึดอัดมาก

จางเซิงดูแคลนซุนม่อ  หรือบางทีอาจกล่าวได้ว่าจางเซิงดูแคลนเพื่อนร่วมห้องทั้งสาม  นอกจากให้คำตอบสั้นๆเมื่อหยวนฟงพูดคุยอย่างสุภาพและให้เกียรติ ปกติเขาจะใช้เวลานั่งทำสมาธิและไม่สนทนากับพวกเขา   หยวนฟงไม่สนใจซุนม่อและเลือกจะเพิกเฉยต่อเขา

หลู่ตี๋ไม่คิดอะไรกับซุนม่อแต่เขาจะไม่เสี่ยงล่วงเกินจางเซิงและหยวนฟงโดยพูดคุยกับเขา

อาจกล่าวได้ว่าซุนม่อถูกโดดเดี่ยวและไม่สามารถเข้ากันกับพวกเขาได้  อย่างไรก็ตาม เขาไม่ใส่ใจเรื่องนี้แต่เขารู้สึกว่ามันเงียบมาก ทำให้เขาครุ่นคิดบางอย่างได้

ซุนม่อจะไม่ประจบใครสักคนเพื่อให้ได้หนังสือดีๆมาอ่านอย่างแน่นอน

คืนที่เงียบสงบผ่านไป

เช้าตรู่หลู่ตี๋ถือขาหมูที่ถอนขนออกหมดแล้วและเอาซุปเก่าไปตุ๋นที่โรงอาหารนี่เป็นวิธีพิเศษของเขาในการเอาใจอาจารย์หลัก

“อาจารย์โจวได้กินไปสองชิ้นแล้วเมื่อถึงเวลาที่เขากินห้าชิ้น ข้าควรจะได้อยู่ในโรงเรียนแล้ว”

หลู่ตี๋ฝันถึงอนาคตที่งดงาม

ครูฝึกสอนทุกคนจะติดตามครูอาวุโสคอยเป็นผู้ช่วยสอนและถูกประเมิน  ครูเก่ามีผลกระทบอย่างมากต่อพวกเขาว่าจะได้อยู่ทำงานต่อในโรงเรียนได้หรือไม่

ประตูหอพักถูกเปิดออกและหลู่ตี๋เห็นนักเรียนเจ็ดคนยืนอยู่ข้างนอก เขาไม่แปลกใจเลยเป็นเพราะนักเรียนจำนวนมากมาขอคำแนะนำจากจางเซิงเมื่อวานนี้ดังนั้นเขาจึงหันไปเรียก

“จางเซิงมีนักเรียนมาขอคำชี้แนะจากเจ้า!”

หลู่ตี๋หาวรู้สึกอิจฉาเล็กน้อย

“เป็นคนรวยนี่ดีจริง”

หลู่ตี๋แตะกระเป๋าของเขาเขาไม่มีเงินพอที่จะให้นักเรียนมาอยู่ข้างเขา อย่างไรก็ตาม เขามีขาหมู  และมันจะมีผลเช่นเดียวกันในความคิดของเขาไม่มากก็น้อย

“จางเซิงมีนักเรียนมากเกินไป จะรับมือไหวไหม?” หยวนฟงพูดสุภาพพร้อมรอยยิ้มแต่รู้สึกหม่นหมองมากทำไมพ่อของเขาถึงไม่รวย?

“เรื่องเล็กน้อย!”

จางเซิงหวีผมเรียบและหลังจากตรวจสอบแล้วว่าเสื้อผ้าของเขาไม่มีรอยยับ เขาก็เดินออกไป“ผลัดกันทีละครั้ง เจ้าไปก่อน!”

หวังฮ่าวคนถูกเลือกตกตะลึง  เขาถามโดยไม่รู้ตัว “ข้าจะพูดยังไงดี?”

“หืม?”จางเซิงตะลึง “เจ้าไม่ได้มาขอคำชี้แนะหรอกหรือ?”

“ถูกแล้ว!”

หวังฮ่าวพยักหน้า

“แล้วเจ้าคิดจะพูดอะไร?”

น้ำเสียงของจางเซิงเริ่มจริงจังเขาอดบ่นเรื่องของฟางจื่อเหลียงไม่ได้  เขาจ่ายเงินไปเป็นจำนวนมากแต่เขากลับไม่ทำให้ดูน่าเชื่อถือ แม้เขาจะเป็นผู้ดูแลผลประโยชน์ เขาสมควรหานักเรียนฉลาดไม่ใช่หรือ?

หวังฮ่าวเกาหัวสีหน้าดูสับสน

“เอ่อ,เรามาตามหาอาจารย์ซุน  ซุนม่อ”

โจวชี่กล่าวและเอียงตัวหลบหน้าจางเซิงจากนั้นเขามองเข้าไปในหอพัก

“หือ?”

หลู่ตี๋ที่กำลังจะผละจากไปพลันชะงักเท้าและหันกลับมามอง

เมื่อได้ยินเช่นนี้จางเซิงมีสีหน้าเคร่งขรึม เขาถลึงตามองหลู่ตี๋และกลับไปที่หอพัก

“มันไม่ใช่ความผิดของข้า!”

หลู่ตี๋ไม่รู้จะแก้ตัวอย่างไรเขาอยากอธิบายว่าเขาไม่รู้ว่าซุนม่อจะไร้ยางอายถึงขนาดพาคนมาทำท่าเช่นนี้

“ฮะฮะ!”

เมื่อเห็นจางเซิงอับอายขายหน้าหยวนฟงกลับเข้าไปอยู่ใต้ผ้าห่มแทบปล่อยเสียงหัวเราะลั่น

“อรุณสวัสดิ์อาจารย์ซุน!”

โจวชี่ยืนอยู่ที่ประตูทักทายซุนม่อที่ยืนขึ้นเมื่อได้ยินเสียงหน้าหอหลังจากนวดเมื่อวานนี้ ตอนนี้เขาอยู่ในสภาพดีเยี่ยม

“อาจารย์ซุน”

หวังฮ่าวทักทายเขาและยิ้มสดใส

“ดูจากคนที่พวกเขาตามหาความสามารถในการแสดงของพวกเขาสูงมาก รอยยิ้มของผู้ชายคนนี้ดูเหมือนชื่นชมซุนม่อจากก้นบึ้งหัวใจ”

จางเซิงนิ่งงันและต้องการไปหาฟางจื่อเหลียงเพื่อทวงเงินคืน

“ซุนม่อ,เจ้าต้องใช้เงินมากมายเพื่อจ้างนักเรียนเจ็ดคนมาช่วย”

หยวนฟงเยาะเย้ยและจงใจพูดเสียงดังพยายามทำให้ซุนม่ออับอาย แต่ก็น่าเสียดายที่ซุนม่อเมินเฉยต่อเขา

“พวกเจ้าต้องการอะไร?”

ซุนม่อเดินออกไปหยุดยืนที่ระเบียงทางเดินมองไปที่พวกเขา

เขาเปิดใช้งานเนตรทิพย์และสถิติของนักเรียนทุกคนปรากฏอยู่ข้างๆ ตัวพวกเขา ในหมู่พวกเขาค่าความเป็นไปได้สูงสุดอยู่ที่ระดับทั่วไปเท่านั้น

“อาจารย์ซุน!พวกเขาทุกคนมาที่นี่เพื่อขอคำชี้แนะจากท่าน” โจวชี่อธิบาย

“ข้าไม่ว่าง!”

หลังจากซุนม่อพูดจบเขาก็ลงไปข้างล่าง โจวชี่ระมัดระวังตัวมาก เขาจะซ่อนความคิดจากซุนม่อได้อย่างไรคนเหล่านี้คงเคยได้ยินเขาพูดถึงเคล็ดการนวดแผนโบราณและอยากจะมาทดลองดู

“หา?”

เมื่อมองไปที่แผ่นหลังของซุนม่อคนอีกกลุ่มหนึ่งก็มองหน้ากัน

“ฮ่าฮ่าฮ่า!

จางเซิงอดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้ “ถ้าคนไม่มีความสามารถมันก็ไร้ประโยชน์แม้ว่าพวกมันจะใช้เงินก็ตาม”

"ถูกต้อง.นักเรียนมาขอคำแนะนำ แต่ครูวิ่งหนีไม่ให้คำแนะนำแม้แต่คำเดียว เรื่องแบบนี้ตลกเป็นบ้า”หยวนฟงยินดีในความโชคร้ายคนอื่น

“เขามีแต่ขยะเต็มไปหมดแล้วเขาจะให้คำแนะนำได้อย่างไร” จางเซิงยิ้มเยาะไม่รู้สึกอารมณ์เสียอีกต่อไป

“อย่างไรก็ตามเจ้าผู้นี้ใช้เงินเป็นจำนวนมากเพื่อที่จะได้อยู่ต่อในสถาบัน มันอาจจะมีค่าใช้จ่ายมากสำหรับเขาในการค้นหานักเรียนจำนวนมากในคราวเดียว”

หยวนฟงครุ่นคิดว่าเขาควรยืมเงินเพื่อสร้างชื่อเสียงหรือไม่

“ซุนม่อดูหล่อมากถ้าเขาต้องเสียสละตัวเอง ย่อมมีคนที่ต้องการจะรักษาเขาไว้อย่างแน่นอน”

จางเซิงลูบคางและพูดอย่างดูถูก“เขาไม่ใช่แม้แต่ครูผู้ช่วยสอน แต่เขาต้องการที่จะเป็นครู?เขากำลังฝันไป”

“เฮ้อคนพวกนี้ไร้ยางอายเกินไป พวกเขาไม่แสดงคุณธรรมที่ครูควรมี ข้ามันเป็นคนไร้เดียงสาพึ่งพาความสามารถของตัวเอง”

หลู่ตี๋ส่ายหัวและดูขาหมูในมือเขารู้สึกว่ามีไม่กี่คนที่จะซื่อสัตย์เหมือนเขา

จบบทที่ บทที่ 13 ก้าวย่างเล็กๆ สู่การเป็นมหาคุรุ

คัดลอกลิงก์แล้ว