เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 2 คะแนนประทับใจ +1

บทที่ 2 คะแนนประทับใจ +1

บทที่ 2 คะแนนประทับใจ +1


ดึกดื่นค่ำคืนเปลวไฟกองไฟโบกสะบัดตามจังหวะสายลม

หลี่จื่อชีเป็นเด็กที่เริ่มเป็นสาวมีความงดงามที่ดูบริสุทธิ์ไร้เดียงสาที่เด็กสาววัยรุ่นจะพึงมีโดยเฉพาะใบหน้ารูปแตงโมของนางดูงดงามน่ารัก

แม้ว่านางจะยังไม่เป็นผู้ใหญ่เต็มตัวแต่นางก็ยังมีเสน่ห์ของเด็กสาววัยกำดัดอยู่แล้วอีกไม่กี่ปีข้างหน้านางจะติดอันดับหนึ่งในกลุ่มหญิงงามที่มีชื่อเสียงระบือไปทั่วโลกแน่นอน

ทว่าซุนม่อไม่มีเวลามาชื่นชมความงามของนางขณะนี้ในหัวของเขากำลังวุ่นวายกับการค้นหาระบบมหาคุรุ

“ระบบนี้จะช่วยให้ร่างที่อาศัยกลายเป็นมหาคุรุคนหนึ่ง ร่างหลักสามารถได้รับคะแนนโปรดปรานประทับใจเพิ่มขึ้นผ่านระบบแนะนำและเป้าหมาย”

“คะแนนความประทับใจสามารถแลกเป็นเหรียญทองและใช้เป็นสกุลเงินซื้อสินค้าในระบบได้”

“สินค้าซื้อขายโดยรวมไม่ถูกจำกัดมีทั้งคาถาต่างๆ สมบัติลับ ยาแปรธาตุ วิชาที่สมบูรณ์และแบบพิมพ์เขียว...”

ซุนม่ออ่านคู่มืออยู่เงียบๆจากนั้นก็เปิดระบบร้านค้า  ชั้นวางของในร้านค้าทำจากไม้จันทร์ปรากฏขึ้นต่อหน้าของเขา  อย่างไรก็ตามไม่มีอะไรบนนั้นนอกจากผลไม้สีแดงเข้มเรืองแสงที่มุมขวา

“ผลดาราจันทร์ราคา 1000 คะแนนประทับใจ หลังจากกินแล้วจะช่วยเพิ่มระดับให้ท่าน”

ซุนม่อมีสีหน้าสุดฝืน

“ล้อกันเล่นหรือเปล่า?  ส่วนพ่วงดีๆ ของสัญญาอยู่ที่ไหน? ทำไมถึงมีแค่ของชิ้นเดียว?แกเชื่อว่าฉันไม่กล้าตบหน้าแกเหรอ?”

“ในทวีปแห่งเก้าแว่นแคว้นปราณวิญญาณมีอยู่มากมายและปราชญ์เมธีมีชื่อเสียงบางท่านได้บัญญัติวิธีการฝึกฝนที่หลากหลายหากใครฝึกฝนจนถึงระดับสุดยอด พวกเขาสามารถบรรลุชีวิตนิรันดร์ และทำลายความว่างเปล่า จนกระทั่งถึงบัดนี้เวลาได้ผันผ่านไปหลายหมื่นปีในโลกใบนี้ มันกลายเป็นระบบที่เติบโตเต็มที่

ขอบเขตแรกสำหรับผู้ฝึกฝนเป็นที่รู้กันว่าขอบเขตเสริมพลังกาย  ขอบเขตต่อไปเป็นการขัดเกลาจิตวิญญาณ

พลังงานที่ถูกเก็บกักไว้ในรูขุมขนของท่านจะถูกเปลี่ยนเป็นพลังวิญญาณ เมื่อจุดชีพจรทั้ง 108 ถูกทะลวงเชื่อมถึงกันหมด  ผู้ฝึกฝนจะก้าวเข้าสู่ขอบเขตเผาผลาญโลหิต ตามมาด้วยขอบเขตพลังศักดิ์สิทธิ์เหนือธรรมชาติซึ่งมีพลังเหนือมนุษย์

ซุนม่อรู้สึกว่าขอบเขตการฝึกปรือก็เหมือนกับการเรียน ทั้งสองสามารถก้าวหน้าได้จากการฝึกปรืออย่างเป็นระบบ  อย่างไรก็ตามเขาก็เป็นผู้สำเร็จการศึกษาแล้ว  เขาไม่รู้สึกว่าการฝึกปรือจะเป็นเรื่องยากเย็น ดังนั้นเมื่อเทียบกับผลดาราจันทร์ที่สามารถใช้เพื่อยกระดับขอบเขตพลังของเขาได้เขาอยากมีวิชาที่สมบูรณ์มากกว่านี้

“ไม่ต้องรีบร้อนสมบัติลับอื่นๆ จะทยอยปรากฏขึ้น

น้ำเสียงของระบบเนิบนาบไม่เร็วไม่ช้า

“มีวิชาอย่างคัมภีร์เก้าอิม? หรือว่าเทพกระบี่หกชีพจรบ้างไหม?

ซุนม่อเป็นนักเขียนนักอ่านนิยายตัวยงปกติเขาจะอ่านนิยายจากโทรศัพท์ในยามที่มีเวลาว่างเขาสามารถเขียนเรื่องราวด้วยตัวเองก็ได้

“ไม่!”

ระบบยังคงสงบเหมือนเคย  “แต่มีวิชาลับที่ทรงพลังกว่านั้น”

ขณะที่ซุนม่อกับระบบกำลังทะเลาะกันโดยไม่สนใจหลี่จื่อชีที่ด้านข้างอย่างไรก็ตาม นางไม่รีบร้อนและกำลังจ้องดูซุนม่อด้วยความสนใจ

“เขาดูหล่อจริงๆ”

หลี่จื่อชีกัดริมฝีปากโดยปกติผู้คนมักยิ้มให้หลังจากมองนาง พวกเขาพยายามสรรหาถ้อยคำมายกยอนางแต่บุรุษหนุ่มผู้นี้ไม่ยอมแม้แต่จะมองดูนางตรงๆ

ติง!

คะแนนประทับใจจากหลี่จื่อชี+1

เมื่อได้ยินคำแนะนำนี้ซุนม่ออดเหลียวไปมองหลี่จื่อชีไม่ได้

“อะไร!”

หลี่จื่อชีแก้มแดงระเรื่อนางก้มหน้าลง

แสงไฟส่องใบหน้าของซุนม่อใบหน้าของเขาคมสันเป็นเหลี่ยมมุมราวกับถูกขวานถาก ดวงตาสีเข้มของเขามิเพียงเต็มไปด้วยประกายเชาว์ปัญญาแต่ยังสร้างแรงกดดันได้เล็กน้อย

หลี่จื่อชีหายใจถี่ขึ้นเล็กน้อย

ได้รับคะแนนความชื่นชอบจากหลี่จื่อชี+1

สถานะคะแนนของเขาในตอนนี้ 5/100

“ไม่ต้องกังวล  ข้าไม่กัดเจ้า”

ซุนม่อยิ้มออกเขารู้สึกสับสนในใจ ทำไมคะแนนโปรดปรานประทับใจที่นางมีต่อเขาถึงเพิ่มขึ้น?ตามคำอธิบายของระบบ เขาคิดว่าเขาจำเป็นต้องให้คำสอนและคำแนะนำก่อนที่ีเป้าหมายจะมีความประทับใจต่อเขาเพิ่มขึ้นมิใช่หรือ?

“ผู้ที่ถูกเรียกว่ามหาคุรุทั้งคำพูดและการกระทำล้วนเป็นแบบอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการนั่ง ยืน เดิน ล้วนเป็นแบบอย่างได้อารมณ์ของเจ้าก็ยังสร้างความประทับใจให้ลูกศิษย์ทำให้พวกเขารู้สึกเกรงขามและเทิดทูน”

ระบบให้คำอธิบายอย่างละเอียดเหมือนกับพี่สาวที่ให้ความห่วงใย

“แล้วความเชื่อมโยงศักดิ์สิทธิ์หมายถึงอะไร?”  ซุนม่อถาม

“ระดับของร่างหลักยังต่ำเกินไป”ระบบปฏิเสธที่จะตอบ

ซุนม่อยังคงสำรวจการทำงานของระบบต่อไปขณะที่เขารู้สึกปวดหัวมากขึ้นเรื่อยๆ  เมื่อเขามาถึงตอนแรกความทรงจำในสมองของเขาสับสนวุ่นวายนอกจากนี้เพราะเขาโดดน้ำลงไปช่วยใครบางคนก่อนหน้านี้  เขาจึงใช้กำลังไปค่อนข้างมากเขาเหน็ดเหนื่อยอย่างไม่มีใดเปรียบไม่ช้าก็ผลอยหลับไปโดยไม่รู้ตัว

.........

อ๊บอ๊บ!

กบตัวหนึ่งกระโดดขึ้นไปบนหน้าของซุนม่อโดยไม่สนใจเขาทิ้งรอยเปียกไว้สองรอย หลังจากที่มันกระโดดออกไปอีกครั้ง

“ความฝันนี้ยาวนานจริงๆแต่เด็กสาวคนนั้น งดงามมากทีเดียว”

น้ำค้างเย็นยะเยือกพร่างพรมจนตัวเขาเปียกโชกและรู้สึกไม่สบายตัวซุนม่อใช้มือลูบหน้าและเอี้ยวหัวไปชนต้นตั๊กแตนที่อยู่ข้างๆ โดยไม่ตั้งใจ

ปัง!

ความเจ็บปวดแล่นเข้ามาหา

“ไม่ใช่ความฝัน!”

ซุนม่อคลำหน้าผากตนเองและมองหาหลี่จื่อชี   อย่างไรก็ตาม รอบๆ กองไฟที่ดับแล้วไม่มีใครอยู่ มีแต่ผ้าเช็ดหน้าสีชมพูผูกไว้ที่ข้อมือซ้ายของเขา

“อีกสิบวันพบกันที่งานรับสมัครนักศึกษาใหม่”

ลายมืองดงามแสดงให้เห็นถึงอัธยาศัยที่อ่อนโยนของเด็กสาว

เมื่อซุนม่อนึกถึงสถานการณ์ที่เลวร้ายของตนเขาอดฝืนยิ้มขมขื่นมิได้ ถ้าเขาบอกเด็กสาวคนนั้นให้รู้ว่าเขาเป็นเพียงคนทำหน้าที่ขนส่งสิ่งของ  นางจะผิดหวังจนพุ่งทะลุเพดานหรือไม่?

เขาไปที่ริมทะเลสาบเพื่อล้างหน้าก่อนในหน้านี้คล้ายใบหน้าของเขาสักแปดส่วนของใบหน้าในโลกก่อนเห็นจะได้แต่ก็ดูหล่อขึ้นบ้างเล็กน้อย มันดูอ่อนโยนเล็กน้อย

“ดีเว้ย!”

จริงๆ แล้วซุนม่อพอใจเป็นอย่างมากทุกคนต้องการให้ใบหน้าดูดีขึ้น โลกของเขาก่อนหน้านั้น  ใบหน้าที่หล่อเหลาของเขาสร้างความประทับใจมากมายให้กับรองผู้อำนวยการ

...................

จินหลิงเป็นเมืองโบราณของหกราชวงศ์แม้ว่าอิฐและกระเบื้องจะปกคลุมไปด้วยตะไคร่น้ำ  เผยให้เห็นมรดกทางประวัติศาสตร์ที่แข็งแกร่งยาวนาน

เขาเดินไปสุดถนนหงอู่ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถาบันจงโจวประตูหินใหญ่โตสง่างามแสดงให้เห็นถึงพลานุภาพปกครองข่มขี่และความรู้สึกเคร่งขรึมเมื่อยืนอยู่ตรงนั้น

ซุนม่อวิ่งกลับไปที่แห่งความทรงจำของเขา เมื่อเวลาเกือบเที่ยงแล้ว

“เจ้าหายไปไหนมา?”

ลุงฉินคนเฝ้าประตูเงยหน้าทันทีที่เห็นซุนม่อ

ซุนม่อพยักหน้าทักทายและรีบเข้าไปในสถาบัน

จากนั้นลุงฉินตะโกนบอก“หลี่กงตามหาเจ้าตั้งแต่เช้า เขาต้องการให้เจ้ารีบไปที่แผนกรับส่งของ ไปพบเขาโดยตรง”

เสียงของลุงฉินดังมากไม่ว่าจะฟังยังไงซุนม่อก็ยังได้ยินสำเนียงที่แฝงอาการเย้ยหยันในความโชคร้ายของเขาปนอยู่ในน้ำเสียง

นักเรียนที่ผ่านไปมาพบเห็นซุนม่อต่างก็ชี้ไปที่ซุนม่อพลางซุบซิบกันเอง  ตอนนี้เขาน่าจะเป็นคนดังในโรงเรียนไปแล้วแต่คงเป็นชื่อเสียงที่อื้อฉาวมากกว่า

หลังจากที่เขาขึ้นไปบนอาคารสำนักงานเปิดประตูแผนกขนส่งกลิ่นบุหรี่ก็พลุ่งเข้าจมูกของเขา ซุนม่อยังไม่ทันเห็นใครเลย แต่มีเสียงว้ากดังขึ้นเสียแล้ว

“เจ้าหายไปไหนมา?รู้หรือไม่ว่าในช่วงเวลาเรียน เจ้าไม่ได้รับอนุญาตให้ออกจากสถาบันโดยไม่มีเหตุผล?เจ้าคิดว่าเจ้าจะเป็นครูที่ดีได้หรือ”

บุรุษวัยกลางคนนั่งอยู่ตรงหัวมุมลุกขึ้นยืนและเดินกะโผลกกะเผลกชี้ไปที่ซุนม่อและเริ่มด่าทอเขา

“เขาไม่ใช่ครูแต่เขาเป็นคู่หมั้นของครูใหญ่ แล้วถ้าเขาโดดงานล่ะ? เจ้ากล้าที่จะสอดแทรกหรือไม่”  เสียงประชดประชันดังขึ้น

ซุนม่อชำเลืองมอง เขาเป็นบุรุษวัยกลางคนผมสั้นมือขวาถือกาน้ำชาพูดเหน็บแนม ซุนม่อจำได้ว่าบุรุษคนนี้นามว่าหลิ่วถง

“ข้าไม่สนใจหรอกว่าเจ้าจะเป็นคู่หมั้นของใครถ้ามีครั้งต่อไป เจ้าจะถูกไล่ออกทันที!”

หลี่กงดุด้วยน้ำเสียงฉุนเฉียว “ไปทำความสะอาดโกดัง และจัดห้องที่เหลือ พรุ่งนี้เช้าข้าจะไปตรวจดูอีกครั้ง!”

ซุนม่อถอยกลับ

“เดี๋ยวก่อน  เดือนนี้เจ้าถูกหักเงินเดือนครึ่งหนึ่ง!”

หลี่กงกล่าวเสริม หลังจากนั้นเขาก็โบกมืออย่างเหลืออดราวกับว่ากำลังพยายามปัดไล่แมลงวันออกไป

“พวกเจ้าข่มเหงเขามากไปจะเกิดอะไรขึ้นถ้าเจ้าเด็กร้ายกาจนี้ลาออกจริงๆ”

เฉินมู่ผมหงอกเป็นกังวลเล็กน้อย กลัวว่าจะถูกพัวพันไปด้วย:"ข้าได้ยินมาว่าเขาได้รับการยอมรับจากครูใหญ่อันที่เขียนจดหมายนัดเพื่อจ้างเขาด้วยตัวเอง"

“เฮ่ยเขาก็แค่เกาะอยู่เบื้องหลังอาศัยการสนับสนุนจากสตรี  เจ้าจะต้องกลัวอะไรด้วย?”

หลี่กงเต็มไปด้วยความรังเกียจ  ยังไงก็ตามถ้าครูใหญ่ลงมาเอาเรื่อง  ก็ยังมีคนเหนือกว่าคนที่นางปกป้องยิ่งซุนม่อถูกไล่ออกเร็วเท่าไหร่ เขาจะได้เลื่อนตำแหน่งเร็วขึ้นเท่านั้น”

หลังจากบัณฑิตฝึกงานมาถึงโรงเรียนพวกเขาจะได้รับมอบหมายให้เป็นครูที่มีประสบการณ์ พวกเขาจะเริ่มจากเป็นผู้ช่วยสอนและเรียนรู้จากครู  สถานการณ์ของซุนม่อนั้นแย่มากเขาได้รับมอบหมายให้ช่วยงานหลี่กง

หลี่กงไม่ใช่ครู เขาเป็นหัวหน้าแผนกขนส่งของและเขายังทำงานจิปาถะให้กับโรงเรียน เช่นซ่อมโต๊ะและเก้าอี้  โดยพื้นฐานสำหรับผู้มีวิจารณญาณแล้วก็คงบอกได้ว่าโอกาสที่ซุนม่อจะเป็นครูได้นั้นไม่ค่อยสดใสนัก

“ฮึ่ม..อยู่กับข้าลืมเรื่องเป็นมหาคุรุไปได้เลย เขาไม่มีทางแม้แต่จะเป็นครูได้ในชีวิตนี้  ถ้าอารมณ์ดี ข้ายังจะสอนงานไม้ให้เขาได้บ้าง  อย่างน้อยที่สุดก็เพื่อให้จบได้”

หลี่กงจิบชาด้วยท่าทางพอใจสำหรับเขามีโอกาสไม่มากนักที่จะซ่อมครูฝึกหัด

เฉินมู่เผยอปากแต่เขากลืนคำพูดที่กำลังจะพูดกลับคืนมา ลืมไปว่าเขาไม่อยากยุ่ง ปัจจุบันนี้มีเรื่องให้น่ากังวลมากมายที่ส่งผลกระทบต่อโรงเรียนทำให้เกิดปัญหามากมาย จะเป็นการดีที่สุดสำหรับเขาที่จะปกป้องตัวเองและอยู่เฉยๆในขณะที่รับเงินเดือน!

ขณะยืนอยู่บนทางเดินซุนม่อมีสีหน้าเขียวคล้ำ เขาไม่ใช่คนประเภทหันแก้มอีกข้างให้หลังจากโดนตบ ถ้าไม่ใช่ว่าเขายังไม่คุ้นเคยกับร่างนี้และยังไม่เข้าใจแนวคิดของพลังปราณจิตเขาคงจะปล่อยหมัดสั่งสอนเจ้าง่อยหลี่กงไปแล้ว ให้มันรู้ว่าทำไมดอกไม้ถึงเป็นสีแดง

“หลี่กงเหรอ?ตอนนี้ปล่อยให้เจ้าย่ามใจไปก่อนเถอะ”

ซุนม่อจดบันทึกเจ้าง่อยหลี่กงไว้ในสมุดบันทึกเล่มเล็ก  “และคู่หมั้นคนนั้น ดูเหมือนนางจะรักซุนม่อมากหรือเปล่า?”

เมื่อสามปีที่แล้วครูใหญ่คนก่อนของสถาบันจงโจวล้มเหลวในการเป็นเซียน  แม้ว่าเขาจะยังไม่ตาย แต่ตอนนี้ก็ยังไม่ได้สติ

ลูกชายอกตัญญูหลบลี้หนีความรับผิดชอบในหน้าที่ดังนั้นอันซินฮุ่ยหลานสาวของเขาไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากรับตำแหน่งครูใหญ่เป็นการชั่วคราว

อันซินฮุ่ยมีรูปลักษณ์ไม่มีใครเทียบมีจิตใจบริสุทธิ์งดงาม นางสำเร็จการศึกษาจากสถาบันหวินโจวเทียนจีต่างจากสถาบันจงโจวซึ่งตกต่ำลงมาจนถึงสถาบันชั้นสี่มาช้านานแต่ก็เป็นหนึ่งในเก้าสถาบันที่มีชื่อเสียงในปัจจุบัน

แม้แต่ยามอยู่ในสถาบันหวินโจวเทียนจีอันซินฮุ่ยก็ได้รับความสนใจและเป็นดาวเด่นหญิงงามที่ได้รับการจัดอันดับ

อย่างไรก็ตามการเป็นครูใหญ่และเป็นนักเรียนสองสถานะนี้ต่างกันในช่วงสามปีที่ผ่านมาอันซินฮุ่ยพยายามอย่างเต็มที่แต่ก็ไม่สามารถป้องกันความเสื่อมถอยของสถาบันจงโจวได้

หลังจากที่ซุนม่อมาถึงโรงเรียนเขาได้แต่มองอันซินฮุ่ยจากระยะไกลในระหว่างประชุมอันที่จริงพวกเขาไม่มีแม้แต่การสื่อสารพูดคุยเป็นส่วนตัว

ในอดีตตัวตนร่างนี้ของเขานี้มาที่โรงเรียนจงโจวหลังจากสำเร็จการศึกษาเพราะเขาต้องการช่วยคู่หมั้นซึ่งเป็นคู่รักในวัยเยาว์ของเขา เป้าหมายของเขาคือทำให้สถาบันจงโจวกลับคืนสู่ความรุ่งเรืองยุคเก้าสถาบันใหญ่ของโลก   อย่างไรก็ตามจู่ๆ ผู้คนก็เรียกเขาว่าไอ้หนุ่มข้าวนุ่มเกาะอยู่หลังสตรีและจับเขาโยกย้ายไปที่แผนกรับส่งของ ไม่ต้องพูดถึงตำแหน่งที่ดี แม้แต่ครูผู้ช่วยสอนก็ยังทำไม่ได้

“ในฐานะเป็นไอ้หนุ่มนุ่มนิ่ม  ข้าไม่ได้สูญเสียอะไรไปมากใช่ไหม?”

ซุนม่อพูดไม่ออก

“ติง, ภารกิจใหม่พร้อมแล้ว จงเป็นครูผู้ช่วยสอนภายในหนึ่งเดือน  รางวัลตอบแทน : หีบเงิน 1 กล่อง!”

***ไอ้หนุ่มข้าวนุ่ม = ผู้ชายที่อาศัยความช่วยเหลือจากผู้หญิง

จบบทที่ บทที่ 2 คะแนนประทับใจ +1

คัดลอกลิงก์แล้ว