- หน้าแรก
- ล้มเหลวพิธีปลุกพลังเจ็ดครั้งในปีจบ ได้สัญญากับแปดปีศาจผู้ยิ่งใหญ่!
- บทที่ 44 ปลดปล่อยเวทมนตร์มืด ผู้อาวุโสใหญ่เจียงห่าวหรานผู้เกรี้ยวกราด!
บทที่ 44 ปลดปล่อยเวทมนตร์มืด ผู้อาวุโสใหญ่เจียงห่าวหรานผู้เกรี้ยวกราด!
บทที่ 44 ปลดปล่อยเวทมนตร์มืด ผู้อาวุโสใหญ่เจียงห่าวหรานผู้เกรี้ยวกราด!
ณ สวนหลังคฤหาสน์ฉิวเฟิง!
เย่ซวงอยู่เพียงลำพัง เธอกำลังง่วนอยู่กับการงัดแงะทำความเข้าใจเวทมนตร์มืดบทแรกที่เธอสำเร็จวิชา!
เห็นเพียงเธอถือไม้เท้าเวทมนตร์วาดเส้นเวทมนตร์ลงบนพื้น หลังจากร่ายคำสาปจบลง
พลังวิญญาณอันน้อยนิดในร่างกายของเธอก็ถูกสูบออกไปจนหมดสิ้นในพริบตา!
จากนั้น เหนือเส้นเวทมนตร์ก็ค่อย ๆ ควบแน่นลูกไฟสีทองขนาดเท่าลูกบาสเกตบอลขึ้นมาหนึ่งลูก
ทว่ายังไม่ทันที่เย่ซวงจะได้เริ่มควบคุม ลูกไฟนั้นก็เกิดอาการเสียสมดุลจนควบคุมไม่อยู่!
ตูม!
เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งคฤหาสน์
เย่เฟิงที่กำลังหลับตาพักผ่อน ลืมตาพรึบขึ้นทันที จิตสำนึกแผ่ซ่านออกไปตรวจสอบรอบบริเวณ
เมื่อพบว่าความเคลื่อนไหวเมื่อครู่เป็นฝีมือของน้องสาวตัวเอง เขาจึงผ่อนคลายความระมัดระวังลง!
“ฟู่ว~ ตกใจหมดเลย!”
“ก็นึกว่ามีศัตรูบุกมาหาเรื่องเสียอีก!”
“แต่เย่ซวงก็เก่งไม่เบานะเนี่ย แค่สิบวันก็ทำความเข้าใจเวทมนตร์ได้บทหนึ่งแล้ว!”
“แถมสารานุกรมเวทมนตร์มืดก็สมกับเป็นผลงานเขียนของปีศาจแห่งไฟจริง ๆ”
“เย่ซวงในตอนนี้ยังไม่ได้ก้าวเข้านักรบระดับหนึ่งด้วยซ้ำ แต่เธอกลับสามารถระเบิดพลังโจมตีในระดับหนึ่งออกมาได้ในฐานะผู้ปลุกพลังเริ่มต้น!”
“ถ้าข่าวนี้รั่วไหลออกไป สารานุกรมเวทมนตร์มืดคงกลายเป็นสมบัติล้ำค่าที่คนในวงการนักรบแย่งชิงกันจนพลิกแผ่นดินแน่!”
เย่เฟิงค่อย ๆ เอนกายจมลงในอ่างน้ำ พลางขบคิดเงียบ ๆ ว่าจะปกป้องเย่ซวงให้รอบด้านยิ่งขึ้นได้อย่างไรในอนาคต
อีกด้านหนึ่ง เย่ซวงถูกแรงระเบิดซัดจนกระเด็นออกไป
ใบหน้าเล็ก ๆ ของเธอเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเขม่าสีดำ เธอหยัดตัวลุกขึ้นยืนพลางปัดฝุ่นตามร่างกาย โดยมีทรงผมที่ฟูฟ่องจากการโดนระเบิดติดตัวมาด้วย
“บ้าจริง ล้มเหลวอีกแล้ว!”
“ถ้าไม่ได้เครื่องรางป้องกันระดับหนึ่งที่ทำงานเองอัตโนมัติคอยช่วยไว้ ป่านนี้ฉันคงไปเฝ้ายมบาลเพราะโดนระเบิดตายไปหลายรอบแล้ว”
เย่ซวงถอนหายใจยาว “เฮ้อ ทุกครั้งตอนที่กำลังจะควบคุมลูกไฟ มันมักจะขาดการเชื่อมต่อกะทันหัน ทำให้ควบคุมลูกไฟไม่ได้จนระเบิดมั่วซั่วไปหมด!”
“มันผิดพลาดตรงไหนกันนะ? ทำไมถึงล้มเหลวตลอดเลย?”
เย่ซวงหยิบสารานุกรมเวทมนตร์มืดออกมา พลิกอ่านเนื้อหาในหน้าแรกอย่างละเอียดอีกครั้ง
เพื่อหาดูว่าเธอทำขั้นตอนสำคัญไหนตกหล่นไปหรือเปล่า!
ในขณะเดียวกัน หลงชิงหลิงและคนอื่น ๆ ก็ได้เขียนรายงานสรุปแผนการร้ายของลัทธิปีศาจในครั้งนี้ส่งขึ้นไปยังสภาผู้อาวุโสทั้งหมด!
เนื้อหาในรายงานล้วนไปในทิศทางเดียวกัน นั่นคือร่วมกันปกปิดความจริงที่ว่า โจวหลาน สมาชิกหน่วยพิทักษ์มังกรเขียวตายด้วยน้ำมือของเย่เฟิง
รวมถึงการเขียนบรรยายด้วยสำนวนคร่ำครวญเรื่องความยากจน เพื่อหวังจะได้ทรัพยากรมาสนับสนุนเมืองฐานของตนมากขึ้น!
เนื่องจากเย่เฟิงทำตัวต่ำต้อยมาตลอด ผลงานในอดีตจึงไม่เคยถูกรายงานขึ้นไป และครั้งนี้ก็เช่นกัน
แม้การต่อสู้ครั้งนี้เขาจะยอมปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณชน แต่เขาก็สังหารคนของตระกูลโจวไปด้วย
เพื่อไม่ให้เขาต้องไปเข้าตาพวกผู้มีอิทธิพล เหล่านายกเทศมนตรีจึงเลือกที่จะปกปิดการมีตัวตนของเย่เฟิงเอาไว้
โดยเน้นย้ำเพียงว่ามียอดฝีมือระดับแปดคนหนึ่งต่อสู้จนตายตกตามกันไปพร้อมกับเหยากวง!
.......
เมืองฐานหมายเลข 001 ทันทีที่สภาผู้อาวุโสได้รับรายงาน ก็มีการเรียกประชุมด่วนในทันที!
ภายในห้องทำงานที่กว้างขวางและสว่างไสว ไม่นานนัก บุคคลสำคัญที่หาตัวจับยากจำนวนมากก็ทยอยเดินทางมาถึง
ผู้อาวุโสสามท่านนั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะประชุม
ส่วนสมาชิกบริหารระดับแกนกลางคนอื่น ๆ ของต้าเซียต่างก็นั่งลงตามลำดับตำแหน่งของตน!
เจียงห่าวหราน ผู้อาวุโสใหญ่ วัย 77 ปี เป็นชายชราที่มีรูปร่างสูงใหญ่และดูทรงพลัง
เขาคือกุมอำนาจอันดับสองของหน่วยงานที่มีอำนาจสูงสุดในต้าเซีย มีตำแหน่งเป็นรองเพียงประมุขต้าเซียเท่านั้น!
เขานั่งลงอย่างมั่นคงในตำแหน่งประธานโต๊ะประชุม
ด้านซ้ายคือผู้อาวุโสที่สี่ — จางหยวน วัย 78 ปี
ด้านขวาคือผู้อาวุโสที่สอง — ถังเจิง วัย 74 ปี!
ตามปกติแล้ว เพียงแค่ผู้อาวุโสท่านเดียวปรากฏตัว ก็สามารถตัดสินใจเรื่องสำคัญใด ๆ ในต้าเซียได้แล้ว
แต่การประชุมครั้งนี้กลับมีผู้อาวุโสถึงสามท่านเข้าร่วม นี่จึงเป็นการประชุมที่สำคัญและหาได้ยากยิ่งอย่างแน่นอน!
หัวหน้าหน่วยงานต่าง ๆ นั่งอยู่ในที่นั่งของตนด้วยความหวาดวิตก รอคอยการเริ่มต้นการประชุม
ในตอนนั้น ผู้ช่วยของเจียงห่าวหรานได้แจกจ่ายเอกสารรายงานให้แก่ทุกคนในที่ประชุม
ทุกคนต่างตั้งใจอ่านข้อมูลในมืออย่างละเอียด เพราะเกรงว่าหากถูกถามขึ้นมาแล้วจะตอบไม่ได้
เนิ่นนานผ่านไป เจียงห่าวหรานก็ตะคอกเสียงดังลั่น “ค่ายกลบูชาเลือด!”
“ค่ายกลที่ทำลายมนุษยธรรมแบบนี้ ไม่ใช่ว่ามันสูญหายไปพร้อมกับการตายของเหยากวงเมื่อ 70 ปีก่อนแล้วหรือไง?”
“ทำไมตอนนี้ 【ค่ายกลบูชาเลือด】 ถึงปรากฏขึ้นมาใหม่ แล้วทำไมเหยากวงที่ควรจะตายไปตั้งนานแล้ว ถึงได้มาตายซ้ำอีกรอบหนึ่ง?”
“เรื่องราวในตอนนั้นมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
จางหยวน ผู้อาวุโสที่สี่ เอ่ยด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า “เหยากวงนับได้ว่าเป็นรุ่นพี่ของพวกเรา!”
“เมื่อ 70 ปีก่อน พวกเราที่อยู่ที่นี่ต่างก็ยังเป็นเด็กกันทั้งนั้น”
“การจะสืบสวนเรื่องในตอนนั้นตอนนี้ มันเป็นเรื่องที่ยากลำบากมากนะครับ!”
ถังเจิงยิ้มบาง ๆ แล้วพูดว่า “ในเหตุการณ์ของเหยากวง มีจุดร่วมอยู่อย่างหนึ่งครับ!”
“นั่นก็คือ ตระกูลโจว!”
สิ้นคำพูดนี้ สายตาของทุกคนต่างพุ่งเป้าไปที่หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งที่นั่งอยู่ท้ายโต๊ะ
เธอคือหัวหน้าหน่วยพิทักษ์มังกรเขียวแห่งต้าเซีย — โจวหลิง!
เจียงห่าวหรานจ้องมองเธอเขม็ง พร้อมถามด้วยเสียงหนักแน่นว่า “โจวหลิง เธอมาให้คำอธิบายฉันเดี๋ยวนี้!”
“ตอนนั้น นักรบที่ถูกส่งไปล้อมสังหารเหยากวง ตระกูลโจวของพวกเธอเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด!”
“และคนที่รายงานขึ้นมาว่าเหยากวงตายแล้ว ก็คือผู้เฒ่าของตระกูลโจวในปัจจุบัน!”
“แล้วตอนนี้ คนที่สู้จนตายตกตามกันไปกับเหยากวงที่เมืองฐานหมายเลข 134 ก็ยังเป็นคนตระกูลโจวอีก!”
“พวกเธอตระกูลโจวกำลังวางแผนอะไรกันอยู่กันแน่?”
ถังเจิงพูดเสริมว่า “โจวหลานผู้เสียสละอย่างกล้าหาญคนนี้ เท่าที่ฉันรู้ ตั้งแต่เขาเข้าหน่วยพิทักษ์มังกรเขียวมา เขาก็ไม่เคยสร้างผลงานใหญ่อะไรเลย!”
“แต่เขากลับคอยตามสืบเรื่องของบุคคลในลัทธิปีศาจคนหนึ่งมาตลอด”
“แถมในหน่วยพิทักษ์มังกรเขียว ตั้งแต่ 70 ปีก่อน ก็มีสมาชิกคนหนึ่งที่คอยตามสืบเรื่องทูตศักดิ์สิทธิ์ลัทธิปีศาจอยู่เพียงลำพังมาโดยตลอดด้วย”
“ทูตศักดิ์สิทธิ์คนนั้นคือเหยากวงใช่ไหม?”
โจวหลิงมีสีหน้าสงบนิ่ง เธอลุกขึ้นยืนและกวาดสายตามองทุกคนอย่างเปิดเผย ก่อนจะค่อย ๆ เอ่ยปาก
“ท่านผู้อาวุโสใหญ่ ตระกูลโจวไม่ได้มีการวางแผนร้ายใด ๆ ทั้งสิ้นค่ะ”
“ตอนนั้นที่ล้อมสังหารเหยากวง ตระกูลโจวของฉันก็ทำตามคำสั่งของท่านประมุข!”
“ที่คุณปู่ของฉันรายงานตามจริงว่าเหยากวงตายแล้วในตอนนั้น เป็นเรื่องจริงแน่นอน ไม่มีการมดเท็จใด ๆ ค่ะ”
“เพียงแต่การที่เหยากวงปรากฏตัวออกมาในตอนนี้ พิสูจน์ให้เห็นว่าการตัดสินใจของคุณปู่ในตอนนั้นยังไม่แม่นยำพอ”
“การลงโทษที่จะตามมาหลังจากนี้ ฉันโจวหลิงยินดีจะแบกรับไว้ทั้งหมดเองค่ะ”
“ส่วนเรื่องที่มีคนคอยตามสืบสมาชิกลัทธิปีศาจมาตลอด นั่นคือภารกิจแฝงที่มีมานานของหน่วยพิทักษ์มังกรเขียวค่ะ”
“จากการตามสืบความเคลื่อนไหวของคนระดับสูงในลัทธิปีศาจ ทำให้ทุกปีมีข่าวสารสำคัญส่งกลับมา จนทำให้ต้าเซียหลีกเลี่ยงการโจมตีจากพวกนอกรีตมาได้หลายครั้งค่ะ!”
เจียงห่าวหรานสบตากับสายตาที่แน่วแน่ของเธอแล้วก็นิ่งเงียบไป
ในตอนนั้นเอง จางหยวน ผู้อาวุโสที่สี่ ก็ค่อย ๆ เอ่ยขึ้นว่า “ถ้าพูดตามที่เธอว่ามา ตอนนั้นเหยากวงอาจจะใช้วิธีพิเศษบางอย่างหลบหนีไปได้”
“จนสามารถตบตาเจ้าหน้าที่ล้อมปราบในตอนนั้นได้สำเร็จ”
“และการตามสืบบุคคลในลัทธิปีศาจ ก็ทำไปเพื่อความมั่นคงของต้าเซีย”
โจวหลิงพยักหน้าอย่างหนักแน่น “เป็นเช่นนั้นค่ะ”
“และตอนนี้ โจวหลานน้องชายของฉัน ก็ได้สู้จนตายตกตามกันไปกับเหยากวงแล้ว ถือเป็นการชดเชยภารกิจที่คุณปู่ทำไม่สำเร็จเมื่อในอดีตได้แล้วค่ะ!”
จางหยวนพูดเสียงเบา “ในเมื่อต้นตอของปัญหาที่ตระกูลโจวทิ้งไว้ ถูกทายาทตระกูลโจวจัดการไปแล้ว”
“เรื่องนี้ก็ให้จบลงเพียงเท่านี้เถอะ!”
“สิ่งที่ต้องทำด่วนที่สุดในตอนนี้ คือการจัดสรรทรัพยากรเพื่อช่วยเหลือเมืองฐานหมายเลข 134 และ 136 ในการบูรณะหลังสงคราม”
คนอื่น ๆ ต่างทยอยเอ่ยปากเสนอประเด็นสำคัญเกี่ยวกับงานบูรณะ
เจียงห่าวหรานฟังคำพูดเหล่านั้นด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์อย่างยิ่ง
เขาพูดด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราดว่า “จะให้จบลงแค่นี้ได้ยังไง?”
“ช่วงหลังมานี้ ตระกูลโจวแอบทำร้ายเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์ในดันเจี้ยนต่าง ๆ เรื่องนี้จางหยวน นายจะไม่รู้เชียวเหรอ?”
“หรือจะบอกว่า นายเองก็มีส่วนร่วมด้วย?”
ถังเจิงพูดด้วยสีหน้าจริงจัง “เพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์ที่ตายไปเหล่านั้น ต่างถูกนำไปใช้เป็นตัวยาสำคัญในการหลอมยายืดอายุ!”
“เรื่องที่ไร้มนุษยธรรมขนาดนี้ พวกเธอไปเอาความกล้ามาจากไหนถึงได้ลงมือทำกันลงคอ???”
โจวหลิงได้ยินดังนั้น สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที แต่เธอก็สามารถกลับมาสงบสติอารมณ์ได้ในพริบตา
คนตระกูลโจวทำงานรอบคอบเสมอ!
นอกจากน้องชายของเธอที่ค่อนข้างไม่ได้เรื่องแล้ว คนอื่น ๆ ต่างก็ระมัดระวังตัวกันมาก
โจวหลิงพูดด้วยสีหน้าตัดพ้อ “ท่านผู้อาวุโสใหญ่ ท่านเข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่าคะ?”
“เรื่องแบบนี้จะเป็นฝีมือของคนตระกูลโจวไปได้ยังไงกัน?”
คำถามที่ชี้เป็นชี้ตายแบบนี้ หากตอบไม่ดี หรือความลับรั่วไหลออกไปจริง ๆ
ตระกูลโจวก็อาจจะถูกต้าเซียที่เป็นยักษ์ใหญ่ถล่มจนพินาศได้ในพริบตา!
ตอนนี้เธอทำได้เพียงแค่เดิมพันหมดหน้าตักเท่านั้น
เดิมพันว่าในมือของเจียงห่าวหราน จะไม่มีหลักฐานเรื่องที่ตระกูลโจวหลอมยาต้องห้าม!
(จบบท)