- หน้าแรก
- ล้มเหลวพิธีปลุกพลังเจ็ดครั้งในปีจบ ได้สัญญากับแปดปีศาจผู้ยิ่งใหญ่!
- บทที่ 38 ทำลายค่ายกลบูชาเลือดอย่างรุนแรง ‘แก่นแห่งชีวิต’ ฉบับกึ่งสำเร็จรูป!
บทที่ 38 ทำลายค่ายกลบูชาเลือดอย่างรุนแรง ‘แก่นแห่งชีวิต’ ฉบับกึ่งสำเร็จรูป!
บทที่ 38 ทำลายค่ายกลบูชาเลือดอย่างรุนแรง ‘แก่นแห่งชีวิต’ ฉบับกึ่งสำเร็จรูป!
ด้วยแรงดึงนำของเย่เฟิง!
หอกเหล็กกล้าหินในห้วงอวกาศเหล่านั้นพุ่งแหวกนภากาศประดุจดาวตก พุ่งทะลวงผ่านชั้นบรรยากาศด้วยความเร็วแสง พร้อมส่งเสียงหวีดหวิวจากการแหวกอากาศที่บ้าคลั่ง
เหยากวงค่อย ๆ แหงนหน้าขึ้น มองดูหอกเหล็กกล้าหินทั้ง 9 สายที่ดูราวกับลูกไฟยักษ์ด้วยความตกตะลึง
พวกมันกำลังพุ่งดิ่งลงมายังเมืองฐานหมายเลข 134 ด้วยความเร็วสูงสุด!
เขาอดไม่ได้ที่จะรำพึงออกมา “คลื่นลูกใหม่ ช่างเจิดจ้าบาดตายิ่งนัก!”
“ยุคสมัยหนึ่ง ย่อมมียอดอัจฉริยะประจำยุคสมัยนั้น!”
“เย่เฟิง ถ้าแกเกิดเร็วกว่านี้สักร้อยปีจะดีแค่ไหนกันนะ!”
“ข้าจะได้ประลองฝีมือกับแกสักตั้ง แต่น่าเสียดายที่ข้าแก่แล้ว คงไม่มีโอกาสได้เห็นความเกรียงไกรของแกอีกต่อไป”
แววตาที่เหยากวงมองเย่เฟิงนั้น เต็มไปด้วยความชื่นชมในฐานะยอดอัจฉริยะ
หากตอนนั้นเขาไม่ถูกใส่ร้ายป้ายสี จนทำให้เกิดความท้อแท้และทรยศไปเข้ากับลัทธิปีศาจ บางทีในตอนนี้เขาอาจจะเป็นหนึ่งในเสาหลักของต้าเซียไปแล้วก็ได้
“โลกนี้ไม่มีรู้อย่างนี้ และข้าก็ไม่เสียใจในการตัดสินใจของตัวเอง!”
จิตใจของเหยากวงสั่นคลอนเพียงครู่เดียว ก่อนจะกลับมามั่นคงในเจตนารมณ์ของตนอย่างรวดเร็ว
เขาเลิกสนใจเย่เฟิง และทุ่มพลังทั้งหมดเพื่อต้านทานหอกหินที่กำลังจะร่วงหล่นลงมา!
“ค่ายกลน้ำแข็งไฟสองขั้ว!”
เห็นเพียงเหยากวงร่ายมุทราอย่างรวดเร็ว วงเวทย์ขนาดมหึมาก็พลันปรากฏขึ้นขวางกั้นท้องนภาในทันที
มังกรไฟและมังกรน้ำแข็งที่ยาวกว่าร้อยเมตรพุ่งออกมาจากค่ายกลตัวแล้วตัวเล่า เข้าปะทะกับหอกเหล็กกล้าหินอย่างต่อเนื่อง!
มังกรยักษ์และหอกเหล็กปะทะกันจนเกิดแสงเจิดจ้าและเสียงกัมปนาทดังสนั่นหวั่นไหว
ทว่า แรงกระแทกของหอกเหล็กนั้นรุนแรงเกินไป มังกรมายาบางส่วนถูกชนจนแตกกระจายในทันที
ส่วนมังกรที่เหลือ ก็ทำได้เพียงชะลอความเร็วของหอกเหล็กกล้าหินได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
เหยากวงขมวดคิ้ว “ชักจะลำบากแล้วสิ!”
“นึกไม่ถึงเลยว่าเจ้าเด็กนี่จะซ่อนไม้ตายแบบนี้เอาไว้ด้วย!”
“คลื่นลูกหลังไล่ตามคลื่นลูกแรกจริง ๆ!”
“เฮ้อ ถ้าข้ายังหนุ่มกว่านี้อีกสักหน่อย มีหรือจะมาเกรงกลัวไอ้ก้อนหินพวกนี้~~”
เหยากวงทอดถอนใจอย่างหนักหน่วง พลางกางค่ายกลขวางกั้นการเคลื่อนที่ของหอกหินต่อไป
ในใจเขาก็ไม่รู้ว่าจะต้านทานหอกหินเหล่านี้ได้นานแค่ไหน ทำได้เพียงทุ่มสุดตัวเท่าที่ทำได้
นี่ไม่ใช่เพราะพลังของเขาด้อยประสิทธิภาพ
แต่เป็นเพราะในระหว่างที่หอกหินหนักล้านจินร่วงหล่นลงมา มันได้สะสมแรงดึงดูดและพละกำลังมหาศาลจนก้าวข้ามขีดจำกัดพลังในปัจจุบันของเขาไปแล้ว
ในตอนนี้ เมื่อเขามองดูผิวหนังที่เหี่ยวย่นของตัวเอง ก็อดไม่ได้ที่จะยอมรับความไร้ความปราณีของกาลเวลา
ต่อให้คนเราจะพรสวรรค์เลิศเลอเพียงใด หรือมีพลังอำนาจล้นฟ้าแค่ไหน ก็ไม่อาจหนีพ้นการดับสูญตามกาลเวลาไปได้!
‘ความตาย’ อาจจะเป็นสิ่งเดียวในโลกที่ยุติธรรมที่สุดแล้ว
เจิ้งเฉียนเอ่ยด้วยสีหน้าตกตะลึง “สร้างค่ายกลได้เพียงชั่วพริบตา นี่คือระดับความเก่งกาจของนักจารึกเวทมนตร์ในตำนานงั้นเหรอ?”
หลงชิงหลิงพูดด้วยน้ำเสียงหนักอึ้ง “เดิมทีเขาก็สร้างชื่อเสียงก้องโลกด้วยวิถีแห่งค่ายกลอยู่แล้ว!”
“ค่ายกลต่างหาก คือพลังที่แข็งแกร่งที่สุดในมือของเขา”
เฉินผียิ้มขื่น “เฮ้อ! บางทีตอนนี้แหละ ที่เขาเพิ่งจะเริ่มเอาจริง!”
........
ในขณะที่เหยากวงกำลังทุ่มสมาธิต้านทานหอกเหล็กกล้าหิน เย่เฟิงก็อาศัยจังหวะที่เขาพะวงหน้าพะวงหลัง
รวบรวมพลังทั้งหมดเข้าจู่โจมจุดอ่อนของเขตกั้นมิติอย่างรุนแรง
หมัดของเขาชกออกไปราวกับดาวตกที่ถล่มลงมา พร้อมด้วยพลังทำลายล้างมหาศาล
ในเวลาเดียวกัน หลงชิงหลิงและคนอื่น ๆ ก็ระดมโจมตีเขตกั้นมิติอย่างหนักหน่วงยิ่งขึ้น
เมื่อขาดพลังวิญญาณมาหล่อเลี้ยง เพียงครู่เดียว เย่เฟิงก็สามารถแหกคุกมิติออกมาได้สำเร็จ!
เหยากวงปรายตามองเขาแวบหนึ่ง ก่อนพูดด้วยเสียงเย็น “ไอ้หนู รีบสั่งให้หอกหินนั่นหยุดเดี๋ยวนี้!”
“ไม่อย่างนั้น เมืองฐานข้างล่างได้พินาศแน่!”
“ชาวบ้านในนั้นต้องตายก่อนที่จะถูกบูชายัญเสร็จด้วยซ้ำ”
เย่เฟิงตอบกลับด้วยสีหน้าเรียบเฉย “หึ ๆ ฉันดูเหมือนคนโง่เหรอ?”
“ก่อนหน้านั้น ค่ายกลต้องห้ามนี้ต้องถูกทำลายก่อนแน่นอน!”
“รอให้แผนการของแกพังทลายลงก่อน แล้วฉันค่อยหยุดหอกหินนั่นก็ยังไม่สายไม่ใช่หรือไง?”
เหยากวงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมา “วิธีการของแกนี่แหละคือสิ่งที่คนปกติเขาทำกัน”
“วัน ๆ คลุกคลีอยู่กับไอ้พวกสมองนิ่มในลัทธิปีศาจ จนไอคิวของฉันเริ่มจะต่ำลงตามพวกมันไปแล้วสินะ”
“ขอเตือนไว้อย่างนะ ถ้าค่ายกลถูกทำลาย ความหวังสุดท้ายในการล้างแค้นของฉันก็จะมลายหายไปด้วย!”
“ในสถานการณ์แบบนั้น ฉันจะโกรธจัดจนอาจจะขาดสติไปเลยก็ได้!”
“แกอยากจะเห็นตอนที่ฉันคลุ้มคลั่งจริง ๆ งั้นเหรอ?”
เย่เฟิงตอบด้วยสีหน้าจริงจัง “มีท่าไม้อะไรก็งัดออกมาเถอะ ฉันจะรับไว้ทั้งหมดเอง!”
ตาแก่ที่ชีวิตใกล้จะถึงจุดจบคนหนึ่ง ต่อให้คลุ้มคลั่งแล้วจะเป็นยังไงล่ะ?
ด้วยพลังจากเครื่องรางที่เขามี เขาต้องยื้อเวลาไปจนกว่าตาแก่นี่จะตายไปเองได้แน่นอน
แววตาของเหยากวงเต็มไปด้วยความจนใจ เขาพูดว่า “ข้าอยากได้ร่างของแก แต่แกกลับเป็นคนทำลายความหวังของข้า!”
“ทุกอย่างล้วนมีเหตุและผล นี่คงจะเป็นลิขิตสวรรค์สินะ!”
เขาอดไม่ได้ที่จะจินตนาการว่า หากเขาเลือกเมืองฐานแห่งอื่น เขาจะทำพิธีบูชาเลือดสำเร็จและได้รับการต่ออายุขัยหรือไม่?
“หึ ๆ ~”
“ข้านี่มันเป็นคนที่มีความคิดขัดแย้งในตัวเองจริง ๆ!”
พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะหยันตัวเองของเหยากวง ค่ายกลที่เขาสร้างไว้ก็ถูกหอกหินทะลวงจนพังพินาศอย่างรุนแรง
ค่ายกลน้ำแข็งไฟสองขั้วส่องแสงเจิดจ้า มังกรไฟและมังกรน้ำแข็งพุ่งเข้าใส่หอกเหล็กกล้าหินอย่างบ้าคลั่ง แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถหยุดยั้งอะไรได้!
เมื่อหอกหินร่วงลงกระทบค่ายกลบูชาเลือด แรงปะทะที่น่าสะพรึงกลัวทำให้ค่ายกลสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
แต่น่าเสียดายที่ค่ายกลนี้ก็ไม่อาจท้านทานแรงตกร่วงของหอกหินได้
หลังจากถูกเจาะเป็นรูแรก หอกหินเล่มอื่น ๆ ก็ทยอยทำลายค่ายกลและพุ่งเข้าสู่ภายในเมืองฐานอย่างบ้าคลั่ง
ค่ายกลบูชาเลือดเริ่มจางหายและดูเลือนรางลง เพียงแค่สองวินาทีครึ่ง มันก็สลายไปอย่างสมบูรณ์
เหยากวงเบิกตาโพลง แววตาเต็มไปด้วยความสิ้นหวังและไม่ยินยอม
แม้จะคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้ว แต่การที่แผนการแก้แค้นต้องมาพังพินาศลงแบบนี้
เขาก็ยังทำใจยอมรับได้ยากอยู่ดี!
“ทั้งที่รู้ผลลัพธ์ล่วงหน้า แต่ข้ากลับไร้กำลังจะหยุดยั้งมันได้อีกครั้ง!”
“หึ ๆ ข้ามันช่างเป็นไอ้สวะจริง ๆ.......”
เขาแหงนหน้าคำรามก้องฟ้า เสียงนั้นเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและเคียดแค้น
อีกด้านหนึ่ง เมื่อขาดการรองรับจากค่ายกล หลงชิงหลิงและคนอื่น ๆ ต่างก็ร่วงหล่นลงสู่เบื้องล่างอย่างเลี่ยงไม่ได้
เจิ้งเฉียนตะโกนลั่น “เย่เฟิง เย่เฟิง ช่วยดึงไว้หน่อย!”
เย่เฟิงไม่มีเวลาไปสนใจคนพวกนั้นหรอก แค่สามร้อยเมตรเอง พวกนักรบระดับหกไม่ตกมาตายหรอกน่า
เขาใช้จิตสำนึกล็อกพิกัดหอกหินเหล่านั้นไว้ แม้เขาจะหยุดยั้งแรงตกของมันไม่ได้!
แต่การเปลี่ยนทิศทาง เขาสามารถทำได้!
เขาเรียกใช้พลังแรงโน้มถ่วงอันมหาศาล บังคับให้หอกหินแต่ละเล่มพุ่งไปตกลงที่บริเวณรอบนอกของเมืองฐานแทน
สัตว์ร้ายบางตัวที่อยู่แถวนั้น เมื่อเห็นวัตถุขนาดยักษ์ตกลงมาจากฟ้า ต่างก็พากันวิ่งหนีเตลิดไปคนละทิศละทาง
หลังจากหอกหินกระทบพื้น มันได้สร้างหลุมลึกต่อเนื่องกัน 9 หลุม โดยแต่ละหลุมมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 10-20 เมตร และลึก 5-10 เมตร
จนก่อให้เกิดแผ่นดินไหวเฉพาะจุดระดับ 3-4
แรงกระแทกที่รุนแรงแผ่ขยายออกไปโดยรอบ ทำให้สัตว์ร้ายจำนวนมากที่อยู่ใกล้เคียงถูกแรงอัดจนล้มลุกคลุกคลาน
ในความว่างเปล่า ร่างที่ซ่อนตัวอยู่เงียบ ๆ ร่างหนึ่ง แหงนหน้ามองขึ้นไปบนห้วงอวกาศ!
พลางพึมพำกับตัวเอง “ข้างบนนั่น ยังมีหอกหินแขวนอยู่อีกเท่าไหร่กันแน่?”
“ถ้าหอกหินร่วงลงมามากกว่านี้อีกสักหน่อย เกรงว่าเมืองฐานทั้งเมืองคงถูกทำลายย่อยยับไปแล้ว”
“ชายหนุ่มที่ชื่อเย่เฟิงคนนี้ ไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ!”
“อัจฉริยะระดับนี้ แต่กลับไม่มีชื่อเสียงเรียงนาม มันผิดปกติชัด ๆ!”
เป็นเพราะเขาเลือกที่จะพัฒนาตัวเองเงียบ ๆ หรือว่ามีใครคอยปิดบังข้อมูลให้อยู่กันแน่??
เขาตัดสินใจว่าหลังจากกลับไปที่ตระกูลโจว จะต้องรีบส่งคนมาสืบเรื่องนี้ทันที
อีกด้านหนึ่ง หลงชิงหลิงและคนอื่น ๆ ก็ร่วงลงสู่พื้นอย่างแรงจนเกิดเป็นหลุมลึกและฝุ่นตลบอบอวล!
เหอหลิงหัวรีบพุ่งออกจากกลุ่มควัน เธอปล่อยจิตสำนึกออกไปตรวจสอบ และเมื่อสัมผัสได้ว่าหอกหินตกลงที่นอกเมือง ความกังวลในใจก็มลายหายไป
“ฟู่ว~~ โชคดีที่หอกหินมีเหยากวงคอยช่วยลดแรงกระแทกอยู่ตลอด!”
“พื้นดินเลยไม่เสียหายมากนัก จะมีก็แค่กำแพงเมืองที่ได้รับแรงสั่นสะเทือนจากคลื่นกระแทกนิดหน่อย ไว้ค่อยซ่อมแซมทีหลังก็ได้”
ในขณะเดียวกัน เหยากวงจ้องมองหยดเลือดขนาดใหญ่ที่ลอยอยู่ตรงหน้า
นี่คือสิ่งที่ควบแน่นขึ้นมาก่อนที่ค่ายกลบูชาเลือดจะพังทลายลง หรือที่เรียกว่า— [แก่นแห่งชีวิต] ฉบับกึ่งสำเร็จรูป
“เย่เฟิง จงเตรียมรับโทสะของข้าซะ!”
(จบบท)