- หน้าแรก
- ระบบอัปเกรดสัตว์อสูร เริ่มต้นจากลูกหมา
- บทที่ 25 - น้องหญิงไว้ชีวิตพี่ด้วย
บทที่ 25 - น้องหญิงไว้ชีวิตพี่ด้วย
บทที่ 25 - น้องหญิงไว้ชีวิตพี่ด้วย
บทที่ 25 - น้องหญิงไว้ชีวิตพี่ด้วย
หลังจากเล่นน้ำในบ่อน้ำพุร้อนตรงไหล่เขาอยู่นานจนหนำใจ อู๋เทียนถึงค่อยสงบจิตใจลงได้ และเริ่มตรวจสอบวิชาที่ท่านอาวุโสจู้เย่ซวงถ่ายทอดให้
เขารวบรวมสมาธิไปที่ห้วงจิต ก็สัมผัสได้ถึงอักขระสองตัว สีม่วงหนึ่งและสีแดงหนึ่ง ทันทีที่จิตสัมผัสแตะต้อง อักขระย่อยๆ จำนวนมหาศาลก็พรั่งพรูออกมา
อู๋เทียนรู้สึกมึนหัวตลาย ต้องใช้เวลาทำความเข้าใจอยู่นานกว่าจะจัดเรียงข้อมูลทั้งหมดได้ บนหน้าต่างระบบของเขาปรากฏทักษะใหม่เพิ่มขึ้นมาสองอย่าง
มนต์เนตรอัคคี: วิชาคาถาระดับสูง ชักนำปราณธาตุไฟมาชำระล้างดวงตา ช่วยให้สายตาเฉียบคม มองทะลุภาพลวงตา เห็นรายละเอียดเล็กน้อย หากฝึกจนสมบูรณ์จะเพิ่มความเข้ากันได้กับธาตุไฟเล็กน้อย
มนต์เสียงอสนีบาต: วิชาคาถาระดับสูง สายสนับสนุน สามารถสั่นสะเทือนอวัยวะภายใน ขจัดปราณขุ่นมัว ปราณอัปมงคล และไอสังหารออกจากร่างกาย ทำให้พลังปราณบริสุทธิ์ ช่วยขัดเกลาร่างกาย หากฝึกจนสมบูรณ์จะชักนำปราณธาตุสายฟ้าได้เล็กน้อย
"ถึงกับเป็นคาถาระดับสูงเชียวหรือ" อู๋เทียนยิ้มแก้มปริ "ท่านอาวุโสช่างใจป้ำจริงๆ"
ช่วงเวลาที่ผ่านมาเขาได้ไปฝึกฝนที่หอถ่ายทอดวิชา จึงมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการบำเพ็ญเพียรอยู่บ้าง
สี่ระดับแรกของการฝึกตน ได้แก่ ก่อรากฐาน เลี้ยงดูปราณ หลอมกระถาง และหลอมวิชา
ก่อรากฐาน คือการชักนำปราณฟ้าดินมาหล่อเลี้ยงร่างกาย จนกระทั่งพลังสมบูรณ์ล้นปรี่ กลั่นตัวเป็นพลังแท้จริงหนึ่งสาย จึงถือว่าสมบูรณ์
เลี้ยงดูปราณ คือการเปิดจุดชีพจร โคจรพลังแท้จริง หล่อเลี้ยงทั้งกาย ใจ และวิญญาณ จนกระทั่งชีพจรร้อยสายทั่วร่างเชื่อมต่อกัน พลังแท้จริงสามารถแผ่ออกนอกกายได้ จึงถือว่าสมบูรณ์
ทั้งสองระดับนี้ ใช้วิธีฝึกฝนด้วยคาถาอาคม อาศัยทำนองแห่งสัจธรรมที่แฝงอยู่ในเสียงโบราณ ชักนำปราณฟ้าดินเข้ามาขัดเกลาตนเอง
คาถาอาคมแบ่งออกเป็น ระดับพื้นฐาน ระดับลับ และระดับสูง
คาถาระดับพื้นฐาน มักเหมาะสำหรับระดับก่อรากฐาน เป็นวิชาเบื้องต้นของผู้ฝึกตนทุกคน
คาถาระดับลับ ต้องมีพลังแท้จริงก่อนจึงจะฝึกได้ ช่วยขัดเกลาพลังแท้จริง ส่งเสริมการบำเพ็ญเพียร และมีลูกเล่นแพรวพราว ส่วนใหญ่จะเป็นความลับของแต่ละสำนัก
ส่วนคาถาระดับสูงนั้นหาได้ยากยิ่ง ไม่เพียงแต่มีประสิทธิภาพเหนือกว่าคาถาระดับลับ แต่ยังมีผลในการเสริมสร้างรากฐาน ชำระล้างเส้นเอ็นและไขกระดูก ช่วยยกระดับพรสวรรค์ของผู้ฝึกได้อีกด้วย
โดยมากแล้วจะมีแต่สำนักใหญ่ในแดนกลางที่สืบทอดกันมานับพันปีเท่านั้นถึงจะมีคาถาระดับสูง ส่วนสำนักเล็กๆ ที่รากฐานไม่มั่นคง ยากนักที่จะได้ครอบครองวิชาระดับนี้
เมื่อได้วิชามาแล้ว อู๋เทียนก็รีบเดินทางกลับสำนัก เพราะครั้งนี้เขาออกมาโดยไม่ได้วางแผนล่วงหน้า หากมัวโอ้เอ้อยู่นานจนเลยเวลาอาหารที่โรงครัว เกรงว่าป้าอู๋กับอู๋เซี่ยเอ๋อร์จะเป็นห่วง
เขากระโจนขึ้นฝั่ง สะบัดขนจนน้ำกระจาย ขนสีขาวสะอาดยิ่งดูเป็นประกายแวววาว
ด้วยพรสวรรค์ก้าวพริบตาพันลี้ ความเร็วในการวิ่งของเขาจึงสูงมาก เปรียบเสมือนเงาสีขาวที่พุ่งผ่านป่าเขาไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อมาถึงใกล้ประตูสำนัก กระดิ่งที่คอก็สั่นไหว เกิดคลื่นพลังสีทองจางๆ แผ่ออกมา อู๋เทียนลอดผ่านประตูค่ายกลเข้าไปได้อย่างเงียบเชียบ โดยไม่ทำให้ใครรู้ตัว
เห็นว่าสายมากแล้ว เขาจึงรีบบึ่งไปที่โรงครัว
ทว่าวันนี้เขามาช้าไปหน่อย พวกศิษย์ของหอถ่ายทอดวิชาเริ่มทำวัตรเช้ากันแล้ว
"เจ้าตัวเล็ก วันนี้ทำไมมาช้านัก ข้านึกว่าเจ้าโดนจับไปตุ๋นกินเสียแล้ว!" ป้าอู๋เห็นอู๋เทียนมาถึงก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก รีบเทอาหารที่เตรียมไว้ใส่ชามข้าวสุนัข แม้ปากจะยังบ่นอุบอิบไม่หยุด
"เฮอะ ข้าว่าเจ้านี่สักวันต้องโดนถลกหนังเลาะกระดูก เอาไปทำสตูว์เนื้อหมาเข้าสักวัน" เจ้าอ้วนหวงบ่นพึมพำอยู่ข้างๆ เขารู้สึกหมั่นไส้ที่เมียและลูกสาวเอาอกเอาใจเจ้าหมาตัวนี้จนออกนอกหน้า
อู๋เทียนไม่มีเวลามาต่อล้อต่อเถียงกับเจ้าอ้วน รีบก้มหน้าก้มตากินอาหารในชามให้หมด เพราะศิษย์หอถ่ายทอดวิชาทำวัตรเช้าเสร็จพอดี
เขาต้องรีบชิ่ง พวกศิษย์เหล่านั้นเริ่มทยอยเดินมาทางโรงครัวกันแล้ว
อู๋เทียนสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่คุ้นเคย รู้ว่าเฟยเทียนอวิ๋นกับกู่ลี่ตัวกำลังเดินมาทางนี้ จึงไม่กล้าชักช้า กระโจนตัวลอยกลายเป็นแสงสีขาวพุ่งข้ามกำแพง แล้ววิ่งแนบไปตามมุมกำแพงเพื่อหลบหนีอย่างรวดเร็ว
ทางฝั่งหอถ่ายทอดวิชา หลังจากเฟยเทียนอวิ๋นเข้าสำนักมา ด้วยฐานะลูกสาวหัวหน้าค่ายโจร จึงได้รับการดูแลจากศิษย์พี่ที่มาจากค่ายโจรเมฆาด้วยกัน
นางมีฐานะไม่ธรรมดา บวกกับพรสวรรค์แม้ไม่ถึงระดับสูง แต่ในระดับกลางก็นับว่าโดดเด่น จึงมีคนมารุมล้อมเอาใจ ทำให้นางยิ่งนิสัยเสียเข้าไปใหญ่
แต่พอเข้ามาอยู่ในหอถ่ายทอดวิชา รอบกายล้วนเป็นศิษย์ร่วมสำนักที่ฝึกคาถาอาคมเหมือนกัน อีกทั้งกฎระเบียบเข้มงวด นางจึงไม่กล้าทำตัวกร่างจนเกินไป แม้แต่กับกู่ลี่ตัวที่นางเคยดูถูกเหยียดหยามว่าเป็นไพร่ นางก็ทำได้แค่พูดจาดูถูก แต่ไม่กล้าลงไม้ลงมือ
ช่างบังเอิญเหลือเกิน ขณะที่นางกำลังเดินคุยเล่นกับศิษย์พี่ศิษย์น้องเพื่อไปโรงครัว จู่ๆ นางก็หันหลังกลับไปมอง และทันเห็นเงาสีขาววูบหนึ่งที่มุมกำแพงพอดี
ตอนแรกเฟยเทียนอวิ๋นก็ไม่ได้ใส่ใจ แต่พอนั่งกินข้าว ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าเงาสีขาวนั้นดูคุ้นตาพิกล
หลังจากครุ่นคิดอยู่นาน จู่ๆ นางก็ตบโต๊ะดังปัง
"ว้าย หรือจะเป็นไอ้สัตว์เดรัจฉานตัวนั้น!"
เฟยเทียนอวิ๋นพอนึกขึ้นได้ก็นั่งไม่ติด เลิกกินข้าวทันที แล้วรีบออกเดินตามหา นางอยากจะยืนยันให้แน่ใจว่าเงาสีขาวที่เห็นใช่เจ้าสุนัขขาวที่เคยเจอในหมู่บ้านตีนเขาหรือไม่
"ศิษย์น้อง เป็นอะไรไปรึ" ศิษย์พี่หญิงที่มาด้วยกันถามด้วยความงุนงง
เฟยเทียนอวิ๋นไม่รู้จะอธิบายอย่างไร และไม่อยากเล่าเรื่องน่าอายที่ตัวเองเคยเจอในหมู่บ้านตีนเขาให้ใครฟัง จึงหาข้ออ้างส่งเดช แล้วเดินดุ่มๆ ออกจากโรงครัวไป
"ศิษย์พี่กินกันไปก่อนเลย ไม่ต้องรอข้า"
ทว่านางเดินหาจนทั่วทั้งโรงครัวและรอบหอถ่ายทอดวิชา ก็ไม่พบร่องรอยของสุนัขขาวตัวนั้นเลย
"หรือว่าข้าจะตาฝาดไปจริงๆ?"
นางรู้สึกเจ็บใจ กระทืบเท้าปังๆ พลางแค่นเสียง "ไอ้สัตว์นรก อย่าให้แม่จับได้นะ ไม่งั้นแม่จะเล่นงานให้หนักเลย"
พอกลับมาที่โรงครัว เนื่องจากเสียเวลาไปนาน ศิษย์คนอื่นๆ กินเสร็จและแยกย้ายกันไปเกือบหมดแล้ว
เฟยเทียนอวิ๋นเดิมทีก็จะกลับพร้อมศิษย์พี่ แต่เหลือบไปเห็นป้าอู๋กำลังร่ายคาถาล้างจานอยู่ นางกลอกตาไปมา แล้ววิ่งเข้าไปถาม "นี่..."
คำพูดเพิ่งหลุดจากปาก นางก็รีบชะงัก เพราะคนที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่คนธรรมดา แต่เป็นผู้ฝึกตนที่ใช้อาคมได้ แม้นางจะดูถูกสองสามีภรรยาโรงครัวคู่นี้ว่าทำเรื่องน่าอายขายขี้หน้าผู้ฝึกตน แต่ก็รู้ดีว่าสถานะของตนตอนนี้ยังไปหาเรื่องพวกเขาไม่ได้
นางจึงรีบเปลี่ยนน้ำเสียงอย่างเก้ๆ กังๆ "เอ่อ... ท่านอาวุโส แถวนี้ท่านเคยเห็นสุนัขสีขาวบ้างไหมเจ้าคะ"
ป้าอู๋ได้ยินดังนั้น คิ้วขมวดเข้าหากันเล็กน้อยโดยแทบสังเกตไม่เห็น นางตอบโดยไม่เงยหน้าขึ้นมามอง "ไม่เห็น ไม่เคยเห็น โรงครัวแบบนี้จะมีหมาขาวที่ไหนกัน"
เฟยเทียนอวิ๋นฟังแล้วก็ไม่ได้ติดใจสงสัย "นั่นสินะ นังเด็กชั้นต่ำนั่นก็ไม่ได้ขึ้นเขามาสักหน่อย หมาของมันจะเข้ามาในสำนักได้ยังไง สงสัยเมื่อกี้ข้าคงตาฝาดไปเอง"
"บางทีอาจจะเป็นนกสีขาวก็ได้มั้ง..."
นางบ่นพึมพำ "รอข้าฝึกวิชาสำเร็จเมื่อไหร่ ค่อยลงเขาไปคิดบัญชีกับมัน"
พูดจบ นางก็เดินจากไปพร้อมกับเพื่อนร่วมสำนักคนอื่นๆ
ทางด้านเจ้าอ้วนหวงที่กำลังเก็บกวาดเครื่องครัวอยู่ข้างๆ ได้ยินบทสนทนานั้นพอดี ดวงตาของเขาหรี่ลงเล็กน้อย ไม่รู้ว่ากำลังคิดแผนการอะไรอยู่
แต่พอพวกศิษย์หอถ่ายทอดวิชาเดินไปไกลแล้ว ป้าอู๋ก็ตบผัวะเข้าที่กลางหลังเจ้าอ้วนหวงเสียงดังสนั่น ฟังแล้วยังรู้สึกเจ็บแทน
"ตาแก่อ้วน ข้าขอเตือนไว้ก่อนนะ ห้ามเจ้าคิดทำเรื่องชั่วๆ เด็ดขาด"
ป้าอู๋รู้จักนิสัยสามีตัวเองดี แม้จะขี้เหนียวหน้าเงิน แต่ก็ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไร อีกทั้งยังขยันขันแข็ง รักครอบครัว ไม่อย่างนั้นสมัยสาวๆ นางคงไม่เลือกเขาจากบรรดาหนุ่มๆ ที่มาตามจีบหรอก
เพียงแต่ตาแก่นี่ใจแคบไปหน่อย แถมยังมองว่าหมาขาวที่ยังไม่เป็นปีศาจนั้นไม่มีค่าอะไร กลับมองว่าเกะกะลูกตา ทำให้ลูกสาวเสียสมาธิในการฝึกวิชาเสียอีก
พอเห็นหวงเหรินหรี่ตาทำท่าครุ่นคิด นางก็รู้ทันทีว่าสามีตัวดีคงกำลังมีความคิดพิเรนทร์ๆ นางจึงเท้าเอวด่า "ตีสุนัขต้องดูเจ้าของ เจ้าอย่าลืมนะว่าเรื่องนี้ศิษย์พี่หมานสยงกำชับมา"
"เขาหลอมกายาเมฆาเสือดาวสำเร็จแล้ว เป็นถึงศิษย์สายตรงที่เริ่มหลอมวิชา"
"ถ้าไปล่วงเกินเขาเข้า เจ้าไม่รู้เหรอว่าจะมีจุดจบยังไง"
เจ้าอ้วนหวงได้ยินดังนั้นก็ตัวสั่นเทิ้ม ไขมันกระเพื่อม รีบส่ายหน้าปฏิเสธ "น้องหญิง ภรรยาจ๋า เจ้าคิดมากไปแล้ว ข้าจะกล้าทำแบบนั้นได้ยังไง..."
"ก็ขอให้จริงเถอะ ไม่งั้นแม่จะเฉือนหูทิ้งซะ" ป้าอู๋ด่าซ้ำอีกสองสามประโยค พอแน่ใจว่าสามีล้มเลิกความคิดแล้ว นางถึงค่อยพูดว่า "เอาล่ะ ตรงนี้ข้าจัดการเอง เจ้าไปเก็บกวาดทางโน้นก่อน"
นางเองก็สงสารสามีที่ตื่นมาทำงานงกๆ ตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง จนป่านนี้ข้าวยังไม่ตกถึงท้องสักเม็ด
เจ้าอ้วนหวงย่อมรู้ดีว่าภรรยาเป็นห่วง ผู้หญิงคนนี้ปากร้ายใจดีมาแต่ไหนแต่ไร เขาจึงหัวเราะแหะๆ แล้วพูดว่า "น้องหญิง ตอนนี้ก็ไม่มีคนแล้ว เซี่ยเอ๋อร์ก็ไม่อยู่ พวกเราไม่ได้ฝึกมนต์วารีหมุนวนด้วยกันมาตั้งนานแล้ว ไม่ลองมาทบทวนกันหน่อยรึ"
หน้าของป้าอู๋แดงระเรื่อขึ้นมาทันที นางดุว่า "ตาแก่ลามก อายุป่านนี้แล้วยังจะคิดแต่เรื่องพรรค์นี้อีก"
มนต์วารีหมุนวนเป็นวิชาลับสำหรับการประสานหยินหยาง ชายหญิงฝึกร่วมกัน นอกจากจะได้รับความสุขสมแล้ว ยังมีประโยชน์ต่อการบำเพ็ญเพียรเล็กน้อยด้วย
"ก็ใครใช้ให้ภรรยาข้าสวยวันสวยคืนแบบนี้ล่ะ อายุป่านนี้แล้วยังดูดีไม่สร่าง..." เจ้าอ้วนหวงพูดพลางจะเอื้อมมือไปจับมือภรรยา
ป้าอู๋ตีมือเขาดังเพียะ คิ้วเรียวเลิกขึ้นสูง "เมื่อกี้เจ้าว่าใครอายุป่านนี้แล้วนะฮะ"
ผู้หญิงไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ ก็เกลียดที่สุดเวลาใครมาทักเรื่องอายุ คำพูดของเจ้าอ้วนหวงเมื่อครู่เหมือนไปกระตุกหนวดเสือเข้าอย่างจัง ทำเอาแม่บ้านจอมโหดของขึ้นทันที
นางคว้ากระบวยเหล็กขึ้นมาทำท่าจะฟาด เจ้าอ้วนหวงตกใจหน้าตื่น หันหลังวิ่งหนีป่าราบ "น้องหญิงไว้ชีวิตพี่ด้วย พี่ไม่กล้าแล้วจ้า"
...
[จบแล้ว]