- หน้าแรก
- วันสิ้นโลก ยิ่งมีลูกยิ่งเทพ เปิดเกมด้วยดาวโรงเรียนสุดเชิด
- บทที่ 26 สิ่งที่ควรจำไว้ในชาติหน้า
บทที่ 26 สิ่งที่ควรจำไว้ในชาติหน้า
บทที่ 26 สิ่งที่ควรจำไว้ในชาติหน้า
บทที่ 26 สิ่งที่ควรจำไว้ในชาติหน้า
"นี่ เธอมีของกินอย่างอื่นอีกไหม? อย่าเห็นแก่ตัวนักสิ ถ้ามีอาหารก็ควรรู้จักแบ่งปันให้อาจารย์กับเพื่อนๆ บ้าง"
หม่าเซียงกลืนน้ำลายเอือกใหญ่ การดื่มน้ำประทังชีวิตไม่อาจดับความหิวโหยที่กัดกินกระเพาะได้ หากเขาไม่ได้แอบซ่อนเนื้อแดดเดียวไว้กินรองท้อง ป่านนี้คงเป็นลมล้มพับไปนานแล้ว
"มีสิ อาหารผมมีเยอะแยะ แต่ทำไมผมต้องให้พวกคุณด้วยล่ะ?"
สิ้นเสียงของฉินเฟิง ขนมปังอีกก้อนก็ปรากฏขึ้นในมือของเขา
"ฉันเป็นถึงศาสตราจารย์มือหนึ่งของมหาวิทยาลัยนี้นะ ขอแค่เธอแบ่งอาหารให้ฉัน ไม่ว่าเธออยากจะเรียนต่อปริญญาโทหรือปริญญาเอก ฉันช่วยเธอได้หมดเลยนะ"
พูดจบ หม่าเซียงก็รีบเอื้อมมือจะไปคว้าขนมปัง แต่ฉินเฟิงกลับชิงกัดเข้าปากไปเสียก่อน ทำเอาศาสตราจารย์หนุ่มใหญ่ต้องชักมือกลับอย่างเก้อเขิน
"ข้อเสนอฟังดูดีนะ แต่... มันไร้ค่าไม่ใช่เหรอ? หรือว่านักศึกษาปริญญาโทจะไม่กลัวซอมบี้? หรือนักศึกษาปริญญาเอกจะฆ่าซอมบี้ได้? หรือบางที... ท่านศาสตราจารย์เองก็ไม่กลัวซอมบี้?"
ฉินเฟิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงดูแคลน ปริญญาโทหรือเอกจะมีประโยชน์อะไรในเวลานี้ ต่อหน้าซอมบี้ มันก็แค่เหยื่อที่ไร้ทางสู้เหมือนกัน
"เธอเข้าใจผิดแล้ว ซอมบี้พวกนี้เดี๋ยวมันก็ถูกกวาดล้างจนหมด พอถึงเวลานั้น ด้วยวุฒิการศึกษาสูงๆ ไม่ว่าเธอจะไปทำงานการเมืองหรือทำธุรกิจ เธอก็จะเหนือกว่าคนอื่นก้าวหนึ่งเสมอ!"
หม่าเซียงพูดด้วยความภาคภูมิใจ หากไม่ใช่เพราะไอ้ซอมบี้นรกพวกนี้ สถานะศาสตราจารย์ของเขาคงทำให้เขาใช้ชีวิตเสวยสุขไปนานแล้ว ถึงแม้ความสำเร็จส่วนหนึ่งจะมาจากเส้นสายของทางบ้านก็เถอะ
"อาจารย์อุตส่าห์พูดจนปากเปียกปากแฉะขนาดนี้แล้ว เธอจะไม่แบ่งอาหารให้อาจารย์บ้างเลยเหรอ?" หม่าเซียงทวงถาม
"ก็ได้"
ฉินเฟิงโบกมือวูบหนึ่ง ทันใดนั้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป หม้อไฟร้อนเอง ขนมปัง และขนมขบเคี้ยวสารพัดชนิดก็กองพะเนินอยู่ตรงหน้าหม่าเซียง
"นี่... นี่มันพลังพิเศษของเธองั้นเหรอ? สุดยอดไปเลย!"
หม่าเซียงตาเบิกโพลง นี่แหละคือพลังพิเศษที่คู่ควรกับวันสิ้นโลก! พอมองฉินเฟิงแล้วหันไปมองหวังเถิงเฟย ก็เห็นความต่างราวฟ้ากับเหว ไอ้พลังกัดกร่อนนั่นมันจะมีประโยชน์อะไรสู้ของกินได้?
"ของแค่นี้เองครับ จะไปเทียบอะไรกับความเก่งกาจของท่านศาสตราจารย์ได้ ว่าแต่... เมื่อกี้ผมได้ยินว่าศาสตราจารย์นอนไม่หลับตอนกลางคืนใช่ไหมครับ? ไม่ทราบว่าคนไหนที่ถูกตาต้องใจอาจารย์บ้างครับ?"
ฉินเฟิงชี้ไปที่ไป๋รั่วเสวี่ยและอีกสองสาว ทำท่าทีประจบประแจงหม่าเซียง
"ฉันว่าทั้งสามคนก็ใช้ได้หมดนะ ถ้าเธอไม่ว่าอะไร... งั้นขอคนนั้นแล้วกัน!"
หม่าเซียงชี้ไปที่ไป๋รั่วเสวี่ยด้วยมือขวา พลางหัวเราะอย่างหื่นกระหาย
ฉัวะ!
มือขวาของหม่าเซียงร่วงหล่นลงพื้นโดยที่เจ้าตัวยังไม่ทันได้รู้ตัวด้วยซ้ำ
"กล้าเลือกดีนี่!"
ฉินเฟิงถือดาบทมิฬไว้ในมือ ยืนยิ้มเย็นมองดูหม่าเซียง
"อ๊ากกก! มือฉัน!"
หม่าเซียงก้มลงมองข้อมือที่ว่างเปล่าและความเจ็บปวดแสนสาหัสที่เพิ่งแล่นเข้าสู่สมอง ถึงเพิ่งจะรู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้น
ไป๋รั่วเสวี่ยและสองสาวที่เหลือต่างพยักหน้าอย่างพึงพอใจ ฉินเฟิงนี่ช่างสรรหาวิธีทรมานคนได้เก่งจริงๆ
"ช่วยด้วย! ฆ่าคน! มันจะฆ่าฉันแล้ว! หวังเถิงเฟย รีบมาช่วยฉันเร็วเข้า!"
หม่าเซียงหมดมาดศาสตราจารย์ผู้ทรงภูมิ ตะโกนร้องขอความช่วยเหลืออย่างเสียสติ
"สามีคะ พวกเขามีคนหนึ่งที่มีพลังพิเศษในการกัดกร่อน ประตูห้องเราก็โดนเขาทำลาย ต้องระวังด้วยนะคะ!" ไป๋รั่วเสวี่ยตะโกนเตือน
"ไม่เป็นไรหรอก พวกเธอคอยดูอยู่ห่างๆ ก็พอ"
ฉินเฟิงตอบกลับด้วยรอยยิ้ม ตอนนี้เขามีพลังระดับ 3 แล้ว แข็งแกร่งกว่าเดิมมาก ต่อให้อีกฝ่ายเป็นผู้มีพลังพิเศษระดับ 3 เหมือนกัน เขาก็มั่นใจว่าจะจัดการได้อยู่หมัด
"เกิดอะไรขึ้น?"
"ดึกดื่นป่านนี้จะให้นอนกันไหมเนี่ย?"
"เสียงอาจารย์หม่านี่นา รีบไปดูเร็ว!"
...
ผู้คนกลุ่มใหญ่ทยอยกันมาถึง เมื่อเห็นกองภูเขาอาหาร ดวงตาของทุกคนก็เป็นประกายด้วยความหิวโหย แต่พอเหลือบไปเห็นหม่าเซียงที่มือขาดด้วน ก็ไม่มีใครกล้าบุ่มบ่ามเป็นคนแรก
"อาจารย์หม่า เกิดอะไรขึ้นครับ? ใครทำร้ายอาจารย์?"
หวังเถิงเฟยมาถึงในที่สุด เขาโกรธจัดเมื่อเห็นสภาพบาดเจ็บของหม่าเซียง
"มันทำ! ฉันจับได้ว่าพวกมันแอบซ่อนอาหารไว้ ฉันแค่ตักเตือนดีๆ แต่มันกลับตัดมือฉัน!"
หม่าเซียงชี้หน้ากล่าวหาฉินเฟิงฉอดๆ ตัดตอนเรื่องราวส่วนของตัวเองทิ้งไปจนหมด และโยนความผิดทั้งหมดให้ฉินเฟิง
"ตอแหลเก่งนี่ เปลี่ยนขาวเป็นดำหน้าด้านๆ แล้วยังกล้ามาชี้หน้าฉันอีก? งั้นมือข้างนี้ก็ไม่ต้องเอาไว้แล้ว!"
ฉัวะ!
คมดาบวูบไหว มือซ้ายของหม่าเซียงขาดกระเด็นตามไปอีกข้าง
"อ๊ากกก!"
หม่าเซียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความทรมาน
"ไอ้เด็กเวร! หวังเถิงเฟยคนนี้ยืนหัวโด่อยู่ตรงนี้ แกยังกล้าลงมือโหดเหี้ยมอีกเหรอ!"
หน้าของหวังเถิงเฟยซีดเผือด นี่มันตบหน้าเขากลางที่สาธารณะชัดๆ
"แก? แกเป็นใครวะ?"
ฉินเฟิงถามกลับด้วยน้ำเสียงเหยียดหยาม เขาไม่มีความรู้สึกดีๆ ให้กับพวกอาจารย์พรรค์นี้เลยสักนิด คืนนี้พวกมันทุกคนต้องตาย!
"เกิดอะไรขึ้นคะ? ทำไมเสียงดังเอะอะโวยวายกันจัง? ทำไมทุกคนมารวมตัวกันที่นี่?"
เหยียนลี่ลี่เดินเข้ามา เธอสะดุ้งตกใจเมื่อเห็นสภาพอันน่าสยดสยองของหม่าเซียง
[ชื่อ: เหยียนลี่ลี่]
[อายุ: 26 ปี]
[ส่วนสูง: 168 เซนติเมตร]
[น้ำหนัก: 48 กิโลกรัม]
[จุดเด่น: การศึกษาสูง, อาจารย์สาวสวย]
[คะแนน: 85 คะแนน]
โอ้โห ครูสาวแสนสวย!
ฉินเฟิงเริ่มสนใจขึ้นมาทันที ไป๋รั่วเสวี่ยและอีกสองคนเป็นแค่นักศึกษา เขายังไม่เคยลอง 'อาจารย์' เลยสักครั้ง ขอถอนคำพูดเมื่อกี้... คืนนี้พวกอาจารย์ทุกคนต้องตาย ยกเว้นเหยียนลี่ลี่!
พอมองพิจารณาเหยียนลี่ลี่ชัดๆ ในชุดสูททำงานสีดำรัดรูป กระโปรงทรงเอผ่าข้าง และถุงน่องสีดำ ตัดกับใบหน้าที่ดูไร้เดียงสา ช่างเป็นการผสมผสานระหว่างความบริสุทธิ์และความเย้ายวนที่ลงตัว ฉินเฟิงถูกใจเธอเข้าอย่างจัง
"คุณครูคนสวยไม่ต้องกลัวนะครับ ผมไม่ทำร้ายคุณหรอก หิวไหมครับ? มาทานอะไรหน่อยสิ"
ฉินเฟิงกวักมือเรียก พูดจาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเป็นมิตร ราวกับคนละคนกับปีศาจร้ายที่เพิ่งตัดมือคนเมื่อครู่นี้
ไป๋รั่วเสวี่ยและสองสาวมองหน้ากันอย่างรู้ทัน ฉินเฟิงเล็งเหยียนลี่ลี่ไว้แล้วแน่ๆ ดูท่าทีมของพวกเธอคงจะมีสมาชิกเพิ่มอีกคน
แต่แววตาของหวังเถิงเฟยกลับเต็มไปด้วยรังสีอำมหิต ในสายตาเขา เหยียนลี่ลี่คือผู้หญิงของเขาแล้ว ฉินเฟิงกล้ามาจีบเธอต่อหน้าต่อตาเขาแบบนี้ มันหยามกันชัดๆ!
"ของกิน? หลีกไป! ทุกคนหลีกไปให้หมด!"
ครูอ้วนหย่านีเบียดแทรกฝูงชนเข้ามา ดวงตาของเธอเปล่งประกายเมื่อเห็นอาหาร กองอยู่ตรงหน้า โดยไม่สนใจหม่าเซียงที่นอนร้องโอดโอยมือขาดอยู่เลยแม้แต่น้อย
"ฉันจะกิน! ฉันจะกิน!"
หย่านีวิ่งตะลุยเข้ามา เหยียบย่ำลงบนมือที่ขาดของหม่าเซียงอย่างจัง เธอฉีกถุงขนมแล้วเทกรอกใส่ปากอย่างตะกละตะกลาม
"มือฉัน! นังบ้าเอ๊ย ตาบอดหรือไง!"
หม่าเซียงร้องไห้โฮ ถ้าหาหมอได้ทันเวลา เขาอาจจะต่อมือกลับคืนได้ แต่ตอนนี้โดนน้ำหนักตัวกว่าร้อยกิโลฯ ของหย่านีขยี้ซ้ำ ความหวังนั้นคงแหลกสลายไปพร้อมกับกระดูกมือแล้ว
"ยัยอ้วน ฉันไม่ได้เรียกเธอ ฉันคุยกับคุณครูเหยียนลี่ลี่ต่างหาก"
ฉินเฟิงขมวดคิ้ว เขาเพิ่งตัดมือหม่าเซียงไปหยกๆ ยังมีคนกล้าลองดีอีกเหรอ?
"ยัยอ้วน? แกเรียกใครยัยอ้วน? แกสิอ้วน! อ้วนกันทั้งโคตร! เป็นแค่นักศึกษากล้ามาพูดจาหมาๆ กับอาจารย์แบบนี้ ไร้การอบรมสั่งสอนสิ้นดี!"
ดูเหมือนหย่านีจะโดนจี้จุดอ่อนเข้าอย่างจัง เธอด่ากราดทั้งที่ขนมยังเต็มปาก
"หย่า... หย่านี..."
เหยียนลี่ลี่พยายามร้องทักเสียงเบา
"ทำไม? ฉันพูดผิดตรงไหน? เป็นอาจารย์จะสั่งสอนมันสักหน่อยไม่ได้หรือไง? มันก็แค่เด็กไม่มีพ่อไม่มีแม่ เด็กกำพร้ายังมารยาทดีกว่ามันเยอะ!"
หย่านีเลือดขึ้นหน้า กล้าดียังไงมาด่าเธอว่าอ้วน? ใครก็ฉุดไม่อยู่แล้วนาทีนี้
"แต่ในมือเขามีดาบนะ... แล้วมืออาจารย์หม่าก็โดนตัดขาดไปแล้ว... ที่เธอเพิ่งเหยียบไปเมื่อกี้น่ะ"
เหยียนลี่ลี่พูดจบ พยายามข่มความกลัว ภาวนาในใจว่าหย่านีคงยังไม่ได้ยั่วโมโหฉินเฟิงจนเกินไป
คำพูดนั้นเรียกสติของหย่านีกลับมา เธอเพิ่งสังเกตเห็นดาบในมือของฉินเฟิง และร่างของหม่าเซียงที่นอนดิ้นพราดๆ กับกองเลือดและมือที่แหลกเหลว
"แหะๆ... ถ้าครูบอกว่าเมื่อกี้แค่ล้อเล่น เธอจะเชื่อมั้ยจ๊ะ?"
หย่านีฝืนยิ้มออกมา ดูน่าเกลียดกว่าร้องไห้เสียอีก
"ไม่เป็นไรครับ ผมเป็นเด็กกำพร้าจริงๆ นั่นแหละ... ไว้ชาติหน้าก็ระวังปากหน่อยแล้วกันนะครับ" ฉินเฟิงพูดเสียงเรียบ สีหน้าไร้อารมณ์
หย่านีเพิ่งจะถอนหายใจด้วยความโล่งอก นึกว่าฉินเฟิงจะเป็นคนมีเหตุผล ที่ไหนได้ประโยคต่อมาของเขาทำเอาหน้าเธอถอดสีทันที
"อาจารย์หวัง ช่วยด้วย!"