- หน้าแรก
- วันสิ้นโลก ยิ่งมีลูกยิ่งเทพ เปิดเกมด้วยดาวโรงเรียนสุดเชิด
- บทที่ 13 ปรนนิบัติจักรพรรดิยามค่ำคืน
บทที่ 13 ปรนนิบัติจักรพรรดิยามค่ำคืน
บทที่ 13 ปรนนิบัติจักรพรรดิยามค่ำคืน
บทที่ 13 ปรนนิบัติจักรพรรดิยามค่ำคืน
"ฉินเฟิง? ในที่สุดนายก็มาช่วยฉันจนได้!"
ไป๋เจียแสดงอาการดีใจออกมาทันทีเมื่อเห็นร่างที่คุ้นเคย
"ชื่อ: ไป๋เจีย!"
"อายุ: 22 ปี!"
"ส่วนสูง: 160 ซม.!"
"น้ำหนัก: 50 กก.!"
"จุดเด่น: จ้าวเวหาเสียดฟ้า แต่สายตาพังพินาศเมื่ออยู่บนดิน!"
"คะแนน: 80 แต้ม!"
ฉินเฟิงพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ ถือว่าผ่านมาตรฐานที่กำหนดไว้ เขาไม่ได้มาเสียเที่ยวเปล่าๆ แต่ไอ้จุดเด่นนั่นมันอะไรกันครับเนี่ย?
"ไอ้หนู คิดจะเป็นฮีโร่ช่วยสาวงามรึไงหะ!"
ชายคนหนึ่งตะโกนขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์ การปรากฏตัวของฉินเฟิงช่างผิดที่ผิดเวลาเหลือเกิน พวกเขากำลังจะทำสำเร็จอยู่รอมร่อ ดันมีตัวขัดลาภโผล่มาขวางทางสวรรค์เสียได้
ฉินเฟิงเพิ่งจะหันไปมองชายสามคนนั้น สองคนถือท่อเหล็ก ส่วนอีกคนถือธนูและลูกศรที่ไม่รู้ว่าไปหามาจากไหน
"เฮ้~ ฉันว่าน้องชายคนนี้คงเป็นคนกันเอง การได้มาเจอกันถือเป็นวาสนา เอาเป็นว่ามาร่วมกลุ่มกับพวกเราดีไหม?"
ชายถือธนูเอ่ยชวน พลางมองดาบสีดำทมิฬในมือฉินเฟิงด้วยความหวาดระแวง การเอาชีวิตมาเสี่ยงเพราะผู้หญิงคนเดียวดูจะไม่คุ้มค่าเท่าไหร่
"โห?"
ฉินเฟิงแปลกใจเล็กน้อยที่ชายถือธนูยอมถอยก้าวหนึ่ง ดูเหมือนว่าพวกตัวร้ายก็ไม่ได้ไร้สมองไปเสียทุกคน
ทว่าไป๋เจียกลับหน้าซีดเผือด สีหน้าของฉินเฟิงดูเหมือนลังเลว่าจะตอบตกลง เธอไม่อยากจะคิดเลยว่าจะทนรับมือผู้ชายสี่คนไหวได้อย่างไร
ในขณะที่ทั้งสามคนคิดว่าฉินเฟิงคงจะตอบตกลง จู่ๆ ฉินเฟิงก็เอ่ยขึ้นว่า
"ฉันไม่ชอบเล่นหมู่ พวกแกไสหัวไปซะ!"
ฉินเฟิงโบกมือไล่อย่างรำคาญใจ
ถ้าอีกฝ่ายเป็นผู้หญิงทั้งหมด เขาอาจจะสนใจอยู่บ้าง แต่ผู้ชายสี่คนกับผู้หญิงหนึ่งคน? ฉินเฟิงขอประกาศตรงนี้เลยว่ารสนิยมเขายังไม่วิปริตขนาดนั้น
"ไอ้หนู อย่าให้มันได้คืบจะเอาศอกนักนะ!"
ชายคนหนึ่งมีสีหน้าดุร้าย ชี้ท่อเหล็กใส่หน้าฉินเฟิงราวกับพร้อมจะฟาดใส่ได้ทุกเมื่อ
"ถ้าฉันจะเอาศอกแล้วจะทำไม? แกรู้ไหมว่าที่มาของแซ่ 'ฉิน' ของฉันมันมาจากไหน?!"
ฉินเฟิงชี้ดาบกลับไปที่ชายคนนั้น ใครบ้างล่ะจะปากเก่งไม่ได้? ประเด็นคือเก่งแต่ปากหรือเปล่า
"มาจากไหนวะ?"
ชายถือธนูลอบกลืนน้ำลาย เขาจำไม่ได้ว่าในโรงเรียนมีคนแซ่ฉินที่เก่งกาจขนาดนั้นอยู่ด้วย
"ก็เพราะพ่อฉันแซ่ฉินไง ไอ้โง่! ถามมาได้"
ฉินเฟิงกรอกตาอย่างเหนื่อยหน่าย ไอ้ตัวร้ายนี่พอจะมีสมองอยู่บ้าง แต่น้อยไปหน่อย
"บ้าเอ๊ย! แกกวนตีนฉันนี่หว่า พี่น้อง... ฆ่ามัน!"
ชายถือธนูโกรธจัด เดิมทีเขาไม่อยากสร้างศัตรูกับฉินเฟิง แต่หมอนี่กลับยียวนกวนประสาทไม่เลิก ต่อให้เป็นนินจาเต่าก็ยังทนไม่ไหว
มือธนูง้างสายเตรียมยิง ส่วนอีกสองคนถือท่อเหล็กแยกไปประกบซ้ายขวา
"แหม มีการจัดขบวนทัพซะด้วย"
ฉินเฟิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงรื่นเริง ก่อนที่ร่างของเขาจะเลือนหายไป
"เกิดอะไรขึ้น? มันหายไปไหนแล้ว?"
ชายทั้งสามเริ่มตื่นตระหนก ไป๋เจียเองก็อ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง นี่มันผีหลอกกลางวันแสกๆ ชัดๆ
"มองหาฉันอยู่เหรอ?"
ร่างของฉินเฟิงปรากฏขึ้นที่ด้านหลังของทั้งสามคน ในจังหวะที่พวกมันกำลังจะหันกลับมา ประกายแสงเย็นเยียบก็วูบผ่านพร้อมกับโลหิตที่สาดกระเซ็น ศีรษะของชายทั้งสามกระเด็นหลุดออกจากบ่าทันที
"กรี๊ดดด! ฆ่าคน! ฆ่าคนแล้ว!"
นัยน์ตาของไป๋เจียเต็มไปด้วยความหวาดกลัว เธอกรีดร้องออกมาไม่หยุด
"หยุดร้องได้แล้ว หนวกหู!"
ฉินเฟิงตวาดอย่างหมดความอดทน ผู้หญิงนี่เอะอะอะไรก็ร้องกรี๊ดหรือไง? แก้วหูเขาแทบแตก
ไป๋เจียรีบเอามือปิดปากแน่น กลัวว่าถ้าทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจ เขาอาจจะลงมือฆ่าเธอทิ้งก็ได้
"ไป๋เจีย เธอถือสาไหมถ้าฉันจะมีผู้หญิงหลายคน?"
คำถามกะทันหันของฉินเฟิงทำเอาไป๋เจียถึงกับไปไม่เป็น
'นายจะมีผู้หญิงกี่คนแล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉัน? จะมาถามฉันทำไมว่าถือสาหรือเปล่า?'
ไป๋เจียคิดในใจ แต่ปากกลับไม่กล้าพูดออกไปแบบนั้น
"ไม่ถือค่ะ ไม่ถือสาเลย ต่อให้ผู้หญิงทั้งโลกเป็นของคุณฉันก็ไม่ว่าอะไรทั้งนั้น" ไป๋เจียรีบตอบรับเอาตัวรอด
"ดีมาก เธอผ่านการทดสอบ ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะให้เธอเป็นผู้หญิงคนที่สามของฉัน"
ฉินเฟิงพยักหน้าอย่างพึงพอใจกับคำตอบของเธอ
"ขอบคุณค่ะ... เอ๊ะ? เดี๋ยวสินะ เมื่อกี้คุณพูดว่าอะไรนะคะ?"
ไป๋เจียเบิกตากว้าง เกิดอะไรขึ้น? ทำไมจู่ๆ เธอถึงกลายเป็นผู้หญิงคนที่สามของฉินเฟิงไปได้?
"ฉันรู้ว่าความสุขมันมาเร็วเกินไป เธออาจจะยังรับไม่ทัน แต่เธอได้ยินไม่ผิดหรอก เธอโชคดีมากที่ได้เป็นผู้หญิงคนที่สามของฉัน"
ฉินเฟิงตบไหล่ไป๋เจียเบาๆ คะแนนประเมิน 80 แต้มขึ้นไป แถมยังไม่รังเกียจที่เขาจะมีฮาเร็ม นี่มันตรงตามคุณสมบัติที่เขาต้องการเป๊ะ
"แต่... แต่ฉัน..."
ไป๋เจียเริ่มพูดจาไม่รู้เรื่อง เธอไม่รู้ว่าจะปฏิเสธฉินเฟิงยังไงโดยที่คอยังตั้งอยู่บนบ่า นี่มันโจทย์ยากระดับฆ่าตัวตายชัดๆ
"โฮก!"
ซอมบี้ตัวหนึ่งเดินเข้ามาขัดจังหวะบทสนทนา
"อย่าเพิ่งพูดมาก ที่นี่ไม่ใช่ที่คุย ฉันจะพาเธอกลับไปก่อน"
ไม่รอให้ไป๋เจียได้เอ่ยปาก ฉินเฟิงก็ช้อนตัวอุ้มเธอขึ้นแล้วพุ่งตัวออกไปทันที
...
เฟิงหลินเดินออกมาจากหอพักพลางพิงผนังด้วยสีหน้าขุ่นเคืองเล็กน้อย ไอ้บ้าฉินเฟิงนั่นไม่รู้จักคำว่าถนอมบุปผาบ้างเลยหรือไง
ไป๋รั่วเสวี่ยลากเก้าอี้มานั่งที่โถงทางเดิน นิ้วเรียวเลื่อนหน้าจอมือถือไปมา ไม่รู้ว่ากำลังดูอะไรอยู่
เมื่อเห็นเฟิงหลินเดินออกมา ไป๋รั่วเสวี่ยเพียงพยักหน้าให้เล็กน้อย แล้วก้มหน้าดูโทรศัพท์ต่อ
"ฉินเฟิงล่ะ?"
เฟิงหลินเอ่ยถาม
"เขาออกไปข้างนอก ไม่รู้เหมือนกันว่าไปไหน"
สิ้นเสียงของไป๋รั่วเสวี่ย ฉินเฟิงก็กระโดดผลุงเข้ามาพร้อมกับอุ้มไป๋เจียไว้ในอ้อมแขน
"ไป๋เจีย? ดีจังที่เธอไม่เป็นไร!"
ไป๋รั่วเสวี่ยโผเข้ากอดไป๋เจียด้วยความดีใจ ทั้งสองเป็นเพื่อนร่วมชั้นและโตมาด้วยกัน ความสัมพันธ์จึงแนบแน่นลึกซึ้ง
"ฮือออ พี่รั่วเสวี่ย ฉันนึกว่าจะไม่ได้เจอหน้าพี่อีกแล้ว"
ไป๋เจียสะอื้นไห้ แบตเตอรี่โทรศัพท์ของเธอหมดเกลี้ยงตั้งแต่เมื่อวาน จึงไม่รู้เลยว่าไป๋รั่วเสวี่ยได้รับการช่วยเหลือแล้ว
"ขอบใจนะ ฉินเฟิง"
น้ำเสียงของไป๋รั่วเสวี่ยเต็มไปด้วยความจริงใจ เดิมทีเธออยากขอให้ฉินเฟิงไปช่วยไป๋เจีย แต่เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนเพิ่งจะมีปากเสียงกัน เธอจึงไม่กล้าเอ่ยปาก ไม่นึกเลยว่าฉินเฟิงจะไปช่วยไป๋เจียกลับมาให้ก่อนที่เธอจะร้องขอเสียอีก
"ไม่ต้องขอบคุณหรอก ต่อไปก็เป็นคนกันเองทั้งนั้น"
ฉินเฟิงกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
ไป๋รั่วเสวี่ยชะงักไปครู่หนึ่ง รู้ทันทีว่าฉินเฟิงคงถูกใจไป๋เจียเข้าให้แล้ว แต่เธอก็ปรับสีหน้าเป็นปกติอย่างรวดเร็ว ตอนนี้ติดต่อทางบ้านตระกูลไป๋ไม่ได้ การได้เป็นคนของฉินเฟิงก็ไม่ใช่เรื่องแย่ อย่างน้อยก็รับประกันความอยู่รอดได้
"ใครเป็นคนกันเองกับนาย? พี่รั่วเสวี่ยคะ ฉินเฟิงเขาจะให้ฉันเป็นผู้หญิงของเขา พี่ช่วยสั่งสอนเขาหน่อยสิ!"
ไป๋เจียกำหมัดเล็กๆ ขึ้นมาขู่ฟ่อใส่ฉินเฟิง แต่มันกลับดูไม่น่ากลัวเลยสักนิด กลับดูน่ารักน่าชังเสียมากกว่า
"ยัยเด็กโง่ เดี๋ยวพี่จะคุยกับเธอให้รู้เรื่องเอง"
ไป๋รั่วเสวี่ยรีบแก้สถานการณ์ กลัวว่าไป๋เจียจะทำฉินเฟิงโกรธ
โธ่ ญาติผู้น้องที่น่าสงสาร ตอนนี้สถานการณ์มันกลับตาลปัตรไปหมดแล้ว แค่ฉินเฟิงไม่ลงโทษพวกเธอก็บุญโขแล้วล่ะ
"อื้ม ให้เธอกินข้าวกินน้ำเยอะๆ หน่อย ผอมจนหนังจะหุ้มกระดูกอยู่แล้ว คืนนี้จัดแจงให้เธอมาปรนนิบัติฉันด้วย"
ต้องยอมรับว่าไป๋รั่วเสวี่ยดูจะรู้ความขึ้นมาก หลังจากทิ้งเสบียงอาหารไว้ให้ ฉินเฟิงก็เดินออกจากหอพักไปอีกครั้ง
พอลับหลังฉินเฟิง ไป๋เจียก็เบะปาก "ปรนนิบัติเหรอ? คิดว่าตัวเองเป็นฮ่องเต้รึไง?"
แต่เมื่อเห็นอาหารตรงหน้า เธอก็อดใจไม่ไหวรีบคว้ามากินอย่างมูมมาม เธออดอยากปากแห้งมาหลายวันแล้ว
หลังจากฉินเฟิงออกมาข้างนอก เขาไม่ได้รีบไปตามหาเพื่อนร่วมชั้นคนอื่นในทันที แต่กลับมองหากลุ่มซอมบี้แทน
ฝูงซอมบี้พุ่งเข้าใส่ฉินเฟิงอย่างตื่นเต้นทันทีที่เห็นเหยื่อ แต่พอพวกมันเข้ามาใกล้ จู่ๆ ร่างของฉินเฟิงก็หายวับไปกับตา
พวกซอมบี้ต่างพากันงุนงง ไม่ว่าจะมองด้วยตาเปล่าหรือดมกลิ่น พวกมันก็ไม่สามารถรับรู้ได้เลยว่าฉินเฟิงหายไปไหน
ฉินเฟิงคลาย 'วิชาล่องหน' ออกด้วยความพึงพอใจ ดูเหมือนว่าซอมบี้ธรรมดาจะไม่สามารถมองทะลุการล่องหนของเขาได้ แต่กับพวกซอมบี้พิเศษนั้น เขายังไม่แน่ใจนัก