- หน้าแรก
- วันสิ้นโลก ยิ่งมีลูกยิ่งเทพ เปิดเกมด้วยดาวโรงเรียนสุดเชิด
- บทที่ 2 เรียกชื่อแล้วมันขานรับไหม
บทที่ 2 เรียกชื่อแล้วมันขานรับไหม
บทที่ 2 เรียกชื่อแล้วมันขานรับไหม
บทที่ 2 เรียกชื่อแล้วมันขานรับไหม
ฉินเฟิงพยายามทำความเข้าใจข้อมูลที่ได้รับจากระบบ พร้อมกับสัมผัสได้ถึงพละกำลังที่เอ่อล้นขึ้นมาในร่างกาย สิ่งที่เกิดขึ้นยืนยันได้ว่าระบบไม่ได้โกหก และไป๋รั่วเสวี่ยเองก็พูดความจริง... ข้างนอกนั่นมีซอมบี้อยู่จริงๆ
"ฉันต้านไว้ไม่ไหวแล้ว!"
สิ้นเสียงตะโกนของไป๋รั่วเสวี่ย ประตูห้องเรียนก็ถูกกระแทกจนเปิดออก ร่างของหญิงสาวล้มกลิ้งไปกับพื้น
ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าคือเหล่าซอมบี้ที่มีดวงตาแดงฉาน ปากเต็มไปด้วยเขี้ยวแหลมคม และกรงเล็บที่งอกยาวออกมาจากปลายนิ้ว ทว่าเค้าโครงเดิมยังคงดูเหมือนมนุษย์ปกติ ฉินเฟิงจำได้ทันทีว่าพวกมันคือนักเรียนจากห้องอื่น
"ช่วยฉันด้วย!"
ไป๋รั่วเสวี่ยที่ถูกไล่ล่ามาตลอดทางจนหมดเรี่ยวแรง แข้งขาของเธออ่อนเปลี้ยจนลุกไม่ขึ้น
เธอทำได้เพียงส่งสายตาเว้าวอนไปทางฉินเฟิง แม้ว่าเขาจะเป็นคนขี้แพ้ที่เธอเพิ่งจะกลั่นแกล้งไปหยกๆ แต่ในเวลานี้เขาเป็นความหวังเดียวที่จะช่วยชีวิตเธอได้
ฉินเฟิงไม่ลังเลแม้แต่น้อย เขารวมพลังพุ่งทะยานเข้าไปเพียงก้าวเดียว ก่อนจะซัดหมัดและเท้าใส่ฝูงซอมบี้จนพวกมันกระเด็นออกไปนอกห้อง จากนั้นจึงรีบล็อคประตูและลากโต๊ะเก้าอี้มาขวางเป็นกำแพงกั้น เพื่อป้องกันไม่ให้พวกมันพังเข้ามาได้อีก
เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้น ฉินเฟิงก็หันกลับมามองไป๋รั่วเสวี่ยที่ยังคงนั่งกองอยู่กับพื้น ทันใดนั้น ข้อมูลของเธอก็ปรากฏขึ้นในหัวของเขา
[ชื่อ: ไป๋รั่วเสวี่ย]
[อายุ: 22 ปี]
[ส่วนสูง: 160 ซม.]
[น้ำหนัก: 48 กก.]
[จุดเด่น: ผิวขาวรามหิมะ]
[คะแนนประเมิน: 85 คะแนน]
[สถานะ: ผ่านเกณฑ์ของระบบ (80 คะแนนถือว่าผ่านเกณฑ์, สูงกว่า 80 คือสาวงาม, สูงกว่า 85 คือดาวโรงเรียน, สูงกว่า 90 คือนางฟ้า! ยิ่งคะแนนสูง รางวัลยิ่งงดงาม)]
"มองอะไรของนาย! ไอ้ขี้แพ้! อย่าคิดนะว่าฉันจะขอบคุณที่นายช่วยฉันไว้ ฝันไปเถอะ!"
ไป๋รั่วเสวี่ยขมวดคิ้วพูดด้วยความหงุดหงิด การที่เธอต้องนั่งเงยหน้ามองฉินเฟิงที่ยืนค้ำหัวอยู่ทำให้เธอรู้สึกอึดอัดและเสียศักดิ์ศรีอย่างมาก
เพียะ!
ฝ่ามือหนาฟาดเข้าที่ใบหน้าสวยอย่างจัง ไป๋รั่วเสวี่ยยกมือกุมแก้มด้วยความตกตะลึง ฉินเฟิงกล้าตบเธอ?
"นี่นายกล้าตบฉันเหรอ? เชื่อไหมว่าฉันจะฟ้องครูใหญ่ให้ไล่นายออก!"
ไป๋รั่วเสวี่ยขู่ฟ่อ ปกติแล้วแค่เธอเอ่ยประโยคนี้ ฉินเฟิงจะต้องยอมสยบให้เธอโขกสับราวกับทาส แต่วันนี้สถานการณ์มันเปลี่ยนไปแล้ว
"เอาสิ ไปฟ้องเลย! ข้างนอกมีแต่ซอมบี้เต็มไปหมด ถ้าเธอเก่งนักก็ออกไปหาครูใหญ่เองสิ!"
ฉินเฟิงเอือมระอากับการถูกกดขี่มานานเต็มที ถ้าไม่ใช่เพราะใบปริญญา เขาคงไม่ทนมาจนถึงป่านนี้ แต่ในเมื่อโลกถึงกาลอวสาน เขาก็ไม่มีเหตุผลต้องทนอีกต่อไป
"ฉันจะสู้กับแก!"
คุณหนูตระกูลร่ำรวยอย่างไป๋รั่วเสวี่ยไม่เคยถูกหยามเกียรติขนาดนี้ เธอแยกเขี้ยวกางกรงเล็บ เตรียมจะพุ่งเข้าใส่ฉินเฟิง
เพียะ!
เสียงตบดังสนั่นอีกครั้ง ผลลัพธ์ยังคงเหมือนเดิม
ไป๋รั่วเสวี่ยไม่ใช่คู่ต่อสู้ของฉินเฟิงเลยแม้แต่น้อย ต่อให้ไม่มีพลังจากระบบ ลำพังแรงกายเดิมของฉินเฟิงก็จัดการเธอได้ด้วยมือเดียวสบายๆ
หลังจากเข้ามหาวิทยาลัย ฉินเฟิงที่ไร้ซึ่งเงินทองต้องปากกัดตีนถีบทำงานสารพัด ทั้งแบกหาม ส่งอาหาร ส่งพัสดุ เป็นเด็กเสิร์ฟ ร่างกายของเขาจึงแข็งแกร่งจากการทำงานหนักมานานแล้ว
คุณหนูผู้บอบบางอย่างเธอเมื่ออยู่ต่อหน้าเขาจึงไม่ต่างอะไรกับเด็กทารก หากฉินเฟิงไม่ออมแรง ตบเดียวคงส่งเธอไปคุยกับรากมะม่วงแล้ว
"นายยังกล้าตบฉันอีกเหรอ? นายยังเป็นลูกผู้ชายอยู่หรือเปล่า! รังแกผู้หญิงไม่มีทางสู้!"
ไป๋รั่วเสวี่ยกุมแก้มที่บวมแดง น้ำตาคลอเบ้าด้วยความเจ็บใจ
ชีวิตนี้เธอไม่เคยต้องเจอกับเรื่องเลวร้ายแบบนี้ พ่อแม่ประคบประหงมมาตั้งแต่เล็ก เข้ามหาวิทยาลัยก็มีแต่คนรักใคร่เอ็นดู ผู้ชายต่างรุมล้อมเอาใจ ผู้หญิงก็แย่งกันมาเป็นเพื่อนสนิท
แต่วันนี้เธอกลับถูกฉินเฟิงตบหน้า ไม่ใช่แค่ครั้งเดียวแต่ถึงสองครั้ง ความรู้สึกแตกต่างราวฟ้ากับเหวนี้ทำให้เธอรับไม่ได้
"เหอะ ผู้หญิงอย่างเธอมันก็สมควรโดนแล้ว เรียกร้องความเท่าเทียมทางเพศกันนักไม่ใช่เหรอ? แล้วทำไมแค่โดนตบสองทีถึงทนไม่ได้ล่ะ?"
ฉินเฟิงปลดปล่อยความอัดอั้นออกมาจนหมด อันที่จริงเขาอยากจะซัดต่ออีกสักหลายทีเพื่อระบายความแค้นที่สะสมมาหลายปี
แต่เมื่อฉุกคิดได้ว่าไป๋รั่วเสวี่ยผ่านเกณฑ์ของระบบ และเธอก็ต้องตกเป็นของเขาในที่สุด ขืนทำรุนแรงจนบุบสลายไป คนที่ขาดทุนก็คือตัวเขาเอง
"โฮก..."
เสียงคำรามจากด้านนอกดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ดูเหมือนเสียงทะเลาะกันเมื่อครู่จะดึงดูดความสนใจพวกซอมบี้เข้าแล้ว
ไป๋รั่วเสวี่ยเงียบเสียงลงทันที เธอกลัวซอมบี้มากกว่ากลัวฉินเฟิงหลายเท่า
ฉินเฟิงเดินไปที่หน้าต่าง ตั้งใจจะแง้มม่านดูสถานการณ์ภายนอก
ทันใดนั้น ใบหน้าของซอมบี้ตัวหนึ่งก็โผล่มาแนบกระจก ทำเอาฉินเฟิงสะดุ้งโหยง
เมื่อเพ่งมองดีๆ ก็พบว่าเป็นครูประจำชั้นของพวกเขานั่นเอง ไม่นึกเลยว่าต่อให้กลายเป็นซอมบี้ไปแล้ว ก็ยังไม่ทิ้งนิสัยชอบแอบดูนักเรียนผ่านหน้าต่าง
ฉินเฟิงรู้สึกสลดใจเล็กน้อย ครูประจำชั้นเป็นคนเดียวที่ไม่เคยดูถูกเขา แถมยังเคยทะเลาะกับครูใหญ่เรื่องเงินทุนการศึกษาคนจนของเขาที่ล่าช้าอีกด้วย
ไม่คิดเลยว่าคนดีๆ จะต้องมากลายเป็นซอมบี้ พอมองกลับไปที่ไป๋รั่วเสวี่ยในห้อง ก็ยิ่งตอกย้ำคำกล่าวที่ว่า 'คนดีอายุสั้น คนชั่วอายุยืนพันปี' จริงๆ
เวลานี้ไป๋รั่วเสวี่ยกำลังกดโทรศัพท์ยิกๆ แต่ไม่ว่าจะโทรหาพ่อแม่ ครูใหญ่ หรือตำรวจ ก็ไม่มีใครรับสาย
ฉินเฟิงไม่สนใจเธอ ระบบบอกว่าสิ่งมีชีวิต 80% กลายเป็นซอมบี้ มนุษย์ที่เหลือรอดตอนนี้ต่างก็ต้องหนีตาย ใครจะมีเวลามานั่งรับโทรศัพท์เธอ?
ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ฉินเฟิงค้นดูทั่วห้องเรียนและพบไส้กรอกสามแท่ง ขนมปังสองก้อน นมหนึ่งกล่อง เครื่องดื่มและขนมขบเคี้ยวอีกจำนวนหนึ่ง รวมถึงช็อกโกแลตอีกหนึ่งกล่อง
นอกจากนี้ยังมีหมั่นโถวอีกสองลูกในกล่องข้าวของเขา ซึ่งเดิมทีเป็นมื้อเที่ยง แต่ตอนนี้กลายเป็นเสบียงช่วยชีวิตไปเสียแล้ว
ไป๋รั่วเสวี่ยกลืนน้ำลายลงคอ มองดูอาหารที่ฉินเฟิงรวบรวมมาด้วยความหิว เดิมทีเธอกับเพื่อนจะไปกินข้าวที่โรงอาหาร แต่ดันเจอซอมบี้ไล่กวดมาเสียก่อน ตอนนี้ท้องของเธอจึงเริ่มประท้วงแล้ว
"ฉินเฟิง ฉันหิว เอาของกินมาให้ฉัน แล้วฉันจะยกโทษให้เรื่องที่นายตบฉัน"
ไป๋รั่วเสวี่ยออกคำสั่งเสียงแข็ง เธอยังคงไม่เข้าใจสถานะของตัวเองในตอนนี้
"ยกโทษ? รั่วเสวี่ย สมองเธอกระทบกระเทือนตอนวิ่งหนีมาหรือเปล่า? ไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่เธอแกล้งฉันมาก่อนหน้านี้หรอกนะ แค่เรื่องวันนี้มันยังไม่จบง่ายๆ หรอก!"
พอนึกถึงตอนที่ไป๋รั่วเสวี่ยหลอกให้เขาดีใจเล่น แล้วยังบีบให้เขาคุกเข่าขอโทษ ความโกรธก็พุ่งพล่านขึ้นมาอีก
"แล้วนายจะเอายังไง?"
ไป๋รั่วเสวี่ยทำหน้าไม่รู้ร้อนรู้หนาว เธอมองว่ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ใครๆ ก็แกล้งฉินเฟิงกันทั้งนั้น ไม่ใช่แค่เธอคนเดียวสักหน่อย
"คุกเข่าขอโทษฉันสิ ถ้าฉันอารมณ์ดี ฉันอาจจะแบ่งเศษอาหารให้เธอบ้างก็ได้"
"ฝันไปเถอะ!"
คนอย่างไป๋รั่วเสวี่ยหรือจะยอมทำตามคำสั่งของฉินเฟิง? เธอคือคุณหนูผู้สูงส่ง ลูกรักของพระเจ้า มีพ่อแม่เป็นถึงผู้มีอิทธิพล มีแต่คนอื่นต้องคุกเข่าให้เธอ ไม่เคยมีวันที่เธอต้องไปคุกเข่าให้ใคร
โดยเฉพาะกับไอ้ขี้แพ้อย่างฉินเฟิง ต่อให้ต้องอดตาย ยอมกระโดดตึกตาย หรือตายอยู่ที่นี่ เธอก็ไม่มีวันคุกเข่าขอข้าวมันกินเด็ดขาด!
"งั้นก็เชิญอดตายไปเถอะ"
ฉินเฟิงไม่รีบร้อน ทั้งคู่ติดอยู่ในห้องเรียนท่ามกลางวงล้อมซอมบี้ เขามีเวลาเหลือเฟือที่จะดัดนิสัยคุณหนูจอมหยิ่งคนนี้
ทันใดนั้น ดวงตาของไป๋รั่วเสวี่ยก็เป็นประกายขึ้นมาเมื่อเห็นของบางอย่าง เธอชี้ไปที่กล่องช็อกโกแลตแล้วตะโกนว่า
"นั่นมันช็อกโกแลตของฉันนี่นา เอาคืนมานะ!"
มันเป็นของขวัญจากหนุ่มที่มาตามจีบเธอเมื่อเช้า เธอยังไม่ทันได้แกะกิน พอเห็นตอนนี้ถึงเพิ่งนึกขึ้นได้
ฉินเฟิงหยิบกล่องช็อกโกแลตขึ้นมาพิจารณา มันมีกลิ่นน้ำหอมจางๆ ของไป๋รั่วเสวี่ยติดอยู่จริงๆ จมูกที่ประสาทสัมผัสไวขึ้นจากการอัปเกรดร่างกายทำให้เขาได้กลิ่นชัดเจน แต่ถามว่าจะคืนให้ไหม? แน่นอนว่าไม่!
"เธอว่าเป็นของเธอ แล้วมีหลักฐานไหมล่ะ? เรียกชื่อแล้วมันขานรับไหม?"