เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เล่ม 1 ตอนที่ 6: คทาสายฟ้า (2)

เล่ม 1 ตอนที่ 6: คทาสายฟ้า (2)

เล่ม 1 ตอนที่ 6: คทาสายฟ้า (2)


Facebook Fanpage กดเลย

••••••••••••••••••••

นิยายอื่นที่ทางค่ายแปล

สารบัญ ARK [จบแล้ว]

สารบัญ จอมเวทอหังการ

สารบัญ ราชันเทพเก้าสุริยัน

••••••••••••••••••••

เล่ม 1 ตอนที่ 6: คทาสายฟ้า (2)

เฟิงอุทานอย่างตื่นเต้น “เยี่ยม! ยอดเยี่ยมไปเลย!” หลังจากที่ฝึกหลวนลี่แล้ว พละกำลังของเขาเปลี่ยนไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง ทั้งความแข็งแกร่งทางจิตใจและกายภาพนั้นแตกต่างจากเมื่อก่อนมาก

เหยาเหยาปรบมือ “หว๋า! พี่เฟิงเก่งที่สุด ข้าจะไปหยิบลูกศร!” เด็กหญิงวิ่งเข้าไปในห้องพร้อมกับหยิบซองบรรจุลูกศรสิบดอกออกมา มันคือสิ่งที่ชายชราได้สร้างเอาไว้ก่อนหน้า

ส่วนปลายของมันทำจากเหล็กกล้าขนาดหนึ่งนิ้วและหนักประมาณห้าขีด มันคือลูกศรพิเศษสำหรับใช้กับคันธนูสีดำนี้เท่านั้น

เฟิงสะพายซองลูกศรพร้อมกับถือคันธนูไว้ในมือ เขาเดินตรงมุ่งหน้าไปยังหน้าผา ตอนนี้ลุงเก๋อและเพื่อนอีกสองคนรออยู่ที่นั่น

ทุกคนที่นี่จะต้องรวบรวมอาหารให้เพียงพอก่อนฤดูหนาวจะมาถึง ปกติแล้วหนึ่งครอบครัวจะมีนักล่าหนึ่งถึงสองคน แต่ก็มีครอบครัวบางกลุ่มที่มีเพียงมันสำปะหลังและข้าวไว้สำหรับหน้าหนาวเท่านั้น ในช่วงฤดูร้อนพวกเขาจะเร่งปลูกและเก็บเกี่ยวมันให้มากที่สุด จากนั้นค่อยนำมันมาแลกเปลี่ยนเป็นเนื้อสัตว์เพื่อสำรองอาหารในฤดูหนาวอีกครั้ง

เก๋อต้าเชิงเห็นเฟิงเดินมาแต่ไกล รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้า “เฟิง เจ้ารู้สึกอย่างไรบ้าง? กลัวหรือไม่?”

นักล่าอาวุโสมักจะหยอกล้อนักล่ามือใหม่เช่นนี้เสมอ นั่นคือธรรมเนียมปฏิบัติของเขาเอง

ซินเฟิงหัวเราะ “ลุงเก๋อ ลุงหนานชาน ลุงฉี ข้าไม่กลัวเลยขอรับ ฮ่าฮ่า ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะขอรับ ข้าคงต้องอยู่กับพวกลุงไปอีกสักพัก”

ชายวัยกลางคนทั้งสามนั้นเฝ้ามองการเติบโตของเฟิงมาตั้งแต่ยังแบเบาะ ไม่ว่าอย่างไรนี่เด็กหนุ่มคนนี้ก็เปรียบได้กับลูกหลานของพวกเขาอยู่แล้ว~

เก๋อต้าเชิงตบบ่าเฟิงเบา ๆ “ไปกันเถอะ วันนี้เราไม่ได้ไปไกลนัก เราจะล่าใกล้ ๆ ปราสาทนี่เอง”

ทั้งหมดเดินไปที่ป้อมปราการพร้อมกับหย่อนตัวลงกระเช้า วงล้อหมุนเพื่อพาทั้งหมดลงจากป้อมหิน

นี่คือครั้งแรกที่เฟิงออกจากปราสาทผาพยัคฆ์ ไม่ใช่ว่าเมื่อก่อนนี้เขาไม่ต้องการจะออกไป ทว่าเด็กที่อายุไม่ถึงเกณฑ์นั้นไม่ได้รับอนุญาตให้ออกจากป้อม ประกอบกับใกล้ ๆ ปราสาทนี้มีสัตว์ป่าและคนเถื่อนซุกซ่อนอยู่ภายในป่า การกระทำเช่นนั้นหมายถึงการวิ่งเข้าหาประตูแห่งความตาย ทุกปีมีคนตายตกไปจากการออกไปล่าสัตว์อยู่เสมอ เหตุการณ์เหล่านั้นทำให้ทุกทีมล้วนระมัดระวังมากยิ่งขึ้น มีเพียงนักล่าทรงพลังเท่านั้นที่จะสามารถเดินออกไปห่างไกลจากปราสาทได้

ตอนนี้เฟิงเข้าร่วมทีมนักล่าแล้ว ต้าเชิงคิดว่าจะประเมินศักยภาพของเขาก่อน เช่นนี้เขาจึงตัดสินใจใช้พื้นที่ใกล้ปราสาทเพื่อดูปฏิกริยาของเฟิง เช่นนี้จะสามารถใช้เลือกสถานที่ล่าสัตว์ในอนาคตได้ ในฐานะมือใหม่ เฟิงไม่ได้กล่าวอะไรนอกจากทำตามเท่านั้น

อย่างไร เขาได้รู้อะไรหลายสิ่งภายในปราสาทหลังจากใช้ชีวิตอยู่ในโลกใบนี้มานานกว่าสามปี เขาไม่ใช่เด็ก เขารู้มากกว่าคนที่นี่ด้วยซ้ำ สมองของเขาเต็มไปด้วยความคิดมากมายและมีข้อโต้แย้งที่ต้องการหาคำตอบในโลกใบนี้เสมอมา

บนหลังของต้าเชิงนั้นคือหอกสั้นสี่อันพร้อมด้วยมีดยาวสองฟุต เขาใช้มันสำหรับเปิดทางในการเดิน

ส่วนหนานชานนั้นเป็นชายหนุ่มร่างกายกำยำ เขาถือหอกซึ่งทำจากเหล็กกล้าเอาไว้ในมือและมีคันธนูสะพายอยู่ที่หลัง

ส่วนฉีถือโล่ห์ขนาดใหญ่ซึ่งทำมาจากหนัง เหล็กและไม้ ชั้นนอกของมันทำจากหนังกระทิง ซึ่งทำให้มีพลังป้องกันที่สูงลิบ อีกมือหนึ่งคือมีดหินรูปสามแฉก มันแข็งแกร่งมากและอาวุธของเขายาวกว่าสองฟุต

ส่วนเฟิงนั้นเป็นผู้ใช้ธนูอย่างเดียว การโจมตีระยะไกลเป็นหน้าที่ของเขา ทุกคนแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน

ต้าเชิงเดินนำหน้าโดยมีฉีติดตามอย่างใกล้ชิด เขาจะปิดกั้นการซุ่มโจมตีทุกอย่างโดยรอบเอาไว้ ส่วนหนานชานเดินคู่กับเฟิงที่อยู่ด้านหลัง

เฟิงมีลูกศรสิบอัน ซึ่งมันคือลูกศรที่สร้างขึ้นมาอย่างพิเศษ มันสามารถรับมือกับสัตว์ป่าทั่วไปได้ แต่ไม่สามารถเผชิญหน้ากับสัตว์ร้ายทรงพลัง

ทั้งสี่มุ่งหน้าเข้าป่าไปเรื่อย ๆ เฟิงรู้สึกตื่นเต้นในทุกย่างก้าวของตนเองอย่างยิ่งกับการเข้าป่าครั้งแรกนี้

หลังจากที่เด็กหนุ่มได้ฝึกฝนหลวนลี่ ประสามสัมผัสของเขานั้นแข็งแกร่งขึ้นอย่างมาก เฟิงรับรู้ได้ถึงสัตว์ป่าโดยรอบอย่างชัดเจน ในทุกก้าวของเขามีสัตว์ป่าอยู่ใกล้ ๆ เสมอ นี่คือเรื่องแปลกใหม่ที่เขาไม่เคยรู้มาก่อนและเมื่อเป็นเช่นนี้ มันทำให้เขาคล้าย ๆ จะเวียนหัวกับประสบการณ์แปลกใหม่นี้ไม่น้อย

พื้นที่ล่าสัตว์ของแต่ละทีมนั้นจะแตกต่างกันไป ส่วนต้าเชิงนั้นเลือกบริเวณใกล้กับบ่อน้ำ สัตว์ทุกตัวจะต้องมาดื่มน้ำในบ่อแห่งนี้ มันย่อมเป็นสถานที่ที่ยอดเยี่ยมในการล่าอย่างแน่นอน แต่ท้ายที่สุดแล้วก็ไม่มีใครรู้ว่าเมื่อใดที่อันตรายมหันต์จะมาเยือนบ่อแห่งนี้

สัตว์ป่าบางตัวไม่อาจถูกจัดการลงได้โดยนักล่าทั่วไป

นี่จึงเป็นจุดที่ดีที่สุดสำหรับการล่าใกล้ ๆ ปราสาท

บ่อน้ำเป็นรูปทรงคล้ายกับกรวยไต ความกว้างยาวของมันราว ๆ หนึ่งกิโลเมตร ขณะที่เดินเข้าใกล้มัน เฟิงรู้สึกไม่สบายใจอย่างมาก สัมผัสวิญญาณของเขาบอกว่ามันมีอะไร สถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยอันตราย!

เมื่อเดินมาใกล้อีกหน่อย ต้าเชิงส่งสัญญาณมือให้ทุกคนหยุดเคลื่อนไหว เขากระซิบอย่างแผ่วเบา “หนานชาน ฉี เฟิง ระวังตัว! ข้าจะปีนต้นไม้ดูลาดราวสักหน่อย” เมื่อกล่าวจบ ต้าเชิงค่อย ๆ ปีนขึ้นสู่ที่สูงอย่างระมัดระวัง

มือของเฟิงกำลูกศรไว้แน่น สภาพแวดล้อมทั้งหมดปกคลุมด้วยกิ่งไม้ใบหญ้า เขาไม่สามารถมองไปไกลมากกว่านี้ได้อีกแล้ว แต่สัมผัสวิญญาณของเฟิงยอดเยี่ยม ไม่มีอะไรจะไวไปกว่าความรู้สึกของเขาอีกแล้วในเวลานี้

ฉีวางโล่ขนาดใหญ่ลงด้านหน้าพร้อมกับจับมีดหินไว้อย่างแน่นหนา เขาพยายามสอดส่องบริเวณโดยรอบและระมัดระวังตัวอย่างถึงที่สุดเพื่อตรวจสอบการเคลื่อนไหวบริเวณใกล้ ๆ ทั้งสามคนล้อมรอบต้นไม้กลายเป็นรูปสามเหลี่ยมเพื่อรอฟังคำสั่งจากต้าเชิงที่อยู่บนต้นไม้

ต้าเชิงซึ่งนั่งอยู่บนต้นไม้กล่าวขึ้นมาอีกครั้งอย่างกระซิบกระซาบ “มากับข้า!”

ทั้งสามปีนขึ้นต้นไม้อย่างรวดเร็ว เฟิงแหงนหน้าขึ้นมองด้านบนพร้อมบ่นออกมาอย่างประหลาดใจ “นี่คือบ้านต้นไม้งั้นหรือ?”

ต้าเชิงพยักหน้ารับ “มันคือจุดที่เราจะเอาไว้ใช้หลบซ่อนและพักผ่อนเมื่อออกล่าในยามเย็น” หลังจากจบคำ เขาปีนขึ้นไปอีกทันที

เฟิงเอาธนูสะพายหลังพร้อมกับปีนตามอย่างรวดเร็ว

บ้านต้นไม้นี้อยู่สูงจากพื้นดินราวยี่สิบเมตร แม้มันจะถูกสร้างขึ้นแบบลวก ๆ แต่มันก็สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างดีเยี่ยมวิสัยทัศน์ด้านบนนั้นยอดเยี่ยมมาก สามารถมองเห็นบ่อน้ำได้อย่างชัดเจน

สายตาของเฟิงมองเห็นกระทิงตัวใหญ่ในฉับพลัน เขาร้องออกมา “ฝูงกระทิง!”

หนานชานหัวเราะ “อย่าคิดเรื่องนั้นเลย แม้แต่คนเถื่อนก็ยังไม่กล้าที่จะยั่วยุฝูงกระทิงขนาดใหญ่เหล่านี้ เมื่อมันบ้าคลั่งขึ้นมา โฮ่โฮ่ หากว่าไม่รีบหนีล่ะก็… ตายสถานเดียว”

สายตาของเฟิงจับจ้องที่ฝูงกระทิงตรงหน้าอย่างมาดหมาย กระทิงสักหนึ่งตัวอาจจะเป็นรางวัลที่ยอดเยี่ยมสำหรับการออกล่าครั้งแรกของเขา แต่ก็ไม่อาจทำอะไรได้อยู่ดี ทว่าเขาอดไม่ได้ที่จะตื่นเต้นกับสิ่งตรงหน้า

ฉีที่อยู่ด้านข้างกล่าวออกมาอย่างเย็นชา “อย่าฝันกลางวันจะดีกว่าหน่า!”

รอยยิ้มขมขื่นเผยขึ้นมาบนใบหน้าของเด็กหนุ่ม “พวกท่านไม่คิดจะสังหารกระทิงสักตัวหรือ?”

ต้าเชิงอดไม่ได้ที่จะอธิบาย “เป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะสังหารกระทิง การจะจัดการมันจะต้องมีสมาชิกในทีมอย่างน้อยสิบห้าถึงสามสิบคนและมีกับดักตระเตรียมเอาไว้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องมีคนที่เป็นเหยื่อล่อ มันเป็นสัตว์ที่อันตรายเกินกว่าจะเข้าใกล้”

หนานชานกล่าวเสริม “ผิวหนังของมันหนามาก อาวุธธรรมดาไม่อาจเจาะทะลุได้เลย อีกทั้งจุดอ่อนของมันมีน้อยนิดและการเข้าถึงสิ่งนั้นเป็นไปได้ยากยิ่ง”

“แม้ว่าเราจะกระโดดลงไปจากต้นไม้ก็ไม่ได้งั้นหรือ?”

ต้าเชิงยังคงอดทนอธิบายให้เฟิงเข้าใจ “แม้ว่าเจ้าจะเล็งไปที่จุดอ่อนของมันโดยตรง แต่ไม่แข็งแกร่งมากพอจะฆ่ามัน เจ้าจะไม่มีสิทธิ์มีชีวิตไปถึงวันพรุ่งนี้ได้...”

หนานชานกล่าวเสริม “เอาล่ะ แม้ว่าเจ้าจะสามารถเจาะทะลวงมันได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะตาย ก่อนที่เจ้าจะเริ่มโจมตีครั้งที่สอง มันจะพุ่งเข้าใส่จนเจ้าไม่สามารถตั้งหลักได้อีก เฟิงเอ๋ย เจ้ายังไม่เคยสังหารตัวอะไรเลยใช่ไหมล่ะ? ฮ่าฮ่า มันเป็นเรื่องดีที่เจ้ามีความกล้าหาญ แต่อย่างน้อยเจ้าจะต้องรู้ขีดจำกัดของตนเองด้วยเช่นกัน”

ทั้งสามคนต่างคิดว่าเฟิงมั่นใจในตัวเองมากเกินไป

ซินเฟิงหยุดพูดพล่ามต่อ เขาเพียงเฝ้าดูฝูงกระทิงซึ่งกำลังกินน้ำอย่างเงียบเชียบ

ต้าเชิงโพล่งออกมา “เฟิง เดี๋ยวกินข้าวและพักผ่อนกันก่อนสักหน่อย พวกเราจะเริ่มล่าในตอนเย็น ถ้าหากว่าไม่มีพลังและสุขภาพจิตที่ยอดเยี่ยม เราตกอยู่ในอันตราย”

เฟิงเดินเข้าไปในบ้านต้นไม้พร้อมกับกินเนื้อแห้งที่เขานำมาด้วย ต้าเชิงนอนอยู่บนพื้นพร้อมงีบหลับพักผ่อน ขณะที่หนานชานและฉีเอนกายพิงกับเสาไม้พร้อมกับงีบหลับเช่นกัน มีเพียงเฟิงที่เดินออกไปด้านนอกและคอยนั่งดูฝูงกระทิงอย่างจดจ่อ

เด็กหนุ่มยังไม่คิดยอมแพ้และหวังว่าจะสามารถสังหารกระทิงได้ ความมั่นใจในหลวนลี่ของเขาสูงมาก หากเขามีโอกาส เขาจะลงมืออย่างไม่ลังเลแน่นอน

ขณะนี้ฝูงกระทิงเริ่มเคลื่อนตัวออกจากบ่อน้ำ เฟิงมองพวกมันอย่างรู้สึกเสียใจ เขารู้ว่าเขาไม่มีโอกาสที่จะโจมตีมันได้เลย เด็กหนุ่มถอนหายใจยาวพร้อมกับถอดธนูออกจากหลังและวางมันไว้ข้างกาย “ข้าคงทำได้เพียงแค่รอเวลาเท่านั้น”

ฉับพลัน ฝูงกระทิงเล็ก ๆ ปรากฏตัวขึ้นที่บ่อน้ำ เขาวิ่งกลับเข้าไปในบ้านต้นไม้ทันทีพร้อมกับบอกกล่าวทุกคน “มีฝูงเล็ก ๆ มาที่นี่ ตื่นเร็ว! มีกระทิงฝูงเล็ก ๆ โผล่มา!”

ต้าเชิงไม่สนใจที่จะลืมตาขึ้นแม้แต่น้อย เขาเอ่ยปากอย่างเกียจคร้าน “ไม่เห็นจะน่าแปลกใจตรงไหนเลย อย่างน้อยฝูงเล็ก ๆ ก็มีกระทิงอย่างน้อยสิบตัว เจ้าไม่สามารถจัดการกับมันได้หรอก”

“เราจะรู้ได้อย่างไรในเมื่อเรายังไม่ได้ลองทำมันเลย? ข้าจะจัดการพวกมันเอง!”

หนานชานปล่อยเสียงหัวเราะออกมาอย่างกลั้นไม่ไหว “ฮ่าฮ่า มือใหม่ของเราในวันนี้ช่างเกรี้ยวกราดยิ่งนัก เอาล่ะ วันนี้เรามาดูเฟิงล่าสักหน่อยดีกว่า!”

••••••••••••••••••••

Facebook Fanpage กดเลย

••••••••••••••••••••

จบบทที่ เล่ม 1 ตอนที่ 6: คทาสายฟ้า (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว