เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เล่ม 1 ตอนที่ 2: ตราประทับสายฟ้า (2)

เล่ม 1 ตอนที่ 2: ตราประทับสายฟ้า (2)

เล่ม 1 ตอนที่ 2: ตราประทับสายฟ้า (2)


Facebook Fanpage กดเลย

••••••••••••••••••••

นิยายอื่นที่ทางค่ายแปล

สารบัญ ARK [จบแล้ว]

สารบัญ จอมเวทอหังการ

สารบัญ ราชันเทพเก้าสุริยัน

••••••••••••••••••••

เล่ม 1 ตอนที่ 2: ตราประทับสายฟ้า (2)

ชายชรากล่าว “เหยาเหยา เจ้าจงเอาขาหมูป่าชิ้นนี้ไปให้ป้าฉิงเถิด” หลังจากที่ได้รับสิ่งของจากผู้อื่น การหยิบยื่นกลับคือมารยาทพื้นฐานในการแสดงความขอบคุณ แม้ว่าเนื้อของหมูป่าตัวนี้มิได้คุ้มค่ามากนัก ทว่ามันก็เป็นความคิดที่ไม่เลวทีเดียว เรื่องธรรมดาที่ชายชรามักจะเกรงอกเกรงใจผู้อื่นอยู่เสมอ

เด็กหญิงได้ยินเช่นนั้น เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ “เจ้าค่ะ ข้าจะไปเดี๋ยวนี้” เด็กหญิงอายุเพียงหกขวบกับการยกขาหมูป่าซึ่งหนักกว่าสิบห้ากิโลกรัมไม่ได้มีผลต่อการเดินมากนัก

เฟิงทอดสายตามองน้องสาวที่เดินออกไปไกลลับ พลันหันสายตากลับมาหาชายชราพร้อมกล่าวจริงจัง “ปู่ขอรับ มีอะไรจะพูดกับข้างั้นหรือ?”

ชายชราพยักหน้าด้วยความพึงพอใจที่เด็กชายรับรู้ถึงสถานการณ์ “เฟิงเอ๋ย เจ้าไม่ใช่เด็กน้อยอีกต่อไปแล้ว ตอนนี้เจ้าอายุสิบหกปี การฝึกฝนของเจ้ามีพื้นฐานที่ยอดเยี่ยมมาตั้งแต่หกขวบ ถึงเวลาแล้วที่จะต้องฝึกเพิ่ม เจ้าจะต้องฝึกฝนหลวนลี่...”

ความเงียบงันพลันปกคลุมบรรยากาศ เฟิงเพิ่งมาอยู่ในโลกนี้สามปีเท่านั้น ในทุกวันเขาฝึกยิงธนูและหมัดมวยได้อย่างยอดเยี่ยม การฝึกฝนร่างกายดำเนินไปอย่างต่อเนื่องในทุกวัน นี่เป็นครั้งแรกที่ได้ยินคำว่าหลวนลี่ เขาถามออกไป “หลวนลี่งั้นหรือ? มันคือสิ่งใดขอรับ?”

เด็กหนุ่มไม่เคยหยุดนิ่งในการทำความเข้าใจโลกใบนี้ แต่เขาติดอยู่ในหน้าผาสูงชันซึ่งตัดขาดจากโลกภายนอก มันเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะได้รับรู้ว่าสิ่งใดอยู่ด้านนอกนั้น สิ่งที่พอจะทำได้มีเพียงการยืนมองท้องฟ้าและเก็บความสงสัยเอาไว้ในใจ

สิ่งเดียวที่ชัดเจนในใจ โลกใบนี้ไม่เหมือนกับโลกก่อนหน้าที่เคยอาศัย ในทุกค่ำคืน จันทราแปรเปลี่ยนเป็นสีต่าง ๆ ถึงเจ็ดสี นี่คือโลกใบใหม่ที่เขาไม่รู้จักและไม่รู้อะไรอื่นนอกจากนี้

ชายชราผ่อนลมหายใจพร้อมตอบกลับอย่างใจเย็น “หลวนลี่เป็นพลังประหลาด ไม่ใช่ทุกคนจะฝึกฝนมันได้ การที่จะศึกษามัน เจ้าต้องมีศักยภาพและพรสวรรค์ ข้าเคยทดสอบร่างกายของเจ้าเมื่อตอนหกขวบ… เจ้าสามารถฝึกฝนหลวนลี่ได้”

ใบหน้าของเฟิงมึนงง ความแคลงใจเกี่ยวกับโลกใบนี้ผุดขึ้นในใจอีกครั้ง สิ่งที่เรียกว่าหลวนลี่คืออะไร มันเกินกว่าที่เขาจะจินตนาการได้ด้วยซ้ำ ปากขยับอ้าออกและถาม “ผู้คนในปราสาทผาพยัคฆ์นี้มีใครฝึกฝนหลวนลี่บ้างไหม? แล้วพวกเขาเป็นใครบ้าง?”

“ย่อมไม่มี คนที่จะฝึกมันได้มีเพียงบิดามารดาของเจ้าเท่านั้น นอกเหนือจากเจ้าแล้วไม่มีมนุษย์คนไหนที่นี่สามารถฝึกฝนมันได้ แน่นอนว่าไม่มีใครล่วงรู้ว่าครอบครัวเจ้าฝึกฝนหลวนลี่เช่นกัน”

วิญญาณของเขาครอบครองร่างกายของเฟิงเมื่อสามปีที่แล้ว นี่คือเหตุผลที่เขาไม่เคยพบกับบิดามารดาในโลกใบนี้ ช่วงชีวิตในโลกใบนี้มีเพียงปู่และน้องสาวเท่านั้น เขาจึงไม่ได้สนใจว่าบุคคลเหล่านั้นหน้าตาเป็นเช่นไร เขาตอบกลับอย่างเรียบง่าย “ขอรับ ข้าเข้าใจแล้ว”

ชายชรากล่าวต่อ “จงอย่าได้ประมาทพลังหลวนลี่เด็ดขาด เมื่อเจ้ามีพลัง จงอย่าใช้มันรังแกผู้อื่น แม้แต่คนป่าเถื่อนที่อาศัยอยู่ในภูเขายังมิใช่คู่ต่อสู้ของเจ้าแม้แต่คนเดียว”

คนเถื่อนพวกนั้นเป็นมนุษย์เช่นกัน ทว่ากลับมีพลังมหาศาลติดตัวมาตั้งแต่เกิด ร่างกายเล็กที่สุดในหมู่พวกเขาคือสูงสองเมตร ผิวหนังหยาบกร้านและเส้นขนหนาเตอะทำให้ดูคล้ายสัตว์ร้ายมากกว่ามนุษย์ ภายในภูเขาไม่เพียงแต่จะมีการล่าสัตว์ แต่นักล่าของหมู่บ้านส่วนมากยังกลายเป็นเหยื่อของคนเถื่อนอีกด้วย มนุษย์เดรัจฉานเหล่านั้นชื่นชอบการนำเนื้อหนังของมนุษย์ไปประกอบอาหาร คนเหล่านั้นคือศัตรูตัวฉกาจของเหล่านักล่า พวกมันมีสติปัญญาและพละกำลัง

“รอตรงนี้ก่อน ข้ามีบางสิ่งมอบให้เจ้า” ชายชราเดินเข้าไปในถ้ำพลันยกมือเคาะกำแพงหิน เพียงไม่นานนักสิ่งที่เขาตามหาได้ปรากฏขึ้นตรงหน้า ชายชราแทงกริชเข้าไปพร้อมกับหยิบวัตถุบางอย่างออกมา

เด็กหนุ่มจับจ้องที่มือของปู่พร้อมถามทันควัน “ปู่ขอรับ นั่นคืออะไรหรือ?”

ชายชราลูบไล้วัตถุในมือพร้อมกับยื่นมันให้เฟิง “นี่คือตราประทับ… ลองตรวจสอบมันด้วยตัวเจ้าเองสิ” ดวงตาเด็กหนุ่มทอประกายอย่างฉงน “ตราประทับงั้นหรือ?” เขาจ้องมองมันอย่างพิจารณา

วัตถุทรงกลมหนาประมาณหนึ่งนิ้ว ใหญ่เทียบเท่าฝ่ามือ ภายในเต็มไปลวดลายเส้นสีน้ำเงินจำนวนมากซึ่งหนาบางแตกต่างกันออกไป มันคล้ายกับเส้นเลือดของใบไม้ ริ้วเล็กใหญ่สลับกันให้ความรู้สึกแปลกประหลาดเมื่อจ้องมอง แม้ว่าขนาดจะไม่ใหญ่มากนักแต่น้ำหนักกลับมากถึงสี่กิโลกรัม

“ช่างเป็นตราประทับที่แปลกประหลาดนัก!”

“ดูเส้นมากมายพวกนั้นสิ เจ้านึกถึงสิ่งใดงั้นหรือ?”

เฟิงจับจ้องวัตถุในมืออย่างละเอียด “มันคล้ายกับเส้นเลือดของใบไม้ขอรับ ไม่สิ... มันคล้ายกับสายฟ้า!” ภาพจำจากโลกก่อนหน้าพลันปรากฏขึ้นในหัวของเขาทันควัน แต่เส้นใยเหล่านี้มิได้มากเกินไปและมันก็ไม่ได้ใกล้เคียงกับฟ้าผ่ามากนัก

มุมปากชายชรายกยิ้ม “ไม่เลว มันคือตราประทับสายฟ้า! ทักษะทุนเดิมของเจ้าคือเล่ยหลวนลี่ ธาตุสายฟ้าและด้วยเหตุผลนี้เจ้าฝึกฝนมันได้!”

เฟิงอุทานออกมาอย่างรวดเร็ว “อ้อ มิน่าล่ะ ข้ารู้สึกว่ามือกำลังด้านชาอย่างแปลกประหลาด หลังจากได้สัมผัสมัน”

ทันทีที่กล่าวจบ สายฟ้าพลันปรากฏขึ้นฉับพลัน เด็กหนุ่มมิใช่มนุษย์ที่อาศัยอยู่ในโลกใบนี้ เขาไม่รู้สิ่งใดเลย ในชีวิตที่แล้วเขาจำได้ดีว่าสายฟ้าเป็นพลังที่แสนร้ายกาจ เด็กหนุ่มชอบใจพลันโยนตราประทับในมืออย่างรู้สึกสนุก

“อย่าขยับ! ถือมันเอาไว้เช่นนั้นก่อน ตราประทับสายฟ้ากำลังเปิดใช้งานเล่ยหลวนลี่ของเจ้า!”

เฟิงอาศัยอยู่บนโลกใบนี้มานานสามปี เขายอมรับชายชราตรงหน้าเป็นคนในครอบครัวและอาวุโสผู้คอยสอนสั่ง ดังนั้นเขาระงับความคิดพิเรนท์ทันทีพร้อมกำตราประทับไว้แน่นหนา

เสียงแตกหักดังขึ้นในศีรษะของเด็กหนุ่ม ตราประทับกำลังส่งเสียงบาดหู เขาพลันอ้าปากถาม “ปู่ ข้าจะปลอดภัยใช่ไหม? อ้ะ ข้ารู้สึกเจ็บ!”

สายตาของชายชราจับจ้องเด็กหนุ่มอย่างปลอบประโลม “จงอย่าหวาดหวั่น! เข้มแข็งเข้าไว้ จงมั่นคง! จำไว้ว่าห้ามคลายมือจากมันเด็ดขาด!”

เด็กหนุ่มมิกล้าที่จะขัดคำสั่ง มือยังคงกำตราประทับไว้แน่นหนา ขากรรไกรสบกันด้วยความอดกลั้น ตราประทับส่งเสียงแหลมบาดหูทำให้หัวของเขาแทบจะแตกออกจากกัน แสงน้อย ๆ เริ่มเปล่งประกายออกมาแล่นเข้าสู่ร่างกายของเด็กชาย สติกลับกลายเป็นเลื่อนลอยพร้อมกับคำพูดที่ฟังไม่ค่อยได้ความ “ปะ-ปะ-ปู่ มะ-เมื่อไหร่ มัน-มัน จะ...จบ..สะ-สักที?”

“หนทางอีกยาวไกล อย่าได้ยอมแพ้”

สายฟ้าแล่นผ่านทุกอนูรูขุมขน เส้นผมลุกตั้งขึ้นชูชัน จิตใจของเด็กหนุ่มกำลังรู้สึกถึงบางอย่างที่ไม่ปลอดภัยในขณะกำลังเปิดใช้งานเล่ยหลวนลี่

“พี่เฟิง! กะ-เกิดอะไรขึ้น?” เหยาเหยาที่เดินเข้ามาร้องอุทานอย่างฉับพลันเมื่อเห็นภาพตรงหน้า

“อย่าแตะตัวพี่ชายเจ้า! มาหาปู่! อย่าแตะตัวเขา!”

ใบหน้าของเด็กหญิงซีดขาวราวกระดาษ พี่ชายของเธอยืนอยู่พร้อมใบหน้าแหงนขึ้นฟ้า เส้นผมทั้งหมดชี้ท้องฟ้าอย่างน่าสะพรึง ศีรษะของเขาราวกับว่ามันกำลังจะระเบิดออก แม้เธอจะห่วงเขามากแต่ก็มิกล้าขัดคำสั่ง ขาน้อย ๆ วิ่งไปหาปู่พร้อมร่ำไห้ออกมา “ปู่ เกิดอะไรขึ้นกับพี่เฟิง?” เด็กหญิงเติบโตมาเพราะการเลี้ยงดูของพี่ชาย ความสัมพันธ์ของทั้งสองแน่นแฟ้นอย่างถึงที่สุด เมื่อได้เห็นพี่ชายในสภาพนี้จึงทำให้จิตใจของเธอเจ็บปวดและหวาดกลัว

ชายชราโอบกอดเด็กหญิงเอาไว้พร้อมลูบหัวเธออย่างทะนุถนอม “อย่าเพิ่งรบกวนพี่เจ้าเลย เพียงแค่เฝ้าดู เขาไม่ได้เป็นอะไร!”

เสียงแหลมยังคงดังขึ้นเรื่อย ๆ

กลางกระท่อมหลังเล็ก เด็กหนุ่มยืนอยู่ตรงกลาง ร่างกายสั่นสะเทือนอย่างต่อเนื่องราวกับถูกไฟฟ้าช็อต ใบหน้ากลับกลายเป็นสีแดงราวมะเขือเทศคล้ายกับว่าเขาเพิ่งผ่านการย่างสดมาอย่างไรอย่างนั้น

ในที่สุดเขาไม่อาจต้านทานของพลังได้อีกต่อไป เสียงตะโกนแหบแห้งดังขึ้น “ไม่ไหว… ข้าทำไม่ได้… ข้าถือมันไม่ได้อีกต่อไป… ข้า… ทำไม่ได้… ข้า…”

“อย่าเขวี้ยงมัน… เจ้าคลายมือได้แล้ว!”

เด็กหนุ่มคลายมือทันที แต่ตราประทับยังไม่หยุดตามที่เขาคาดหวัง กระแสไฟวิ่งพล่านไปทั่วร่างกายอย่างอิสระราวกับใยแมงมุม พวกมันห่อหุ้มร่างกายเล็ก ๆ เอาไว้อย่างแน่นหนา

เหยาเหยากัดเล็บของตนเองเพื่อคลายความกลัว เธอตะโกนออกมา “ระ-เรื่องอะไรกัน แปลกประหลาด… เกินไป” น้ำตายังคงไหลอาบแก้มบางทั้งสอง

“อดทนไว้ก่อน! ไม่ต้องกลัว เจ้าไม่ตายหรอก!”

ตราประทับเริ่มเคลื่อนไหวรอบร่างกายของเด็กชาย

มันหมุนรอบตัวเขาพร้อมด้วยร่างกายที่เริ่มขยับได้เอง แต่นี่ไม่ใช่การสั่งการของเฟิง! เขาขยับเพราะถูกกระแสไฟฟ้าชักนำ

เหยาเหยาหยุดร้องไห้พร้อมจ้องมองพี่ชายที่ตัวทำแปลกประหลาด ดวงตาน้ำล้นกำลังมองดูเฟิงยกมือและเท้าอย่างเก้ ๆ กัง ๆ ร่างกายสั่นเทาอย่างต่อเนื่องไม่มีท่าทีว่าจะหยุดลง ท่าทางแปลก ๆ ของเขาทำให้เธอตื่นตระหนก “ปู่… พี่เฟิงเป็นอะไร… ขะ-เขาเหมือนกำลังเต้น…”

“ถูกต้องแล้ว! นี่เรียกว่าระบำสายฟ้า!”

ภายในหัวใจของเฟิงกรีดร้องอย่างไม่ยอมรับ “นะ-นี่... เรียกว่าอะไรนะ? ระบำสายฟ้างั้นหรือ? สิ่งนี้ควรถูกเรียกว่าการชักกระตุกเสียมากกว่า! ฉะ... ฉันไม่สามารถควบคุมร่างกายได้!”

ริ้วสายฟ้ายังคงไม่หายไป มันเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เท้าข้างหนึ่งอยู่บนพื้นและอีกข้างชี้ขึ้นท้องฟ้า ร่างกายบิดเบี้ยวเป็นเส้นโค้ง เส้นสายฟ้ามีความหนาเท่ากับนิ้วของเฟิง มันแยกออกเป็นเจ็ดเกลียวพร้อมกับล้อมร่างกายเด็กหนุ่มเอาไว้ ทว่าท่าทางของเขาตอนนี้คล้ายคลึงกับการเต้นระบำอย่างแท้จริง

ไม่แม้แต่จะส่งเสียงกรีดร้องออกมา การขยับปากยังไม่สามารถทำได้ด้วยซ้ำในขณะที่ร่างกายยังคงเต้นต่อไป

ดวงตาเหยาเหยาทอประกาย เด็กหญิงอุทานอย่างตื่นเต้น “ว้าว พี่ชายเก่งที่สุดเลย...”

เฟิงตะโกนร้องในใจอีกครั้งอย่างเจ็บปวด “เก่งงั้นหรือ? ข้ากำลังจะตายชัด ๆ พี่ชายของเจ้ากำลังถูกสายฟ้าเล่นงานอยู่ มันกำลังจะเอาชีวิตของข้าไป!”

ขณะเด็กหนุ่มกำลังเต้นระบำสายฟ้า พลังแปลกประหลาดไหลวนทั่วร่างกาย เขารู้สึกได้ถึงพลังที่แข็งแกร่งกำลังถือกำเนิดขึ้น ในความคิดเริ่มเข้าใจถึงพลังของเล่ยหลวนลี่...

ตราประทับสายฟ้าค่อย ๆ จางหายไป แสงสีทองเปล่งประกายออกมาจากร่างกายของเฟิง รังสีของแสงสาดออกมาทำให้สายตาของชายชราและเหยาเหยาแทบจะม้อดไหม้ ทั้งสองพลันปิดตาอย่างรวดเร็วทันที

ฉับพลันเกิดเสียงสายฟ้าฟาดดังสนั่นหวั่นไหว ตราประทับพุ่งเข้าสู่หน้าอกของเฟิง มันหายเข้าไปในร่างกายของเด็กหนุ่ม!

ตู้ม!

ขาสองข้างของเด็กชายทรุดลงกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง เขานอนหายใจหอบหนักอยู่อย่างนั้นและแสงต่าง ๆ พลันหายไป

ดวงตาของชายชราเบิกกว้าง เขาไม่คิดว่าตราประทับจะยอมรับเฟิงถึงขนาดที่เข้าสู่ร่างกายของเด็กน้อยคนนี้ ขาทั้งสองรีบก้าวหาหลานอย่างรวดเร็วพร้อมตรวจสอบชีพจรอย่างเร่งด่วน ท้ายที่สุดเด็กหนุ่มยังคงหายใจอยู่

ชายชราพ่นลมหายใจอย่างโล่งอก “ร้ายกาจมากเจ้าหลานชาย ข้าไม่คิดเลยว่าเจ้าจะมีความสามารถมากเช่นนี้ ตราประทับยอมรับในตัวของเจ้าแล้ว ยอดเยี่ยมจริง ๆ!”

เฟิงเผยรอยยิ้มขื่นขมออกมาพร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง “ปู่... ร่างกายของข้าชาไปหมดแล้ว ข้าขยับตัวไม่ได้เลย”

••••••••••••••••••••

Facebook Fanpage กดเลย

••••••••••••••••••••

จบบทที่ เล่ม 1 ตอนที่ 2: ตราประทับสายฟ้า (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว