- หน้าแรก
- อกหักจากประธานจอมเผด็จการ เลยไปเป็นตำนานในยุคดวงดาว
- บทที่ 5 ผู้จัดการส่วนตัว ติงเชี่ยน
บทที่ 5 ผู้จัดการส่วนตัว ติงเชี่ยน
บทที่ 5 ผู้จัดการส่วนตัว ติงเชี่ยน
บทที่ 5 ผู้จัดการส่วนตัว ติงเชี่ยน
แทนที่จะสงบเสงี่ยมเจียมตัว เย่ซีกลับป่าวประกาศสถานะคู่หมั้นของมู่จือเกอ หวังจะลากตระกูลมู่ลงเหวไปด้วย
ทันทีที่ข่าวนี้แพร่ออกไป สตาร์เน็ตก็แทบระเบิด
ผู้คนนับไม่ถ้วนพากันแท็กหา 'มู่กรุ๊ป' เพื่อถามหาความจริง การกระทำอันไร้ยางอายของเย่ซีนี่แหละที่ทำให้มู่จือเกอโกรธจัด
ตลอดสองปีที่ผ่านมา เย่ซีอาศัยบารมีของตระกูลมู่ทำตัวกร่างในวงการ ล่วงเกินผู้คนไว้ไม่น้อย เมื่อไม่กี่วันก่อน เพื่อยื้อไม่ให้ตระกูลมู่ถอนหมั้น เธอยังถึงขั้นไลฟ์สดกรีดข้อมือบีบบังคับให้แต่งงานด้วย ไม่รู้ว่ามีคนแอบสมน้ำหน้าไปกี่มากน้อยแล้ว
หากเย่ซีถอนหมั้นกับมู่จือเกอจริง บรรดาโจทย์เก่าคงดาหน้ากันออกมาขุดคุ้ยประวัติมืดมาแฉซ้ำเติมแน่
ครึ่งชั่วโมงหลังจากข่าวถอนหมั้นแพร่สะพัด บล็อกเกอร์ไฮโซสาวคนหนึ่งที่หลงใหลมู่จือเกอมาตลอดก็โพสต์ข้อความ
"เป็นเรื่องจริง"
แม้จะเป็นเพียงข้อความสั้นๆ แต่กลับจุดชนวนให้สตาร์เน็ตลุกเป็นไฟ
ดังนั้น ในขณะที่เย่ซีกำลังหลับสนิท ชื่อของเธอก็ทะยานขึ้นสู่รายการค้นหายอดฮิตเคียงคู่กับชื่อมู่จือเกออีกครั้ง
#เย่ซีถอนหมั้นมู่จือเกอ#
#ในที่สุดเย่ซีก็ปล่อยมู่จือเกอไป#
#ประธานมู่โสดแล้ว รีบจีบด่วน#
หัวข้อหลากหลายพากันไต่อันดับบนสตาร์เน็ตอย่างพร้อมเพรียง กระแสแรงจนระบบเกือบล่ม
พอคลิกเข้าไปดู ทุกคนต่างพากันแสดงความยินดีกับมู่จือเกอ ในทางกลับกัน ฝั่งเย่ซีกลับมีแต่คำก่นด่าสาดเสียเทเสีย
สวรรค์กับนรก... ห่างกันเพียงนิดเดียวจริงๆ
ณ คฤหาสน์ตระกูลมู่ พ่อบ้านเหวินยืนอยู่ด้านหลังมู่จือเกอ เอ่ยถามเสียงเบา "นายท่านครับ ข่าวเรื่องถอนหมั้นกับคุณหนูเย่แพร่ออกไปแล้ว ต้องการให้ปิดข่าวไหมครับ"
มู่จือเกอไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง เพียงถามเสียงเย็น "ข่าวหลุดออกไปได้ยังไง"
เสียงของพ่อบ้านเหวินสลดลงเล็กน้อย "ขออภัยครับนายท่าน เป็นความบกพร่องของผมเอง"
มู่จือเกอไม่ได้คาดคั้นต่อ "จัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย ยังไงซะเย่ซีก็ยังเป็นคนของตระกูลเย่"
"รับทราบครับ" พ่อบ้านเหวินโค้งคำนับ
ส่งผลให้ชาวเน็ตที่กำลังเมามันกับการคอมเมนต์ จู่ๆ ก็พบว่าหน้าจอที่เพิ่งรีเฟรชกลายเป็นหน้าว่างเปล่า พวกเขารีบกดเข้าไปดูอันดับคำค้นหายอดฮิต ปรากฏว่าทุกหัวข้อที่เกี่ยวกับเย่ซีและมู่จือเกออันตรธานหายไปจนหมดสิ้น
วิธีการจัดการแบบนี้ ย่อมไม่ใช่ฝีมือของผู้หญิงที่หมดสิ้นร่มโพธิ์ร่มไทรจากตระกูลมู่อย่างเย่ซีแน่นอน
ความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียวคือ... มู่จือเกอเป็นคนลงมือเอง
เย่ซียังคงดำดิ่งอยู่ในห้วงฝันหวาน ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ถึงพายุอารมณ์ที่โหมกระหน่ำบนโลกออนไลน์เพราะเธอ ก่อนจะสลายไปอย่างรวดเร็ว
หลังจากนอนหลับเต็มอิ่ม เย่ซีก็ตื่นมาด้วยความสดชื่นกระปรี้กระเปร่า
เธอวิ่งออกกำลังกายรอบลานบ้านสองสามรอบก่อนจะกลับมากินมื้อเช้า
บนโต๊ะอาหารมีทั้งนม สลัด แซนด์วิช รวมถึงปาท่องโก๋สองตัวและโจ๊กข้าวฟ่างอีกหนึ่งถ้วย
ยุคสมัยนี้แม้จะแตกต่างจากศตวรรษที่ 21 อย่างสิ้นเชิง แต่หลายสิ่งหลายอย่างก็ไม่ได้ต่างกันมากนัก
หากไม่มีรถบินได้แล่นขวักไขว่อยู่ด้านนอก เย่ซีคงคิดว่าโลกยุคดวงดาวแห่งนี้เป็นเพียงความฝันตื่นหนึ่ง
จังหวะที่เธอยกถ้วยโจ๊กขึ้นจิบ กริ่งหน้าบ้านก็ดังขึ้น
เย่ซีมองไปที่ประตูรั้วด้วยความแปลกใจ ใครจะมาหาเธอป่านนี้?
ในมือยังถือปาท่องโก๋ เย่ซีสั่งหุ่นยนต์รับใช้พลางเคี้ยวตุ้ยๆ "ยวนยวน ไปเปิดประตูที"
"รับทราบเจ้านาย" ยวนยวนหมุนตัวไถลไปที่ประตูอย่างคล่องแคล่ว แล้วกดปุ่มเปิด
เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นดังกุบกับรวดเร็ว บ่งบอกชัดเจนว่าผู้มาเยือนคงอารมณ์บ่จอยเท่าไหร่
หลังจากจัดการปาท่องโก๋หมด เย่ซีก็เอื้อมมือไปหยิบแซนด์วิชต่อ
ต้องผ่านการอดอยากมาหลายวันถึงจะซึ้งใจว่าการได้กินอิ่มท้องมันวิเศษแค่ไหน
ตอนนี้เย่ซีถือว่าเป็นเศรษฐีนีคนหนึ่งแล้ว ย่อมกินได้อย่างสบายใจเฉิบ
ดังนั้น ตอนที่ติงเชี่ยนเดินหน้าถมึงทึงเข้ามาในห้องรับแขก สิ่งแรกที่เห็นคือภาพเย่ซีนั่งเอ้อระเหยลอยชายกินมื้อเช้าอยู่ที่โต๊ะ
"เย่ซี ดูเรื่องงามหน้าพวกนั้นสิ เธอยังจะมีกะจิตกะใจกินลงอีกเหรอ!"
เย่ซีจัดการมื้อเช้าจนเกลี้ยง ไม่เหลือแม้นมสักหยด
เธอเงยหน้ามองติงเชี่ยน แวบเดียวก็จำสถานะของอีกฝ่ายได้แม่นยำ
ติงเชี่ยน... ผู้จัดการส่วนตัวของเจ้าของร่างเดิม