- หน้าแรก
- คนอื่นมีพลังจิตแต่ผมเป็นเซียนครับ
- ตอนที่ 30 หลังจากเกิดเรื่องทั้งหมด นี่เขาเป็นคนของเราหรอกเหรอเนี่ย?
ตอนที่ 30 หลังจากเกิดเรื่องทั้งหมด นี่เขาเป็นคนของเราหรอกเหรอเนี่ย?
ตอนที่ 30 หลังจากเกิดเรื่องทั้งหมด นี่เขาเป็นคนของเราหรอกเหรอเนี่ย?
ตอนที่ 30 หลังจากเกิดเรื่องทั้งหมด นี่เขาเป็นคนของเราหรอกเหรอเนี่ย?
"พ่อครับ!"
ฉินเทียน ส่งเสียงสะอื้นพลางวิ่งกระหืดกระหอบเข้าไปหาชายวัยกลางคน
"มันเป็นคนตีผม แถมยังด่าว่าตระกูลฉินของเราไม่มีลูกผู้ชายอีกด้วย!"
"งั้นเหรอ? มัน..." ชายวัยกลางคนกำลังจะอ้าปากพูดอะไรบางอย่าง แต่แล้วเขาก็หันกลับไปมองลูกชายไม่เอาไหนของเขา แล้วก็ตวาดแหวขึ้นมาทันที
"นี่แกเอาชั้นในมาครอบหัวทำบ้าอะไรฮะ ไอ้ลูกเวร?"
หลงเป่ากั๋ว: "........"
"พ่อครับ มันเป็นคนทำทั้งหมดเลย!" ฉินเทียน ชี้หน้า หลี่เซียวเหยา แล้วฟ้อง
"ไอ้ไม่ได้เรื่อง!" ชายวัยกลางคนถลึงตาใส่ ฉินเทียน อย่างดุดัน ก่อนจะตวัดสายตาอันเย็นเยียบไปทาง หลี่เซียวเหยา
"แกเอาชั้นในมาครอบหัวลูกชายข้า แกกำลังหยามเกียรติตระกูลฉินของข้าอยู่งั้นรึ?"
"......." หลี่เซียวเหยา จ้องมองผู้ชายตรงหน้า นี่คือ ฉินเยว่ซาน พ่อของฉินเทียนสินะ?
"ขอโทษด้วยนะครับ ลูกชายของคุณมันหยิ่งยโสโอหังเกินไป ถ้าคุณสั่งสอนเขาไม่ได้ ผมก็เลยช่วยสงเคราะห์สั่งสอนแทนให้ไงล่ะ!"
"สามหาว!"
เมื่อได้ยินดังนั้น ฉินเยว่ซาน ก็คำรามลั่น แล้วเงื้อมือขึ้นหมายจะตบหน้า หลี่เซียวเหยา
แต่ หลี่เซียวเหยา กลับคว้าข้อมือของเขาไว้ได้อย่างสบายๆ
ในวินาทีนั้นเอง เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น!
ปัง—
เสียงปืนดังสนั่น ดวงตาของ หลี่เซียวเหยา หรี่แคบลง เสียง 'เคร้ง' ดังขึ้นที่หว่างคิ้วของเขา พร้อมกับประกายไฟที่สาดกระเซ็น
"อะไรกันเนี่ย?" พลซุ่มยิงที่ซ่อนตัวอยู่ในความมืดถึงกับเบิกตากว้างด้วยความไม่อยากจะเชื่อ กระสุนนัดนี้ควรจะเจาะกะโหลกเป้าหมายจนสมองกระจายไปแล้วสิ
แต่มันกลับเหมือนถูกอะไรบางอย่างสกัดกั้นเอาไว้!
ไอ้สิ่งที่ว่านั่นมันคืออะไรกันแน่?
"หึ! แกกล้ายิงฉันงั้นเหรอ?" แววตาของ หลี่เซียวเหยา เย็นเยียบลง เขาง้างกรงเล็บตะปบเข้าที่ลำคอของ ฉินเยว่ซาน
เขาอุตส่าห์คิดว่าอีกฝ่ายเป็นคนใหญ่คนโตที่น่าจะพอพูดคุยกันด้วยเหตุผลได้ แต่สุดท้ายเขาก็ประเมินความโหดเหี้ยมของอีกฝ่ายต่ำไป
แค่คำพูดประโยคเดียว ถึงกับจะเอาชีวิตกันเลยงั้นเหรอ
โชคดีนะที่เขาไม่ใช่คนธรรมดาสามัญ ไม่อย่างนั้นเขาคงต้องทิ้งชีวิตไว้ที่นี่จริงๆ!
"หยุดนะ!" เมื่อเห็นดังนั้น หลงเป่ากั๋ว ก็พยายามพุ่งเข้าไปขัดขวาง หลี่เซียวเหยา
"ไสหัวไปซะ!" หลี่เซียวเหยา ยกขาขึ้นเตะ ส่งร่างของ หลงเป่ากั๋ว ลอยละลิ่วปลิวเข้าไปในฝูงชนทันที
เขาบีบคอ ฉินเยว่ซาน ไว้แน่น และเพียงแค่ออกแรงเล็กน้อย ร่างของชายวัยกลางคนก็ลอยหวือพ้นจากพื้นดิน
"ฉันทำอะไรตามใจตัวเองเสมอ ไม่ใช่ว่าฉันไม่กล้าฆ่าแกนะ แต่ฉันแค่ไม่อยากฆ่าต่างหาก! เข้าใจไหม?"
ฉินเยว่ซาน พยายามตะเกียกตะกายดิ้นรน ใบหน้าของเขาเขียวคล้ำไปหมด ไม่สามารถเปล่งเสียงออกมาได้แม้แต่แอะเดียว
"ปล่อยท่านผู้บัญชาการเดี๋ยวนี้นะ! ได้ยินไหม ไม่อย่างนั้นพวกเราจะยิง!"
บรรดาทหารที่เห็นเหตุการณ์ต่างตะโกนขู่ แต่ในวินาทีนั้น กลับไม่มีใครกล้าลั่นไกเลยสักคน
เหตุการณ์ตรงหน้ามันเกิดขึ้นรวดเร็วเกินไป!
ตั้งแต่เสียงปืนดังขึ้น ร่างของ หลงเป่ากั๋ว ปลิวว่อนเข้าไปในฝูงชน จนกระทั่ง ฉินเยว่ซาน ถูกบีบคอยกขึ้นเหนือพื้น แม้แต่ทหารที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดีก็ยังตั้งตัวไม่ทัน
นับประสาอะไรกับคนธรรมดาอย่าง ซูซีซี
"หลี่เซียวเหยา หยุดนะ! นายจะทำร้ายคุณลุงฉินไม่ได้นะ!" ซูซีซี ก้าวออกมาขวางหน้าเขาไว้
"หลีกไปซะ!" หลี่เซียวเหยา ตวาดเสียงเย็นเยียบ จ้องมอง ซูซีซี ด้วยแววตาดุดัน
ร่างกายของ ซูซีซี แข็งทื่อ เธอรู้สึกหวาดหวั่นกับสายตาของ หลี่เซียวเหยา จนต้องรีบชักมือกลับ
"จบเห่แล้ว เกิดเรื่องใหญ่เข้าแล้วไง!" หลี่เหลียง ที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ห่างๆ ไม่กล้าแม้แต่จะปริปากพูด
เขาเคยคิดว่าตัวเองเป็นพวกเล่นเกมเดิมพันสูง แต่มาวันนี้เขาเพิ่งจะตระหนักได้ว่า มีแต่ยอดฝีมือตัวจริงเท่านั้นแหละที่กล้าเล่นเกมเดิมพันสูงระดับนี้!
ตระกูลฉินอะไรกัน ผู้บัญชาการอะไรกัน ถ้าขัดหูขัดตาเมื่อไหร่ หมอนี่ก็พร้อมจะบวกด้วยตรงๆ เลย!
ส่วน หลิวไห่ นั้น หดหัวซุกอยู่ตรงมุมห้องไปเรียบร้อยแล้ว ได้แต่ภาวนาขออย่าให้ใครสังเกตเห็นเขาเลย
"หลีกทางไป ใครหน้าไหนกล้าขวางฉันวะ?"
ในขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงตะโกนอย่างเกรี้ยวกราดก็ดังมาจากข้างนอก
"เจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความปลอดภัยกำลังปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือผู้อำนวยการตู้ ทุกคนวางอาวุธลงเดี๋ยวนี้!"
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยกลุ่มใหญ่กรูกันเข้ามา ตามมาด้วยระดับหัวหน้าที่มีดาวสามดวงบนบ่า และระดับรองหัวหน้าที่มีดาวสองดวงบนบ่าอีกสองคน
และคนที่เดินนำหน้าพวกเขาก็คือ ตู้ฟาง ที่กำลังหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธจัด
เมื่อได้ยินเสียงของ ตู้ฟาง ในที่สุด หลี่เซียวเหยา ก็ยอมเหวี่ยงร่างของ ฉินเยว่ซาน ลงกับพื้น ก่อนจะแถมลูกเตะอัดเข้าไปอีกหนึ่งที
"แกควรจะดีใจนะที่มีตำแหน่งใหญ่โต เป็นถึงผู้บัญชาการทหารแห่งมณฑลสู่! ไม่อย่างนั้น วันนี้คงได้เป็นวันตายของแกแน่!"
พูดจบ เขาก็กระทืบเท้าลงบนหัวของ เฉียวซอมบี้ จนแหลกละเอียด
ฉินเยว่ซาน สูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดเฮือกใหญ่ ก่อนจะเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงที่เจือปนไปด้วยความหวาดหวั่น "แก... แกกล้าดียังไง?"
"แกคิดว่าฉันไม่กล้าเหรอ ไอ้แก่บัดซบ!"
ก่อนที่ หลี่เซียวเหยา จะทันได้อ้าปากด่า ตู้ฟาง ก็พุ่งเข้ามาประเคนฝ่าเท้าอัดเข้าที่หน้าของอีกฝ่ายอย่างจัง
"ไอ้แก่บัดซบเอ๊ย..... หืม?? เหล่าฉิน?"
"?? เหล่าตู้?" ฉินเยว่ซาน ที่เพิ่งโดนเตะอัดหน้าไปหมาดๆ เงยหน้าขึ้นมอง ตู้ฟาง
เขาถึงกับสตั้นท์ไปเลย!
และ ตู้ฟาง ที่เป็นคนเตะเองก็เพิ่งจะรู้สึกตัว จึงรีบเข้าไปพยุงอีกฝ่ายให้ลุกขึ้นมา
"อ้าว เหล่าฉิน ไปนอนคลุกฝุ่นทำอะไรอยู่ตรงนั้นล่ะ? ฉันก็นึกว่ามีไอ้หน้ามืดตามัวที่ไหนมารังแกคนของเราซะอีก" เขาปัดฝุ่นออกจากเสื้อผ้าของอีกฝ่าย ใบหน้าเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด
"นายก็นะ ทำไมไม่เลือกที่นอนที่มันคนน้อยกว่านี้หน่อยล่ะ? จะได้ไม่ต้องมาโดนลูกเตะของฉันแบบนี้ไง จริงไหม?"
หลี่เซียวเหยา: "......."
ให้ตายเถอะ นี่พวกคุณสองคนรู้จักกันหรอกเหรอ?
สรุปว่าวันนี้ฉันโดนเพื่อนร่วมงานหาเรื่อง แถมฉันก็เกือบจะฆ่าเพื่อนร่วมงานไปแล้วด้วยเนี่ยนะ?
ฉินเยว่ซาน ลูบคลำใบหน้าที่ปวดหนึบของตัวเอง ก่อนจะหันไปมอง หลี่เซียวเหยา ด้วยแววตาสับสนงุนงง "เขาเป็นคนของนายงั้นเหรอ?"
"ก็ใช่น่ะสิ! นายน่าจะรู้นะ เรื่องนี้เป็นความลับสุดยอดของพวกเรา มีคนรู้เรื่องนี้น้อยมาก!" ตู้ฟาง พูดพร้อมกับรอยยิ้ม
"ต่อให้เขาจะเป็นคนของนาย เขาก็จะมาทำตัวกร่างแบบนี้ไม่ได้นะ! นายควรจะสั่งสอนเขาซะบ้าง!" ฉินเยว่ซาน ยังคงหัวฟัดหัวเหวี่ยง
บ้าเอ๊ย เขาโดนซ้อมฟรีเลยเหรอเนี่ย!
เดี๋ยวก่อนนะ....
จู่ๆ ฉินเยว่ซาน ก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เขาเบิกตากว้างจ้องมอง ตู้ฟาง อย่างโกรธจัด "ลูกเตะเมื่อกี้ นายจงใจเตะฉันใช่ไหม?"
สีหน้าของ ตู้ฟาง ดูจริงจังขึ้นมาทันที "จะเป็นไปได้ยังไงกันเล่า! ตอนนั้นฉันกำลังโกรธจัด เลยไม่ทันสังเกตน่ะสิ! อีกอย่าง ใครจะไปคิดล่ะว่าท่านรองผู้บัญชาการผู้สูงส่งจะลงไปนอนกองอยู่กับพื้นแบบนั้น? ขืนฉันเอาเรื่องนี้ไปเล่าให้ใครฟัง มีหวังโดนหาว่าบ้าแหงๆ!"
"นาย!" ฉินเยว่ซาน ถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ "ไอ้หนุ่มนี่เกือบจะฆ่าฉันตายแล้วนะ นายต้องอธิบายเรื่องนี้มาให้รู้เรื่องเลย!"
"โอ้?" เมื่อได้ยินดังนั้น สีหน้าของ ตู้ฟาง ก็เปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมในทันที "ถ้าเป็นเรื่องนั้น ฉันเกรงว่าจะให้คำอธิบายกับนายไม่ได้หรอกนะ แถมฉันอาจจะต้องเป็นฝ่ายขอคำอธิบายจากนายแทนด้วยซ้ำ!"
"นายหมายความว่ายังไง?" ฉินเยว่ซาน ถามด้วยความงุนงง
"เขาเป็นคนของทีมจัดการเหตุการณ์พิเศษ นายรู้ไหมว่าการมีเรื่องบาดหมางกับเขามันหมายความว่ายังไง?" ตู้ฟาง โน้มตัวเข้าไปกระซิบที่ข้างหูของอีกฝ่าย
ดวงตาของ ฉินเยว่ซาน หรี่แคบลงในพริบตา
"เรื่องวันนี้ถือซะว่าเป็นความเข้าใจผิดก็แล้วกัน" เขาหันไปพูดกับ หลี่เซียวเหยา
คนที่คอยจัดการกับเหตุการณ์พิเศษงั้นเหรอ?
ฉินเยว่ซาน ลูบลำคอของตัวเอง รู้สึกโล่งใจอย่างประหลาด
ในฐานะบุคคลหมายเลขสองแห่งกองทัพมณฑลสู่ เขาย่อมล่วงรู้ความลับเบื้องลึกเบื้องหลังมากมาย
พูดกันตามตรงเลยก็คือ อีกฝ่ายกับพวกเขามันอยู่กันคนละระดับเลยทีเดียว
การฆ่าคนธรรมดาสามัญ สำหรับพวกเขามันก็แค่เรื่องขี้ผงเท่านั้นแหละ
"พ่อครับ เราจะปล่อยเรื่องนี้ไปง่ายๆ แบบนี้ไม่ได้นะ! ดูสิครับว่ามันซ้อมผมหนักขนาดไหน!" เมื่อได้ยินคำพูดของ ฉินเยว่ซาน ฉินเทียน ที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็ทนไม่ไหว กระโดดออกมาร้องโวยวายทันที
"หืม?" ตู้ฟาง ขมวดคิ้ว คว้าตัว ฉินเทียน มาแล้วเริ่มลงไม้ลงมือซ้อมอย่างไม่ปรานี
"ไอ้ลูกเวร! แกนี่เองที่เป็นคนวางสายใส่ฉันฮะ? หืม? ไม่รู้หรือไงว่าทำแบบนั้นมันเสียมารยาทมากน่ะฮะ?"
"คุณเป็น.... หยุดนะ! ผมเปล่า..... ผมไม่ได้ทำจริงๆ นะ!"
"ยังจะมาโกหกฉันอีกงั้นเหรอ? เมื่อกี้แกยังปากดีอยู่เลยไม่ใช่หรือไง? ร้องเข้าไปสิ! ร้องให้ดังๆ เลย!"
"ตู้..." เมื่อเห็นลูกชายถูก ตู้ฟาง ซ้อมอย่างหนัก ฉินเยว่ซาน กำลังจะอ้าปากห้าม แต่หลังจากคิดทบทวนดูแล้ว เขาก็ตัดสินใจที่จะไม่เข้าไปก้าวก่าย
ปล่อยให้มันเจ็บตัวซะบ้างก็ดี เผื่อวันหน้าวันตาไปทำตัวกร่างใส่ใครเข้า จะได้ไม่ต้องมาตายแบบไม่รู้ตัว!
ดีนะที่หมอนั่นไม่ได้หันมาเล่นงานฉันด้วย
"ไอ้บ้าเอ๊ย เซียวเหยา ใครหน้าไหนมันกล้ามารังแกนายฮะ? เจอ 'บาทาไร้เงา' ของฉันหน่อยเป็นไง!"
ฉินเยว่ซาน เพิ่งจะถอนหายใจด้วยความโล่งอก ก็เห็นพื้นรองเท้าสีดำทะมึนลอยละลิ่วพุ่งเข้าใส่หน้าเขาเต็มๆ
จากนั้นภาพตรงหน้าก็ดับวูบลง พร้อมกับความรู้สึกปวดแสบปวดร้อนที่แผ่ซ่านไปทั่วทั้งใบหน้า
"กล้ารังแกน้องชายของ 'หัตถ์อัสนี' งั้นเรอะ ไอ้หนู แกคงไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วสินะ!"
"เหล่าจาง เหล่าเฟิง หลีกทางหน่อย ฉันจะขอฝากสลักรอยแผลไว้สักสองสามรอยหน่อยเถอะ!" เหล่าชุย ถ่มน้ำลายลงบนฝ่ามือ ก่อนจะเงื้อมีดปังตอขึ้นสุดแขน เตรียมจะสับลงมา
เปลือกตาของ ตู้ฟาง กระตุกยิกๆ เขารีบดึงตัวเพื่อนร่วมทีมกลับมา "เดี๋ยวก่อนๆ พวกเขาเป็นคนของเราเอง!"
"คนของเรางั้นเหรอ?" น้ำเสียงของ เหล่าเหยียน ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่เขาจะรีบชักปืนพกออกมาทันที
"นายคิดว่าฉันจะจำคนของเราไม่ได้หรือไงวะ?"
"เดี๋ยวก่อนครับ พวกเขาเป็นคนของเราจริงๆ มันเป็นแค่ความเข้าใจผิดกันน่ะครับ!" หลี่เซียวเหยา รีบเข้ามาห้ามปรามทันควัน
"อ้าว แล้วเราจะเอายังไงกันต่อดีล่ะ?"
"ห้ามใช้ปืน ห้ามใช้มีด.... อื้มมม.... สันมีดก็น่าจะพอถูไถไปได้อยู่นะ"