เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 16: การหมั้นหมายแต่เยาว์วัย

ตอนที่ 16: การหมั้นหมายแต่เยาว์วัย

ตอนที่ 16: การหมั้นหมายแต่เยาว์วัย


ตอนที่ 16: การหมั้นหมายแต่เยาว์วัย

"ใครมีความสัมพันธ์อะไรกับนายยะ!" หญิงสาวตวาดแหว แต่แล้วเธอก็รู้สึกว่ามีบางอย่างทะแม่งๆ

จะว่าไป เธอก็มีความสัมพันธ์บางอย่างกับเขาจริงๆ นั่นแหละ!

"มันคือความสัมพันธ์จากหยกชิ้นนี้ต่างหาก!" ท้ายที่สุด เธอก็ทำได้แค่อธิบายไปแบบนั้น

"หยกเหรอ?" เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ หลี่เซียวเหยาก็เริ่มสนใจขึ้นมาทันที "เธอรู้ที่มาของหยกชิ้นนี้เหรอ?"

"คุณปู่ของฉันเป็นคนให้มาน่ะสิ นายไม่รู้ที่มาของหยกของตัวเองหรือไง?" หญิงสาวถามกลับด้วยความสงสัย

"แน่นอนว่าไม่รู้สิ" หลี่เซียวเหยาส่ายหน้า ก็เขาเก็บมันมาได้นี่นา จะไปรู้ได้ยังไงล่ะ?

"ในเมื่อคุณปู่ของเธอรู้ เธอพาฉันไปพบคุณปู่ของเธอหน่อยได้ไหม?"

"ฉันรู้อยู่แล้วล่ะว่านายต้องพูดแบบนี้ ขึ้นรถมาสิ!" หญิงสาวกลอกตาใส่หลี่เซียวเหยา

หึ! ยังจะมาทำเป็นไขสืออีก!

สุดท้ายก็อยากจะเจอคุณปู่อยู่ดีนั่นแหละ

แต่ฉันจะไม่ยอมให้นายสมหวังหรอกนะ คุณปู่อาจจะยอมรับเขา แต่ฉันไม่มีวันยอมรับหรอก!

"เธอเป็นคนดีจริงๆ เลย!" หลี่เซียวเหยาดีใจจนเนื้อเต้น รีบวิ่งไปขึ้นรถฝั่งที่นั่งผู้โดยสารทันที

"ถ้าฉันสืบหาที่มาของหยกชิ้นนี้ได้ วันข้างหน้าฉันจะช่วยเธอทำเรื่องหนึ่งเป็นการตอบแทนก็แล้วกัน"

อารมณ์ของเขาในตอนนี้เบิกบานสุดๆ ไม่คิดเลยว่าเพิ่งจะได้หินวิญญาณมาหมาดๆ ก็จะได้เบาะแสตามมาติดๆ

ถ้าหากเขาสามารถรวบรวมหินวิญญาณได้มากพอจนทะลวงเข้าสู่ขอบเขตสร้างรากฐานได้สำเร็จล่ะก็ การจะช่วยเธอทำอะไรสักอย่างก็ไม่ใช่เรื่องเหลือบ่ากว่าแรงเลยสักนิด

"ฝันไปเถอะ! หลังจากจัดการเรื่องนี้เสร็จ เราสองคนก็จะไม่มีวันได้เจอกันอีก!"

นี่นายยังหวังจะได้เจอฉันอีก แล้วก็หวังจะมาช่วยฉันทำนู่นทำนี่อีกงั้นเหรอ?

คุณหนูอย่างฉันมีแต่คนมารุมล้อมตามจีบเป็นพรวน ฉันจะขาดแคลนไอ้ขี้แพ้ต๊อกต๋อยอย่างนายไปทำไม?

"ว่าแต่ ทำไมจู่ๆ เธอถึงคิดจะถามล่ะว่าฉันพกหยกติดตัวมาด้วยหรือเปล่า?" หลี่เซียวเหยาถามด้วยความงุนงง

ก็เขาอุตส่าห์ห่อหุ้มหยกชิ้นนั้นไว้อย่างมิดชิดแล้วนี่นา หรือว่ายัยนี่จะมีตาทิพย์มองทะลุปรุโปร่งได้?

"หึ บนภูเขาลูกนี้ นอกจากคนที่อาศัยอยู่ข้างบนแล้ว ยังจะมีใครหน้าไหนลงมาในวันฝนตกแบบนี้อีกล่ะ? ถ้าไม่ใช่นายแล้วจะเป็นใคร?" หญิงสาวแค่นเสียงหยัน

ยังจะมาทำเป็นแกล้งโง่หลอกฉันอีก โชคดีนะที่ฉันฉลาด มองแผนการของนายออกทะลุปรุโปร่งตั้งแต่แรกแล้ว

"อ้อ" หลี่เซียวเหยาเข้าใจแจ่มแจ้ง

ที่แท้อีกฝ่ายก็กำลังรอคอยเจ้าของหยกตัวจริงอยู่นี่เอง ดูเหมือนว่าคนที่เธอเรียกว่าคุณปู่ก็คงจะรู้จักคนๆ นี้ด้วยสินะ?

นี่มันยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวชัดๆ!

คนแปลกหน้าเอ๋ย ฉันต้องขอโทษด้วยนะ แต่ฉันขอยืมตัวตนนายใช้ชั่วคราวหน่อยก็แล้วกัน

.........

เทียนฟู่เรียลเอสเตท คือโครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับท็อปของมณฑลสู่โจว

ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางเมืองต้าสู่ ทว่ากลับถูกแบ่งโซนแยกออกไปต่างหาก ครอบคลุมพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาล อัดแน่นไปด้วยคฤหาสน์หรูหราราวกับพระราชวัง

คฤหาสน์แต่ละหลังมีมูลค่าเหยียบหนึ่งถึงสองร้อยล้าน และบางครั้ง ต่อให้มีเงินก็ใช่ว่าจะหาซื้อได้ง่ายๆ

ผู้คนที่อาศัยอยู่ที่นี่ ล้วนแล้วแต่เป็นมหาเศรษฐีผู้มั่งคั่งไม่ก็ผู้มีอำนาจล้นฟ้าทั้งสิ้น!

ในตอนนั้นเอง รถจีคลาสคันใหญ่ก็แล่นฉิวเข้ามา มุ่งตรงไปยังคฤหาสน์หลังหนึ่ง

"คุณหนู ยินดีต้อนรับกลับบ้านครับ!"

ทันทีที่เห็นรถ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสองคนก็รีบเปิดประตูรั้วให้ทันที พร้อมกับโค้งคำนับสี่สิบห้าองศา ผายมือเชิญให้รถแล่นเข้าไปด้านใน

รถจีคลาสคันใหญ่แล่นวนไปตามลานกว้างอันโอ่อ่า ก่อนจะจอดสนิทที่หน้าประตูทางเข้าอันโอ่อ่าตระการตา

สาวใช้สองคนรีบกุลีกุจอเข้ามาเปิดประตูรถให้ ส่วนบอดี้การ์ดที่เดินลาดตระเวนอยู่ใกล้ๆ ก็รีบวิ่งเข้ามาเพื่อนำรถไปจอด

"โห บ้านเธอรวยชะมัดเลย!" หลี่เซียวเหยาก้าวลงจากรถ กวาดสายตามองไปรอบๆ แล้วยกนิ้วโป้งให้หญิงสาว

เขารู้จักโครงการอสังหาริมทรัพย์แห่งนี้ดี ถ้าไม่มีเงินสักร้อยสองร้อยล้านล่ะก็ ฝันไปเถอะว่าจะได้คฤหาสน์ที่นี่สักหลัง

เห็นได้ชัดเลยว่า หญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาคนนี้ คือหนึ่งในเจ้าหญิงน้อยแห่งมณฑลสู่โจวอย่างแน่นอน!

"หึ~ ทำตัวเป็นบ้านนอกเข้ากรุงไปได้ ตามฉันมา" ริมฝีปากของหญิงสาวยกยิ้มอย่างภาคภูมิใจ เธอเดินเชิดหน้าอกผายไหล่ผึ่งนำไปข้างหน้า

หลี่เซียวเหยาเดินตามหลังไปต้อยๆ เขาต้องยอมรับเลยว่า นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ก้าวเท้าเข้ามาในเขตที่พักอาศัยระดับนี้

เมื่อก้าวเข้าสู่โถงใหญ่ของคฤหาสน์ ก็พบกับห้องนั่งเล่นที่มีเพดานสูงลิบถึงหกเจ็ดเมตร ตกแต่งอย่างหรูหราหมาหลาเกินบรรยาย

"คุณพ่อคะ หนูพาคนมาแล้วค่ะ!" หญิงสาวเอ่ยกับชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่กลางห้องนั่งเล่น

เมื่อได้ยินดังนั้น ชายวัยกลางคนก็เงยหน้าขึ้น ดวงตาดุดันราวกับเหยี่ยวของเขาตวัดมองและพินิจพิเคราะห์หลี่เซียวเหยาอย่างละเอียด

"เขาคือคนที่คุณปู่ของลูกอยากเจอเหรอ?"

ชายวัยกลางคนส่ายหน้าด้วยความผิดหวังอย่างแรง

เดิมทีเขาคิดว่า คนที่ชายชราอยากจะพบหน้าเป็นครั้งสุดท้ายก่อนสิ้นลมหายใจ จะต้องเป็นบุคคลที่ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน แต่จากประสบการณ์ที่สั่งสมมานานหลายสิบปี หลี่เซียวเหยาก็เป็นแค่นักเรียนมัธยมปลายธรรมดาๆ ที่ดูไม่ประสีประสาอะไรเลย

"เขาแหละค่ะ หยกชิ้นนั้นก็อยู่กับเขา" หญิงสาวพยักหน้ารับ

ชายวัยกลางคนมองหลี่เซียวเหยา ก่อนจะหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ

"เชิญนั่ง"

"ขอบคุณครับ"

หลี่เซียวเหยาไม่เกรงใจ เขาทรุดตัวลงนั่งตรงข้ามกับชายวัยกลางคนทันที

"เป็นเด็กป่าเด็กดอยที่ไร้มารยาทซะจริงๆ!" ทันทีที่หลี่เซียวเหยานั่งลง เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งก็ดังเข้าหูเขา

ประโยคนี้หลุดออกมาจากปากของหญิงสาวหน้าตาสะสวยที่นั่งอยู่ข้างๆ ชายวัยกลางคน แววตาของเธอเต็มไปด้วยความไม่พอใจเมื่อมองมาที่หลี่เซียวเหยา

ยัยนี่ประสาทกลับหรือเปล่าเนี่ย?

หลี่เซียวเหยาคิดในใจ ฉันไปทำอะไรให้เธอไม่พอใจงั้นเหรอ?

"น้องชาย เธอชื่ออะไรล่ะ?" ชายวัยกลางคนเอ่ยถาม

"หลี่เซียวเหยาครับ"

"หลี่เซียวเหยา? ชื่อดีนี่!"

"ชื่อดีตรงไหนกัน? เซียวเหยา เซียวเหยา (แปลว่า อิสระเสรี) ก็แค่คนป่าเถื่อนบนภูเขา จะไม่อิสระเสรีได้ยังไงล่ะ?" หญิงสาวหน้าตาสะสวยเอ่ยเหน็บแนมขึ้นมาอีกครั้ง

คิ้วของหลี่เซียวเหยาขมวดเข้าหากัน

นี่มันชักจะไปกันใหญ่แล้วนะ ฉันไม่สนหรอกว่าเธอจะด่าไอ้คนป่าเถื่อนบนภูเขานั่นยังไง แต่เธอเป็นบ้าอะไรของเธอเนี่ย? ทำไมต้องมาพาดพิงถึงฉันด้วย?

เมื่อเห็นดังนั้น ชายวัยกลางคนก็ไม่ได้ห้ามปรามแต่อย่างใด เขากลับยิ้มบางๆ ออกมาแทน

"ขอแนะนำตัวหน่อยนะ ฉันชื่อซูต้าเฉียง ส่วนนี่คือภรรยาของฉัน ฉินหว่าน และลูกสาวคนเล็กของฉัน ซูซีซี"

ซูต้าเฉียง?

หลี่เซียวเหยาถึงกับตกตะลึง แม้ว่าเขาจะเพิ่งเคยเจอผู้ชายคนนี้เป็นครั้งแรก แต่เขาก็มักจะได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของชายผู้นี้อยู่บ่อยๆ

ความมั่งคั่งกว่าแปดสิบเปอร์เซ็นต์ของมณฑลสู่โจว ล้วนตกอยู่ในกำมือของคนกลุ่มเล็กๆ เพียงหยิบมือเดียว และซูต้าเฉียงคนนี้ก็คือหนึ่งในนั้น

ทรัพย์สินของเขามีมูลค่าทะลุหลักแสนล้าน!

เขาคือบุคคลชั้นแนวหน้าในแวดวงธุรกิจ มักจะปรากฏตัวตามรายการโทรทัศน์ที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจการเงินอยู่เสมอ เขาคือผู้มีอิทธิพลระดับบิ๊กเบิ้ม!

เมื่อเห็นสีหน้าตกตะลึงของหลี่เซียวเหยา ซูต้าเฉียงก็ยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจ

แค่ได้ยินชื่อก็กลัวจนหัวหดขนาดนี้แล้ว คนแบบนี้จะคู่ควรกับลูกสาวของฉันได้ยังไง!

ซูซีซีที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็แสดงสีหน้ารังเกียจออกมาเล็กน้อย ตอนนี้เขาคงจะรู้ถึงความแตกต่างของสถานะระหว่างเราแล้วสินะ?

เรื่องระหว่างเราสองคนน่ะ เป็นไปไม่ได้หรอก!

หลี่เซียวเหยายืนอึ้งไป เขาไม่คาดคิดเลยจริงๆ ว่าจะได้ก้าวเข้ามาในบ้านของซูต้าเฉียง

มหาเศรษฐีระดับแสนล้าน!

แต่มันเกี่ยวอะไรกับฉันล่ะ?

"แล้วผมจะได้พบคุณปู่เมื่อไหร่ล่ะครับ? ผมมีเรื่องอยากจะถามท่านสักหน่อย" ตอนนี้ในใจของเขามีแต่เรื่องเบาะแสของหยกชิ้นนั้นเท่านั้น เขาไม่อยากจะไปสนใจเรื่องอื่นเลยแม้แต่น้อย

"หึหึ ยังไม่ยอมตัดใจอีกงั้นเหรอ" ฉินหว่านส่ายหน้าอย่างเอือมระอา

ซูต้าเฉียงเองก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา "ไม่ต้องไปพบคุณปู่หรอก ฉันสามารถตัดสินใจเรื่องการแต่งงานของนายกับซีซีแทนได้!"

ในฐานะลูกชาย เขารู้นิสัยใจคอของคุณปู่ดี ท่านเป็นคนพูดคำไหนคำนั้นเสมอ

ถ้าขืนปล่อยให้หลี่เซียวเหยาไปพบคุณปู่ล่ะก็ ซีซีคงต้องจำใจแต่งงานกับหมอนี่จริงๆ แน่!

"แต่งงานงั้นเหรอ?" จู่ๆ เสียงของหลี่เซียวเหยาก็แหลมปรี๊ดขึ้นมาหลายระดับ "แต่งงานอะไรกัน? ผมก็แค่มาถามคุณปู่เรื่องหยกชิ้นนี้เท่านั้นเองนะ!"

เกิดอะไรขึ้นเนี่ย? เรื่องแต่งงานนี่มันโผล่มาจากไหน?

หรือว่าครอบครัวนี้จะตกหลุมรักความหล่อเหลาของฉันจนอยากจะยกลูกสาวให้แต่งงานกับฉันงั้นเหรอ?

ไม่เอาหรอกนะ ไม่มีทางเด็ดขาด!

ฉันยังต้องเรียนหนังสือ แถมยังต้องบำเพ็ญเพียรเพื่อเป็นเซียนอีก จะเอาเวลาที่ไหนไปแต่งงานเล่า!

เมื่อเห็นท่าทีของหลี่เซียวเหยา ซูซีซีที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็แค่นเสียงเยาะเย้ย

แสดงเก่งจริงนะ ตีบทแตกกระจุยเลย!

ส่วนเรื่องที่หลี่เซียวเหยาทำหน้างุนงงนั้น ซูต้าเฉียงและคนอื่นๆ ก็มองว่ามันเป็นแค่การเสแสร้งแกล้งทำเท่านั้น

"ตอนที่คุณปู่ยังหนุ่ม ท่านเคยได้รับความช่วยเหลือจนรอดชีวิตมาได้จากนักพรตเต๋ารูปหนึ่งบนภูเขาเอ้อหลง ท่านจึงใช้หยกชิ้นนี้เป็นของหมั้นหมาย เพื่อตกลงปลงใจให้ลูกหลานของทั้งสองฝ่ายได้แต่งงานกันตั้งแต่ยังเด็ก" ซูต้าเฉียงเล่าเรื่องราวให้ฟังราวกับกำลังเล่านิทาน

"ตอนนี้คุณปู่อายุมากแล้วและใกล้จะถึงวาระสุดท้าย ท่านจึงอยากจะเห็นสัญญาที่เคยให้ไว้เป็นจริง ท่านจึงส่งซีซีซึ่งเป็นผู้ครอบครองหยกชิ้นนี้ ไปตามหานายที่ภูเขาเอ้อหลง เพื่อหวังจะได้เป็นสักขีพยานในงานแต่งงานของพวกเธอด้วยตัวเอง

เดิมที ตระกูลซูของเราก็เป็นคนที่รักษาคำพูดเสมอมา แต่ตอนนี้นายก็เห็นแล้วนี่ว่า สถานะระหว่างนายกับซีซีนั้น แตกต่างกันราวฟ้ากับเหว!"

จบบทที่ ตอนที่ 16: การหมั้นหมายแต่เยาว์วัย

คัดลอกลิงก์แล้ว