- หน้าแรก
- คนอื่นมีพลังจิตแต่ผมเป็นเซียนครับ
- บทที่ 8 รองเท้าหนังของฉัน
บทที่ 8 รองเท้าหนังของฉัน
บทที่ 8 รองเท้าหนังของฉัน
บทที่ 8 รองเท้าหนังของฉัน
ขณะที่พูด ยังไม่ทันที่ตู้ฟางจะทันได้ตอบรับ กระบี่ยาวของหลี่เซียวเหยาก็แทงทะลุหลังคารถขึ้นไปแล้ว
ปลายกระบี่เจาะทะลุแผ่นเหล็กหนา เสียงสูดหายใจด้วยความตกใจดังมาจากด้านนอกทันที หลี่เซียวเหยาฉวยโอกาสนี้พลิกตัวออกทางหน้าต่างด้วยท่วงท่าที่คล่องแคล่วว่องไวอย่างเหลือเชื่อ
เขาทิ้งตัวลงบนหลังคารถ ก็เห็นชายคนหนึ่งยืนอยู่บนเสาไฟที่ห่างออกไป กำลังก้มมองรองเท้าหนังของตัวเองด้วยสีหน้าเจ็บปวดรวดร้าว
"ไอ้หนู นี่มันรองเท้าบรูมานีนะโว้ย! แกต้องชดใช้!"
หลี่เซียวเหยาคร้านจะต่อปากต่อคำ เขาชักปืนพกออกมาเตรียมจะยิง ทันใดนั้นตู้ฟางก็ตะโกนห้ามเสียงหลง
"หยุด! พวกเดียวกัน พวกเดียวกัน!"
ตู้ฟางรีบเข้ามาขวางหลี่เซียวเหยาแล้วละล่ำละลักบอก "อย่าใจร้อน นี่คือสหายจากสถาบันวิจัย 503 ฉันเชิญเขามาช่วยเอง!"
"ถ้าเป็นพวกเดียวกันทำไมต้องมาแอบฟังบนหลังคารถด้วย? ต้องเป็นตัวปลอมแน่ๆ ขอฉันยิงสักสองสามนัดก่อนเถอะ!" หลี่เซียวเหยายังคงมองด้วยความระแวง
"ตัวจริงเสียงจริง เลิกบ้าได้แล้ว ลงมาเดี๋ยวนี้" ตู้ฟางส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ
เจ้าหนุ่มนี่มันมุทะลุเกินไปแล้ว!
แต่เขาก็อดทึ่งกับฝีมือของหลี่เซียวเหยาไม่ได้
เดิมทีเขาคิดว่าอีกฝ่ายเป็นเพียงผู้มีพลังพิเศษสายพละกำลัง แต่ดูเหมือนว่าความคล่องตัวจะเหนือกว่าคนธรรมดาไปไกลโขเช่นกัน
หลี่เซียวเหยาชำเลืองมองชายบนเสาไฟแวบหนึ่ง ก่อนจะยอมกระโดดลงจากหลังคารถ
ปัง—
ทว่าจังหวะที่เท้าแตะพื้น เสียงปืนก็ดังขึ้นกะทันหัน
กระสุนพุ่งเจาะเสาไฟใต้เท้าชายคนนั้น ทำเอาเจ้าตัวสะดุ้งโหยง
"อุ๊ยตาย! ปืนลั่น โทษทีๆ" หลี่เซียวเหยายิ้มแหยๆ รีบขอโทษขอโพย
"......." ชายคนนั้นก้มมองเสาไฟใต้เท้า สลับกับมองหลี่เซียวเหยาที่ทำท่ารู้สึกผิด คิ้วของเขาขมวดเข้าหากันเล็กน้อย
"ผอ.ตู้ นี่เด็กใหม่ของคุณเหรอ? เด็กมากเลยนะเนี่ย!" เขาลอยตัวลงมาหยุดอยู่ตรงหน้าตู้ฟางอย่างช้าๆ พัดพาเอาสายลมเย็นยะเยือกมาด้วย
เขาปรายตามองหลี่เซียวเหยาอย่างไม่สบอารมณ์นัก
ในฐานะกำลังเสริมที่ถูกเชิญมา ไม่เพียงแต่ไม่ได้รับการต้อนรับที่อบอุ่น แต่กลับถูกเด็กเมื่อวานซืนเล็งปืนใส่ แถมยังทำรองเท้าหนังบรูมานีสุดหวงของเขาพังอีก เป็นใครก็ต้องโมโหบ้างล่ะ
ตู้ฟางเห็นความขุ่นเคืองในแววตาของอีกฝ่าย จึงรีบยิ้มประจบ "ใช่ๆ เขาชื่อ..."
"ฉันชื่อหลี่เซียวเหยา ฉายามีดบินเซียวลี้ปวยตอ ไม่เคยพลาดเป้า มีดบินแล้วก็มีดบินอีก!" ก่อนที่ตู้ฟางจะแนะนำจบ หลี่เซียวเหยาก็สวนขึ้นมาทันควัน
เขาไม่ได้อยากทำตัวเด่นดัง แต่เขาไม่ชอบให้ใครมาแอบฟังบทสนทนา
อีกอย่าง เขาเข้าร่วมสถาบันวิจัย 505 แล้ว ก็ควรจะมีกฎมีระเบียบกันบ้าง!
ต่อให้เป็นเพื่อนที่เชิญมาช่วย ก็ควรรู้จักให้เกียรติคนอื่นสิ
"เซียวลี้... ปวยตอ?" ได้ยินดังนั้น ชายคนดังกล่าวก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้
เด็กก็คือเด็กวันยังค่ำ!
พอมีพลังพิเศษหน่อยก็คิดว่าตัวเองเป็นพระเอกนิยายกำลังภายในไปซะแล้ว
เวลานั้นเอง สี่ผู้เฒ่าในรถก็ทยอยเดินลงมา เฒ่าชุยจ้องมองชายคนนั้นอย่างไม่พอใจ "ไอ้หนู แกหัวเราะอะไร?"
"อยากลองลูกเตะไร้เงาของข้าหน่อยไหม?" เฒ่าเฟิงก็เอ่ยสมทบ
เมื่อเห็น 'ยอดฝีมือ' ทั้งสี่ที่เดินลงมา ชายคนนั้นก็ขยี้ตาตัวเองอย่างไม่อยากเชื่อ "ไปขุดตาแก่หนังเหี่ยวสี่หน่อนี่มาจากไหนกันเนี่ย?"
"เฮ้ย! ไอ้หนู วอนหาเรื่องเจ็บตัวซะแล้วมั้ง?" เฒ่าชุยคว้าดาบเตรียมจะพุ่งเข้าไป แต่เฒ่าจางข้างๆ ดึงตัวไว้
ตู้ฟางขมวดคิ้วเล็กน้อย "ให้เกียรติกันหน่อย พวกเขาเป็นผู้อาวุโสนะ!"
ชายคนนั้นส่ายหน้า "เริ่มปฏิบัติการเถอะ สถาบันวิจัยของคุณดูท่าจะพึ่งไม่ได้ คงต้องให้ฉันจัดการเองสินะ" เขายืนไพล่หลัง มองคนอื่นๆ ด้วยสายตาดูแคลน รอฟังคำสั่งจากตู้ฟาง
"ก่อนจะเริ่ม ฉันขอแนะนำก่อน นี่คือสหายโจวเฟิง จากสถาบันวิจัย 503 เขาเป็นผู้มีพลังพิเศษสายธรรมชาติ ระดับ 6 สามารถควบคุมลมได้ เก่งกาจมาก"
ได้ยินตู้ฟางแนะนำแบบนั้น โจวเฟิงก็เชิดหน้าขึ้นด้วยความภาคภูมิใจ
"หลี่เซียวเหยา ผู้มีพลังพิเศษสายยอดมนุษย์ ระดับ 5 แข็งแกร่งมากเช่นกัน"
"ระดับเท่าไหร่นะ?" โจวเฟิงหันขวับมามองตู้ฟางอย่างไม่อยากเชื่อ
"ระดับ 5 ต่ำกว่าคุณแค่ขั้นเดียว!"
โจวเฟิงมองหลี่เซียวเหยาที่มีรูปร่างสมส่วนธรรมดาๆ ด้วยความกังขา
ตัวแค่นี้เนี่ยนะมีแรงเยอะ?
แถมยังระดับ 5 อีก?
หลังแนะนำตัวเสร็จ ตู้ฟางดูเวลา ตอนนี้สองทุ่มกว่าแล้ว เริ่มปฏิบัติการได้
"ลงมือ!"
........
ถนนฮวาเป่ย ร้านปิ้งย่างทหารผ่านศึก
"ลูกพี่ เราทำตัวโจ่งแจ้งแบบนี้จะไม่เป็นไรเหรอ ไม่กลัวพวกทางการจะแห่กันมาเหรอครับ?" เฉินสวินถามอย่างกังวลขณะกินบาร์บีคิว
"ไม่ต้องห่วง ในวงการรู้กันทั่วว่าทางการที่นี่อ่อนแอที่สุด พวกมันไม่มีน้ำยาหรอก ไม่ต้องไปกลัว" มังกรสี่ปลอบใจ พลางก้มหน้าก้มตากินต่อ
'ทางการ' ที่เขาพูดถึง ย่อมไม่ใช่กรมความมั่นคงหรือกรมศิลปากร แต่หมายถึงสถาบันวิจัย 505
"วางใจเถอะ สติปัญญาและแผนการของลูกพี่นั้นไร้เทียมทาน รับรองไม่มีปัญหา" ซุนมู่ไม่กังวลแม้แต่น้อย
"มีรถมา!"
เฉินสวินที่กำลังกินอยู่ จู่ๆ ก็เงยหน้าขึ้น
ได้ยินดังนั้น มังกรสี่ก็ชะงักมือ มองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง
เห็นทั้งสองคนเครียดเกร็ง ซุนมู่รีบสูดหอยขมเข้าปาก แล้วมองรถราที่วิ่งไปมาบนถนนอย่างงุนงง
"ก็แค่รถวิ่งผ่านไม่ใช่เหรอ? ทำไมต้องทำตัวลึกลับกันด้วย ใครไม่รู้คงนึกว่าพี่รองมีพลังพิเศษนะเนี่ย!" ซุนมู่หัวเราะร่าแล้วกินต่อ
แต่คำพูดของเขาไม่ได้ทำให้ทั้งสองคนผ่อนคลายลง
"เสียงขึ้นลำกล้อง!" เฉินสวินพูดขึ้นอีกครั้ง
มังกรสี่เริ่มลนลาน "พวกมันมาหาเราเหรอ?"
"ชู่ว~ ขอข้าฟังก่อน" เฉินสวินส่งสัญญาณให้เงียบ แล้วหลับตาลงเล็กน้อย เริ่มพึมพำ:
"ร้านปิ้งย่างทหารผ่านศึก... สามคน... ใช้ปืนไม่ได้... ใช้มีด... ใช้กระบี่ดีกว่า.... ฉันว่าใช้มันทุกอย่างเลยดีกว่า......"
"ดูเหมือนพวกมันจะมาหาพวกเราจริงๆ!" เฉินสวินกับมังกรสี่สบตากัน สังหรณ์ใจไม่ดีทันที
"เราถูกหมายหัวแล้ว น้องสาม รีบหนี!"
สิ้นเสียงมังกรสี่ ทั้งสองก็พุ่งตัวหนีเข้าไปในตรอกข้างๆ ทันที
เจ้าของร้านปิ้งย่างเห็นท่าไม่ดี รีบวิ่งเข้ามาคว้าตัวซุนมู่ที่ยังหนีไม่ทัน "แกบ่นพึมพำตั้งกะแรกแล้ว ข้าว่าแล้วพวกแกต้องมีพิรุธ ไม่นึกว่าจะมากินแล้วชักดาบ!"
คำพูดของเจ้าของร้านดึงสติซุนมู่กลับมา จังหวะที่เขาจะหนี ก็โดนเจ้าของร้านล็อคตัวไว้แล้ว
"ยังจะคิดหนีอีกเรอะ?"
ซุนมู่มองลูกพี่และพี่รองที่หายวับไปในความมืดด้วยความตะลึงงัน ทันใดนั้นความเสียใจก็ถาโถมเข้ามา
ลูกพี่ช่างเลือดเย็นนัก!
วางแผนมาตั้งนานเพื่อให้เขาตายใจ แล้วสุดท้ายก็ทิ้งให้เขาจ่ายค่าอาหารงั้นรึ!
.......
"สองคนนั้นดูเหมือนจะรู้ตัวว่าเรามา เลยหนีไปก่อน อีกคนหนีไม่ทันโดนเจ้าของร้านจับได้คาหนังคาเขา"
บนถนน ตู้ฟางได้รับรายงานแล้ว
"ไม่ต้องเดาเลย สองคนนั้นต้องเป็นผู้มีพลังพิเศษแน่ ไม่งั้นไม่มีทางรู้ตัวไวขนาดนี้" โจวเฟิงชะโงกหน้าเข้ามาตรงช่องว่างระหว่างคนขับกับที่นั่งข้างคนขับพูดขึ้น
เวลานี้ รถจี๊ปอัดแน่นไปด้วยคนเกินอัตราไปสองคน
"ฉันจะไปไล่ล่าสองคนนั้นเอง ช่วยบอกตำแหน่งพวกมันมาเรื่อยๆ ด้วย" หลี่เซียวเหยาพูดจบก็พลิกตัวออกทางหน้าต่างหายไปในความมืดทันที
"ฉันไปด้วย" โจวเฟิงไม่ยอมน้อยหน้า เลียนแบบหลี่เซียวเหยาพลิกตัวออกทางหน้าต่างเช่นกัน
"เฮ้ย! รองเท้าหนังของฉัน!"
"ไอ้เวร! ไม่มีตารึไง อยากตายเหรอ!"
"......" ฟังเสียงก่นด่าด้วยความโมโหของคนขับรถ ตู้ฟางรู้สึกเหนื่อยใจเหลือเกิน
แต่ละคน ช่างรับมือยากจริงๆ!
หลี่เซียวเหยาดูโทรศัพท์มือถือพลางเคลื่อนที่ไปตามตึกรามบ้านช่องในเมืองอย่างอิสระ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาใช้พลังแบบนี้ในเมือง
ไม่นาน ตามข้อมูลที่สถาบันส่งมา เขาก็เห็นเงาร่างสองสายกำลังหนีเข้าไปในตรอก
"ลูกพี่ มีลม!" เฉินสวินพูดขึ้นกะทันหันขณะวิ่ง
"ลมอะไร?" มังกรสี่ไม่เข้าใจ
แต่ในวินาทีถัดมา แสงสีเงินสายหนึ่งก็ร่วงหล่นจากฟากฟ้า กระบี่ยาวเปล่งประกายเย็นเยียบปักลงกลางทางขวางหน้าพวกเขาไว้
"ถึงจะดูเบียวไปหน่อย แต่สำหรับคนวัยอย่างฉัน ฉันว่ามันเท่ระเบิดไปเลย"
หลี่เซียวเหยาค่อยๆ ร่อนลงมาราวกับจอมยุทธ์ในหนังกำลังภายใน ปลายเท้าแตะลงบนด้ามกระบี่อย่างแผ่วเบา
"พวกแกคิดว่าไง?"