เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 53 พนักงานขายหญิงที่หยิ่งผยอง

ตอนที่ 53 พนักงานขายหญิงที่หยิ่งผยอง

ตอนที่ 53 พนักงานขายหญิงที่หยิ่งผยอง


“เสี่ยวเหวิน เราควรไปหาร้านอื่นกันดีกว่านะ เสื้อผ้าที่นี่แพงมาก”

“ก็คือ.. เพียงเสื้อผ้าตัวหนึ่งก็หลายหมื่นแล้ว มันเกินจริงเกินไป”

ซู กว่างเซิง และอู๋เจวียน ตกใจกับราคาเสื้อผ้า จึงส่ายศีรษะ และรีบพูดออกไป

แต่ก่อนที่ ซูเหวิน จะทันพูดอะไร พนักงานขายก็มีสีหน้ามืดลง แล้วเธอกล่าวว่า : “ฉันขอถามหน่อยว่าพวกคุณจะซื้อหรือไม่ซื้อกันแน่?”

“ถ้าพวกคุณไม่ซื้อฉันก็จะได้ไม่ต้องแนะนำมันอีกต่อแล้ว”

เธอถามด้วยความไม่พอใจบนใบหน้า, และน้ำเสียงของเธอก็.. เต็มไปด้วยความดูถูก

ขณะพูดไปอย่างนั้นก็พลางมองไปที่พ่อแม่ของ ซูเหวิน อีกครั้ง แล้วบ่นพึมพําขึ้นว่า : “รู้ว่าตัวเองไม่มีเงินก็ไม่ควรเข้ามา และนี่อะไรไม่ดูเลยเหรอไงว่านี้มันยุคสมัยไหนแล้ว ยังแต่งตัวโทรมขนาดนี้อยู่ได้”

พนักงานขายหัวเราะเยาะ เสียงของเธอไม่ใหญ่ไม่เล็ก

แต่บังเอิญว่าสมาชิกทั้งสามคนในครอบครัว ซูเหวิน ต่างก็ได้ยิน

ทันใดนั้น พ่อแม่ของ ซูเหวิน ก็รู้สึกอับอายทันที

“เราเพิ่งเข้ามาในร้านได้แค่ 1-2 นาทีเอง, ทำไมคุณถึงใจร้อนขนาดนี้?”

“คนที่ไม่มีความอดทนอย่างคุณสามารถมาเป็นพนักงานขายได้ มันนับได้ว่า แปลกประหลาดมาก!”

ซูเหวิน ที่เห็นเขาดูประหลาดใจ แล้วพลางทำให้รู้สึกพูดไม่ออกทันที

“ปัญหาคือ ฉันได้แนะนำแล้ว พวกคุณล่ะ ..สามารถซื้อมันได้หรือไม่?”

“แล้วมันก็เห็นอยู่อย่างชัดเจนว่าพวกคุณมันยากจนแค่ไหน และนี่อะไรยังอยากที่จะซื้อเสื้อผ้าตัวละหมื่นหยวนพวกนี้อีก ถามหน่อยเหอะ ไม่คิดว่ามันตลกบ้างเหรอ?”

ราวกับไม่คาดคิดว่าตัวเองจะถูกตอบโต้กลับ, พนักงานขายก็มีสีหน้ามืดลง, และยิ่งทำเสียงหยิกหยอกมากขึ้น (กระเซ้าเย้าแหย่)

ในเวลานี้ ประตูของร้าน Official Store ถูกเปิดอีกครั้ง

ทันใดนั้นก็เห็นคู่รักคู่หนึ่งที่ใส่เสื้อผ้าหรูหราเดินเข้ามา บวกกับอารมณ์ที่ไม่ธรรมดา ..และนี่เห็นได้ชัดว่าพวกเขาต้องการมาซื้อเสื้อผ้าที่นี่ (เดี๋ยว เฮ้ๆ ก็เขาเดินเข้ามาอ่ะ พี่ชาย)

พนักงานขายหญิงคนนั้นมอง ซูเหวิน และคนอื่นๆ ทันที พร้อมกับพูดจาดูถูกเหยียดหยามไปว่า : “พวกคุณจะซื้อหรือไม่นั้น ฉันขี้เกียจเกินกว่าจะไปสนใจพวกคุณแล้ว และฉันจะไปต้อนรับลูกค้าคนอื่น”

ขณะพูดไปก็คลี่ยิ้มอย่างสดใส และเดินไปทางประตู

หลังจากเธอเพิ่งจากไปไม่นาน พ่อแม่ของ ซูเหวิน ก็อยากจะจากไปเช่นกัน

ทันใดนั้น พนักงานขายอีกคนหนึ่งก็เดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มพลางมอง ซูเหวิน และคนอื่นๆ : “สวัสดีคะ มีอะไรให้ช่วยไหมค่ะ?”

เมื่อเห็นมีคนเข้ามา ซูเหวิน จึงได้กล่าวถึงความต้องการในการซื้อเสื้อผ้าของพ่อแม่อีกครั้ง

น่าประหลาดใจที่หลังจากได้ยินสิ่งนี้แล้ว พนักงานขายหญิงคนนี้ไม่เพียงแต่จะไม่รังเกียจพ่อแม่ของ ซูเหวิน แต่กลับยังกล่าวแนะนำเสื้อผ้าทุกชุดให้อย่างกระตือรือร้น

เมื่อเทียบพนักงานขายคนนี้ ทัศนคติของเธอช่างแตกต่างจากพนักงานขายคนก่อนหน้านี้ไปอย่างสิ้นเชิงจริงๆ

แม้ว่าเสื้อผ้าทุกชุดที่เธอกล่าวแนะนํายังคงมีราคาแพงมาก

แต่เธอกลับอธิบายวัสดุ และคุณภาพของเสื้อผ้าแต่ละชิ้นออกมาอย่างละเอียด ทําให้ผู้คนเกิดความปรารถนาในการอยากจะซื้อมันจริงๆ

“คุณครับ ผมขอถามอะไรหน่อยได้ไหม?”

“เงินเดือนของพนักงานขายอย่างพวกคุณ ขึ้นอยู่กับค่าคอมมิชชั่นหรือเปล่าครับ?”

ในขณะที่พนักงานขายยังคงกล่าวแนะนําอยู่ ซูเหวิน ก็พูดถามขึ้นมาอย่างสงสัย

“ได้แน่นอนคะ เงินเดือนพื้นฐานบวกค่าคอมมิชชั่นค่ะ”

แม้จะไม่รู้ว่าทําไมลูกค้าถึงถามคำถามแบบนี้ แต่เธอก็ยังคงตอบตามความจริง

“ค่าคอมมิชชั่นที่ว่าส่วนตัว หรือแบบรวม?”

ซูเหวิน ยังคงถามต่อ

“ร้านเราเสนอค่าคอมมิชชั่นไปตามรายบุคคลคะ ใครขายได้เยอะกว่า ก็จะได้รับค่าคอมมิชชั่นที่สูงกว่าค่ะ”

“แต่ก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าร้านค้าบางแห่งเองก็รับค่าคอมมิชชั่นรวม..”

พนักงานขายหญิงยังคงกล่าวตอบคำถามด้วยรอยยิ้ม

“ที่แท้.. เป็นแบบนี้!” ซูเหวิน พยักหน้าอย่างเข้าใจ

จากนั้นเขาก็มองไปที่พนักงานขายหญิงคนดังกล่าว แล้วพูดว่า : “เสื้อผ้าที่คุณเพิ่งกล่าวแนะนําไปเมื่อครู่ มีหลายตัวที่พ่อแม่ของผมบอกว่าไม่เลว.. งั้นเอาแบบนี้ผมต้องการทุกตัวที่คุณกล่าวมาทั้งหมด”

ซูเหวิน กล่าวออกไปอย่างตรงไปตรง และเด็ดขาดมาก

ทันทีที่คำพูดนี้หลุดออกมา

ซู กว่างเซิง อู๋เจวียน และพนักงานขายหญิงคนดังกล่าวต่างตกตะลึง

ขณะที่พ่อแม่ของ ซูเหวิน กําลังจะพูด ซูเหวิน ก็โบกมือเพื่อหยุดพวกเขา แล้วพูดไปว่า : “พ่อ กับแม่ หยุดพูดเถอะครับ ถ้าพวกคุณชอบก็แค่ซื้อ!”

“หาเงินมาได้แล้วไม่ใช้ แล้วจะหาเงินไปทําไม?”

ประโยคเดียวนี้ก็ทำให้พ่อแม่ของเขารู้สึกพูดอะไรไม่ออก..

และพอพนักงานขายได้ยินสิ่งที่ ซูเหวิน พูดแบบนี้ เธอก็แทบที่จะกระโดดขึ้นด้วยความตื่นเต้นทันที

โอ้ว.. พระเจ้า!

ในบรรดาเสื้อผ้าแบรนด์ที่เธอกล่าวแนะนำไปเมื่อกี้ ผู้อาวุโสทั้งสองท่านนี้ถูกใจหลายตัวอยู่นะ!

ถ้าพวกเขาซื้อทั้งหมด.. งั้นนี่แสดงว่าเธอทำยอดขายหลักแสนได้ในวันเดียวไม่ใช่เหรอไง?

ยังไม่ทันรอให้เธอหายจากความตื่นเต้นในใจ ซูเหวิน ก็เอ่ยปากขึ้นว่า : “พ่อ กับแม่ ถ้าพวกคุณชอบก็เลือกต่อเถอะ”

“หลังจากเลือกเสร็จแล้ว ค่อยมองหาให้ ปู่ กับย่า และคนอื่นๆ ด้วย เลือกเสื้อผ้าดีๆ สักสองสามตัวแล้วส่งกลับไปให้พวกเขา ให้พวกเขาได้ลองใส่เสื้อผ้าแบรนด์เหล่านี้ด้วย”

ซูเหวิน กล่าวแนะนำ

“อืม ก็ได้ งั้นก็เลือกให้พ่อแม่ฉันสักสองสามตัวแล้วกัน”

ซู กว่างเซิง และอู๋เจวียน พูดคุยกันพลางพยักหน้า แต่คราวนี้พวกเขาไม่ปฏิเสธแล้ว

นั่นเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลเกินไปจริงๆ ท้ายที่สุดแล้วพวกเขาได้ซื้อเสื้อผ้าแบรนด์เนมไปหลายแบรนด์ด้วยตัวเอง และจะไม่ซื้อให้ พ่อแม่ และผู้ใหญ่ที่บ้านคนอื่นๆ ได้อย่างไร

ยิ่งไปกว่านั้นเหล่าผู้เฒ่าต่างก็อายุเยอะ หากไม่ใส่ตอนนี้ก็อาจจะไม่มีโอกาสอีกแล้ว อย่าง คุณตา คุณยาย เช่นกัน พวกท่านก็จากไปก่อนแล้วด้วยวัยชรา เฮ้ออ!

จากนั้นพวกเขาก็หยิบเสื้อผ้าให้เหล่าผู้เฒ่าของตัวเองอีก

ผ่านไปอีกสิบนาที จึงเลือกเสื้อผ้าเสร็จ

นับแล้วก็เท่ากับซื้อเสื้อผ้าให้ผู้ใหญ่ในครอบครัวทั้งหมด 5-6 ตัว หากแบ่งแล้วก็คนละ 2-3 ตัว

บวกกับของพ่อแม่ ซูเหวิน เอง พอนับแล้วที่พวกเขาเลือกมาทั้งหมดก็ต้องมีมากกว่าสิบชิ้น

ในขณะนี้..

แม้แต่พนักงานขายก็ดูเหมือนจะไม่คิดว่าลูกค้าในครั้งนี้จะร่ำรวยขนาดนี้ และเธอ.. อดที่จะตื่นเต้นไม่ได้ทันที

ขณะเดียวกันเธอก็รีบห่อเสื้อผ้าที่เลือกมาทั้งหมด แล้วพาทุกคนไปที่เคาน์เตอร์แคชเชียร์ เพื่อชำระเงิน

มีเสื้อผ้ามากกว่าสิบชิ้น ในมือมีทั้งถุงใหญ่ และเล็กอยู่เต็มมือ และที่ยังถือไม่ได้ที่ถูกวางอยู่บนโต๊ะอีก

สถานการณ์เช่นนี้ย่อมดึงดูดสายตาของลูกค้า และพนักงานขายคนอื่นๆ ภายในร้านไปได้ทันที

ทันใดนั้น สายตาของทุกคนก็เผยให้เห็นถึงความประหลาดใจ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับพนักงานขายหญิงคนที่กล่าวดูถูกครอบครัวของ ซูเหวิน เวลานี้เธอตกตะลึงไปแล้วจริงๆ

เธอไม่อยากเชื่อเลยว่าครอบครัวที่ดูยากจนข้นแค้นแบบนั้นจะสามารถซื้อเสื้อผ้าแบรนด์เนมได้มากมายขนาดนี้.. ซึ่งมันจะเป็นไปได้อย่างไร?

เสื้อผ้าของที่นี่แพงมาก

และการซื้อมากขนาดนี้อย่างน้อยๆ ก็ต้องมีราคาอย่างน้อยสองถึงสามแสนหยวน ใช่ไหม?

แม้แต่เจ้านายสาวที่นั่งอยู่ตรงเคาน์เตอร์แคชเชียร์ก็อดไม่ได้ที่จะเปิดเผยสีหน้าประหลาดใจ เมื่อเห็นมัน..

ว้าว! นี่คือลูกค้ารายใหญ่!

“สุภาพบุรุษท่านนี้ เมื่อครู่นี้ท่านเพิ่งซื้อเสื้อผ้าในร้านของเราไปทั้งหมด 13 ตัว ราคารวมคือ ..หยวนค่ะ”

“ร้านของเราสามารถให้ส่วนลด 9.5% แก่คุณได้ ซึ่งหมายความว่าคุณเพียงแค่จะต้องจ่าย …หยวนเท่านั้น”

“นอกจากนี้ คุณยังสามารถทำบัตรสมาชิกกับทางเราได้อีกด้วยคะ, หากคุณเติมเงิน 100,000 หยวน ได้รับส่วนลด 9.2%, เติมเงิน 200,000 หยวน ได้รับส่วนลด 9.5%, เติมเงิน 500,000 หยวน จะได้รับส่วนลด 10% ค่ะ”

เจ้านายสาวพูดอย่างสุภาพด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

อย่างไรก็ตาม เมื่อเจ้าของร้านพึ่งจะสแกนรหัสเพื่อลงทะเบียน และบันทึกลงคอมพิวเตอร์ ..ในเวลานี้เอง

ทันใดนั้นก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น หยุด.. เจ้านายสาวเอาไว้ว่า : “เดี๋ยวก่อนคะ เจ้านาย ลูกค้าท่านนี้ตอนเข้ามาใหม่ๆ เป็นฉันที่ได้ออกไปต้อนรับ”

“ตอนนี้ลูกค้าท่านนี้ซื้อเสื้อผ้ามาเยอะขนาดนี้ คำสั่งซื้อนี้ก็ควรเป็นของฉัน ถูกต้องไหมคะ?”

คนที่พูดขึ้นมาก็คือ พนักงานขายหญิง คนก่อนหน้านี้..

ในขณะนี้ เมื่อเธอเห็น ซูเหวิน และคนอื่นๆ ซื้อเสื้อผ้ามากมายขนาดนี้ เธอจึงอดไม่ได้ที่จะอิจฉา แล้วจึงรีบวิ่งออกมาพูด

“ตกลงแล้วมันยังไงกัน?”

เจ้านายสาวกล่าวขึ้นอย่างประหลาดใจทันที

จากนั้นเธอก็มองไปที่พนักงานหญิงอีกคนหนึ่ง แล้วพูดว่า : “เสี่ยวเหมียว สิ่งที่เธอพูดเป็นเรื่องจริง?”

“ฉัน...ฉันไม่รู้คะ!”

ในขณะนี้ผู้หญิงที่ชื่อ เสี่ยวเหมียว มึนงงสับสนไปหมดแล้ว

เธอไม่ได้คาดหวังเลยว่าลูกค้ากลุ่มนี้จะได้รับการต้อนรับจาก พี่เถา มาก่อน

ตอนนั้นเธอเห็นพนักงานขายคนอื่นๆ ดูแลลูกค้าอื่นอยู่ และคิดว่าคนกลุ่มนี้อาจถูกละเลย หรือไม่มีใครสนใจ เธอจึงเข้ามา..

ซึ่งเธอไม่เคยคาดคิดก่อนเลยว่ามันจะกลายมาเป็น ..แบบนี้

“ฮ่าฮ่าๆ เจ้านาย เลิกถามเธอได้แล้ว”

“ถึงถามเธอไป แน่นอนว่าเธอก็จะตอบได้แค่ว่า ..ฉันไม่รู้”

“ที่ร้านของเราก็มีกฎเขียนอยู่อย่างชัดเจน ห้ามพนักงานขายคนใดสามารถตัดสินใจไปโดยไม่ได้รับอนุญาต และแย่งลูกค้าจากพนักงานขายคนอื่นๆ มิฉะนั้นคําสั่งซื้อนี้จะถือเป็นของพนักงานขายเดิม”

“ตอนนี้เธอแย่งลูกค้าของฉันไปแล้ว ยอดขายจะต้องนับเป็นของฉันถึงจะถูกต้อง”

พนักงานขายหญิงคนก่อนคนนั้นพูดขึ้นอีกครั้ง

เธอนั้นมีทัศนคติที่หยิ่ง และมีน้ำเสียงแข็งกร้าวมาก..

จบบทที่ ตอนที่ 53 พนักงานขายหญิงที่หยิ่งผยอง

คัดลอกลิงก์แล้ว