- หน้าแรก
- แค่ขายลูกชิ้น ก็รวยติดอันดับโลกได้เหรอเนี่ย
- บทที่ 9 การรักษาอันน่าอัศจรรย์
บทที่ 9 การรักษาอันน่าอัศจรรย์
บทที่ 9 การรักษาอันน่าอัศจรรย์
บทที่ 9 การรักษาอันน่าอัศจรรย์
หญิงวัยกลางคนเศรษฐีใหม่ที่ยืนตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว ใบหน้าเปรอะเปื้อนคราบน้ำตาจนเครื่องสำอางเลอะเป็นทางยาว หันมามองไป๋เฉียนชุนราวกับคว้าฟางเส้นสุดท้าย "แม่หนู หรือว่าหนูเองก็เป็นผู้ใช้พลังธาตุแสงเหมือนกัน?"
ไป๋เฉียนชุนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะส่ายหน้าปฏิเสธ "เปล่า ฉันเป็นผู้ใช้พลังธาตุไม้"
ผู้คนรอบข้างต่างร้องอุทาน "ผู้ใช้พลังธาตุไม้? ธาตุไม้จะไปรักษาคนได้ยังไง?"
หญิงวัยกลางคนสะอึกเบาๆ ก่อนจะเอ่ยเตือนด้วยความหวังดี "แม่หนู อย่าหาเรื่องใส่ตัวเลย ถ้าหนูรักษาไม่ได้แล้วเข้าไปยุ่ง ญาติพี่น้องเขาจะพาลโทษเอาได้นะ"
"ใช่ๆ สมัยนี้จิตใจคนยากหยั่งถึง พวกไม่มีเหตุผลจ้องจะรีดไถเงินมีเยอะแยะไป"
ไทยมุงหลายคนพยักหน้าเห็นด้วย ทำเอาไป๋เฉียนชุนอดสงสัยในคุณภาพประชากรยุคดวงดาวไม่ได้
แน่นอนว่าไม่ได้มีแต่คนหวังดี ยังมีพวกปากหอยปากปูคอยถากถางว่านางยังเด็กเกินไป แค่อยากอวดเก่ง ไม่เห็นค่าชีวิตคน
ไป๋เฉียนชุนกลอกตามองบนใส่คำพูดเหล่านั้น
นางเมินเฉยต่อทุกคน ขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วไม่รอช้า เดินตรงเข้าไปนั่งยองๆ ต่อหน้าชายชุดสูท จับข้อมือตู้เล่อเพื่อตรวจชีพจร
เด็กหนุ่มธาตุแสงถึงกับอึ้ง หรือนี่จะเป็นวิธีรักษารูปแบบใหม่?
แค่จับข้อมือเนี่ยนะ?
เขาลังเล สีหน้าสับสนอยู่ครู่หนึ่ง แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไร ยอมขยับถอยออกมาเงียบๆ เพื่อเปิดทางให้ไป๋เฉียนชุนและไม่เป็นการรบกวนนาง
ท่าทีของชายชุดสูทยังคงนิ่งเฉย เขายังคงประคองร่างตู้เล่อไว้ครึ่งตัว ทว่าสายตากลับจ้องมองเด็กสาวตรงหน้าอย่างพิจารณา
เพราะนางสวมหน้ากากปิดบังใบหน้า ทำให้เห็นสีหน้าไม่ชัดเจน แต่ดวงตาคู่สวยที่โผล่พ้นออกมานั้นดำขลับดุจหยกนิล สงบนิ่งอย่างน่าประหลาด ทั่วทั้งร่างแผ่กลิ่นอายเยือกเย็นสุขุม
นางไม่ใช่คนเหลาะแหละหรือทำอะไรส่งเดช
เมื่อประเมินในใจแล้ว เขาจึงไม่ได้ขัดขวาง ปล่อยให้นางลงมือ
สิบห้าวินาทีต่อมา ไป๋เฉียนชุนปล่อยมือจากข้อมือตู้เล่อ
"เขายังรอด"
จากนั้นนางก็เงยหน้ามองชายชุดสูท สั่งด้วยน้ำเสียงใสกระจ่างแต่เย็นชา "วางเขาลงราบกับพื้น"
ชายชุดสูทและผู้คนรอบข้างที่ได้ยินต่างพากันทำหน้าประหลาดใจ
มีเสียงเย้ยหยันดังขึ้น "จริงเหรอ? จะไหวเหรอแม่หนู อย่ามาคุยโวโอ้อวดแถวนี้นะ การช่วยคนไม่ใช่เรื่องเล่นขายของ"
ไป๋เฉียนชุนที่ยังนั่งยองๆ หันขวับไป ดวงตาสีนิลจับจ้องไปยังต้นเสียงในฝูงชนอย่างแม่นยำ น้ำเสียงเย็นเยียบดุจคมมีด "คุยโวหรือไม่ เดี๋ยวก็รู้ ไม่ต้องรีบเสนอหน้ามาปากเก่งตอนนี้หรอก"
คนผู้นั้นหน้าแดงก่ำด้วยความอับอายที่โดนตอกกลับ เขาจ้องนางด้วยความโกรธแค้น แต่เมื่ออยู่ท่ามกลางสายตาประชาชี ก็ได้แต่หุบปากเงียบอย่างเจ็บใจ
ไป๋เฉียนชุนเลิกสนใจเขา หันกลับมาทางเดิม เมื่อชายชุดสูทวางร่างตู้เล่อลงราบกับพื้น นางก็ล้วงกระเป๋าหยิบห่อผ้าลายดอกออกมา
เพียงกระตุกเชือก ห่อผ้าก็คลี่ออก เผยให้เห็นเข็มเงินเล่มบางเรียงรายอยู่ภายใน
ชายชุดสูทกับเด็กหนุ่มธาตุแสงมองหน้ากันด้วยความตกตะลึง ยิ่งดูยิ่งงง เข็มยาวๆ พวกนี้เอาไว้ทำอะไร?
มันเกี่ยวกับการรักษาคนตรงไหน?
ไป๋เฉียนชุนสั่งเสียงเย็นต่อ "ถอดเสื้อเขาออก"
"อ้อ... ได้ๆ"
เด็กหนุ่มธาตุแสงรีบขยับเข้ามาช่วย ทั้งสองคนช่วยกันถอดเสื้อตู้เล่อออกอย่างระมัดระวังตามคำสั่ง
แต่ต่อให้ระวังแค่ไหน บาดแผลที่หัวใจของตู้เล่อที่เพิ่งสมานไปได้บางๆ ก็ปริแตกออกอีกครั้ง เลือดเริ่มทะลักออกมา
เด็กหนุ่มธาตุแสงร้องลั่นด้วยความตกใจ ทำท่าจะพุ่งเข้าไปใช้พลังธาตุแสงห้ามเลือด แต่ไป๋เฉียนชุนกลับคว้าคอเสื้อเขาแล้วเหวี่ยงไปด้านหลัง กล่าวเสียงเรียบ "ไปยืนข้างๆ อย่าเกะกะ"
เด็กหนุ่มธาตุแสง: T_T
เขารู้สึกเหมือนลูกไก่ในกำมือ ไม่กล้าหือ ไม่กล้าสอด เขาถอยไปนั่งยองๆ ห่างออกไปสามก้าว สงบเสงี่ยมเจียมตัวราวกับไก่อ่อน ไม่กล้าขยับเขยื้อน
ขาป่วนในฝูงชนเห็นฉากนี้ก็เตรียมจะเยาะเย้ยถากถางอีก แต่ทันใดนั้นก็เห็นไป๋เฉียนชุนถลกแขนเสื้อขึ้น เผยให้เห็นข้อมือขาวผ่องดุจหยก นิ้วเรียวคีบเข็มเงินสองเล่ม ปักฉึกเข้าที่บริเวณหัวใจของตู้เล่อ
เข็มยาวสองเล่มจมลึกลงไปในหน้าอก เหลือเพียงปลายเข็มที่สั่นระริก
รูม่านตาของชายชุดสูทหดเกร็ง เขาอยู่ใกล้ที่สุดจึงเห็นชัดเจนว่า ทันทีที่เข็มเล่มที่สองปักลงไป เลือดที่ไหลทะลักจากหัวใจก็หยุดกึกแทบจะในวินาทีเดียวกัน!
เลือดหยุดไหลแล้ว!!!
เร็วยิ่งกว่าการรักษาด้วยพลังธาตุแสงเมื่อกี้เสียอีก!!!
เห็นผลทันตาเห็น
ไม่ใช่แค่เขา แม้แต่พวกตาดีที่มุงดูก็ยังร้องอุทานด้วยความตกใจ
"ดูสิ เลือดไม่ไหลแล้ว"
"แค่สองเข็มเลือดก็หยุด นี่มันวิชาอะไรกัน?"
"หรือจะเป็นวิชาลับของธาตุไม้? แต่ไม่เคยได้ยินว่าธาตุไม้รักษาคนอื่นได้นี่นา นึกว่ารักษาได้แต่ตัวเอง"
"อ้อ งั้นคงเป็นธาตุไม้วิปริต... เอ้ย ไม่สิ ธาตุไม้กลายพันธุ์แน่ๆ"
ไป๋เฉียนชุนทำหูทวนลม ไม่สนใจเสียงนกเสียงกา นางมองตู้เล่อด้วยความพึงพอใจ ฝีมือยังไม่ตก
จากนั้นก็ถามขึ้น "มีไฟไหม?"
"อ๊ะ มีๆๆ" หญิงวัยกลางคนเศรษฐีใหม่ที่กำลังตื่นตะลึง รีบเช็ดหน้าเช็ดตาแล้ววิ่งเข้ามาเสนอตัวอย่างกระตือรือร้น
แค่เข็มสองเล่มนั้น นางก็เชื่อหมดใจแล้วว่าแม่หนูคนนี้มีของจริง
"แม่หนู ป้าเป็นผู้ใช้พลังธาตุไฟระดับ B หนูจะเอาไฟแรงแค่ไหน จะให้เผาตรงไหน บอกมาได้เลย ถ้าป้าทำไม่ได้เดี๋ยวให้ลูกชายช่วย"
ไป๋เฉียนชุนมองหญิงวัยกลางคนที่จ้องร่างตู้เล่อตาเป็นมัน ราวกับพร้อมจะเผาเขาทันทีที่นางชี้ หรือไม่ก็เผาศพให้เสร็จสรรพ นางมองด้วยสายตาลึกล้ำ
ใครทำให้ป้าเข้าใจผิดว่าจะเอาไฟไปเผาคน?
นางมุมปากกระตุก "ไม่ใช่เขา จะลนเข็มเงินต่างหาก"
"อ้อ" หญิงวัยกลางคนรับคำ สีหน้าดูผิดหวังเล็กน้อยบนใบหน้าที่เปรอะเปื้อนเครื่องสำอาง
ไป๋เฉียนชุน: ...
นางตั้งสติ สั่งให้หญิงวัยกลางคนจุดไฟดวงเล็กๆ ขึ้นบนฝ่ามือ จากนั้นก็คีบเข็มเงินไปลนไฟอย่างใจเย็น ไม่รีบร้อน
แต่ทว่า ยามที่นางลงมือปักเข็ม ท่วงท่านั้นกลับลื่นไหลและรวดเร็วปานสายฟ้า
คนมุงมองเห็นเพียงเงาเลือนรางของมือที่ขยับวูบวาบอยู่เหนืออกที่โชกเลือด เร็วเสียจนตาลาย พอกระพริบตาปริบเดียว...
อ้าว เสร็จแล้วเหรอ!!!
พอมองดูอีกที หน้าอกของตู้เล่อก็เต็มไปด้วยเข็มเงินปักเรียงราย ปลายเข็มสั่นไหวเบาๆ ส่งเสียงหึ่งๆ ราวกับกำลังบรรเลงท่วงทำนองอันน่าอัศจรรย์
"ซี๊ด—"
"แปลกแฮะ แค่มองเข็มไม่กี่เล่มทำไมเวียนหัวจัง หรือเมื่อคืนนอนน้อย?"
"ไม่หรอกพี่ชาย ข้าก็เป็น จ้องนานๆ แล้วคลื่นไส้พะอืดพะอมเหมือนจะอ้วกเลย"