- หน้าแรก
- แผงขายอาหารของฉันได้รับความนิยมทั่วโลก
- บทที่ 310 ความอร่อยที่ทำให้ผมคะนึงหาทั้งวันทั้งคืน
บทที่ 310 ความอร่อยที่ทำให้ผมคะนึงหาทั้งวันทั้งคืน
บทที่ 310 ความอร่อยที่ทำให้ผมคะนึงหาทั้งวันทั้งคืน
ท่ามกลางกล้องของลูกค้าที่พากันถ่ายวิดีโอ หนิวเต๋อหัววิดีโอคอลคุยกับอาม่าของเฉินซีเหวินจริงๆ
ซูหยางยืนฟังอยู่เงียบๆ ข้างๆ จนกระทั่งได้ยินหนิวเต๋อหัวทักทายอย่างสุภาพว่า "คุณย่าครับ" เขาก็แทบจะกลั้นขำไว้ไม่อยู่
เพราะถ้าจะนับตามอายุจริงๆ แล้ว หนิวเต๋อหัวกับอาม่าของเฉินซีเหวินน่าจะรุ่นราวคราวเดียวกัน เพียงแต่หนิวเต๋อหัวดูหน้าเด็กกว่ามากเท่านั้นเอง
การวิดีโอคอลใช้เวลาไปทั้งหมดสามนาที สุดท้ายอาม่าของเฉินซีเหวินเป็นฝ่ายขอวางสายเอง
ในฐานะแฟนคลับตัวยงของหนิวเต๋อหัว แม้เธอจะอยากคุยให้นานกว่านี้ แต่ก็คงไม่อยากสร้างความรำคาญให้หนิวเต๋อหัวแน่ๆ
แม้จะเป็นเวลาเพียงแค่สามนาที แต่อาม่าของเฉินซีเหวินก็มีความสุขอย่างที่สุด ความฝันในการตามติ่งดารามาหลายปี ในที่สุดก็เป็นจริงเสียที
"ขอบคุณมากเลยนะคะคุณหนิวเต๋อหัว ฉันไม่ได้เห็นอาม่ามีความสุขขนาดนี้มานานมากแล้วค่ะ" เฉินซีเหวินโค้งตัวขอบคุณเล็กน้อย
หนิวเต๋อหัวรีบโบกมือปฏิเสธ "อย่าเกรงใจขนาดนั้นเลยครับ คุณย่าของคุณเป็นคนที่น่ารักมาก"
"คุณหนิวเต๋อหัวครับ นี่เป็นติ่มซำที่ผมเตรียมไว้ เอาไปทานด้วยนะครับ" ซูหยางหยิบถุงติ่มซำมื้อเช้าที่ห่อเตรียมไว้ล่วงหน้ายื่นให้
หนิวเต๋อหัวกำลังจะปฏิเสธตามความเคยชิน แต่พอนึกได้ว่าเป็นของกินเล่นของเทพแผงลอย เขาก็รีบรับมาทันที
"ขอบคุณมากครับเทพแผงลอย งั้นผมไม่เกรงใจละนะ ขอให้กิจการรุ่งเรืองครับ" หนิวเต๋อหัวกล่าวลาด้วยรอยยิ้ม แล้วเดินเลี่ยงออกไปพร้อมกับบอดี้การ์ดร่างสูงสองคน
เมื่อเห็นหนิวเต๋อหัวเดินจากไปแล้ว เฉินซีเหวินจึงหันมากระซิบกับซูหยางเบาๆ ว่า "พี่เทพแผงลอย ขอบคุณพี่มากนะคะ"
"ขอบคุณฉันทำไม" ซูหยางพูดพลางพลิกขนมผักกาดในกระทะต่อ
"ฉันไม่ได้โง่นะคะ วันนี้คุณหนิวเต๋อหัวไม่ยอมถ่ายรูปกับใครเลย แต่กลับยอมแหกกฎวิดีโอคอลหาอาม่าของฉัน ฉันคงไม่ได้หน้าใหญ่ขนาดนั้นหรอก" เฉินซีเหวินเบ้ปาก มองซูหยางด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความชื่นชมยิ่งขึ้น
— "พี่เทพแผงลอยนี่เจ๋งสุดๆ ไปเลย ขนาดหนิวเต๋อหัวยังยอมเห็นแก่หน้าพี่เขา ยอมวิดีโอคอลหาอาม่าฉันเลยแฮะ"
ซูหยางยิ้ม ไม่ได้พูดอะไรมาก
ส่วนเหลียงเชาที่อยู่ข้างๆ ก็พาทีมนักข่าวและช่างภาพเปลี่ยนตำแหน่งไปแล้ว
เพราะเหลียงเชาสังเกตเห็นว่าหนิวเต๋อหัวไม่ได้เดินไปไกล แต่พาบอดี้การ์ดสองคนไปหยุดอยู่ที่จุดที่มีคนค่อนข้างน้อย ห่างจากแผงไปราวสิบเมตร แล้วก็เริ่มแกะกล่องติ่มซำ
เพียงแต่สถานการณ์ที่มีคนน้อยอยู่ได้ไม่นาน แป๊บเดียวหนิวเต๋อหัวก็ถูกแฟนคลับรุมล้อม
เหลียงเชาต้องใช้ความพยายามอย่างมาก กว่าจะเบียดเข้าไปพร้อมกับนักข่าวและช่างภาพได้
..................
"ขอโทษนะครับทุกคน ตอนนี้ผมคงต้องขอตัวกินติ่มซำพวกนี้ให้หมดก่อน จริงๆ ตั้งใจจะเอากลับไปกิน แต่หิวไม่ไหวแล้วครับ" หนิวเต๋อหัวอธิบายให้ลูกค้าที่อยู่รอบๆ ฟัง
ในฐานะศิลปินอาวุโส เขามักจะระมัดระวังตัวในสถานการณ์แบบนี้เสมอ
ถ้าไม่พูดอะไรแล้วก้มหน้าก้มตากินเลย อาจจะมีสื่อไร้จรรยาบางเจ้าเอาไปใส่สีตีไข่ว่า [หนิวเต๋อหัวทำตัวหยิ่ง ไม่สนใจแฟนคลับ นั่งกินติ่มซำคนเดียว]
ดังนั้นการอธิบายไว้ก่อนจึงจำเป็นอย่างมาก
หนิวเต๋อหัวมองขนมผักกาดในถ้วย หนังตากระตุกเล็กน้อย
— "ขนมผักกาดราคาชุดละยี่สิบหยวน ใช้วัตถุดิบดีขนาดนี้เลยเหรอ ชาวเมืองเจียงเป่ยนี่ยามีลาภปากจริงๆ"
กลิ่นหอมที่ซับซ้อนค่อยๆ ลอยมาแตะจมูก ทำให้หนิวเต๋อหัวไม่รอช้า ใช้ตะเกียบคีบเข้าปากทันที
หลังจากเคี้ยวไปไม่กี่คำ มือที่ถือตะเกียบของหนิวเต๋อหัวก็ชะงักกึก
"ทำไมหนิวเต๋อหัวไม่กินต่อล่ะ?" ลูกค้าที่มุงดูอยู่รอบๆ สงสัย
"คงไม่ใช่ว่าหนิวเต๋อหัวไม่ชอบขนมผักกาดของเทพแผงลอยหรอกนะ"
"ไม่น่าจะเป็นไปได้ ของที่เทพแผงลอยทำมีที่ไหนไม่อร่อย"
"นั่นสิ ฉันเพิ่งกินติ่มซำหมดไป ขนมผักกาดนี่มันสุดยอดจริงๆ ฉันขอยกให้เป็นที่หนึ่งเลย"
"ฉันว่าหนิวเต๋อหัวน่าจะกำลังอึ้งในความอร่อยของขนมผักกาดมากกว่า"
"ฉันก็ว่างั้น"
เป็นอย่างที่ลูกค้าพูดกัน หนิวเต๋อหัวตกตะลึงในรสชาติของขนมผักกาดคำนี้จริงๆ
ขนมผักกาดจี่มาได้กำลังดี ผิวนอกกรอบหอม ในขณะที่เนื้อในยังคงความนุ่มและมีความเด้งที่พอเหมาะ
ขนมผักกาดบางร้านต้องกินคู่กับซอส เพราะการจี่ด้วยน้ำมันอาจทำให้เลี่ยน การจิ้มซอสจะช่วยตัดเลี่ยนได้
แต่ขนมผักกาดของซูหยางกลับไม่มีความเลี่ยนส่วนเกินเลย กลับให้รสสัมผัสที่สดชื่นมาก
ความหวานตามธรรมชาติของหัวไชเท้า ความหอมของเนื้อรมควันกับเห็ดหอม และความสดของกังป๋วย ผสมผสานกันในวินาทีนี้ ความสุขจากรสชาติอันโอชาพุ่งทะยานขึ้นสู่สมองของหนิวเต๋อหัวเป็นเกลียวคลื่น
"ดูสิ หนิวเต๋อหัวยิ้มด้วย!"
"ดูเหมือนเขาจะไม่ได้ยินที่เราพูดเลยนะ จมดิ่งไปกับของอร่อยเรียบร้อยแล้ว"
"ฮ่าๆๆ ฉันบอกแล้วไง ว่าขนมผักกาดของเทพแผงลอยน่ะไร้เทียมทาน!"
"พูดอะไรอย่างนั้น ของที่เทพแผงลอยทำ ไม่ว่าอะไรก็ไร้เทียมทานทั้งนั้นแหละ ไม่ใช่แค่ขนมผักกาดหรอก"
"..."
เสียงพูดคุยของลูกค้า เขาได้ยินอยู่แล้ว แต่หนิวเต๋อหัวไม่มีกะจิตกะใจจะสนใจ
ตอนนี้ในสายตาของเขา ราวกับมองเห็นเพียงติ่มซำที่ซื้อมาจากเทพแผงลอยเท่านั้น
หลังจากชะงักไปชั่วครู่ ตะเกียบของหนิวเต๋อหัวก็ขยับรัวเร็ว
เขาเปลี่ยนจากบุคลิกสง่างามยามอยู่ต่อหน้าสาธารณชน กลายเป็นคนที่กินอย่างตะกละตะกลามไปเสียแล้ว
ขนมผักกาดหนึ่งกล่องถูกกินหมดอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นว่าซูหยางให้มาเพิ่มอีกกล่องเป็นพิเศษ หนิวเต๋อหัวชั่งใจอยู่นาน สุดท้ายก็ตัดสินใจตัดใจยกให้บอดี้การ์ดสองคน
สาเหตุหลักเป็นเพราะหลิวเต๋อหัวสัมผัสได้ถึงความตะกละที่แผ่ออกมาจากบอดี้การ์ดทั้งสอง
แม้พวกเขาจะสวมแว่นกันแดด หนิวเต๋อหัวมองไม่เห็นสายตาละห้อยที่แอบมองมาเป็นระยะ
แต่เสียงกลืนน้ำลายที่ดังมาจากลำคอนั้นชัดเจนเหลือเกิน
"ขนมผักกาดกล่องนี้เก็บไว้ เดี๋ยวกลับไปค่อยกินกันนะ" หนิวเต๋อหัวกล่าว
บอดี้การ์ดชะงักเล็กน้อย "ไม่เป็นไรครับคุณหนิว ไม่ต้องยกให้พวกเราหรอกครับ"
หนิวเต๋อหัวยิ้มจางๆ "เอาตามที่ฉันบอกเถอะ"
"งั้นก็ขอบคุณมากครับ คุณหนิว" บอดี้การ์ดทั้งสองรู้สึกโล่งใจขึ้นมาทันที
ความตะกละที่พุ่งพล่านถูกกดลงไปชั่วคราว พวกเขากลับมาตั้งสมาธิสังเกตรอบด้านอีกครั้ง ไม่ถูกกลิ่นหอมจากติ่มซำของซูหยางดึงดูดความสนใจไปอีก
ซูหยางแอบมองไปทางหนิวเต๋อหัวเป็นระยะๆ
เขารู้ว่าหนิวเต๋อหัวไปกินที่ร้านน้ำชาของเฟ่ยเสียนบ่อยๆ
ในใจของหนิวเต๋อหัว ติ่มซำของเขาหรือของเฟ่ยเสียนจะเหนือกว่ากัน เขาเองก็อยากรู้เหมือนกัน
จนกระทั่งซูหยางเห็นสีหน้าดื่มด่ำมีความสุขของหนิวเต๋อหัว ความสงสัยในใจเขาก็ได้รับคำตอบในที่สุด
หนิวเต๋อหัวกินติ่มซำจนหมดเกลี้ยงอย่างรวดเร็ว ซูหยางให้ติ่มซำมาอย่างละสองชุด ตอนแรกเขากินไปอย่างละชุด ตั้งใจว่าจะเก็บที่เหลือไว้ให้บอดี้การ์ด แต่สุดท้ายก็ทนความตะกละไม่ไหว
ถึงจะอิ่มแล้ว เขาก็ยังอยากกินอีก
ดังนั้นเขาเลยกินขนมผักกาดเพิ่มไปอีกครึ่งกล่อง
เหลียงเชาเห็นหนิวเต๋อหัวกินเสร็จทำท่าจะกลับ ก็รีบให้นักข่าวเข้าไปสัมภาษณ์ทันที
"คุณถามผมว่าติ่มซำที่เทพแผงลอยทำอร่อยแค่ไหนน่ะเหรอครับ?"
"ผมบอกได้แค่ว่า ความอร่อยระดับที่ทำให้ผมออกจากเมืองเจียงเป่ยไปแล้ว ก็ยังคงคะนึงหาทั้งวันทั้งคืนครับ"
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า คำวิจารณ์ที่หนิวเต๋อหัวให้ไว้นั้นสูงส่งถึงขีดสุด
วันนี้ลูกค้าเยอะมาก เนื่องจากเหลียงเชาพานักข่าวกับช่างภาพไปสัมภาษณ์ ทำให้ความเร็วในการเสิร์ฟอาหารช้าลงไปพักหนึ่ง
เฉินซีเหวินเริ่มห่อของได้คล่องแคล่วขึ้นแล้ว หลี่หมินน่าจึงอาสาทำหน้าที่หยิบติ่มซำออกจากเข่งนึ่งแทน
แต่ถึงอย่างนั้น ความเร็วในการเสิร์ฟก็ยังช้ากว่าตอนแรกอยู่ดี
"เอ๊ะ ไอ้เจ้าหลี่ซินซินหายไปไหนเนี่ย? มิน่าล่ะฉันก็ว่าทำไมเสิร์ฟช้าลง!"
หลี่หมินน่าเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติ จึงถามเฉินซีเหวินว่า "เธอเห็นหลี่ซินซินไหม"
เฉินซีเหวินมองไปรอบๆ ก็ไม่เห็นเงาของหลี่ซินซินจริงๆ จึงส่ายหน้า "ไม่เห็นเลยค่ะ"
"หมอนั่นต้องแอบไปอู้งานแน่ๆ!" หลี่หมินน่าเบ้ปาก บ่นอย่างเอือมระอา