- หน้าแรก
- เทพแห่งเวทมนตร์ต้องห้าม แถบพลังเวทของข้าไร้ขีดจำกัด!
- บทที่ 290 สมาคมนักเล่นแร่แปรธาตุ!
บทที่ 290 สมาคมนักเล่นแร่แปรธาตุ!
บทที่ 290 สมาคมนักเล่นแร่แปรธาตุ!
น้ำเสียงของมิเนตต์ลดต่ำลง แฝงไปด้วยความระแวดระวัง
“จำไว้นะคะ อย่าไปแตะต้องสิ่งใดก็ตามที่ท่านไม่รู้จักที่นี่เด็ดขาด”
“ไม่เช่นนั้น พวกเราอาจจะถูกระเบิดลอยขึ้นฟ้าไปพร้อมกันได้ค่ะ”
เจี่ยต้าเฉวียนได้ยินดังนั้น ก็รีบหดศีรษะที่ล้านเลี่ยนของเขาลงตามสัญชาตญาณ
“นะ... น่ากลัวขนาดนั้นเลยเหรอครับ?”
เมื่อผลักประตูโลหะอันหนักอึ้งเข้าไป คลื่นความร้อนที่ผสมปนเปกันระหว่างกลิ่นน้ำมันเครื่องและกลิ่นกรดรุนแรงก็ถาโถมเข้าใส่
ภาพเหตุการณ์ภายในทำเอาดวงตาของเจี่ยต้าเฉวียนเบิกกว้างขึ้นมาอีกครั้ง
ที่นี่ดูไม่เหมือนสมาคมเลยสักนิด แต่กลับเหมือนโรงงานขนาดใหญ่ที่แสนวุ่นวายมากกว่า
อุปกรณ์เล่นแร่แปรธาตุนับไม่ถ้วนกำลังทำงานด้วยความเร็วสูง ส่งเสียงคำรามดังสนั่นหวั่นไหว
เหล่านักเล่นแร่แปรธาตุในชุดคลุมสีขาวเดินวุ่นขวักไขว่ไปมา ส่วนใหญ่ต่างมีสีหน้าที่ดูคลั่งไคล้และเหนื่อยล้า
ภายในบีกเกอร์มีของเหลวหลากสีสันกำลังเดือดปุดๆ
ตามท่อส่งมีพลังงานที่เปล่งแสงเรืองรองไหลเวียนอยู่
ที่มุมหนึ่ง แขนกลที่เสียการควบคุมกำลังทุบพื้นอย่างบ้าคลั่งจนเกิดประกายไฟกระเด็นเป็นระยะ
ทว่ากลับไม่มีใครสนใจไยดีมันเลยแม้แต่คนเดียว
“ช่างเป็น... กลุ่มคนบ้าจริงๆ”
หลินอันนาขมวดคิ้วแน่น เธอไม่ชอบบรรยากาศของที่นี่เลย
“คนที่เราต้องการพบอยู่ที่ไหน?” หลินหยางเอ่ยถามมิเนตต์
“ตามฉันมาค่ะ”
เห็นได้ชัดว่ามิเนตต์คุ้นเคยกับที่นี่เป็นอย่างดี
เธอนำทางทุกคนหลบหลีกสายไฟและท่อส่งที่วางระเกะระกะบนพื้น รวมถึงเศษชิ้นส่วนโลหะที่กลิ้งไปมา เพื่อมุ่งหน้าสู่ส่วนลึกของโรงงาน
ในตอนนั้นเอง นักเล่นแร่แปรธาตุหนุ่มร่างสูงโปร่งคนหนึ่งก็ก้าวเข้ามาขวางทางพวกเขาไว้
เขาสวมแว่นป้องกัันตาหนาเตอะ สายตาภายใต้เลนส์เต็มไปด้วยการพินิจพิเคราะห์และทิฐิอันแรงกล้า
“หยุดก่อน”
น้ำเสียงของเขาแหลมสูงและดูถูกเหยียดหยาม
“ที่นี่คือแดนศักดิ์สิทธิ์ของการเล่นแร่แปรธาตุ ไม่ใช่สถานที่ที่นักผจญภัยหยาบกระด้างอย่างพวกเจ้าจะเข้ามาเดินเล่นได้”
เขากวาดสายตามองคนทั้งหมดพลางเบะปากอย่างดูแคลน
แววตาของหลินอันนาเย็นวูบ หมัดของเธอเริ่มกำแน่นเข้าหากัน
หลินหยางยื่นมือไปแตะแขนเธอไว้เพื่อห้ามปราม
“พวกเรามาหาประธานนอร์ตัน”
“มาหาอาจารย์งั้นเหรอ?”
นักเล่นแร่แปรธาตุหนุ่มราวกับได้ยินเรื่องตลกที่ใหญ่ที่สุดในโลกจึงเค่นหัวเราะออกมา
“อย่างพวกเจ้าน่ะเหรอ?”
เขามองสำรวจหลินหยางตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาดูถูก
“อาจารย์กำลังทำการวิจัยที่ยิ่งใหญ่ ไม่มีเวลามาพบพวกคนไร้สาระหรอก”
“มีเรื่องอะไร ก็พูดกับข้าได้เลย”
“ข้าชื่อเกอหลิน เป็นศิษย์ที่อาจารย์ภาคภูมิใจที่สุด”
เกอหลินยืดอกขึ้น ใบหน้าเต็มไปด้วยความรู้สึกเหนือกว่าอย่างชัดเจน
“เจ้าน่ะเหรอ?”
เจี่ยต้าเฉวียนมองสำรวจอีกฝ่ายตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
“ไอ้หนูที่ขนยังขึ้นไม่ครบอย่างเจ้า กล้าดียังไงมาขวางทางตรงนี้?”
“เจ้า!”
เกอหลินถูกตอกกลับจนหน้าแดงก่ำ นิ้วที่ชี้หน้าเจี่ยต้าเฉวียนสั่นระริกด้วยความโกรธ
“เจ้าพวกป่าเถื่อนที่รู้จักแต่การใช้กำลัง!”
“เจ้ารู้ไหมว่างานวิจัยที่พวกเรากำลังทำอยู่นั้นยิ่งใหญ่เพียงใด?”
“พวกเราใกล้จะสกัดพลังงานรูปแบบใหม่จากหินเทอร่าได้แล้ว มันจะเปลี่ยนโลกใบนี้ไปอย่างสิ้นเชิง!”
“แต่พวกเจ้า กลับมาทำตัวเกะกะอยู่ที่นี่!”
ยิ่งพูดเขาก็ยิ่งตื่นเต้นจนน้ำลายกระเด็นออกมา
หลินหยางไม่มีอารมณ์จะไปต่อล้อต่อเถียงกับเขา
เขาหยิบตราสัญลักษณ์ที่สร้างขึ้นจากทองคำบริสุทธิ์ประดับด้วยไพลินหลวงออกมาจากอกเสื้อ
ด้านหน้าของตราคือรูปอินทรีซึ่งเป็นตราแผ่นดินของอาณาจักรเบลมาร์
ส่วนด้านหลัง สลักตัวอักษรขนาดเล็กเอาไว้ว่า
ที่ปรึกษาอันดับหนึ่งของราชวงศ์
หลินหยางยื่นตรานั้นไปตรงหน้าของเกอหลิน
“ตอนนี้ พวกเราขอพบประธานนอร์ตันได้หรือยัง?”
ความตื่นเต้นและทิฐิบนใบหน้าของเกอหลินพลันแข็งทื่อไปในทันที
เขาจ้องมองตราสัญลักษณ์นั้นเขม็ง รูม่านตาภายใต้แว่นป้องกันหดเล็กลงอย่างรุนแรงด้วยความตกตะลึง
ที่ปรึกษาอันดับหนึ่งของราชวงศ์?
ตัวตนที่มีอำนาจสูงสุดรองจากฝ่าบาทราชินีเพียงคนเดียวงั้นเหรอ?
เขาอ้าปากค้างทว่ากลับไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมา
สมองของเขาว่างเปล่าไปชั่วขณะ
“เป็นไป... ได้ยังไง...”
เขาไม่อาจเชื่อมโยงชายหนุ่มในชุดนักผจญภัยธรรมดาตรงหน้า เข้ากับตำแหน่งในตำนานที่อยู่เหนือคนนับหมื่นแต่เป็นรองเพียงคนเดียวได้เลย
หลินหยางเก็บตราสัญลักษณ์กลับไป โดยไม่ได้ชายตามองเขาอีกเลย และเดินผ่านตัวเขาไปอย่างสงบนิ่ง
เกอหลินยืนตัวแข็งทื่ออยู่ที่เดิม ราวกับรูปปั้นหินที่ไร้ชีวิต
จนกระทั่งเงาหลังของพวกหลินหยางหายลับไปในส่วนลึกของโรงงาน เขาถึงได้สติกลับมาพร้อมกับเหงื่อเย็นที่เปียกชุ่มใบหน้า
...
ที่ส่วนลึกที่สุดของโรงงาน คือห้องทดลองขนาดมหึมา
ใจกลางห้องมีเครื่องมือเล่นแร่แปรธาตุที่สลับซับซ้อนและแม่นยำอย่างยิ่งตั้งอยู่
ท่อคริสตัลนับไม่ถ้วนเชื่อมต่อเข้ากับแกนกลางของเครื่องมือ พลังงานหลากสีสันไหลเวียนอยู่ภายในอย่างรวดเร็ว
ร่างอ้วนเตี้ยร่างหนึ่งกำลังหมอบอยู่หน้าแผงควบคุมหลักของเครื่องมือ เขากำลังตั้งอกตั้งใจปรับแต่งบางอย่างอย่างจดจ่อ
เขาสวมชุดทำงานสีน้ำเงินที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำมัน สวมแว่นตากรอบกลมที่เลื่อนลงมาอยู่ที่ปลายจมูก หนวดเคราสีดอกเลาดูรุงรังเหมือนรังนก
เขาคนนี้คือประธานของสมาคมนักเล่นแร่แปรธาตุ
นอร์ตัน มาซิโมเกรซ
“ความดันปกติ!”
“พลังงานคงที่!”
“ตอนนี้ใส่สารเร่งปฏิกิริยาหมายเลขสอง ปริมาณศูนย์จุดเจ็ดเจ็ดสอง!”
นอร์ตันออกคำสั่งอย่างละเอียดโดยไม่เงยหน้าขึ้น น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
สิ้นคำสั่งของนอร์ตัน ผู้ช่วยสองสามคนที่อยู่ข้างกายก็เริ่มลงมืออย่างลนลาน
เมื่อของเหลวหน้าตาประหลาดหลอดหนึ่งถูกฉีดเข้าไปในแกนกลางของเครื่องมือ
เสียงคราง "วึมๆ" ของเครื่องมือทั้งหมดก็พุ่งสูงขึ้นหลายเท่าตัวในทันที
แกนพลังงานกึ่งกลางเครื่องมือเริ่มแผ่แสงเจิดจ้าจนแสบตาออกมา
“วู้ฮู! จะสำเร็จแล้ว!”
ในดวงตาของนอร์ตันฉายแววคลั่งไคล้ออกมาทันที
“ข้าบอกแล้วไงว่าวิทยาศาสตร์คือสัจธรรมของทุกสิ่ง!”
“พวกเวทมนตร์น่ะมันก็แค่...”
ทว่าเขายังพูดไม่ทันจบคำ
“ปัง!”
เสียงระเบิดดังสนั่น
ท่อคริสตัลท่อหนึ่งบนเครื่องมือพลันระเบิดออกโดยไม่มีสัญญาณเตือน
ควันหนาทึบที่ผสมปนเปด้วยกลิ่นฉุนกระจายเต็มห้องทดลองในพริบตา
“แค็ก แค็ก แค็ก!”
“บ้าจริง! เป็นปัญหาที่วาล์วอีกแล้ว!”
นอร์ตันสำลักควันจนต้องไอออกมาต่อเนื่อง
เขาคว้าผ้าขี้ริ้วมาเช็ดใบหน้าอย่างลวกๆ พลางสบถด่าทอ
“ไอ้พวกหัวขี้เลื่อยพวกนั้น แม้แต่วาล์วแรงดันสูงก็ยังสร้างให้ดีไม่ได้!”
ท่ามกลางความวุ่นวายนั้นเอง พวกหลินหยางก็ได้เดินเข้ามาข้างใน
“สวัสดีครับ ประธานนอร์ตัน”
เสียงของหลินหยางดังชัดเจนฝ่าเสียงคำรามและควันหนาทึบเข้าไปถึงหูของอีกฝ่าย
นอร์ตันเงยหน้าขึ้นอย่างหงุดหงิด
ดวงตาที่ขุ่นมัวมองผ่านเลนส์แว่นไปยังแขกที่ไม่ได้รับเชิญตรงประตู
“พวกเจ้าเป็นใครกัน?”
“ไม่เห็นหรือไงว่าข้ากำลังยุ่งอยู่?”
“ใครอนุญาตให้พวกเจ้าเข้ามา?”
“ไสหัวออกไปซะ!” น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว
หลินหยางไม่ได้ขยับตัว
เขาจ้องมองคนอ้วนเตี้ยจอมบงการคนนั้นอย่างเงียบเชียบ
“ฉันคือที่ปรึกษาอันดับหนึ่งของราชวงศ์ที่ได้รับการแต่งตั้งจากราชินีสคาดี”
“ที่ปรึกษาอันดับหนึ่งงั้นเหรอ?”
นอร์ตันชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแค่นหัวเราะออกมาอย่างดูแคลน
“คำสั่งของราชินี? ของพรรค์นั้นมันคืออะไรกัน?”
“มันช่วยข้าแก้ปัญหาพลังงานล้นทะลักนี่ได้ไหมล่ะ?”
เขาชี้นิ้วไปยังเครื่องมือที่ยังมีควันพุ่งออกมา พลางแสดงสีหน้าไม่ยี่หระ
“พวกเจ้าอย่าเอาเกมการเมืองที่น่าเบื่อพวกนั้นมาทำให้ข้ารำคาญใจเลย”
“ข้ามีหน้าที่รับผิดชอบต่อสัจธรรมเท่านั้น”
“นอกจากเจ้าจะช่วยข้าแก้ปัญหาตรงหน้าได้ ไม่อย่างนั้นก็จงเอาคำสั่งราชินีของเจ้าไสหัวไปให้พ้นหน้าข้าซะ”
ความหัวรั้นและไม่แยแสโลกของเขานั้น รุนแรงยิ่งกว่าที่โซเซียบรรยายไว้เสียอีก
“ถึงแม้ผมจะไม่มีเครื่องรักษาสมดุล”
“แต่ผมช่วยคุณแก้ปัญหาตรงหน้าได้ครับ”
น้ำเสียงของหลินหยางยังคงสงบนิ่งเช่นเดิม
“แค่น่ะเหรอ?”
(จบบท)