- หน้าแรก
- ผมคือสัตวแพทย์ ปฏิบัติการระบบยอดคุณหมอปาฏิหาริย์
- บทที่ 13: ผลตรวจออกแล้ว หัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ทั้งหมู่บ้านตกอยู่ในอันตราย!
บทที่ 13: ผลตรวจออกแล้ว หัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ทั้งหมู่บ้านตกอยู่ในอันตราย!
บทที่ 13: ผลตรวจออกแล้ว หัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ทั้งหมู่บ้านตกอยู่ในอันตราย!
บทที่ 13: ผลตรวจออกแล้ว หัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ทั้งหมู่บ้านตกอยู่ในอันตราย!
จางหลิงชวนถอนใจออกมาอย่างยาวเหยียด เขายังคงทำใจยอมรับไม่ได้อยู่พักใหญ่
ความจริงเขาแค่อยากเป็นคนขี้เกียจที่ใช้ชีวิตไปวันๆ เท่านั้นเอง
แต่นี่มันจะเกินเรื่องไปหน่อยไหม?
มันช่างดูเหนือจริงเหลือเกิน!
ว่าแล้วเขาก็ตัดสินใจกดเข้าไปในร้านค้าแต้ม
ทางระบบระบุว่าเขาสามารถนำแต้มไปแลกเปลี่ยนเป็นทักษะที่ถูกจำกัด ไอเทมพิเศษ ค่าความชำนาญ รายงานการตรวจวิเคราะห์ และอื่นๆ อีกมากมาย
ทว่าเมื่อเข้าไปข้างใน เขากลับพบเพียงช่องทางแลกเปลี่ยนสำหรับรายงานการตรวจวิเคราะห์เท่านั้น เขาไม่แน่ใจว่าส่วนอื่นๆ ยังไม่แสดงผลหรืออย่างไร แต่มันไม่มีให้เลือกเลยจริงๆ
อย่างไรก็ตาม เมื่อเขาเหลือบมองรายงานการตรวจวิเคราะห์ ก็พบว่าระบบนี้ค่อนข้างจะมีคุณธรรมอยู่บ้าง
แต้มหนึ่งร้อยแต้มน่าจะใช้ไปได้อีกนานทีเดียว
เพราะเขาตรวจสอบราคาแลกเปลี่ยนสำหรับรายงานการตรวจ 'หูอัลตราโซนิก' แล้ว พบว่ามันใช้เพียง 1 แต้มต่อครั้งเท่านั้น
"ง่วงชะมัดเลย..."
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร ทั้งที่เพิ่งจะสามทุ่ม แต่เขากลับรู้สึกว่าง่วงนอนอย่างหนักจนแทบทนไม่ไหว
เขารู้สึกเหมือนว่าถ้าหัวถึงหมอนเมื่อไหร่คงหลับปุ๋ยไปทันที
และด้วยเหตุนี้ เขาที่เป็นคนทำตามสัญชาตญาณเสมอ จึงล้มตัวลงนอนอย่างสงบและเข้าสู่ห้วงนิทราอันยาวนาน
ทว่าในขณะเดียวกัน ณ โรงพยาบาลประชาชนเขตชิง กลับไม่ได้มีความสงบเลยแม้แต่น้อย และไม่มีใครข่มตาหลับได้ลง
เวลานี้ โจวต้าเทียนซึ่งเป็นญาติของโจวนงเทียน กำลังรอคอยผลการตรวจอย่างกระวนกระวายใจอยู่ด้านนอก ในขณะที่เจ้าหน้าที่คนหนึ่งวิ่งหน้าตั้งนำรายงานผลการตรวจตรงมาหา
"เฮ้อ—"
โจวเหอสุ่ยทอดถอนใจออกมาอย่างหนักหน่วง!
เขาก็เพิ่งไปตรวจโรคซิฟิลิสมาเช่นกัน และกำลังรอผลตรวจของตัวเองอยู่
ตอนนี้เขาได้แต่หวังว่ามันจะเป็นแค่เรื่องเข้าใจผิด แต่ในใจกลับรู้สึกว่าความหวังช่างริบหรี่เหลือกเกิน!
"ใครเป็นญาติของคุณโจวนงเทียนคะ?"
ทันใดนั้น หมอหญิงสวมหน้ากากอนามัยคนหนึ่งก็รีบเดินตรงมาพร้อมกับรายงานในมือ
"ผมครับ ผมเอง! คุณหมอครับ น้องชายผม โจวนงเทียน เป็นยังไงบ้าง?"
โจวต้าเทียนรีบก้าวเข้าไปหา สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความวิตกกังวลที่เพิ่มมากขึ้น
"ผลตรวจออกแล้วค่ะ เป็นโรคซิฟิลิสระยะที่สาม หรือที่เรียกกันว่าระยะปลาย ตอนนี้อาการของเขาไม่สู้ดีนัก เพราะมันได้ลุกลามกลายเป็นซิฟิลิสในระบบประสาทและเข้าสู่สมองแล้ว ในกรณีที่ดีที่สุด เขาจะมีชีวิตอยู่ได้อีกประมาณครึ่งปีค่ะ"
คุณหมอหญิงกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียดและจริงจังมาก
"ครึ่งปี!!!"
โจวต้าเทียนรู้สึกราวกับถูกฟ้าผ่า ร่างกายแข็งทื่อไปโดยไม่รู้ตัว
ปรากฏว่าสัตวแพทย์จางคาดเดาได้ถูกต้องจริงๆ
"ครึ่ง... ครึ่งปี..."
ขาของโจวเหอสุ่ยยิ่งอ่อนแรงลงไปอีก
ในวินาทีนี้ ความรู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งถาโถมเข้ามาในหัวใจ
ทำไมเขาถึงต้องไปเที่ยวผู้หญิงกับโจวนงเทียนด้วยนะ?!
เขาไม่เหมือนกับอีกฝ่าย
โจวนงเทียนเป็นหนุ่มโสด แม้ภรรยาจะทิ้งไปแต่เขาก็ยังมีลูกชายและลูกสะใภ้ ซึ่งความสัมพันธ์ในครอบครัวก็ราบรื่นดีมาก!
หากเขาเป็นคนนำโรคซิฟิลิสไปติดคนในบ้าน เขาคงสมควรตายสักหมื่นครั้งก็ยังไม่พอ!
"ใช่ค่ะ หมอขอแนะนำให้ทุกคนที่มีการสัมผัสใกล้ชิดกับเขามาตรวจหาเชื้อซิฟิลิสด้วยนะคะ หากพบว่าติดเชื้อจะได้รีบเข้ารับการรักษาโดยเร็วที่สุด"
คุณหมอหญิงกำชับอย่างเข้มงวด
"ครับๆ ผมเข้าใจแล้วครับ"
โจวต้าเทียนรู้สึกสิ้นหวังเล็กน้อย
แต่เขาก็ยังฝืนพยักหน้าตอบรับ
จากนั้นเขาก็โทรกลับไปที่บ้าน
ณ หมู่บ้านซานสุ่ย
"อา! เป็นซิฟิลิสจริงๆ ด้วย!!!"
ทันทีที่ได้ยินผลตรวจ ทุกคนในหมู่บ้านก็แทบระเบิดอารมณ์ออกมา
และความเร็วในการแพร่กระจายข่าวในหมู่บ้านนี้ ก็รวดเร็วยิ่งกว่าอินเทอร์เน็ตเสียอีก
"โอ้พระเจ้า เป็นซิฟิลิสระยะปลายจริงๆ ด้วย! เหลือเวลาอยู่อีกแค่ครึ่งปีเองเหรอ!"
"ทำไมต้องไปเที่ยวผู้หญิงด้วยนะ เห็นไหมล่ะ ติดเชื้อมาโดยไม่รู้ตัวเลย"
"นั่นสิ แถมยังเป็น 'ซิฟิลิสแฝง' ที่ไม่มีอาการปรากฏออกมาเลย แบบนี้มันกะจะฆ่ากันชัดๆ! ถ้าลูกชายของเจ้าจางไม่มีฝีมือล่ะก็ ป่านนี้คนทั้งหมู่บ้านเราคงไม่รู้ตัวจนกว่าจะสติฟั่นเฟือนกันไปหมดแน่!"
โดยเฉพาะกลุ่มป้าๆ ยายๆ ซึ่งเป็นหน่วยข่าวกรองของหมู่บ้าน
พวกเธอพากันมาล้อมวงตบเข่าฉาดด้วยความเศร้าสลดและโกรธแค้น
"จบกัน จบกันแล้ว โจวเฟย พ่อของเราจะติดมาด้วยหรือเปล่านะ!"
เจ้ากุ้ยเซียงมองไปที่สามีของเธอ!
สมองของเธอขาวโพลนไปหมด
ความตื่นตระหนกอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเริ่มแพร่กระจายไปทั่ว
และในขณะนั้นเอง ที่โรงพยาบาลประชาชนเขตชิง ความตื่นตระหนกแบบเดียวกันก็เข้าปกคลุมหัวใจของโจวเหอสุ่ย
"สำหรับตอนนี้หมอคงแจ้งได้เท่านี้ หมอจำเป็นต้องรายงานเรื่องนี้ไปยังศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค หากเป็นไปได้ พรุ่งนี้ทางเราจะจัดรถบัสตรงไปยังหมู่บ้านซานสุ่ยของพวกคุณ เพื่อทำการตรวจคัดกรองร่วมกันค่ะ"
คุณหมอหญิงสั่งการและเตรียมจะรีบจากไป เนื่องจากซิฟิลิสเป็นโรคติดต่อ
มันจึงจำเป็นต้องรายงานต่อศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคตามระเบียบ
"ได้ครับๆ! ขอบพระคุณในความกรุณาของคุณหมอมากครับ"
โจวต้าเทียนพยักหน้าถี่ๆ
มันคงจะดีกว่ามากหากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคส่งรถมารับคนในหมู่บ้านไปตรวจ
"คุณหมอซ่งครับ! คุณลืมไปคนหนึ่ง! แล้วผลของผมล่ะครับ?!"
โจวเหอสุ่ยฟังหมอสั่งการโจวต้าเทียนด้วยความร้อนรน แต่พอเห็นคุณหมอทำท่าจะเดินไปหลังจากสั่งการเสร็จ เขาก็ถึงกับสับสนทันที
แล้วเขาล่ะ? หรือว่าเขาเองก็เกินเยียวยาแล้วเหมือนกัน?!
"คุณคือโจวเหอสุ่ยใช่ไหมคะ? คนที่มาตรวจซิฟิลิสพร้อมกันเมื่อกี้? คุณบอกว่าคุณไปเที่ยวผู้หญิงด้วยกันมาใช่ไหม?"
หมอซ่งขมวดคิ้วถาม
เนื่องจากมีการส่งตัวอย่างเข้าตรวจพร้อมกันสองราย
"ใช่ครับ ใช่ครับ! ผมเองครับ ผมเอง!"
การถูกพูดถึงเรื่องไปเที่ยวผู้หญิงต่อหน้าสาธารณชนทำให้โจวเหอสุ่ยรู้สึกอับอายอยู่บ้าง
แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาสนใจเรื่องแบบนั้น
เพราะชีวิตย่อมสำคัญกว่าสิ่งอื่นใด!
"จากตัวอย่างที่ตรวจในตอนนี้ คุณยังมีผลตรวจซิฟิลิสเป็นลบค่ะ"
หมอซ่งกล่าวหลังจากตรวจสอบรายงาน
"อา! ผมไม่ได้เป็นซิฟิลิส! โอ้โห! วิเศษไปเลย!!!"
ใบหน้าแก่ชราของโจวเหอสุ่ยแสดงความดีใจอย่างสุดขีดราวกับรอดพ้นจากความตายมาได้ เขาตบเข่าตัวเองฉาดแทบจะหลั่งน้ำตาออกมาด้วยความยินดี!
"ถึงแม้ตอนนี้จะยังตรวจไม่พบ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะไม่ติดเชื้อนะคะ เพราะคุณเองก็ยอมรับว่าไปหาผู้หญิงคนเดียวกันมา มันอาจจะอยู่ในระยะฟักตัวจนยังตรวจไม่พบเชื้อ ดังนั้นคุณต้องคอยรับโทรศัพท์ติดตามผลจากโรงพยาบาลของเรา และต้องมาตรวจซ้ำอีกหลายครั้ง ส่วนที่บ้าน คุณต้องแยกใช้ของส่วนตัวและห้ามใช้ร่วมกับผู้อื่นโดยเด็ดขาดนะคะ"
หมอซ่งมองอีกฝ่ายด้วยสายตาตำหนิเล็กน้อย
หลังจากกำชับอย่างเข้มงวดเสร็จ เธอก็เดินตรงไปยังห้องทำงานของแผนกฉุกเฉิน
"เอ๋?!"
หัวใจของโจวเหอสุ่ยพลันบีบรัดขึ้นมาอีกครั้ง
เขาเพิ่งจะนึกว่าตัวเองรอดพ้นจากเคราะห์ร้ายมาได้แล้ว แต่ใครจะไปคิดว่าเขายังเป็นบุคคลกลุ่มเสี่ยงอยู่ดี
"อาจารย์ซ่งคะ เป็นยังไงบ้าง? ผลตรวจออกหรือยัง?"
ในห้องทำงาน พยาบาลแผนกฉุกเฉินคนหนึ่งเอ่ยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็นพร้อมกับเบิกตากว้าง
"ออกแล้วจ้ะ โจวนงเทียนคนนั้นเป็นซิฟิลิสระยะปลายจนลามเข้าสมองแล้วละ เสี่ยวอิง ช่วยประสานงานกับแผนกผู้ป่วยในให้หมอหน่อยนะ แล้วหมอต้องรายงานเรื่องนี้เพื่อประสานงานกับหมอเฉพาะทางให้มาจัดการต่อด้วย"
คนที่ต้องทำงานล่วงเวลาจนดึกดื่น แน่นอนว่าต้องเป็นแผนกฉุกเฉิน
ซ่งหมิ่นเป็นรองผู้อำนวยการแผนกฉุกเฉินและกำลังเข้าเวรอยู่ในวันนี้
ใครจะไปคิดว่าเธอจะได้เจอคนไข้ที่เป็นซิฟิลิสระยะปลาย
ตามกฎระเบียบ คนไข้ที่เป็นโรคติดต่อจะต้องถูกรายงานไปยังศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค
"เป็นซิฟิลิสระยะปลายจริงๆ ด้วย! สุดยอดไปเลยค่ะ!!!"
พยาบาลคนนั้นชื่อหลี่ยิ่งยิ่ง เธอเป็นพยาบาลแผนกฉุกเฉิน เมื่อมองดูรายงานเธอก็อุทานออกมาอย่างไม่เชื่อสายตา
"ที่บอกว่า 'จริงๆ ด้วย' นี่หมายความว่ายังไงจ๊ะเสี่ยวอิง? หรือว่าเธอรู้มาก่อนแล้วว่าเขาเป็นซิฟิลิสระยะปลาย?"
ซ่งหมิ่นขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้ยินหลี่ยิ่งยิ่งที่ปกติจะเป็นคนจริงจัง พูดจาดูตื่นตูมแปลกๆ
"อาจารย์ซ่งคะ ไม่ใช่ว่าหนูรู้มาก่อนหรอกค่ะ แต่หนูได้ดูไลฟ์สดการแข่งขันสัตวแพทย์ในโต่วอินวันนี้ แล้วสัตวแพทย์จางเป็นคนวินิจฉัยโรคนี้ไว้ค่ะ! มันช่างมหัศจรรย์มากเลยจริงๆ!"
ดวงตาของหลี่ยิ่งยิ่งเป็นประกายวิบวับในตอนนี้ สัตวแพทย์คนนี้ช่างน่าทึ่งเหลือเกิน!