- หน้าแรก
- เซิร์ฟเวอร์จอมเซียน เปิดเบต้าเทสต์กู้โลก
- บทที่ 256 - วิถีสวรรค์
บทที่ 256 - วิถีสวรรค์
บทที่ 256 - วิถีสวรรค์
บทที่ 256 - วิถีสวรรค์
"เจ้าโจรน้อยดวงแข็งนักนะ!"
เซียนซือหยางที่เพิ่งวางค่ายกลเสร็จแค่นเสียงเย็นชา พูดพลางฟาดฝ่ามือลงมาใส่จางเซิน
ฝ่ามือนี้ต่างจากฝ่ามือที่ร่างเนื้ออันแข็งทื่อฟาดลงมาก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง แรงกดดันระดับเทพเซียนแทบจะกดทับจนเขาหายใจไม่ออก หลบก็ไม่ได้ ทำได้แค่มองดูฝ่ามือนั้นฟาดอากาศมากระแทกหน้าอกตัวเองอย่างจัง ระยะห่างร้อยกว่าเมตรระหว่างคนทั้งสองถูกยืดออกไปอีกหลายสิบเมตร ร่างของจางเซินลอยละลิ่วไปกระแทกกับขอบเขตแดนของค่ายกล!
พริบตาเดียว จินตานในร่างของจางเซินก็แตกละเอียด เส้นชีพจรลมปราณขาดสะบั้น แม้แต่เศษเสี้ยวจิตสัมผัสของฟางเซี่ยนอวี๋ที่สิงอยู่ในร่างจางเซิน ก็ถูกตบกระเด็นออกจากร่างหุ่นเชิด กว่าจะมุดกลับเข้าไปได้ก็ใช้เวลาพักใหญ่!
ตั้งแต่เริ่มเล่นรอบที่สองมา ฟางเซี่ยนอวี๋ยังไม่เคยปะทะกับตัวตนระดับเทพเซียนมาก่อน จนเกือบลืมไปแล้วว่าภัยคุกคามในระดับเทพเซียนนั้นน่าสะพรึงกลัวเพียงใด
ทนดูหุ่นเชิดจางเซินพังไปต่อหน้าต่อตา หลังจากยอมจ่ายแต้มพลังงานระบบไปหลายแต้มเพื่อซ่อมแซมฟื้นคืนชีพ เขาก็ไม่กล้ายั่วยุเซียนซือหยางอีก ตัดสินใจจัดหนักใส่เต็มสูบ
"นี่ยังไม่ตายอีก!?"
แต่ยังไม่ทันที่จางเซินจะขยับตัว เรื่องที่เขาไม่ตายก็ทำเอาเซียนซือหยางตกตะลึง
ในสายตาของเซียนซือหยาง ผู้ฝึกตนขั้นจินตานตัวจ้อย ไม่ว่าจะมีไม้ตายอะไร เมื่ออยู่ต่อหน้าพลังที่ห่างชั้นกันอย่างสัมบูรณ์ ย่อมไม่มีทางตอบโต้ได้ แต่กลับตีไม่ตายซ้ำแล้วซ้ำเล่า นี่ทำเอาเขาเริ่มสงสัยในตัวเองขึ้นมาบ้างแล้ว
แต่พอตกตะลึงเสร็จ เซียนซือหยางก็นึกถึงเรื่องที่ค่ายกลสังเวยเซียนขึ้นมาได้ ถึงได้พึมพำกับตัวเองอย่างเข้าใจ "จริงสิ คนของสำนักไท่อินพวกเจ้าตายแล้วฟื้นได้ ช่างประหลาดแท้!"
เวลานี้ ค่ายกลเริ่มทำงานแล้ว ผนึกเซียนซือหยางและจางเซินไว้ด้วยกันในค่ายกล
เซียนซือหยางเลิกสนใจจะฆ่าจางเซินให้ตายแล้ว เขาโยนยันต์แผ่นหนึ่งใส่จางเซิน ตรึงจางเซินไว้กับที่ขยับไม่ได้ มันคือยันต์ตรึงกาย!
คิดไม่ถึงว่าเซียนซือหยางผู้นี้จะเชี่ยวชาญในวิถียันต์ด้วย!
ค่ายกลผนึก ยันต์ตรึงกาย ล้วนเป็นแก่นแท้ของวิถีค่ายกลและวิถียันต์ หากไม่ได้ฝึกฝนทั้งสองวิถีจนเชี่ยวชาญ ไม่มีทางใช้มันออกมาได้แน่!
สมกับเป็นผู้มีพรสวรรค์ที่หาตัวจับยากในสิบทวีปสามเกาะ!
น่าเสียดายที่ไม่เดินในทางที่ถูกที่ควร...
จางเซินถอนหายใจ ยอมเจ็บปวดจ่ายแต้มพลังงานระบบไปอีกหลายแต้มเพื่อลบล้างยันต์ตรึงกายบนหน้า แล้วฉวยโอกาสตอนเซียนซือหยางไม่มอง ควักเครื่องยิงจรวด 'ความจริงหมายเลขสอง' ออกมา ยิงใส่เขาไปหนึ่งดอก
ทว่า ในขณะที่จรวดระเบิดใส่ร่างเซียนซือหยาง เสื้อคลุมของเขาก็ส่องแสงสีทองวูบวาบ แรงระเบิดของพลังปราณและดินระเบิดอันมหาศาลไม่ได้ส่งผลอะไรเลย เซียนซือหยางสะบัดแขนเสื้อ ปัดเป่าควันจากการระเบิดออกไป แม้จะดูไม่สะบักสะบอม แต่สีหน้าก็ดูย่ำแย่มาก เห็นได้ชัดว่าคาดไม่ถึงที่ยันต์ตรึงกายยังเอาไม่อยู่
ความรู้สึกนี้เหมือนตอนเล่นมือถือในสวนตอนกลางคืนแล้วมีแมลงตัวเล็กๆ บินมาชนหน้า จับก็ไม่ได้ ตบก็ไม่ตาย แถมยังชอบบินมาชนหน้าอยู่นั่นแหละ สร้างความเสียหายไม่ได้ แต่น่ารำคาญสุดๆ
แม้เซียนซือหยางจะไม่เป็นไร แต่ค่ายกลที่เขาอุตส่าห์วางไว้กลับสั่นสะเทือนไปหลายที ทำให้จางเซินปิ๊งไอเดีย
ไม่รอให้เซียนซือหยางคิดวิธีจัดการตน จางเซินรีบอัดพลังปราณใส่ช่องบรรจุของเครื่องยิงจรวดอีกสองกระบอก แต่คราวนี้เป้าหมายไม่ใช่เซียนซือหยาง แต่เป็นขอบเขตแดนค่ายกลที่เซียนซือหยางสร้างขึ้น!
มองดูเซียนซือหยางที่หน้าแดงด้วยความโกรธ จางเซินฉีกยิ้มกว้าง "ข้าบอกแล้ว ข้าสู้เจ้าไม่ได้ และไม่จำเป็นต้องสู้ให้ชนะ ขอแค่เจ้าจะทำอะไร ข้าก็ขัดขวางไม่ให้ทำสำเร็จ แค่นั้นก็พอแล้ว!"
โกรธก็ส่วนโกรธ เซียนซือหยางจำใจต้องเต้นตามเกมของจางเซิน แขนเสื้อสะบัดส่งกระถางใบเล็กและหยกพกชิ้นหนึ่งออกไปรับมือจรวดสองลูกนั้น
กระถางใบเล็กขาหักสะบั้นทันที ส่วนหยกพกยังอยู่ดี เพียงแต่แสงที่เปล่งออกมาดูหม่นหมองลง
"อ้อจริงสิ ลืมบอกท่านไป" จางเซินเห็นภาพนี้ก็ยิ้มกว้างกว่าเดิม "ไอ้นี่เรียกว่า 'ความจริงหมายเลขสอง' ข้าพกมาเป็นร้อยอันแน่ะ!"
พูดจบ เขาก็ควักจรวดออกมาอีกสองลูก
เซียนซือหยางเบิกตากว้าง "?"
เห็นสีหน้าขยะแขยง เคียดแค้นแต่ทำอะไรไม่ได้ของเซียนซือหยาง จางเซินก็ได้คืบจะเอาศอก "แน่นอน ท่านบำเพ็ญเพียรมานานขนาดนี้ ของวิเศษหรืออาวุธวิญญาณสักร้อยกว่าชิ้นก็น่าจะมีอยู่กระมัง? ต่อให้ไม่มี ก็คงขาดไม่เท่าไหร่ ที่เหลือท่านก็เอาตัวเข้าแลกรับระเบิดไปแล้วกัน ยังไงก็ระเบิดไม่ตายอยู่แล้วนี่เนอะ? ถือซะว่าซ้อมรับทัณฑ์สวรรค์ สัมผัสอัสนีบาตเวอร์ชันเบาๆ ไปพลางๆ!"
เห็นท่าจะรักษาค่ายกลไว้ไม่อยู่ เซียนซือหยางก็เลิกสนใจ ยอมแพ้แผนการเดิม ซึ่งจางเซินก็ไม่รู้หรอกว่าแผนคืออะไร สรุปคือเขาเลิกปกป้องค่ายกล แล้วหันไปรวบรวมพลังปราณ เปิด "ประตู" บานหนึ่ง
เรียกว่าประตู แต่จริงๆ คือหลุมดำมืดขนาดใหญ่ ปากหลุมขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ แผ่ไอสังหารและความชั่วร้ายที่ชวนให้อึดอัดออกมา
ไม่นานนัก เมื่อปากหลุมขยายใหญ่ขึ้น จางเซินก็ดูออกในที่สุดว่าเซียนซือหยางกำลังเปิดช่องว่างมิติจิ่วโยว!
พอรู้เจตนาของเซียนซือหยาง จางเซินก็ตาถลน "โจรเฒ่าซือหยาง! เจ้าบ้าไปแล้วหรือ!?"
เซียนซือหยางกัดฟัน "หึ ข้าจะบ้าเท่าฟางเซี่ยนอวี๋ได้หรือ? อยู่ดีไม่ว่าดี มาเข่นฆ่าศิษย์สำนักข้า ยังคิดจะฆ่าข้า! นางคู่ควรหรือ?"
"พวกเราไม่ได้ฆ่าเจ้า ตบะระดับเจ้า ถ้าไม่ใช่เทพเซียนลงมือ ใครจะฆ่าได้? ที่พวกเราทำ ก็แค่ให้เจ้าได้รับโทษทัณฑ์จากวิถีสวรรค์ ให้เจ้าโดนทัณฑ์สวรรค์ผ่าตายอย่างว่านอนสอนง่ายต่างหาก!"
จางเซินงัดจรวดออกมาอีกหลายลูก ฝืนทนความเจ็บปวดของจินตานที่ร้าวระบม เล็งไปที่เซียนซือหยางที่กำลังเปิดช่องว่างมิติจิ่วโยว ปากก็พร่ำบ่น "ทำชั่วมากเข้าภัยย่อมถึงตัว! ทัณฑ์สายฟ้าของเจ้าทำไมน่ากลัวปานนั้น คนอื่นไม่รู้ ตัวเจ้าเองจะไม่รู้เชียวหรือ?"
"รู้กับผีสิ!"
เซียนซือหยางเหมือนโดนจุดชนวนระเบิด โกรธจัดขึ้นมาทันที "ไอ้พวกนั้นมันเรื่องหลอกเด็ก! อะไรที่ว่าทำชั่วมากแล้วจะดึงดูดความสนใจจากวิถีสวรรค์! โกหกทั้งเพ! เจ้าเพิ่งฝึกตนมานานแค่ไหนเชียว? มีชีวิตมากี่ปีกัน? ข้าเห็นมาเยอะแล้ว! เทพเซียนหน้าไหน นักบุญที่ไหน ล้วนแต่หลอกลวงโลก! แต่งเรื่องมาหลอกพวกเด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมอย่างพวกเจ้า! จินเซียนเพียวเหมี่ยวฆ่าคนไปน้อยนักหรือ? หรือนางปล่อยให้ลูกน้องฆ่าคนไปน้อยนักหรือ? ก็ไม่เห็นจะมีเรื่องอะไร! อะไรที่ว่าทำชั่วมากเข้าภัยย่อมถึงตัว! เรื่องหลอกลวงทั้งนั้น!"
ฟังคำพูดของเซียนซือหยาง จางเซินก็เงียบไป
จริงอย่างที่ว่า สาเหตุที่ใครๆ ก็บอกว่าทำชั่วแล้วจะเจอกับทัณฑ์สวรรค์ที่น่ากลัวกว่าปกติ แต่ก็ยังมีผู้ฝึกตนจำนวนมากเยาะเย้ยคำกล่าวนี้ ก็เพราะความชั่วที่เหล่าเทพเซียนทำไว้นั้น หากนับกันจริงๆ ก็มากมายเหลือคณา แต่กลับไม่เห็นโดนลงทัณฑ์อะไรเลย
อย่างจินเซียนเพียวเหมี่ยวที่โด่งดังที่สุด ตลอดหลายปีมานี้ คนที่นางฆ่า หรือผู้ฝึกตนที่นางสังหาร รวมๆ กันแล้วครึ่งทวีปได้กระมัง แต่ทัณฑ์สวรรค์กลับทำอะไรนางไม่ได้ ดูจะสบายกว่ามหาเทพไท่อีที่คอยควบคุมดูแลสำนักที่บูชาตัวเองเสียอีก!
วิถีสวรรค์ มีจิตสำนึกจริงๆ หรือ?
[จบแล้ว]