- หน้าแรก
- เซิร์ฟเวอร์จอมเซียน เปิดเบต้าเทสต์กู้โลก
- บทที่ 221 - การตัดสินใจของผู้อาวุโสพันสมุนไพร
บทที่ 221 - การตัดสินใจของผู้อาวุโสพันสมุนไพร
บทที่ 221 - การตัดสินใจของผู้อาวุโสพันสมุนไพร
บทที่ 221 - การตัดสินใจของผู้อาวุโสพันสมุนไพร
หลังจากกำชับเหล่าศิษย์ในยอดเขาพันสมุนไพรร้อยโอสถจนครบทุกคนแล้ว เผยฉงหรงก็นั่งนิ่งอยู่ริมหน้าผาอย่างหาได้ยาก นางทอดสายตามองปุยเมฆขาวที่ลอยล่องอยู่ไกลลิบ จิตใจเหม่อลอยไปไกล
"สมกับเป็นศิษย์ป้าที่ท่านอาจารย์ของข้าเคยแอบหลงรัก ท่าทางตอนท่านจะหนีออกจากสำนักนี่ ช่างเหมือนกับตอนที่อาจารย์สอนข้าไม่มีผิดเพี้ยน!"
เสียงถอนหายใจที่คุ้นหู ดังขึ้นจากด้านหลัง เผยฉงหรงเกร็งแผ่นหลังขึ้นมาทันที แต่พอฟังออกว่าเป็นเสียงใคร นางก็ผ่อนคลายลง ไม่หันกลับไปมอง เพียงแต่เอ่ยตำหนิด้วยน้ำเสียงหยอกเย้าว่า "อยากโดนดีหรือไง เจ้ามีชื่อติดประกาศจับของสำนักหราขนาดนั้น ยังกล้ากลับมาเวลานี้อีกรึ?"
เจ้าของเสียงนั้นเป็นคนขี้เล่น ยิ้มทะเล้นไม่รู้ร้อนรู้หนาว พังคำพูดของเผยฉงหรงแล้วก็ยังไม่ทำตัวจริงจัง เอ่ยแซวกลับไปว่า "ก็ข้ากลัวศิษย์ป้าจะดันทุรังเดินไปในทางที่มืดมิดน่ะสิ เลยตั้งใจกลับมาส่งข่าว! แต่ดูเหมือนว่า คงไม่ต้องแล้วมั้ง?"
"ไม่กลัวพวกเขาจับเจ้าได้รึไง!" เผยฉงหรงพูดพลางหมุนตัวกลับมา กวาดสายตามองผู้มาเยือนตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วพยักหน้าชมเชย "ไม่เลวนี่ พลังฝีมือรุดหน้าไปมาก! เขตอาคมที่ข้ากางเอาไว้ ต่อให้เป็นตาเฒ่าซืออินมาเองยังต้องออกแรงหน่อย แต่เจ้ากลับเล็ดลอดเข้ามาได้เงียบเชียบ ใช้ได้เลยนี่นา!"
"แค่ก แค่ก ศิษย์ป้า คือว่าข้าเข้ามาอยู่นานแล้ว..."
คนที่กำลังคุยอยู่กับเผยฉงหรง ก็คือเจียวเสวี่ยหลิง หรือที่ถูกทางสำนักตั้งข้อหาว่า "เกรงกลัวความผิดจนหลบหนี" นั่นเอง
เวลานี้เจียวเสวี่ยหลิงกำลังทำท่าร้อนตัว สายตาลอกแลกมองไปทางอื่น ไม่กล้าสบตาเผยฉงหรงตรงๆ
เผยฉงหรงขมวดคิ้ว คิดอย่างไรก็ไม่เข้าใจ "ไม่ถูกต้องสิ! ถ้าเจ้าอยู่ข้างในมาก่อน ตอนข้ากางเขตอาคมข้าก็ต้องสัมผัสได้สิ! เจ้าหลบเลี่ยงการตรวจสอบของข้าได้ยังไง?"
สีหน้าของเจียวเสวี่ยหลิงยิ่งดูลุกลี้ลุกลน "ข้า... แค่ก ข้าก็แค่หาที่ซ่อนที่มันมิดชิดหน่อยแล้วแอบงีบ..."
"ยอดเขาพันสมุนไพรร้อยโอสถยังมีที่ซ่อนมิดชิดขนาดข้าหาไม่เจอด้วยรึ? เป็นไปได้ยังไง? ขนาดห้องนอนที่พวกลูกศิษย์ลงอาคมไว้ข้ายัง... หือ? เดี๋ยวสิ เจ้าอย่าบอกนะว่า..."
เผยฉงหรงพูดไปพูดมา ใบหน้าก็เริ่มดำทะมึน
ริมฝีปากแดงระเรื่อของนางขยับเล็กน้อย คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันพลางตวาดว่า "เจ้าเด็กบ้า อย่าบอกนะว่าไปแอบในห้องนอนข้า!?"
"แค่ก แค่ก แค่ก..." เจียวเสวี่ยหลิงรีบเปลี่ยนเรื่องทันที "ศิษย์ป้า ข้าอุตส่าห์เสี่ยงอันตรายมาหาท่าน ก็เพื่อจะบอกว่า ถ้าจะย้ายฝั่งก็ต้องรีบหน่อย ท่านจะไปสำนักไท่อินพร้อมข้าเลยไหม ไปดูลาดเลาหน่อย?"
เผยฉงหรงเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถามเสียงเบา "เจ้ามั่นใจขนาดนั้นเลยรึ... ว่าสำนักไท่อีจื่อเวยไม่ใช่คู่ต่อสู้ของสำนักไท่อิน?"
"ข้าส่งข่าวบอกท่านไปก่อนหน้านี้แล้วไม่ใช่เหรอ? สำนักไท่อินมีอาวุธวิเศษหน้าตาประหลาดเยอะแยะ อานุภาพทำลายล้างน่ากลัวมาก!"
"ข้าจำได้ เจ้าบอกว่าอาวุธพวกนั้นรุนแรงพอๆ กับการโจมตีของผู้ฝึกตนขั้นแปลงเทพ แล้วยังมีเป็นร้อยเป็นพันชิ้น แถมยังสร้างเพิ่มได้ตลอดเวลา... แต่ข้าก็ยังไม่อยากจะเชื่ออยู่ดี เจ้ากระดิ่งน้อย สำนักไท่อินนี่โผล่มาจากไหนก็ไม่รู้ ชื่อเสียงเรียงนามของฟางเซี่ยนอวี๋ ข้าเองก็ไม่เคยได้ยินมาก่อน!"
"แต่ท่านจวินโฉวยังเข้าข้างสำนักไท่อินเลยนะ!"
"นั่นมันแค่จิตวิญญาณศาสตรา! ไม่ใช่ท่านโตวเสวียนตัวจริงเสียหน่อย"
"ถึงอย่างนั้นก็เป็นจิตวิญญาณศาสตราที่มีอายุตั้งหมื่นกว่าปีนะ!"
เจียวเสวี่ยหลิงค่อยๆ เอื้อมมือไปกุมมือทั้งสองข้างของเผยฉงหรงไว้ แล้วเสริมว่า "แถมเขายังเป็นจิตวิญญาณของกระจกวิเศษโตวเสวียนเชียวนะ กระจกโตวเสวียนหยั่งรู้สรรพสิ่งในฟ้าดิน ถ้าสำนักไท่อินไม่ดีจริง เขาจะไปปักหลักอยู่ที่นั่นทำไมล่ะ?"
คำพูดนี้มีน้ำหนักมาก เผยฉงหรงฟังแล้วก็นิ่งเงียบไป แต่ถึงอย่างไรเรื่องนี้ก็เดิมพันด้วยอนาคตและชีวิตของลูกศิษย์ทุกคน นางจึงยังลังเลอยู่บ้าง
ทั้งสองเงียบกันไปพักใหญ่ เผยฉงหรงจึงพยักหน้าเบาๆ แล้วกล่าวว่า "เอาอย่างนี้ดีไหม ข้าจะให้ลูกศิษย์ไปหลบที่ตระกูลเผยในทวีปเบญจโอสถก่อน ส่วนตัวข้าจะตามเจ้าไปดูที่สำนักไท่อิน รอให้สถานการณ์ชัดเจนกว่านี้ ค่อยว่ากันอีกที"
"แต่ว่า..."
เผยฉงหรงหลับตาลงช้าๆ กล่าวว่า "เจ้ากระดิ่งน้อย เจ้าอย่าบีบคั้นข้าเลย ข้าเสียลูกศิษย์ไปแล้วถึงสองคน เสียอาจารย์ของเจ้าไปอีกคน ข้าไม่อาจสูญเสียใครไปได้อีกแล้ว!"
"ก็ได้..." เจียวเสวี่ยหลิงบีบมือเผยฉงหรงแน่น พลางกำชับว่า "งั้นข้าจะไปรอท่านที่ชายหาดทางทิศตะวันออกของยอดเขาผิงหลินนะ!"
เผยฉงหรงตอบรับ "ตกลง ข้าจะไปให้ถึงก่อนยามจื่อ!"
"ท่านอาจารย์——"
เจียวเสวี่ยหลิงยังคุยกับเผยฉงหรงไม่ทันขาดคำ ก็ได้ยินเสียงของชวนซยงดังมาแต่ไกล นางรีบพยักหน้าให้เจียวเสวี่ยหลิง จากนั้นก็กลายเป็นแสงสีเขียว พริบตาเดียวก็หายวับไป
"ท่านอาจารย์ ข้าแจ้งศิษย์น้องทุกคนครบแล้ว ศิษย์พี่ใหญ่ก็ส่งข่าวไปแล้ว แต่นางบอกว่าจะรีบกลับมาทันที... ข้า ข้าห้ามนางไม่อยู่จริงๆ นิสัยนางท่านก็รู้ ข้าห้ามไม่ได้จริงๆ!"
ชวนซยงทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ อธิบายอย่างน้อยเนื้อต่ำใจ
"ข้ารู้แล้ว" สีหน้าของเผยฉงหรงสงบนิ่งอย่างประหลาด กล่าวว่า "ทำทุกอย่างตามปกติ ให้พวกศิษย์ที่นั่งเรือเหาะออกไปแสดงละครตบตา ส่วนพวกเจ้าที่เหลือให้เก็บข้าวของเงียบๆ รอฟ้ามืดสนิทเมื่อไหร่ พวกเราค่อยออกเดินทาง!"
"ขอรับ" ชวนซยงรับคำ แล้วถามต่อว่า "ท่านอาจารย์ พวกเราจะไปทวีปเบญจโอสถกันหมดเลยหรือ?"
ทวีปเบญจโอสถเป็นหนึ่งในสิบทวีปสามเกาะ ถือเป็นทวีปที่มีขนาดเล็กที่สุดในบรรดาสิบทวีป ใหญ่กว่าเกาะเผิงไหลแค่นิดหน่อย ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของทวีปกลาง หากเทียบกับทวีปกลางที่มีสำนักเป็นร้อยเป็นพัน ทวีปเบญจโอสถมีสำนักตั้งอยู่เพียงสิบกว่าแห่งเท่านั้น
บนผืนแผ่นดินนี้นอกจากภูเขาหิมะวิเศษที่ตั้งอยู่ตรงกลางแล้ว พื้นที่อื่นๆ ล้วนมีฤดูใบไม้ผลิตลอดกาล แค่หว่านถั่วลงไปกำมือเดียวก็งอกงามกลายเป็นป่าได้ ในป่ายังมีสมุนไพรวิเศษ ไม้วิญญาณหายาก และดอกไม้นานาพันธุ์นับไม่ถ้วน นับว่าเป็นทวีปที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดในบรรดาสิบทวีปสามเกาะเลยทีเดียว
ทว่า สรรพสิ่งในโลกล้วนมีดีมีเสีย มีโชคมีเคราะห์คู่กันไป
แม้ทวีปเบญจโอสถจะอุดมสมบูรณ์ แต่ก็มีงูเงี้ยวเขี้ยวขอ สัตว์มีพิษมากมาย ไอพิษและหมอกพิษปกคลุมไปทั่ว ดังนั้นสำนักและขุมกำลังที่ตั้งอยู่บนทวีปนี้จึงมักเป็นพวกผู้ฝึกโอสถ หรือผู้ปรุงยาเป็นหลัก และตระกูลเผยของเผยฉงหรง ก็เป็นหนึ่งในนั้น
ชื่อเสียงของตระกูลเผย แม้จะเทียบไม่ได้กับสำนักไท่อี แต่ถ้าเทียบกับสำนักไท่อีจื่อเวย ก็ไม่ได้ห่างชั้นกันจนน่าเกลียด สาเหตุหลักก็เพราะตระกูลเผยมีวิชาลับ สามารถปรุงยาวิเศษที่กระตุ้นให้ผู้ที่มีชีพจรพิการแต่กำเนิด งอกรากวิญญาณขึ้นมาได้!
ทว่า ยาวิเศษนี้ผลิตได้จำกัด ดังนั้นทุกครั้งที่ปรุงสำเร็จ สมาคมการค้าและพันธมิตรการค้าต่างๆ จะทุ่มเงินแย่งซื้อกันอย่างบ้าคลั่ง ของผูกขาดแบบนี้ แทบจะเป็นของสามัญประจำบ้านที่พวกตระกูลเซียนและปีศาจเฒ่าในสำนักใหญ่ๆ ต้องมีติดไว้! ไม่ต้องพูดเรื่องอื่น แค่พวกผู้ฝึกตนที่บำเพ็ญเพียรมาหลายร้อยหลายพันปี ใครจะกล้ารับประกันว่าลูกหลานเหลนโหลนของตัวเองจะไม่มีใครเกิดมาชีพจรพิการบ้าง?
ดังนั้น ด้วยวิชานี้ ตระกูลเผยจึงสามารถยืนหยัดอยู่ในวงการได้อย่างสง่าผ่าเผย ทำให้แม้แต่เผยฉงหรงและคณะจะ "แปรพักตร์" ออกจากสำนัก แต่ถ้าหนีไปอยู่กับตระกูลเผยที่ทวีปเบญจโอสถได้ สำนักไท่อีจื่อเวยก็ไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่าม
นี่จึงเป็นที่มาของคำถามชวนซยงเมื่อครู่
เผยฉงหรงยิ้มบางๆ แล้วกล่าวว่า "พวกเจ้าไปกันให้หมด เจ้าพาศิษย์น้องเดินทางไปที่นั่น อาจารย์ยังมีธุระอื่นต้องทำ พวกเจ้ารอฟังข่าวจากข้าก็พอ"
"งั้น งั้นก็ได้ขอรับ..."
ชวนซยงจำใจพยักหน้า แต่ใบหน้ายังคงฉายแววความกังวลไม่จางหาย
[จบแล้ว]