- หน้าแรก
- เซิร์ฟเวอร์จอมเซียน เปิดเบต้าเทสต์กู้โลก
- บทที่ 181 - ลุยเลยลูกศิษย์!
บทที่ 181 - ลุยเลยลูกศิษย์!
บทที่ 181 - ลุยเลยลูกศิษย์!
บทที่ 181 - ลุยเลยลูกศิษย์!
"นี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่พวกนายใช้เจ้าสิ่งนี้เรียกฉัน!"
เสียงของซานหูแว่วมาเข้าหูของไป๋เฉินเสวี่ยและเซินอวิ๋นแต่ไกล มันเป็นเสียงก้องกังวานที่เหมือนสะท้อนมาจากทั่วทุกทิศทางซึ่งเป็นวิธีการสื่อสารเฉพาะตัวของเผ่าเงือก
ไป๋เฉินเสวี่ยกระโดดหยองแหยงพยายามทำตัวให้เด่นสะดุดตา เธอโบกไม้โบกมือไปทางเกลียวคลื่นลูกใหญ่ยักษ์นั่นอย่างสุดแรงเกิดแล้วตะโกนทักทายกลับไป "ซานหู! ไม่เจอกันตั้งหลายวัน! สบายดีไหม!?"
"ตูม—"
สิ้นเสียงระเบิดน้ำร่างของซานหูก็พุ่งทะยานออกมาจากเกลียวคลื่น เขามาในชุดเกราะโลหะสีเงินเทาทรงแปลกตา หางปลาแปรเปลี่ยนเป็นท่อนขาคู่หนึ่ง... รอบนี้เป็นขาปกติที่ห่อหุ้มด้วยเกราะโลหะ จากนั้นเขาก็เหาะตรงดิ่งมาหาไป๋เฉินเสวี่ยและเซินอวิ๋น
"ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ!"
ซานหูพูดพลางร่อนลงตรงหน้าทั้งสองคน แล้วก็ไม่รู้ว่าไปล้วงเอาชมพู่สองลูกออกมาจากไหน ยัดใส่มือไป๋เฉินเสวี่ยและเซินอวิ๋นคนละลูก
ไป๋เฉินเสวี่ยรับชมพู่มาด้วยความดีใจแล้วกัดกร้วมเข้าให้ "ว้าว! ขอบใจนะซานหู!"
"ขอบคุณครับ"
เซินอวิ๋นกล่าวขอบคุณ แม้จะรู้สึกเกรงใจอยู่บ้างแต่พอเห็นไป๋เฉินเสวี่ยยืนกินหน้าตาเฉยเขาก็เลยกัดกินตามบ้าง
ไป๋เฉินเสวี่ยเคี้ยวชมพู่ตุ้ยๆ พลางถามด้วยความสงสัย "ว่าแต่ซานหู ทำไมนายแต่งตัวแบบนี้ล่ะ?"
ซานหูทำท่าเหมือนรอให้คนถามอยู่แล้ว ใบหน้าเปื้อนยิ้มอย่างที่เห็นได้ยาก เขาพูดอวดด้วยความภูมิใจ "นี่เป็นชุดที่สหายพรตหมูป่าฯ มอบให้ฉันเมื่อวานนี้ เขาบอกว่าเป็นหนึ่งในชุดประจำชาติที่มีชื่อเสียงมากของโลกสีครามเชียวนะ ถึงจะหนักไปหน่อยแถมเคลื่อนไหวในน้ำไม่ค่อยสะดวกแต่ก็สวยเท่ระเบิดไปเลยใช่ไหมล่ะ! ยังมีหมวกกันน็อกกับหน้ากากอีกนะแต่สหายพรตหมูป่าฯ บอกว่ายังทำไม่เสร็จ ไว้เสร็จแล้วค่อยเอามาให้ฉัน! เป็นไงบ้าง! เท่ไหม?"
ไป๋เฉินเสวี่ยจ้องมองเกราะโลหะสีเงินเทาทรงประหลาดบนตัวซานหูแล้วก็ได้แต่ชมแบบฝืนใจไปหนึ่งประโยค "อะฮะฮะ ก็เท่ดีนะ!"
ทว่าเซินอวิ๋นกลับดูสนใจเป็นพิเศษ เขามองเกราะไหล่โลหะที่ชี้โด่งขึ้นมาของซานหูด้วยสายตาอิจฉาแล้วลองเอื้อมมือไปลูบคลำ โลหะเย็นเยียบที่มีหยดน้ำเกาะพราวให้สัมผัสที่แปลกใหม่ไม่เบา
"โคตรเท่!"
ซานหูเห็นแววตาชื่นชมของเซินอวิ๋นก็ยิ่งดีใจ เขาตื่นเต้นอย่างที่ไม่ค่อยเป็นบ่อยนักแล้วพูดว่า "ใช่ไหมล่ะ! สหายพรตหมูป่าฯ ยังบอกฉันอีกนะว่าชุดนี้มีชื่อเรียกว่า 'คาเมนไรเดอร์' ถึงชื่อจะจำยากไปหน่อยแต่ฟังดูมีพลังอำนาจมากเลยนะ! นี่เป็นชุดที่ทำจากโลหะล้วนผสมหนังเชียวนะ! มีแค่ตัวเดียวในเผ่าเงือกเลยด้วย!"
เซินอวิ๋นได้ยินชื่อนี้มุมปากก็อดกระตุกไม่ได้ "คา... คาเมนไรเดอร์งั้นเหรอ? อืม... ฟังดูทรงพลังจริงๆ นั่นแหละ..."
ไป๋เฉินเสวี่ยส่งข้อความส่วนตัวไปถาม "หมายความว่าไงอะ?"
เซินอวิ๋นตอบกลับทันควัน "ไม่มีไร!"
"อะไรของเขานะ! ทำลับๆ ล่อๆ!"
ซานหูไม่ทันสังเกตท่าทีของทั้งสองคน ดวงตาของเขาฉายแววยิ้มแย้มแล้วถามว่า "พวกนายมาหาฉันมีธุระอะไรหรือเปล่า?"
"คืออย่างนี้นะ"
พอได้ยินคำถามของซานหู ไป๋เฉินเสวี่ยก็โยนเรื่อง 'คาเมนไรเดอร์' ทิ้งไปทันที เธอกัดชมพู่ดังกร้วมๆ พลางเล่าว่า "พวกเราเจอปัญหาเข้าน่ะสิ! คือมีสถานที่แห่งหนึ่งที่เต็มไปด้วยผีตัวเล็กๆ ที่มองไม่เห็นเต็มไปหมด พวกเราเลยเดาว่าเบื้องหลังเรื่องนี้อาจจะมีสาเหตุอะไรบางอย่าง ก็เลยอยากมาถามนายว่าเผ่าเงือกสามารถสื่อสารกับผีได้ไหม?"
ซานหูทำหน้างงเล็กน้อย "ได้น่ะมันก็ได้อยู่หรอก แต่ทำไมต้องไปคุยกับผีด้วยล่ะ?"
"ก็เพื่อสืบหาสาเหตุน่ะสิ!"
ไป๋เฉินเสวี่ยพูดจบก็เล่าเรื่องภารกิจบ่อน้ำให้ซานหูฟังอย่างละเอียด
ซานหูเป็นคนคุยง่าย เขาพยักหน้าตอบรับ "ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง งั้นฉันจะไปช่วยดูให้พวกนายเอง!"
ทั้งสามคนทยอยกันผ่านค่ายกลเคลื่อนย้ายมาถึงแถวเมืองฉางอัน จากนั้นไป๋เฉินเสวี่ยกับเซินอวิ๋นก็นำทางพาซานหูบินไปยังตาทรายเทา
สิบกว่านาทีต่อมา พวกเจินจวินจื่อที่ได้รับแจ้งให้มารวมพลที่ตาทรายเทาก็มาถึงประจำที่กันหมดแล้ว ทุกคนต่างมองซานหูด้วยความคาดหวัง
"ที่นี่..."
สีหน้าของซานหูค่อยๆ เคร่งขรึมลงจนถึงขั้นเจือแววโกรธเคือง เขาพูดขึ้นว่า "ที่นี่มีวิญญาณแค้นอยู่เยอะมากจริงๆ แถมส่วนใหญ่ยังเป็นผีเด็กด้วย!"
"ผีเด็ก?"
"ก็คือผีที่เกิดจากเด็กตายโหงนั่นแหละ น่าแปลกมาก วิญญาณพวกนี้อ่อนแอมาก ดูแล้วไม่น่าจะมีแรงยึดติดอะไรเลย ทำไมถึงยังคงสภาพอยู่ที่นี่ได้นะ?"
ซานหูอธิบายไปพึมพำกับตัวเองไป "แถมมีตั้งหลายตนที่ดูเหมือนใกล้จะสลายไปแล้วด้วย ตามหลักแล้ววิญญาณพวกนี้น่าจะอยู่ได้เต็มที่แค่สามถึงห้าวันเท่านั้นเอง!"
เจี่ยเซี่ยวเหรินเกาหัวแกรกๆ "นี่มันแปลกพิลึก! คงไม่ใช่ว่ามีคนพาคนมาฆ่าทิ้งที่นี่เป็นระยะๆ หรอกนะ? ปีศาจที่เคยอยู่ที่นี่ก็โดนจับไปตั้งแต่เมื่อเดือนก่อนแล้วนี่นา!"
"เดี๋ยวฉันจะลองสอบถามดู!"
ซานหูพูดจบร่างกายก็ค่อยๆ โปร่งแสงขึ้น แล้วค่อยๆ ลอยเข้าไปในตาทรายเทา ภาพที่เห็นดูน่าขนลุกพิลึก
เห็นเพียงร่างกึ่งโปร่งแสงของซานหูพุ่งไปพุ่งมาอยู่ไม่ไกล จากนั้นลมพายุรอบตาทรายเทาก็พัดกรรโชกแรงขึ้น หอบเอาทรายและกรวดสีขาวขุ่นลอยฟุ้งขึ้นมา แต่ซานหูกลับดูไม่ได้รับผลกระทบอะไรเลย เขาบินโฉบไปมาท่ามกลางพายุทรายอย่างรวดเร็วราวกับกำลังไล่จับอะไรบางอย่าง
ครู่ต่อมา ซานหูก็บินกลับมาราวกับลูกบอลแสงสีเงินเทา
"เป็นไงบ้างเป็นไงบ้าง?"
"ได้เรื่องไหม!?"
"คุยรู้เรื่องป่าว?"
"พวกมันพูดว่าอะไรบ้าง?"
ทุกคนแย่งกันถามเซ็งแซ่
ซานหูทำหน้าลำบากใจ "ต้องขอโทษด้วยจริงๆ ผีพวกนี้... แทบจะเรียกได้ว่าเป็นผีไม่ได้แล้ว ล้วนแต่เป็นวิญญาณแค้นที่อ่อนแอสุดขีด เจ็ดวิญญาณแทบจะแตกสลาย สองขวัญก็เหลือเพียงหนึ่ง ขวัญส่วน 'ปัญญา' หายไปนานแล้ว ไม่สามารถสื่อสารได้เลย มีแค่ผีเด็กไม่กี่ตนที่พอจะฟังภาษาคนรู้เรื่อง แต่พวกมันก็ไม่ยอมคุยกับฉันดีๆ เอาแต่วิ่งหนีไปทั่ว ไม่ก็จงใจส่งเสียงประหลาดมาหลอกให้ตกใจเล่น"
เจี่ยเซี่ยวเหรินกางมือออกทำท่าหมดอาลัยตายอยาก "งานเข้าแล้ว ภารกิจติดบั๊ก!"
จงโจวจิ่นหลี่ครุ่นคิด "ถ้าอย่างนั้นเสียงหัวเราะคิกคักที่เราได้ยินตอนนั้น ก็น่าจะเป็นเสียงของ 'ผีเด็ก' พวกนี้สินะ?"
ไป๋เฉินเสวี่ยถามบ้าง "ผีเด็กพวกนั้นวิ่งเร็วมากเลยเหรอ? จับตัวไม่ได้เลย?"
ซานหูตอบว่า "วิ่งไม่ถือว่าเร็วหรอก แต่พวกมันมุดเข้าไปในร่องหินได้ ฉันเลยทำอะไรไม่ได้! แต่สิ่งที่ฉันคาใจยิ่งกว่าคือทำไมวิญญาณแค้นที่อ่อนแอขนาดนี้ถึงยังคงสภาพอยู่ที่นี่ได้กันนะ?"
"ช่างเถอะ อย่าเพิ่งคิดมากเลย" เจี่ยเซี่ยวเหรินโพล่งขึ้นมา "ในเมื่อเป็นแค่กลุ่มผีเด็กที่ทำอันตรายพวกเราไม่ได้ งั้นพวกเราก็บุกเข้าไปสำรวจจุดที่จินไฉ่บอกเลยดีกว่า ไม่แน่ว่าพอถึงเวลาอาจจะมีทางไปเองก็ได้! เผื่อจะเจอเบาะแสอะไรบ้าง?"
เจินจวินจื่อกล่าว "โอ้โห! เหล่าเจี่ย นานทีปีหนนายจะเสนอความเห็นที่เข้าท่ากับเขาบ้างนะเนี่ย!"
เจี่ยเซี่ยวเหรินถ่มน้ำลาย "พูดมากน่า สรุปว่าพวกนายเห็นด้วยไหมล่ะ!"
เจินจวินจื่อก็เห็นด้วยกับความคิดนี้ แต่เขายังคงถามย้ำเพื่อความแน่ใจ "เอาตามนี้แหละ! แต่พี่ซานหู ผีพวกนั้นไม่มีอันตรายจริงๆ ใช่ไหม?"
ซานหูตอบกลับ "ไม่มีอันตรายหรอก สภาพแบบนั้นแค่เจอคนธรรมดาที่พลังหยางแข็งแกร่งหน่อยก็คงไม่กล้าเข้าใกล้แล้ว!"
"งั้นก็จัดไป! ลูกศิษย์! เวลาแห่งการฝึกฝนมาถึงแล้ว!"
เจินจวินจื่อผลักเปียนหยวนจื้อเข้าไปในลานทรายด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแล้วตะโกนลั่น "ลุยเลย! ลูกศิษย์!"
[จบแล้ว]