เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 71 - ข้าก็ไม่ได้อยากโดนซื้อตัวหรอกนะ

บทที่ 71 - ข้าก็ไม่ได้อยากโดนซื้อตัวหรอกนะ

บทที่ 71 - ข้าก็ไม่ได้อยากโดนซื้อตัวหรอกนะ


บทที่ 71 - ข้าก็ไม่ได้อยากโดนซื้อตัวหรอกนะ

เมื่อเทียบกับต้นอ้อยที่ไม่มีมือไม่มีเท้า อ้นขนทองกลับทำตัวตามสบายด้วยการยืนสองขาเดินเข้ามาหาหวังเอ้อร์โก่ว แล้วถามด้วยความสนใจ "ชานม? เป็นของขึ้นชื่อจากอีกโลกหนึ่งของพวกเจ้ารึ"

"อีกโลกหนึ่ง!?"

หวังเอ้อร์โก่วตาถลน หันขวับไปส่งสายตาถามไป๋เฉินเสวี่ยกับเจี่ยเซี่ยวเหรินทันที นัยน์ตาเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ

นี่เอ็งขายความลับสวรรค์บ้านเกิดเราไปแล้วเรอะ!

ขายแล้วไม่ว่า แต่ไอ้คนขายชาติสองคนนี้ยังทำหน้าซื่อบื้อใส่อีก!

หวังเอ้อร์โก่วผู้มีความคิดในหัวตีกันยุ่งเหยิงมองดวงตาใสซื่อบริสุทธิ์จนเกือบจะโง่เขลาของไป๋เฉินเสวี่ยกับเจี่ยเซี่ยวเหรินแล้วรู้สึกชาไปทั้งตัว

เซียนไผ่สั่นใบอ้อยไปมา เล่าที่มาที่ไปให้ฟัง "เด็กนั่นบอกว่า พวกเจ้ามาจากอีกโลกหนึ่ง แถมยังบอกด้วยว่าพวกเจ้าฟื้นคืนชีพได้ บอกว่าพวกเราเป็น 'เอไอ' อะไรสักอย่าง น่าสนใจดีนี่ ข้าอยู่มาเป็นพันปี เพิ่งเคยเห็นมนุษย์ที่ใช้ร่างหุ่นเชิดเดินไปเดินมาในแดนกุยซวีนี่แหละ แปลกดีแท้!"

พอได้ยินคำพูดของต้นอ้อย หวังเอ้อร์โก่วก็โล่งอก แต่ในใจลึกๆ กลับรู้สึกผิดหวังแปลกๆ เหมือนกะไว้แล้วเชียว

ลองคิดดูสิ ถ้าเขาใช้ชีวิตเป็นมนุษย์เงินเดือนอยู่บนโลกดีๆ จู่ๆ มีคนโผล่มาบอกว่าเขาเป็น AI ในโลกเสมือนจริง การกระทำทุกอย่างถูกออกแบบไว้หมดแล้ว เขาคงแนะนำให้คนคนนั้นไปเช็คสมองที่โรงพยาบาลบ้า แล้วโหลดแอปกันมิจฉาชีพมาติดเครื่องไว้ จากนั้นก็พิมพ์คำว่า "ซวยชะมัด" ลงในกลุ่มแชทนิยาย ก่อนจะสั่งหมูกระทะมากินแก้เครียด

"ฮ่าฮ่า ใช่ครับ พวกเรามาจากอีกโลกหนึ่งจริงๆ ส่วนทำไมถึงใช้หุ่นเชิด...ก็เพราะโลกเราไม่มีพลังปราณ ฝึกเซียนไม่ได้ ก็เลยต้องใช้หุ่นเชิดมาเปิดประสบการณ์แทนน่ะครับ ฮ่าฮ่า!"

หลังจากตอบเลี่ยงๆ หวังเอ้อร์โก่วก็กลับมาทำหน้าที่เซลส์แมนขายเครื่องดื่มต่ออย่างกระตือรือร้น

"มาครับมา ผู้อาวุโสทั้งสอง นี่คือชาน้ำผึ้งมะนาว ทำจากน้ำผึ้งกับมะนาว รสชาติเปรี้ยวหวานหอมสดชื่น..."

อ้นขนทองคว้าแก้วไม้ใส่น้ำผึ้งมะนาวไปจิบก่อนใครเพื่อน มันเดาะลิ้นชิมรสสองสามที จากนั้นก็กระดกหมดแก้วในรวดเดียว แถมยังเรอเสียงดังอีกต่างหาก

มันเอ่ยชม "รสชาติดีจริงๆ ด้วย!"

จากนั้นไม่รอให้หวังเอ้อร์โก่วแนะนำต่อ มันก็คว้าแก้วอีกใบที่ใส่น้ำสีต่างกันมากระดกต่อทันที

เซียนไผ่เห็นเข้าก็เปรี้ยวปากอยากกินบ้าง แต่มันไม่มีปากไม่มีมือเท้า สุดท้ายปิ๊งไอเดีย รีบแทงรากฝอยเล็กๆ ออกจากดิน จิ้มลงไปในแก้วไม้ที่วางเรียงรายอยู่เพื่อดูดน้ำ

"อืม...อันนี้หวานไปหน่อย แต่อันแตงโมใช้ได้เลย! รสลูกท้อก็ไม่เลว ไอ้สองอันที่เหลือหวานเจี๊ยบ! ซี๊ด...อ้าว หมดแล้วเหรอ!?"

เซียนไผ่ที่ "ดื่ม" เครื่องดื่มหมดไปหลายแก้วในพริบตากำลังวิจารณ์รสชาติอย่างเมามัน เผลอแป๊บเดียวแก้วไม้ใบเล็กๆ ก็ว่างเปล่าเสียแล้ว

หวังเอ้อร์โก่วถูมือไปมา แกล้งพูดว่า "ต้องขออภัยจริงๆ ครับ ผมรีบมา ของก็เลยมีแค่นี้ ชานมพวกนี้แม้ราคาจะไม่สูงแต่กรรมวิธีทำก็ยุ่งยากพอสมควร ตอนผมออกมาก็เหลืออยู่แค่นี้แหละครับ แต่ถ้าผู้อาวุโสทั้งสองชอบ ทำไมไม่ลองย้ายไปอยู่ที่สมาคมของพวกเราล่ะครับ พวกเราจะทำเมนูใหม่ๆ ให้ดื่มทุกวัน! นอกจากพวกนี้แล้ว ที่นั่นยังมีชานมสูตรฮิตอีกเป็นสิบๆ สูตร ดื่มไม่ซ้ำกันได้เป็นเดือนๆ เลยนะครับ!"

เซียนไผ่แค่นเสียงฮึ "เหอะ ข้าฟังออกนะ เจ้าคิดจะล่อลวงพวกเราไปล่ะสิ ทำไม มีใครบอกเจ้ารึไงว่าเนื้ออ้นราคาแพง หรือไผ่พันปีที่กลายเป็นปีศาจจะเป็นยาบำรุงชั้นดี?"

อ้นขนทองแก้ "แกเป็นอ้อย"

"ไม่ใช่ครับ ผู้อาวุโสทั้งสอง ผมไม่ได้มีเจตนาแบบนั้นเลยจริงๆ!" หวังเอ้อร์โก่วรีบชี้ฟ้าสาบาน "สำนักไท่อินของพวกเราเป็นสำนักในสังกัดสำนักกวงเฉิงถูกต้องตามกฎหมาย อีกอย่างผู้ฝึกตนใครๆ ก็รู้ว่าการสังหารสิ่งมีชีวิตที่เปิดสติปัญญาแล้วจะสร้างกรรมชั่ว นอกจากจะเจอทัณฑ์สวรรค์ตอนเลื่อนขั้นแล้ว ยังบรรลุธรรมได้ยากอีก พวกเราไม่มีทางทำเรื่องได้ไม่คุ้มเสียแบบนั้นหรอกครับ!"

สิ่งที่หวังเอ้อร์โก่วพูดมา อย่าว่าแต่ไป๋เฉินเสวี่ยไม่รู้เรื่องเลย แม้แต่เจี่ยเซี่ยวเหรินก็เพิ่งเคยได้ยิน พวกเขารู้แค่ว่าถ้าขโมยของจะโดนจับขังห้องมืด ถ้าทำผิดกฎหมายจะโดนแบนไอดี เรื่องฆ่าคน (หรือปีศาจ) ชิงทรัพย์นี่ไม่เคยคิดจะทำอยู่แล้ว แต่คำอธิบายในเชิงระบบเกมแบบนี้เพิ่งเคยได้ยินเป็นครั้งแรก

คิดดูแล้วก็สมเหตุสมผล ถ้าฆ่าคนชิงทรัพย์ได้โดยไม่มีบทลงโทษ ปีศาจที่บำเพ็ญเพียรจนเก่งกล้าพวกนี้ก็คงกลายเป็น "สมุนไพรเดินได้" ในสายตาผู้ฝึกตน สำนักใหญ่ๆ คงจัดทัวร์ล่าปีศาจมากินมาใช้ทำยาเป็นว่าเล่น ถ้าเป็นงั้นเกม 'สิบคาบสมุทร' คงต้องเปลี่ยนชื่อเป็น 'แดกสิบคาบสมุทร' แทนแล้วมั้ง!

ขณะที่ทั้งสองคนกำลังทึ่งในความรู้แน่นปึกของสตรีมเมอร์เกมชื่อดัง เซียนไผ่ก็ถามขึ้นอย่างแปลกใจ "เอ๊ะ? สำนักไท่อินเป็นสำนักในสังกัดสำนักกวงเฉิงรึ ข้าไม่เห็นเคยได้ยิน"

"สำนักเล็กๆ น่ะครับ เพิ่งก่อตั้งไม่ถึงครึ่งปี ไม่แปลกที่ท่านจะไม่รู้จัก" พูดพลางหวังเอ้อร์โก่วก็หยิบป้ายประจำตัวศิษย์ออกมา ชูขึ้นสูงให้เห็นตราสัญลักษณ์ของสำนักกวงเฉิงที่อยู่อีกด้าน "นี่คือป้ายศิษย์สำนักของพวกเรา บนนี้มีตราประทับของสำนักกวงเฉิงอยู่จริงๆ ครับ"

วิธีพิสูจน์ตัวตนแบบนี้หวังเอ้อร์โก่วเคยใช้ตอนอยู่หมู่บ้านเสินโย่วมาแล้ว คราวนี้เลยทำได้อย่างคล่องแคล่ว

ไอ้ตราสัญลักษณ์สำนักเนี่ย จริงๆ แล้วก็คือวิธีการเกาะต้นขาของสำนักเล็กๆ นั่นแหละ

โดยทั่วไปสำนักที่ไปลงทะเบียนไว้กับสำนักใหญ่จะได้รับตราประทับวิญญาณมา เป็นของวิเศษชนิดหนึ่ง เอาไว้ตีตราบนสิ่งของเพื่อแบ่งแยกสถานะ

สำนักใหญ่บางแห่งมีบริวารเยอะแยะตาแป๊ะไก่จนขี้เกียจจำ ก็เลยแจกตราประทับแบบนี้ให้สำนักเล็กๆ เอาไปปั๊มใส่เสื้อผ้า อาวุธ หรือป้ายประจำตัว เพื่อแสดงว่า "พวกเดียวกันนะจ๊ะ"

ตราประทับพวกนี้พอกระตุ้นด้วยพลังปราณก็จะเรืองแสงออกมา ส่วนประโยชน์ของมันน่ะเหรอ...

กันของปลอม

ใช่แล้ว ถ้าคุณส่งพลังปราณเข้าไปแล้วมันเรืองแสงสีที่กำหนด ก็แปลว่าเป็นของแท้

ซึ่ง "สีที่กำหนด" มักจะเป็นสีที่สำนักใหญ่นั้นๆ "สั่งทำ" มาเป็นพิเศษ สำนักใหญ่บางแห่งถึงขั้นแบ่งเกรดสำนักบริวารด้วยสีของแสงตราประทับ เพื่อความง่ายในการปกครอง

แต่สำนักกวงเฉิงที่เป็นสำนักขนาดกลางค่อนไปทางเล็กไม่ได้มีพิธีรีตองเยอะขนาดนั้น ตราประทับของที่นี่เลยเรืองแสงสีทองอ่อนๆ ธรรมดา ซึ่งเป็นสีพื้นฐานที่ไม่ต้องผ่านกรรมวิธีซับซ้อนอะไร ภาษาเกมเขาเรียกว่า "สกินเริ่มต้น"

พอมองเห็นลวดลายที่เรืองแสงสีทองอ่อนๆ เซียนไผ่ก็ร้องเฮ้ย "ของสำนักกวงเฉิงจริงๆ ด้วย!"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 71 - ข้าก็ไม่ได้อยากโดนซื้อตัวหรอกนะ

คัดลอกลิงก์แล้ว