- หน้าแรก
- พลิกชะตารัก ย้อนเวลาเมินดาวโรงเรียน
- บทที่ 9 เมื่อลูกทรพีคิดกลับใจ
บทที่ 9 เมื่อลูกทรพีคิดกลับใจ
บทที่ 9 เมื่อลูกทรพีคิดกลับใจ
บทที่ 9 เมื่อลูกทรพีคิดกลับใจ
เฒ่าโจวเดินจากไปด้วยความอิ่มเอิบใจ
ด้วยความช่วยเหลือจากลูกชาย เขาได้มอบของขวัญจนถึงมือผู้รับ สำเร็จภารกิจที่สหายหลัวเสี่ยวอิงมอบหมายได้อย่างสมบูรณ์แบบ
กลับบ้านไปคราวนี้ เขาคงไม่ต้องระเห็จไปนอนโซฟาในห้องรับแขกแล้ว
โจวเจียงหนานมองแผ่นหลังที่ค่อยๆ ห่างออกไปของพ่อด้วยความรู้สึกหลากหลาย คนที่ยอมดีกับคุณโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ในโลกนี้ ก็คงมีแต่พ่อแม่นี่แหละ
เฒ่าโจวปั่นจักรยานตรากวางขนาด 28 นิ้วคู่ใจออกจากประตูโรงเรียนไปอย่างกระฉับกระเฉง ขณะที่เสี่ยวโจวกำลังจะเริ่มต้นคาบเรียนศึกษาด้วยตนเองรอบค่ำเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ได้กลับมาเกิดใหม่
โจวเจียงหนานนั่งลงที่ที่นั่งแถวหลังสุดของห้องเรียน เขาหยิบหนังสือเรียนขึ้นมาเปิดผ่านๆ สองสามเล่ม มันสะอาดเอี่ยมอ่องยิ่งกว่าใบหน้าหญิงสาวหลังล้างหน้าเสียอีก
เรียกได้ว่าไม่มีตัวหนังสือเขียนไว้แม้แต่ตัวเดียว ไม่มีรอยขีดเขียนแม้แต่เส้นเดียว
มิน่าล่ะ ชาติที่แล้วตอนสอบเอ็นทรานซ์ครั้งแรกถึงสอบไม่ติดแม้แต่มหาวิทยาลัยหางแถว ก็เล่นทำตัวเป็นขยะทางการศึกษาซะขนาดนี้
เขาเปิดลิ้นชักโต๊ะ พบกล่องกระดาษเล็กๆ ใบหนึ่ง ข้างในมีกระดาษโน้ตหลากสีปึกใหญ่
ข้างๆ กันมีนกกระเรียนกระดาษพับไว้อีกหลายตัว
โจวเจียงหนานหยิบตัวหนึ่งขึ้นมาคลี่ออกดู บนกระดาษขนาดเท่าฝ่ามือแผ่นนั้น เต็มไปด้วยลายมือบรรจงที่เขียนด้วยปากกาหมึกซึม
'จ้าวหว่านหว่าน ยอมให้ความเกลียดชังเหมือนดั่งเกลียวคลื่นที่รักษาสัญญา ดีกว่ามารู้ซึ้งถึงความคิดถึงยามน้ำตื้นเขิน ดวงตาของเธอคือหุบเหวลึกที่ทำให้ฉันหลงใหลจนถอนตัวไม่ขึ้น...'
'จ้าวหว่านหว่าน ฉันคือกองทรายอันโดดเดี่ยว ไม่อาจต้านทานความอ่อนโยนของระลอกคลื่น เพียงแค่สายตาหวานซึ้งจากเธอแวบเดียว ฉันก็พังทลายลง...'
'ขอถามไถ่ทั่วหล้า อันว่าความรักคือสิ่งใด ใยจึงยอมมอบกายถวายชีวิต...'
'จ้าวหว่านหว่าน ขอแค่เธอยอมรับฉัน แม้เพียงเสี้ยววินาที ฉันก็ยอมตายตาหลับ...'
นี่มันอะไรวะเนี่ย
ยิ่งอ่านเขาก็ยิ่งรู้สึกอับอายขายขี้หน้า โจวเจียงหนานรู้สึกเหมือนนิ้วเท้าจิกเกร็งจนแทบจะขุดดินสร้างคอนโดสามห้องนอนได้อยู่แล้ว
นี่เขาเป็นคนเขียนข้อความชวนอ้วกพวกนี้จริงๆ เหรอเนี่ย???
ไอ้บัดซบ
เมื่อก่อนฉันโดนผีห่าซาตานตนไหนเข้าสิงวะ ถึงได้ทำตัวเป็นทาสรักน่าสมเพชขนาดนี้?
สีหน้าของโจวเจียงหนานดูไม่ได้เลย เขาอยากจะเกิดใหม่ให้เร็วกว่านี้สักสองปี จะได้ย้อนเวลากลับไปบีบคอตัวเองให้ตายคาที่
เขาค้นหานกกระเรียนกระดาษทั้งหมดออกมา แล้วฉีกทึ้งเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยอย่างรวดเร็ว ก่อนจะโยนลงถังขยะอย่างไม่ไยดี
เมื่อเช้าตอนไปตัดผม ช่างตัดผมชื่อโทนี่ถามเขาด้วยน้ำเสียงเสียดายว่า ทำไมถึงอยากทำลายทรงผมแสกข้างสุดเท่นั่น
โจวเจียงหนานถอนหายใจแล้วตอบว่า เขาแบกรับความหล่อเหลาที่เกินวัยมามากพอแล้ว หัวใจมันเหนื่อยล้าเหลือเกิน
สาวสระผมได้ยินเข้าก็ขำจนตัวงอ การสระผมที่ควรจะเสร็จในไม่กี่นาที เลยลากยาวไปครึ่งชั่วโมง เพราะมัวแต่ขำไปนวดหัวไป
กว่าจะตัดผมเสร็จเดินออกมา โจวเจียงหนานรู้สึกหัวเบาสบายเหมือนลอยได้
ร้านนี้สมควรได้ห้าดาวเต็ม ฝีมือแทบจะเทียบชั้นกับแพ็คเกจราคา 188 หยวนในอนาคตได้เลย
เด็กหนุ่มหน้าตาดีขนาดนี้—คนหล่อที่แค่รุกนิดหน่อยก็ทำสาวๆ หน้าแดงได้—กลับต้องมาตกต่ำเป็นทาสรักอยู่ตั้งสองปีกว่า...
โง่บรมจริงๆ
โจวเจียงหนานเอามือกุมหน้าแล้วถอนหายใจ ด้วยความละอายใจอย่างที่สุด
"โจวเจียงหนาน ไอ้เวรตะไล! นายหนีกลับก่อนแล้วไม่โทรบอกฉันเหรอ?"
เสียงตะโกนด่าด้วยความโกรธเกรี้ยวของหลี่เผิงเฟยดังขึ้นข้างหู "แล้วนั่นทำท่าปิดหน้าปิดตาเป็นสาวน้อยทำไม ไอ้ระยำ?"
"ด่าฉันระยำอีกแล้วเหรอ?"
โจวเจียงหนานลดมือลง เตรียมจะด่าสวนกลับไป แต่พอเห็นสภาพใบหน้าซีกหนึ่งของหลี่เผิงเฟยที่บวมเป่งราวกับหัวหมู เขาก็ถึงกับอ้าปากค้าง พูดไม่ออก
"มองอะไร? ความผิดนายนั่นแหละ ไอ้ลูกหมา หนีกลับก่อนไม่บอกไม่กล่าว ถ้านายโทรบอกฉัน ฉันคงไม่โดนไอ้เฒ่าผีตบน่วมแบบนี้หรอก"
หลี่เผิงเฟยบ่นกระปอดกระแปดขณะลากเก้าอี้ออกมานั่ง
โจวเจียงหนานเดาได้ทันทีว่าเรื่อง 'หลวงพี่ไส้ตะเกียง' ความแตกแล้ว เขาฉีกยิ้มกว้างจนปวดแก้ม
"หัวเราะอะไรวะ? ฉันเสียโฉมหมดแล้วเนี่ย ไม่กล้าเอาหน้าไปเจอใครแล้ว ต่อไปอย่ามาใช้ให้ฉันส่งจดหมายรักอีกนะ"
"ไม่ต้องห่วง ต่อให้นายไม่โดนตบจนหน้าบวมเป็นหัวหมู ฉันก็ไม่คิดจะวานให้นายส่งอีกแล้ว"
"จริงดิ?"
หลี่เผิงเฟยชำเลืองมองเข้าไปในลิ้นชักโต๊ะของเขาแล้วตกใจสุดขีด "นกกระเรียนกระดาษของนายหายไปไหนหมด?"
"ฉีกทิ้งลงถังขยะไปแล้ว"
"พระเจ้าช่วย โจวเจียงหนาน นายมันไอ้... คนหล่อ เมื่อก่อนใครมาแตะนกของนาย นายแทบจะเอาชีวิตเข้าแลก แต่นี่นายกลับฉีกมันทิ้งกับมือ... เดี๋ยวนะ ทำไมนายไปตัดผมมา? นายเปลี่ยนไปจริงๆ ด้วย นายไม่ใช่ทรงเดิมแล้ว"
"โจวเจียงหนานคนเดิมตายไปแล้ว"
โจวเจียงหนานนึกอะไรขึ้นมาได้ รีบถามว่า "ไอ้อ้วน เมื่อวานที่สนามบาส นายบอกว่าจะช่วยฉันส่งจดหมายรัก สรุปนายส่งไปจริงๆ หรือเปล่า?"
"จะโกหกทำไม? โดนยัยนั่นมองค้อนจนตาแทบถลนมาอีกดอกนึงเนี่ย" หลี่เผิงเฟยพูดด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว
"แล้วเธอรับไว้ไหม?"
"ไม่อะ เห็นโยนทิ้งลงพื้นไปเลย"
"ดีแล้ว"
โจวเจียงหนานถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก เขาเกลียดตัวเองในอดีตเข้าไส้ และไม่อยากกลับไปเป็นทาสรักอีกแล้วจริงๆ
ทันใดนั้น เสียงออดเข้าเรียนก็ดังขึ้น คาบเรียนศึกษาด้วยตนเองรอบค่ำเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ
โจวเจียงหนานเปิดหนังสือแบบฝึกหัดคณิตศาสตร์ เตรียมจะลองทำโจทย์สักชุด
ด้วยพื้นฐานความรู้จากชาติที่แล้ว ขอแค่เขากัดฟันทำโจทย์ทบทวนความรู้สักวันละสองชุดในช่วงเวลาไม่กี่สิบวันที่เหลืออยู่ เพื่อเรียกความรู้สึกเดิมๆ กลับมา การสอบเอ็นทรานซ์ก็คงไม่ใช่เรื่องน่ากังวลอีกต่อไป
หลี่เผิงเฟยทำหน้าเหมือนเห็นผี หยิกแขนตัวเองรัวๆ หลายที
คุณพระช่วย โจวเจียงหนานจะตั้งใจเรียนจริงๆ ด้วยแฮะ
เขากำลังจะเอ่ยปากแซว แต่แล้วก็เปลี่ยนใจ ฟุบลงไปนอนต่อดีกว่า
ผ่านไปไม่กี่นาที 'เฒ่าจาง' ครูประจำชั้นก็เดินเข้ามา
ห้องเรียนที่เงียบอยู่แล้วยิ่งเงียบกริบลงไปอีก
เฒ่าจางขยับแว่นสายตา แล้วลอบมองไปทางหลังห้องแวบหนึ่ง
โจวเจียงหนานรู้สึกเหมือนมีสายตาจับจ้องมาที่ตน จึงสะกิดแขนเจ้าอ้วนหลี่ "ครูมองมาทางนี้ อย่ามัวแต่นอน"
หลี่เผิงเฟยจำใจลุกขึ้นนั่งตัวตรง เฒ่าจางเห็นดังนั้นก็พยักหน้าด้วยความพอใจ
"นักเรียนทุกคน วันนี้ดูตั้งใจเรียนกันดีมาก ครูแอบมองผ่านช่องประตูหลังอยู่พักใหญ่ เห็นว่าทุกคนตั้งหน้าตั้งตาอ่านหนังสือกันดี"
"โดยเฉพาะโจวเจียงหนาน ครูต้องขอชมเชยเป็นพิเศษ ครูสังเกตดูอยู่นาน เขาตั้งใจเรียนจริงๆ ผิดกับเมื่อก่อนลิบลับ"
โจวเจียงหนานถึงกับพูดไม่ออก
ตาแก่นี่เจ้าเล่ห์ชะมัด
มิน่าล่ะ ถึงได้รู้สึกเสียวสันหลังวาบๆ เหมือนมีรังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากข้างหลัง
เฒ่าจางเปลี่ยนเรื่อง เริ่มจุดประเด็นความวุ่นวาย "โบราณว่าไว้ 'ไม่เจอกันสามวัน ต้องมองด้วยสายตาใหม่' พวกเราสังเกตไหมว่าตั้งแต่บ่ายเมื่อวาน โจวเจียงหนานเปลี่ยนไปมาก?"
เพื่อนทั้งห้องหันขวับมามองเป็นตาเดียว โจวเจียงหนานทำหน้างงเป็นไก่ตาแตก ส่วนเจ้าอ้วนหลี่นั่งไม่ติดเก้าอี้ราวกับมีเข็มทิ่มก้น
"เมื่อบ่ายนี้ โจวเจียงหนานเอาหนังสือสำนึกผิดมาส่งให้ครู ครูอ่านแล้วซาบซึ้งใจมาก ทุกถ้อยคำกลั่นออกมาจากใจ แสดงถึงความมุ่งมั่นที่จะกลับตัวกลับใจอย่างแรงกล้า นับว่าสำนึกได้ลึกซึ้งจริงๆ..."
นักเรียนที่กำลังตื่นตะลึงกับทรงผมใหม่ของอดีตทาสรักตัวพ่อ พอได้ยินแบบนี้ก็หูผึ่งทันที การได้เห็นคนอื่นหน้าแตกเป็นเรื่องบันเทิงเริงใจเสมอ ใครบางคนจึงเริ่มตะโกนยุยง
"พวกเราก็อยากฟังเหมือนกันครับ จะได้เอาเยี่ยงอย่าง"
"อาจารย์ครับ ให้ผมได้ซาบซึ้งด้วยเถอะ ช่วงนี้ผมรู้สึกหมดไฟในการเรียน อยากได้ข้อคิดจากโจวเจียงหนานมาปลุกใจตัวเองบ้าง"
"ผมด้วยครับ"
...คำว่า 'อันตราย' แปะหราอยู่บนหน้าผากของโจวเจียงหนาน
มักจะมีขุนนางกังฉินคอยจ้องจะลอบปลงพระชนม์ฮ่องเต้อยู่เสมอ!
เฒ่าจางมองเขาด้วยรอยยิ้มเปี่ยมเมตตา "เจียงหนาน เพื่อนๆ เรียกร้องขนาดนี้ เธอจะไม่สนองหน่อยเหรอ?"
สนอง?
ผมไม่ใช่เด็กโฮสต์นะ จะมาสนองอะไร
"อาจารย์จางครับ ไม่ใช่ว่าผมถ่อมตัวนะ แต่ผมมันก็แค่นักเรียนห่วยๆ คนหนึ่ง อาจารย์ไปถามคนที่มีคุณสมบัติดีกว่านี้เถอะครับ"
"ไม่ได้ ลูกทรพีกลับใจมีค่ายิ่งกว่าทองคำ ก็เพราะเธอมีประวัติแบบนี้นี่แหละ มันถึงจะน่าเชื่อถือและส่งผลกระทบได้ลึกซึ้งกว่า ไม่ต้องอาย ออกมาเถอะ"
โจวเจียงหนานรู้สึกเหมือนโดนดูถูก
อาจารย์จางเอาตาข้างไหนมามองว่าผมอาย?
ดูถูกคนกันชัดๆ
เอาเถอะ ก่อนจะมาเกิดใหม่ วิศวกรโจวผู้นี้คือราชาฝีปากกล้าแห่งทางด่วนหรงไห่ ตอนที่ 3 ด่ากราดบรรพบุรุษสิบแปดชั่วโคตรของคนอื่นในไซต์งานมาแล้วนับไม่ถ้วนทุกวี่ทุกวัน
ไอ้ฉากเล็กๆ แค่นี้ ไม่ระคายผิวเขาหรอก