- หน้าแรก
- วิวาห์จำยอม พันธนาการรักคืนเมามาย
- บทที่ 23 ครอบครัวของเย่หน่วน
บทที่ 23 ครอบครัวของเย่หน่วน
บทที่ 23 ครอบครัวของเย่หน่วน
บทที่ 23 ครอบครัวของเย่หน่วน
ต้วนเย่รู้สึกติดค้างเย่หน่วนเสมอ เพราะความรักความผูกพันทั้งหมดของเขาในปีก่อนๆ ได้มอบให้หนานซิงไปจนหมดสิ้น ดังนั้นไม่ว่าเย่หน่วนจะทำอะไรหรือพูดอะไร เขาก็จำได้แม่นยำและพร้อมจะทำตามความปรารถนาของเธอทุกอย่าง
แต่ทว่า... เย่หน่วนกลับจำสิ่งเหล่านั้นไม่ได้เลย จากทุกคำพูดของเขา เธอเลือกจำแต่ส่วนที่ทำร้ายจิตใจเธอเท่านั้น
เย่หน่วนไม่เคยเข้าใจว่าในโลกใบนี้ อีกาไม่เอื้อนเอ่ยวาจารัก ต้นไม้เหล็กไม่ออกดอก ไม่มีต้นไม้ใดเขียวชอุ่มตลอดกาล และคนเราบทจะไปก็ไปทันทีที่เอ่ยคำลา
จนกระทั่งรถของต้วนเย่แล่นผ่านหน้าเย่หน่วนไป เธอถึงได้สติกลับคืนมา อารมณ์ที่พยายามข่มกลั้นพังทลายลงอีกครั้ง เธอกรีดร้องสุดเสียง "ต้วนเย่!!! ไอ้คนสารเลว!!!"
ต้วนเย่ไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง เขาเพียงแค่เหยียบคันเร่งจนมิดและขับต่อไป
ลั่วชิงหยวนชำเลืองมองกระจกหลังแล้วยิ้มถาม "ใจร้ายจังเลยนะคะ?"
ต้วนเย่ไม่ตอบ
ลั่วชิงหยวนไม่ถือสา พูดต่อด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "เริ่มจากใจนะ ต้วนเย่"
เธอรู้เรื่องราวของต้วนเย่อย่างละเอียด จึงเข้าใจสภาวะจิตใจของเขาในตอนนี้เป็นอย่างดี
แต่ท้ายที่สุดแล้ว คนเราก็ไม่อาจเข้าใจความรู้สึกของคนอื่นได้อย่างถ่องแท้
ต้วนเย่ยิ้มเมื่อได้ยินดังนั้น แล้วพยักหน้า "ใช่ เริ่มต้นใหม่"
ทว่าลั่วชิงหยวนกลับยิ้มและส่ายหน้า "ไม่สิ ฉันหมายถึง 'เริ่มจากหัวใจ' ไม่ใช่ 'เริ่มต้นใหม่'"
ต้วนเย่ชะงักไปเล็กน้อย
ลั่วชิงหยวนกล่าวต่อ "ค่อยเป็นค่อยไป ไม่ต้องรีบร้อนหรอก"
ต้วนเย่ถาม "คุณเป็นภรรยาผมไม่ใช่เหรอ? แฟนเก่าโผล่มาแบบนี้ ทำไมผมรู้สึกว่าคุณดูจะสบายใจกว่าผมอีก?"
ลั่วชิงหยวนย้อน "สบายใจอะไรกัน? นี่เขาเรียกว่าเชื่อใจนายอย่างเต็มเปี่ยมต่างหาก เข้าใจไหม?"
ต้วนเย่หัวเราะ "เถียงข้างๆ คูๆ ชัดๆ"
เมื่อเห็นเขาหัวเราะ อารมณ์ของลั่วชิงหยวนก็สดใสขึ้นมาก "ฉันแค่อยากจะบอกนายว่า การเจอคนที่ไม่ใช่จะทำให้เราเหนื่อยล้า แต่การเจอคนที่ใช่จะเยียวยาเราได้ วินัยในตนเองที่ดีที่สุดของผู้ใหญ่ คือการรู้จักรักษาระยะขาดทุนให้ทันเวลา คนเรามีความยึดติดได้ แต่ต้องไม่หลงงมงายจนโงหัวไม่ขึ้น"
ได้ยินแบบนั้น ต้วนเย่ก็ถามกลับ "งั้นคุณลั่วครับ คุณคือคนที่ใช่หรือคนที่ไม่ใช่ล่ะครับ?"
ดวงตาสีเข้มของลั่วชิงหยวนเป็นประกายวิบวับ "อืม... ฉันยังให้คำตอบที่แน่นอนไม่ได้หรอกนะ"
ต้วนเย่ "คุณก็น่าจะซื่อสัตย์หน่อยนะ อย่างน้อยๆ"
ลั่วชิงหยวน "ฉันโกหกไม่เป็นหรอก"
ต้วนเย่ "จริงเหรอ?"
ลั่วชิงหยวน "โกหกย่ะ"
ต้วนเย่ขำพรืดออกมาทันที ความหม่นหมองเมื่อครู่มลายหายไปจนสิ้น "ช่างเถอะ ผมไม่ควรคาดหวังให้คุณพูดจาดีๆ เลยจริงๆ นี่ก็ดึกมากแล้ว ไปหาอะไรกินกันดีกว่า อยากกินอะไรครับ?"
ลั่วชิงหยวน "อาหารฝรั่ง"
ต้วนเย่ "มีร้านแนะนำไหม?"
ลั่วชิงหยวน "แถวบ้านเรานี่แหละ กินเสร็จจะได้กลับเลย วันนี้เราเหนื่อยกันทั้งคู่ ไม่ต้องไปร้านอาหารแล้ว เดี๋ยวพวกคนงานทำเสร็จเขาก็ปิดประตูหน้าต่างให้เอง"
ต้วนเย่พยักหน้า "เอาตามนั้นครับ"
ว่าแล้วต้วนเย่ก็กลับรถ มุ่งหน้าตรงกลับบ้าน
เย่หน่วนยังคงยืนเหม่อลอยอยู่ที่เดิม ใบหน้าซีดเผือดจนน่ากลัว คนขับรถที่แอบมองอยู่ทนดูต่อไปไม่ไหว เขาขับรถวนกลับมาหาเธอ "หนูจ๊ะ ให้ลุงไปส่งที่บ้านไหม?"
เย่หน่วนได้สติ ก้าวขึ้นรถโดยไม่แม้แต่จะมองหน้าคนขับ "เหวินซินโฮม ถนนชิงเหนียนค่ะ ขอบคุณค่ะ"
คนขับรับคำแล้วขับออกไป
เวลานี้ท้องฟ้าเริ่มมืดลง แสงไฟนีออนนับไม่ถ้วนวูบวาบผ่านใบหน้าของเย่หน่วน ในขณะที่ทิวทัศน์นอกหน้าต่างเคลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็ว
คนขับเหลือบมองเย่หน่วนแล้วพูดปลอบใจ "หนูเอ๊ย ในโลกนี้นะ ไม่มีใครขาดใครแล้วอยู่ไม่ได้หรอก ในเมื่อเขาไม่เห็นค่าเรา ก็แค่หลับตาลง เดี๋ยวเรื่องร้ายๆ มันก็ผ่านไป คนเราน่ะ ยังไงก็ต้องมองไปข้างหน้า"
เย่หน่วนหันมองออกไปนอกหน้าต่าง พึมพำเสียงเบา "แต่เขาบอกว่าจะรักหนูตลอดไป... คนเราจะกลับคำพูดได้ยังไงคะ?"
คนขับหัวเราะแห้งๆ สองที "หนูเอ๊ย หนุยังเด็กเกินไป คำพูดตอนรักกันหวานชื่นน่ะอาจจะจริง แต่พอเลิกกันแล้ว มันก็แค่คำลวงโลกทั้งนั้นแหละ"
น้ำตาของเย่หน่วนไหลพรากออกมาทันที คนขับยิ้มไม่ออกอีกต่อไป "หนู... อย่า... อย่าร้องไห้สิ มันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอกน่า"
เย่หน่วนหยุดร้องไม่ได้ และคนขับก็จนปัญญาจะปลอบโยน สุดท้ายก็ได้แต่ถอนหายใจและเงียบไป
เย่หน่วนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาด้วยมืออันสั่นเทา กดโทรหาต้วนเย่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า "รับสายสิ... ฉันขอร้อง..."
แต่ต้วนเย่บล็อกเบอร์เย่หน่วนไปเรียบร้อยแล้ว เขาจึงไม่มีทางได้รับสายจากเธอ
เวลาล่วงเลยมาถึง 2 ทุ่ม
ต้วนเย่และลั่วชิงหยวนมาถึงร้านอาหารฝรั่งสุดโรแมนติก ส่วนเย่หน่วนก็กลับถึงบ้านเช่นกัน
เหวินซินโฮม ห้อง 101 อาคารชุดเก่าแก่ที่ไม่มีลิฟต์ มีเพียงกล้องวงจรปิดติดอยู่ที่ทางเข้า
ทันทีที่เย่หน่วนก้าวเข้าบ้าน 'มาดามเฉิน' ก็เดินออกมา เมื่อเห็นเย่หน่วน เธอก็ตกใจเล็กน้อยก่อนจะถามด้วยความงุนงง "เย่หน่วน ทำไมกลับมาบ้านล่ะ? วันนี้วันพุธไม่ใช่เหรอ? พรุ่งนี้ไม่มีเรียนหรือไง?"
เย่หน่วนก้มหน้าเปลี่ยนรองเท้า "ค่ะ พรุ่งนี้ไม่มีเรียน หนูอยากกลับบ้าน"
เฉินลี่รู้สึกแปลกใจทันที "ปกติวันหยุดแกก็ไม่กลับบ้านนี่ เป็นอะไรหรือเปล่า?"
เย่หน่วน "หนูไม่เป็นไร"
เฉินลี่ "งั้นก็ดี พรุ่งนี้เช้าแกไปส่งน้องชายไปโรงเรียนด้วยนะ"
เท้าของเย่หน่วนที่กำลังจะก้าวเข้าห้องนอนชะงักไปเล็กน้อย "แม่คะ หนูอารมณ์ไม่ค่อยดี พรุ่งนี้หนูอยากตื่นสายหน่อย"
เฉินลี่กลอกตามองบน "เด็กอย่างแกจะมีเรื่องอะไรให้อารมณ์เสีย?"
เย่หน่วนขี้เกียจเถียงกับเฉินลี่ เธอแค่อยากกลับไปนอนที่ห้อง
ผิดคาด ก่อนที่เธอจะปิดประตูห้อง เฉินลี่ก็ถามขึ้นอีกครั้ง "กินอะไรมาหรือยัง?"
หัวใจของเย่หน่วนอุ่นวาบขึ้นมาเล็กน้อย แม้แม่จะหัวโบราณไปบ้าง แต่ก็ยังเป็นห่วงเธอ
เย่หน่วนจึงยิ้มออกมาในที่สุด "ยังเลยค่ะ"
เฉินลี่ "ในครัวมีผักอยู่ ไปทำอะไรกินเองแล้วกัน เดี๋ยวแม่ต้องไปเล่นไพ่นกกระจอกกับป้าหวัง"
รอยยิ้มของเย่หน่วนแข็งค้าง มองดูแม่เปลี่ยนรองเท้าเตรียมจะออกจากบ้าน ความโกรธก็พวยพุ่งขึ้นมาในใจ
เย่หน่วน "แม่คะ เลิกเล่นการพนันไม่ได้เหรอ?"
สีหน้าของเฉินลี่ขรึมลงเล็กน้อย "แค่เล่นไพ่นกกระจอก การพนันอะไรกัน? เดี๋ยวแม่ก็กลับแล้ว"
เย่หน่วน "แม่! หนูกับน้องยังต้องเรียนหนังสือนะ แม่ช่วยนึกถึงพวกเราหน่อยไม่ได้เหรอ?"
เฉินลี่เริ่มหมดความอดทน "เย่หน่วน! อย่าคิดว่าเข้ามหาลัยได้ อ่านหนังสือแตกฉานหน่อยแล้วจะมาสั่งสอนแม่ได้นะ เหมือนพ่อเฮงซวยของแกไม่มีผิด"
เย่หน่วน "แม่คะ อย่าพูดถึงพ่อได้ไหม?"
เฉินลี่แค่นเสียง "เขาแต่งงานใหม่ไปแล้ว แกยังจะปกป้องมันอีกเหรอ? เย่หน่วน แกนี่มันอกตัญญูจริงๆ! ไม่คิดบ้างหรือไงว่าใครเลี้ยงดูส่งเสียแกเรียนจนเข้ามหาลัยได้?"
เย่หน่วนสูดหายใจลึก "แม่คะ ตอนนี้เรากำลังพูดถึงปัญหาของแม่ ไม่ใช่เรื่องของพ่อ แม่ช่วยอย่าเปลี่ยนเรื่องได้ไหม?"
เฉินลี่ "โอ๊ย น่ารำคาญ ไปนอนไป!"
สิ้นเสียงพูด ก็ตามมาด้วยเสียงปิดประตู 'ปัง—'
หัวใจของเย่หน่วนเจ็บแปลบอีกครั้ง อารมณ์ที่พยายามสงบสติอารมณ์พังทลายลงไม่เป็นท่า เธอปิดประตูห้องแล้วทรุดตัวลงร้องไห้อย่างหนัก
เย่หน่วนไม่รู้ว่าร้องไห้ไปนานแค่ไหน จนกระทั่งได้ยินเสียงใครบางคนค่อยๆ เปิดประตูห้องเธอ
เย่หน่วนเงยหน้าขึ้น เห็น 'เย่เสี่ยวเทียน' น้องชายวัยสิบขวบแอบมองมาจากช่องประตู ถามเสียงเบาอย่างระมัดระวัง "พี่ครับ หิวไหม? ผมต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไว้ให้ ลุกไปกินหน่อยได้ไหมครับ?"