เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 8 พละกำลังพันจิน คุณค่าแห่งอัจฉริยะ!

บทที่ 8 พละกำลังพันจิน คุณค่าแห่งอัจฉริยะ!

บทที่ 8 พละกำลังพันจิน คุณค่าแห่งอัจฉริยะ!


บทที่ 8 พละกำลังพันจิน คุณค่าแห่งอัจฉริยะ!

เมื่อหลินกั๋วฮุยและเฉินเหมยที่เพิ่งกลับจากการตระเวนซื้อสมุนไพร หอบหิ้วถุงน้อยใหญ่กลับมาถึงบ้าน

สิ่งแรกที่ปะทะสายตาคือโต๊ะกาแฟไม้เนื้อแข็งที่ถูกเลื่อนมาวางกลางห้องรับแขก และรอยแตกร้าวเป็นลายใยแมงมุมบนพื้นข้างๆ

สองสามีภรรยาเข้าใจสถานการณ์ทันที

พวกเขารีบพุ่งเข้าไปดูลูกสาว สำรวจตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความเป็นห่วง

"ลูกรัก เป็นอะไรไหมลูก? เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?" เฉินเหมยถามอย่างร้อนรน

"พ่อกับแม่ จะให้หนูเป็นอะไรได้ล่ะคะ?" หลินซีเยว่ยิ้มแหยๆ พลางยืดแข้งยืดขา "หนูสบายดี แข็งแรงจนล้มวัวได้เป็นฝูงแล้วมั้ง"

หลินกั๋วฮุยกุมเอวเดินไปเคาะโต๊ะกาแฟ เพื่อให้แน่ใจว่าเจ้านี่ยังเป็นโต๊ะตัวหนักอึ้งตัวเดิม

เขาหันมามองหลินซีเยว่ด้วยสายตาซับซ้อน ปนเปไปทั้งความทึ่งและความระอาใจเล็กน้อย

"เอาล่ะ ไหนบอกว่าพี่ชายให้ลองทดสอบพลัง งั้นพ่อกับแม่จะช่วยสงเคราะห์ให้"

พูดจบ หลินกั๋วฮุยก็เดินไปที่ห้องกินข้าว ยกเก้าอี้ไม้เนื้อแข็งออกมา

"เก้าอี้นี่ก็หนักสักสี่ห้าสิบจินได้ พ่อกับแม่จะช่วยยกไปซ้อนให้ แล้วลูกลองดูอีกที"

หลินมั่วที่อยู่ในห้องมืดเล็กๆ ณ สำนักชิงเสวียน เฝ้ามองฉากนี้ผ่านภาพฉายของระบบอย่างนึกสนุก

ให้ตายสิ นี่มันถ่ายทอดสดการแข่งยกน้ำหนักในครอบครัวชัดๆ

หลินกั๋วฮุยกับเฉินเหมยประคองเก้าอี้ด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย ค่อยๆ วางซ้อนบนโต๊ะกาแฟ

"พ่อ แม่ ระวังด้วยนะคะ เดี๋ยวหลังยอก" หลินซีเยว่เตือนอยู่ข้างๆ

"ไม่เป็นไรน่า!" หลินกั๋วฮุยกัดฟันวางเก้าอี้ลงบนโต๊ะได้อย่างมั่นคง

เฉินเหมยเองก็วางอีกตัวตามลงไป

"ลูกสาว เอาเลย!"

หลินซีเยว่เดินไปที่โต๊ะกาแฟ สูดหายใจลึก จับขอบโต๊ะแน่นแล้วออกแรง

วัตถุขนาดมหึมาที่รวมน้ำหนักเก้าอี้อีกสองตัว รวมแล้วหนักเกือบห้าร้อยจิน ถูกเธอยกขึ้นเหนือหัวอย่างง่ายดายด้วยท่าคลีนแอนด์เจิร์กอันสมบูรณ์แบบ

"พ่อ แม่ เก้าอี้สองตัวนี่หนักอย่างมากก็ร้อยจิน"

"มันยังรู้สึกเบาไปหน่อยนะเนี่ย"

หลินซีเยว่แบกโต๊ะกาแฟไว้โดยที่หน้าไม่แดงและใจไม่เต้นแรง แถมยังมีแรงเหลือเฟือที่จะโยกมันเล่นไปมา

หลินกั๋วฮุยและเฉินเหมยยืนมองอยู่ข้างๆ ไม่รู้แล้วว่าจะทำหน้ายังไงใส่ลูกสาวดี

นี่ไม่ใช่เสื้อนวมกันหนาวตัวน้อยของพ่อแม่แล้ว นี่มันเสื้อเกราะกันกระสุนชัดๆ!

"งั้นก็..."

หลินกั๋วฮุยเกาหัว "แต่ในบ้านไม่มีอะไรหนักกว่านี้แล้วนะ"

เขามองไปรอบๆ จนสายตาไปหยุดที่ห้องนอนตัวเอง

"จะมีก็แต่เตียงไม้ที่พ่อกับแม่นอนนั่นแหละ"

"จำได้ว่าตอนซื้อเขาบอกว่าเป็นไม้เก่า น่าจะหนักกว่าหกร้อยจินได้มั้ง?"

"งั้นไปลองกัน! หนูจะดูว่าจะยกไหวไหม!"

พอได้ยินแบบนั้น ไฟในตัวหลินซีเยว่ก็ลุกโชน เธอวางโต๊ะลงแล้วเดินดุ่มๆ ไปที่ห้องนอนพ่อแม่ทันที

"โอย ลูกรัก เบาๆ หน่อย!"

"เดี๋ยวก็เจ็บตัวหรอก!"

สองผู้เฒ่าตกใจแทบสิ้นสติ รีบวิ่งตามไปเพราะกลัวจะเกิดอุบัติเหตุ

แม้จะยอมรับความจริงที่ว่าลูกสาวก้าวเข้าสู่วิถีแห่งการบำเพ็ญเพียรแล้ว แต่เตียงนั่นมันของหนักกว่าหกร้อยจิน ถ้าหลุดมือขึ้นมาไม่ใช่เรื่องล้อเล่น

หลินซีเยว่เดินวนรอบเตียงหนึ่งรอบ

"อืม... เตียงใหญ่ไปหน่อย จะเริ่มตรงไหนดีนะ"

เธอบ่นพึมพำก่อนจะปิ๊งไอเดีย

"รู้แล้ว! งัดจากปลายเตียงขึ้นมาก่อน แล้วค่อยมุดเข้าไปแบกตรงกลาง!"

หลินมั่วถึงกับอึ้งเมื่อได้ยิน

น้องสาว ความคิดเธอนี่บรรเจิดจริง

แน่ใจนะว่าไม่ได้กำลังเล่นกายกรรมอยู่?

ไม่รอช้า หลินซีเยว่ลงมือทันที

เธอเดินไปที่ปลายเตียง จับขอบเตียงด้วยสองมือแล้วเกร็งเอวออกแรง เสียง "เอี๊ยด" ดังขึ้นเมื่อขาเตียงหนักอึ้งถูกงัดลอยจากพื้น

จากนั้นเธอใช้ไหล่ดันค้ำไว้ แล้วค่อยๆ กระดึบตัวเข้าไปใต้เตียงทีละนิด จนกระทั่งเข้าไปอยู่ใต้เตียงทั้งตัว

หลินกั๋วฮุยและเฉินเหมยยืนลุ้นจนหัวใจแทบจะหลุดออกมาทางปาก

ครู่ต่อมา พวกเขาก็พบว่าความกังวลนั้นช่างไร้เหตุผล

ต่อหน้าต่อตาพวกเขา เตียงไม้ขนาดยักษ์ค่อยๆ ลอยสูงขึ้นอย่างมั่นคง

ภายใต้เตียงนั้น ร่างบอบบางของหลินซีเยว่ยืนหยัดมั่นคงราวกับแม่แรงยกรถ!

"อืม... เทียบกับโต๊ะเมื่อกี้ เตียงนี่หนักใช้ได้เลย"

เสียงอู้อี้ของหลินซีเยว่ดังมาจากใต้เตียง

"แต่ก็ยังไหวนะ ไม่ยากเท่าไหร่"

"พี่ชาย ที่บ้านไม่มีอะไรให้ลองแล้ว พี่พอจะประเมินได้หรือยัง? ถ้าได้แล้วหนูจะวางลงนะ"

"ขืนทำพัง พ่อกับแม่ได้นอนพื้นแน่คืนนี้"

คำพูดของหลินซีเยว่ดึงสติหลินมั่วที่กำลังอ้าปากค้างให้กลับมา

เมื่อครู่เขาตะลึงกับวีรกรรมสะเทือนโลกของน้องสาวจนลืมคิดไปชั่วขณะ

"อะ... อืม"

"วางลงเถอะ ระวังด้วย"

"พี่พอรู้คร่าวๆ แล้ว..."

หลินมั่วรำพึงกับตัวเอง

ยกเตียงหนักกว่าหกร้อยจินได้สบายๆ แค่รู้สึกหนักนิดหน่อยแต่ไม่ยาก?

นั่นหมายความว่าพละกำลังปัจจุบันของน้องสาวต้องไม่ต่ำกว่าหนึ่งพันจินแน่นอน!

แถมยังเป็นตัวเลขประเมินขั้นต่ำด้วย!

ซี้ด... ปีศาจ ช่างเป็นปีศาจจริงๆ!

หลินมั่วสูดปาก รู้สึกว่าน้องสาวเขาคืออัจฉริยะเหนือมนุษย์!

"พี่ชาย แบบนี้ถือว่าอยู่ระดับไหน?"

หลินซีเยว่ค่อยๆ วางเตียงกลับที่เดิมอย่างระมัดระวัง แล้วคลานออกมาปัดฝุ่นตามตัวก่อนจะทิ้งตัวลงนอนบนเตียง ถามหลินมั่วผ่านทางความคิด

"ระดับไหนเหรอ?"

ความคิดของหลินมั่วกระจัดกระจายเล็กน้อย

"จะให้อธิบายยังไงดี... ตอนที่พี่เข้าสู่ขั้นปรับแต่งกายาขั้นที่หนึ่ง พี่มีแรงแค่สามร้อยจิน ขนาดว่าพี่ใช้แรงสุดชีวิตแล้วนะ"

"แถมยังทำได้ในสภาพแวดล้อมอย่างมหาภพชางเสวียนที่มีปราณวิญญาณสมบูรณ์และเหมาะแก่การบำเพ็ญเพียรด้วย"

"ส่วนเธอ..."

"อยู่บนดาวบลูสตาร์ที่ไร้ซึ่งปราณวิญญาณหล่อเลี้ยง พื้นฐานร่างกายมนุษย์ก็อ่อนแอ แถมสมุนไพรบนดาวนี้ก็เทียบไม่ได้เลยกับของวิเศษในโลกจอมยุทธ์"

"ด้วยเงื่อนไขการฝึกระดับผู้ลี้ภัยแบบนี้ แต่เธอดันมีแรงทะลุพันจินในขั้นปรับแต่งกายาขั้นที่หนึ่ง พี่ไม่อยากจะนึกเลยว่าถ้าเธอมาโลกจอมยุทธ์ จะกลายเป็นสัตว์ประหลาดขนาดไหน"

เมื่อนึกย้อนกลับไปถึงแรงอันน่าเวทนาแค่สามร้อยจินของตัวเองตอนทะลวงขั้นแรก

แล้วมาดูข้อมูลสเตตัสอันน่าสะพรึงกลัวระดับพันจินของหลินซีเยว่ หลินมั่วก็อดอิจฉาไม่ได้จริงๆ

แต่ทว่า จะบอกว่าอิจฉาก็พูดได้ไม่เต็มปาก

เพราะ... เขาเพิ่งขยับตัวตามสัญชาตญาณ แล้วพบว่าพละกำลังของตัวเองก็เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลจนน่าตกใจเช่นกัน!

"เดี๋ยวนะ!"

หลินมั่วสะดุ้งโหยง กระโดดลงจากเตียงทันที

เขาลองปล่อยหมัดใส่กำแพงอิฐในห้องดูเชิง

ไม่กล้าใส่เต็มแรง ใช้พลังแค่สองส่วน

ตูม!

เสียงทึบหนักๆ ดังขึ้น

บนกำแพงปรากฏรอยหมัดยุบลงไปชัดเจน รายล้อมด้วยรอยร้าวเป็นทางยาว

หลินมั่ว: "..."

เชี่ย!

"เยี่ยม เยี่ยมมาก! แม้แต่ค่าพละกำลังก็แชร์กันได้ แถมยังทบต้นด้วย!"

หลินมั่วดีใจจนเนื้อเต้น

เดิมทีเขาคิดว่าระบบจะแชร์และทบยอดให้แค่ระดับพลังยุทธ์ แต่ไม่นึกว่าค่าสเตตัสพื้นฐานที่สุดอย่างพละกำลังก็จะแชร์ด้วย!

"บางที ในอนาคต ฉันอาจจะเดินเส้นทางสาย 'ทำลายทุกสรรพวิชาด้วยพละกำลังเดียว' ก็ได้"

ในมหาภพชางเสวียน มีอัจฉริยะระดับปีศาจบางคนที่มีกายาเซียนหรือกายาเทพ

คนพวกนี้เกิดมาพร้อมร่างกายที่แข็งแกร่งไร้เทียมทาน ถนัดใช้กำลังเข้าข่มคู่ต่อสู้ในระดับเดียวกันอย่างหน้าด้านๆ ไร้เหตุผลสิ้นดี

หลินมั่วรู้สึกว่าขอแค่มีคนในต้าเซี่ยมาฝึกวิชาเยอะๆ และช่วยกันทบยอดพละกำลังให้เขาเรื่อยๆ สักวันเขาก็จะไปถึงจุดนั้นได้เช่นกัน!

ถึงตอนนั้น ต่อให้เป็นกายาเซียนหรือกายาเทพหน้าไหน หรือมีวิชาเทพขั้นสุดยอดอะไร เขาจะต่อยให้แตกด้วยหมัดเดียวนี่แหละ!

"พี่ชาย ในเมื่อหนูเก่งขนาดนี้แล้ว เริ่มแผนที่พี่บอกได้หรือยัง?"

เสียงของหลินซีเยว่ดึงหลินมั่วกลับมาจากวิมานในอากาศ

"เอ่อ... คือ..."

หลินมั่วอึ้งไปอีกรอบ

"โธ่เอ๊ย ใครจะไปนึกว่าจะเร็วขนาดนี้!"

"นี่เพิ่งนอนตื่นเดียวเองนะ!"

เขาเคยเผื่อใจไว้แล้วว่าอย่างน้อยหลินซีเยว่ต้องใช้เวลาเป็นเดือนกว่าจะเริ่มจับทางได้

ใครจะไปคิดว่าน้องสาวดันบ้าพลัง เปลี่ยนร่างจากสาวน้อยอ่อนแอเป็นหุ่นรบกันดั้มได้ภายในสามวัน!

ความก้าวหน้านี้ทำเอาแผนการที่วางไว้รวนไปหมด

"อย่าเพิ่งใจร้อน"

หลินมั่วคิดสักพักแล้วตัดสินใจเพลย์เซฟ

"ในเมื่อพรสวรรค์ดีขนาดนี้ งั้นฝึกต่ออีกสักสองวันให้มั่นใจ"

"รอให้เธอทะลวงเข้าสู่ขั้นปรับแต่งกายาขั้นที่สองก่อน แล้วเราค่อยเริ่มแผน มันจะดูน่าเชื่อถือกว่า!"

"เอ่อ... แต่พี่คะ พี่คงไม่รู้ว่าหนูกินล้างผลาญจนบ้านจะเจ๊งแล้วนะ!"

หลินซีเยว่ลุกขึ้นนั่งบนเตียงแล้วพูดด้วยความเกรงใจ

การที่เธอเข้าสู่ขั้นปรับแต่งกายาขั้นที่หนึ่งได้ในสามวัน ล้วนแลกมาด้วยเงินสดเน้นๆ!

สมุนไพรป่าราคาแพงระยับที่พ่อแม่ซื้อมา ไม่ว่าจะเป็นโสมป่าเก่าแก่หรือโชวู ล้วนถูกบดเป็นผงแล้วต้มเป็นยาสูตรพิเศษตามใบสั่งยาของหลินมั่ว ให้เธอดื่มต่างน้ำ

ยาสมุนไพรชามเดียวนั้นมีค่าเท่ากับเงินเดือนคนทั่วไปหลายเดือนรวมกัน!

ถ้าไม่ใช่เพราะหลินกั๋วฮุยและเฉินเหมยเป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจมานานหลายสิบปีจนมีเงินเก็บก้อนโต ป่านนี้คงได้ยื่นล้มละลายไปแล้ว!

"ไม่ต้องกลัวลูก!"

ตอนนี้หลินซีเยว่คุยกับหลินมั่วโดยพูดออกมาตรงๆ ไม่ได้ใช้แค่ความคิด

ดังนั้นพอได้ยินแบบนี้ หลินกั๋วฮุยจึงรีบก้าวเข้ามา ตบไหล่ลูกสาวแล้วประกาศกร้าวอย่างป๋าๆ ว่า:

"อย่างมากก็ขายบ้าน!"

"เรื่องแค่นี้จิ๊บจ๊อย!"

"จะเลี้ยงลูกฝึกวิชาแค่นี้ทำไมจะไม่ได้?"

เขาพูดอย่างสบายใจเฉิบ คนไม่รู้อาจคิดว่าแค่จะส่งลูกไปเรียนพิเศษ!

"แต่พ่อ ถ้าขายบ้านเราจะไปอยู่ที่ไหน?"

หลินซีเยว่หน้ามุ่ย

"หนูไม่อยากนอนใต้สะพานนะ!"

"ลูกไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นหรอก"

เฉินเหมยเดินยิ้มเข้ามาสมทบ

"ถ้าแผนของพี่ชายลูกสำเร็จ คิดว่าเราจะยังขาดที่อยู่รึไง?"

คำพูดของเฉินเหมยทำให้หลินซีเยว่ตาสว่างทันที

จริงด้วย!

ถ้าแผนสำเร็จจริงๆ เธอก็จะกลายเป็นไข่มุกเม็ดงามที่เจิดจรัสที่สุดในต้าเซี่ยไม่ใช่หรือ?

นั่นมันบุคคลระดับสมบัติชาติเลยนะ!

ถึงตอนนั้น ยังต้องมากังวลเรื่องไม่มีที่ซุกหัวนอนอีกเหรอ?

เฮ้อ เธอนี่วิสัยทัศน์แคบจริงๆ

"เยี่ยม!"

ไฟนักสู้ของหลินซีเยว่ลุกโชนอีกครั้ง

"งั้นลุยต่อ!"

"พ่อ แม่ เอาเงินมาเลย!"

"ลูกสาวคนนี้จะขอเกาะพ่อแม่กินต่อไปค่า!!"

หลินซีเยว่กำหมัดแน่น ให้กำลังใจตัวเอง

อีกฟากหนึ่ง หลินมั่วมองดูครอบครัวที่อบอุ่นแต่แฝงความกาวนิดๆ ด้วยสีหน้าปลาบปลื้ม ก่อนจะปิดภาพฉายลง

จบบทที่ บทที่ 8 พละกำลังพันจิน คุณค่าแห่งอัจฉริยะ!

คัดลอกลิงก์แล้ว