- หน้าแรก
- จุติราชันเซียน หนึ่งลมหายใจผูกชะตาแผ่นดิน
- บทที่ 8 พละกำลังพันจิน คุณค่าแห่งอัจฉริยะ!
บทที่ 8 พละกำลังพันจิน คุณค่าแห่งอัจฉริยะ!
บทที่ 8 พละกำลังพันจิน คุณค่าแห่งอัจฉริยะ!
บทที่ 8 พละกำลังพันจิน คุณค่าแห่งอัจฉริยะ!
เมื่อหลินกั๋วฮุยและเฉินเหมยที่เพิ่งกลับจากการตระเวนซื้อสมุนไพร หอบหิ้วถุงน้อยใหญ่กลับมาถึงบ้าน
สิ่งแรกที่ปะทะสายตาคือโต๊ะกาแฟไม้เนื้อแข็งที่ถูกเลื่อนมาวางกลางห้องรับแขก และรอยแตกร้าวเป็นลายใยแมงมุมบนพื้นข้างๆ
สองสามีภรรยาเข้าใจสถานการณ์ทันที
พวกเขารีบพุ่งเข้าไปดูลูกสาว สำรวจตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความเป็นห่วง
"ลูกรัก เป็นอะไรไหมลูก? เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?" เฉินเหมยถามอย่างร้อนรน
"พ่อกับแม่ จะให้หนูเป็นอะไรได้ล่ะคะ?" หลินซีเยว่ยิ้มแหยๆ พลางยืดแข้งยืดขา "หนูสบายดี แข็งแรงจนล้มวัวได้เป็นฝูงแล้วมั้ง"
หลินกั๋วฮุยกุมเอวเดินไปเคาะโต๊ะกาแฟ เพื่อให้แน่ใจว่าเจ้านี่ยังเป็นโต๊ะตัวหนักอึ้งตัวเดิม
เขาหันมามองหลินซีเยว่ด้วยสายตาซับซ้อน ปนเปไปทั้งความทึ่งและความระอาใจเล็กน้อย
"เอาล่ะ ไหนบอกว่าพี่ชายให้ลองทดสอบพลัง งั้นพ่อกับแม่จะช่วยสงเคราะห์ให้"
พูดจบ หลินกั๋วฮุยก็เดินไปที่ห้องกินข้าว ยกเก้าอี้ไม้เนื้อแข็งออกมา
"เก้าอี้นี่ก็หนักสักสี่ห้าสิบจินได้ พ่อกับแม่จะช่วยยกไปซ้อนให้ แล้วลูกลองดูอีกที"
หลินมั่วที่อยู่ในห้องมืดเล็กๆ ณ สำนักชิงเสวียน เฝ้ามองฉากนี้ผ่านภาพฉายของระบบอย่างนึกสนุก
ให้ตายสิ นี่มันถ่ายทอดสดการแข่งยกน้ำหนักในครอบครัวชัดๆ
หลินกั๋วฮุยกับเฉินเหมยประคองเก้าอี้ด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย ค่อยๆ วางซ้อนบนโต๊ะกาแฟ
"พ่อ แม่ ระวังด้วยนะคะ เดี๋ยวหลังยอก" หลินซีเยว่เตือนอยู่ข้างๆ
"ไม่เป็นไรน่า!" หลินกั๋วฮุยกัดฟันวางเก้าอี้ลงบนโต๊ะได้อย่างมั่นคง
เฉินเหมยเองก็วางอีกตัวตามลงไป
"ลูกสาว เอาเลย!"
หลินซีเยว่เดินไปที่โต๊ะกาแฟ สูดหายใจลึก จับขอบโต๊ะแน่นแล้วออกแรง
วัตถุขนาดมหึมาที่รวมน้ำหนักเก้าอี้อีกสองตัว รวมแล้วหนักเกือบห้าร้อยจิน ถูกเธอยกขึ้นเหนือหัวอย่างง่ายดายด้วยท่าคลีนแอนด์เจิร์กอันสมบูรณ์แบบ
"พ่อ แม่ เก้าอี้สองตัวนี่หนักอย่างมากก็ร้อยจิน"
"มันยังรู้สึกเบาไปหน่อยนะเนี่ย"
หลินซีเยว่แบกโต๊ะกาแฟไว้โดยที่หน้าไม่แดงและใจไม่เต้นแรง แถมยังมีแรงเหลือเฟือที่จะโยกมันเล่นไปมา
หลินกั๋วฮุยและเฉินเหมยยืนมองอยู่ข้างๆ ไม่รู้แล้วว่าจะทำหน้ายังไงใส่ลูกสาวดี
นี่ไม่ใช่เสื้อนวมกันหนาวตัวน้อยของพ่อแม่แล้ว นี่มันเสื้อเกราะกันกระสุนชัดๆ!
"งั้นก็..."
หลินกั๋วฮุยเกาหัว "แต่ในบ้านไม่มีอะไรหนักกว่านี้แล้วนะ"
เขามองไปรอบๆ จนสายตาไปหยุดที่ห้องนอนตัวเอง
"จะมีก็แต่เตียงไม้ที่พ่อกับแม่นอนนั่นแหละ"
"จำได้ว่าตอนซื้อเขาบอกว่าเป็นไม้เก่า น่าจะหนักกว่าหกร้อยจินได้มั้ง?"
"งั้นไปลองกัน! หนูจะดูว่าจะยกไหวไหม!"
พอได้ยินแบบนั้น ไฟในตัวหลินซีเยว่ก็ลุกโชน เธอวางโต๊ะลงแล้วเดินดุ่มๆ ไปที่ห้องนอนพ่อแม่ทันที
"โอย ลูกรัก เบาๆ หน่อย!"
"เดี๋ยวก็เจ็บตัวหรอก!"
สองผู้เฒ่าตกใจแทบสิ้นสติ รีบวิ่งตามไปเพราะกลัวจะเกิดอุบัติเหตุ
แม้จะยอมรับความจริงที่ว่าลูกสาวก้าวเข้าสู่วิถีแห่งการบำเพ็ญเพียรแล้ว แต่เตียงนั่นมันของหนักกว่าหกร้อยจิน ถ้าหลุดมือขึ้นมาไม่ใช่เรื่องล้อเล่น
หลินซีเยว่เดินวนรอบเตียงหนึ่งรอบ
"อืม... เตียงใหญ่ไปหน่อย จะเริ่มตรงไหนดีนะ"
เธอบ่นพึมพำก่อนจะปิ๊งไอเดีย
"รู้แล้ว! งัดจากปลายเตียงขึ้นมาก่อน แล้วค่อยมุดเข้าไปแบกตรงกลาง!"
หลินมั่วถึงกับอึ้งเมื่อได้ยิน
น้องสาว ความคิดเธอนี่บรรเจิดจริง
แน่ใจนะว่าไม่ได้กำลังเล่นกายกรรมอยู่?
ไม่รอช้า หลินซีเยว่ลงมือทันที
เธอเดินไปที่ปลายเตียง จับขอบเตียงด้วยสองมือแล้วเกร็งเอวออกแรง เสียง "เอี๊ยด" ดังขึ้นเมื่อขาเตียงหนักอึ้งถูกงัดลอยจากพื้น
จากนั้นเธอใช้ไหล่ดันค้ำไว้ แล้วค่อยๆ กระดึบตัวเข้าไปใต้เตียงทีละนิด จนกระทั่งเข้าไปอยู่ใต้เตียงทั้งตัว
หลินกั๋วฮุยและเฉินเหมยยืนลุ้นจนหัวใจแทบจะหลุดออกมาทางปาก
ครู่ต่อมา พวกเขาก็พบว่าความกังวลนั้นช่างไร้เหตุผล
ต่อหน้าต่อตาพวกเขา เตียงไม้ขนาดยักษ์ค่อยๆ ลอยสูงขึ้นอย่างมั่นคง
ภายใต้เตียงนั้น ร่างบอบบางของหลินซีเยว่ยืนหยัดมั่นคงราวกับแม่แรงยกรถ!
"อืม... เทียบกับโต๊ะเมื่อกี้ เตียงนี่หนักใช้ได้เลย"
เสียงอู้อี้ของหลินซีเยว่ดังมาจากใต้เตียง
"แต่ก็ยังไหวนะ ไม่ยากเท่าไหร่"
"พี่ชาย ที่บ้านไม่มีอะไรให้ลองแล้ว พี่พอจะประเมินได้หรือยัง? ถ้าได้แล้วหนูจะวางลงนะ"
"ขืนทำพัง พ่อกับแม่ได้นอนพื้นแน่คืนนี้"
คำพูดของหลินซีเยว่ดึงสติหลินมั่วที่กำลังอ้าปากค้างให้กลับมา
เมื่อครู่เขาตะลึงกับวีรกรรมสะเทือนโลกของน้องสาวจนลืมคิดไปชั่วขณะ
"อะ... อืม"
"วางลงเถอะ ระวังด้วย"
"พี่พอรู้คร่าวๆ แล้ว..."
หลินมั่วรำพึงกับตัวเอง
ยกเตียงหนักกว่าหกร้อยจินได้สบายๆ แค่รู้สึกหนักนิดหน่อยแต่ไม่ยาก?
นั่นหมายความว่าพละกำลังปัจจุบันของน้องสาวต้องไม่ต่ำกว่าหนึ่งพันจินแน่นอน!
แถมยังเป็นตัวเลขประเมินขั้นต่ำด้วย!
ซี้ด... ปีศาจ ช่างเป็นปีศาจจริงๆ!
หลินมั่วสูดปาก รู้สึกว่าน้องสาวเขาคืออัจฉริยะเหนือมนุษย์!
"พี่ชาย แบบนี้ถือว่าอยู่ระดับไหน?"
หลินซีเยว่ค่อยๆ วางเตียงกลับที่เดิมอย่างระมัดระวัง แล้วคลานออกมาปัดฝุ่นตามตัวก่อนจะทิ้งตัวลงนอนบนเตียง ถามหลินมั่วผ่านทางความคิด
"ระดับไหนเหรอ?"
ความคิดของหลินมั่วกระจัดกระจายเล็กน้อย
"จะให้อธิบายยังไงดี... ตอนที่พี่เข้าสู่ขั้นปรับแต่งกายาขั้นที่หนึ่ง พี่มีแรงแค่สามร้อยจิน ขนาดว่าพี่ใช้แรงสุดชีวิตแล้วนะ"
"แถมยังทำได้ในสภาพแวดล้อมอย่างมหาภพชางเสวียนที่มีปราณวิญญาณสมบูรณ์และเหมาะแก่การบำเพ็ญเพียรด้วย"
"ส่วนเธอ..."
"อยู่บนดาวบลูสตาร์ที่ไร้ซึ่งปราณวิญญาณหล่อเลี้ยง พื้นฐานร่างกายมนุษย์ก็อ่อนแอ แถมสมุนไพรบนดาวนี้ก็เทียบไม่ได้เลยกับของวิเศษในโลกจอมยุทธ์"
"ด้วยเงื่อนไขการฝึกระดับผู้ลี้ภัยแบบนี้ แต่เธอดันมีแรงทะลุพันจินในขั้นปรับแต่งกายาขั้นที่หนึ่ง พี่ไม่อยากจะนึกเลยว่าถ้าเธอมาโลกจอมยุทธ์ จะกลายเป็นสัตว์ประหลาดขนาดไหน"
เมื่อนึกย้อนกลับไปถึงแรงอันน่าเวทนาแค่สามร้อยจินของตัวเองตอนทะลวงขั้นแรก
แล้วมาดูข้อมูลสเตตัสอันน่าสะพรึงกลัวระดับพันจินของหลินซีเยว่ หลินมั่วก็อดอิจฉาไม่ได้จริงๆ
แต่ทว่า จะบอกว่าอิจฉาก็พูดได้ไม่เต็มปาก
เพราะ... เขาเพิ่งขยับตัวตามสัญชาตญาณ แล้วพบว่าพละกำลังของตัวเองก็เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลจนน่าตกใจเช่นกัน!
"เดี๋ยวนะ!"
หลินมั่วสะดุ้งโหยง กระโดดลงจากเตียงทันที
เขาลองปล่อยหมัดใส่กำแพงอิฐในห้องดูเชิง
ไม่กล้าใส่เต็มแรง ใช้พลังแค่สองส่วน
ตูม!
เสียงทึบหนักๆ ดังขึ้น
บนกำแพงปรากฏรอยหมัดยุบลงไปชัดเจน รายล้อมด้วยรอยร้าวเป็นทางยาว
หลินมั่ว: "..."
เชี่ย!
"เยี่ยม เยี่ยมมาก! แม้แต่ค่าพละกำลังก็แชร์กันได้ แถมยังทบต้นด้วย!"
หลินมั่วดีใจจนเนื้อเต้น
เดิมทีเขาคิดว่าระบบจะแชร์และทบยอดให้แค่ระดับพลังยุทธ์ แต่ไม่นึกว่าค่าสเตตัสพื้นฐานที่สุดอย่างพละกำลังก็จะแชร์ด้วย!
"บางที ในอนาคต ฉันอาจจะเดินเส้นทางสาย 'ทำลายทุกสรรพวิชาด้วยพละกำลังเดียว' ก็ได้"
ในมหาภพชางเสวียน มีอัจฉริยะระดับปีศาจบางคนที่มีกายาเซียนหรือกายาเทพ
คนพวกนี้เกิดมาพร้อมร่างกายที่แข็งแกร่งไร้เทียมทาน ถนัดใช้กำลังเข้าข่มคู่ต่อสู้ในระดับเดียวกันอย่างหน้าด้านๆ ไร้เหตุผลสิ้นดี
หลินมั่วรู้สึกว่าขอแค่มีคนในต้าเซี่ยมาฝึกวิชาเยอะๆ และช่วยกันทบยอดพละกำลังให้เขาเรื่อยๆ สักวันเขาก็จะไปถึงจุดนั้นได้เช่นกัน!
ถึงตอนนั้น ต่อให้เป็นกายาเซียนหรือกายาเทพหน้าไหน หรือมีวิชาเทพขั้นสุดยอดอะไร เขาจะต่อยให้แตกด้วยหมัดเดียวนี่แหละ!
"พี่ชาย ในเมื่อหนูเก่งขนาดนี้แล้ว เริ่มแผนที่พี่บอกได้หรือยัง?"
เสียงของหลินซีเยว่ดึงหลินมั่วกลับมาจากวิมานในอากาศ
"เอ่อ... คือ..."
หลินมั่วอึ้งไปอีกรอบ
"โธ่เอ๊ย ใครจะไปนึกว่าจะเร็วขนาดนี้!"
"นี่เพิ่งนอนตื่นเดียวเองนะ!"
เขาเคยเผื่อใจไว้แล้วว่าอย่างน้อยหลินซีเยว่ต้องใช้เวลาเป็นเดือนกว่าจะเริ่มจับทางได้
ใครจะไปคิดว่าน้องสาวดันบ้าพลัง เปลี่ยนร่างจากสาวน้อยอ่อนแอเป็นหุ่นรบกันดั้มได้ภายในสามวัน!
ความก้าวหน้านี้ทำเอาแผนการที่วางไว้รวนไปหมด
"อย่าเพิ่งใจร้อน"
หลินมั่วคิดสักพักแล้วตัดสินใจเพลย์เซฟ
"ในเมื่อพรสวรรค์ดีขนาดนี้ งั้นฝึกต่ออีกสักสองวันให้มั่นใจ"
"รอให้เธอทะลวงเข้าสู่ขั้นปรับแต่งกายาขั้นที่สองก่อน แล้วเราค่อยเริ่มแผน มันจะดูน่าเชื่อถือกว่า!"
"เอ่อ... แต่พี่คะ พี่คงไม่รู้ว่าหนูกินล้างผลาญจนบ้านจะเจ๊งแล้วนะ!"
หลินซีเยว่ลุกขึ้นนั่งบนเตียงแล้วพูดด้วยความเกรงใจ
การที่เธอเข้าสู่ขั้นปรับแต่งกายาขั้นที่หนึ่งได้ในสามวัน ล้วนแลกมาด้วยเงินสดเน้นๆ!
สมุนไพรป่าราคาแพงระยับที่พ่อแม่ซื้อมา ไม่ว่าจะเป็นโสมป่าเก่าแก่หรือโชวู ล้วนถูกบดเป็นผงแล้วต้มเป็นยาสูตรพิเศษตามใบสั่งยาของหลินมั่ว ให้เธอดื่มต่างน้ำ
ยาสมุนไพรชามเดียวนั้นมีค่าเท่ากับเงินเดือนคนทั่วไปหลายเดือนรวมกัน!
ถ้าไม่ใช่เพราะหลินกั๋วฮุยและเฉินเหมยเป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจมานานหลายสิบปีจนมีเงินเก็บก้อนโต ป่านนี้คงได้ยื่นล้มละลายไปแล้ว!
"ไม่ต้องกลัวลูก!"
ตอนนี้หลินซีเยว่คุยกับหลินมั่วโดยพูดออกมาตรงๆ ไม่ได้ใช้แค่ความคิด
ดังนั้นพอได้ยินแบบนี้ หลินกั๋วฮุยจึงรีบก้าวเข้ามา ตบไหล่ลูกสาวแล้วประกาศกร้าวอย่างป๋าๆ ว่า:
"อย่างมากก็ขายบ้าน!"
"เรื่องแค่นี้จิ๊บจ๊อย!"
"จะเลี้ยงลูกฝึกวิชาแค่นี้ทำไมจะไม่ได้?"
เขาพูดอย่างสบายใจเฉิบ คนไม่รู้อาจคิดว่าแค่จะส่งลูกไปเรียนพิเศษ!
"แต่พ่อ ถ้าขายบ้านเราจะไปอยู่ที่ไหน?"
หลินซีเยว่หน้ามุ่ย
"หนูไม่อยากนอนใต้สะพานนะ!"
"ลูกไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นหรอก"
เฉินเหมยเดินยิ้มเข้ามาสมทบ
"ถ้าแผนของพี่ชายลูกสำเร็จ คิดว่าเราจะยังขาดที่อยู่รึไง?"
คำพูดของเฉินเหมยทำให้หลินซีเยว่ตาสว่างทันที
จริงด้วย!
ถ้าแผนสำเร็จจริงๆ เธอก็จะกลายเป็นไข่มุกเม็ดงามที่เจิดจรัสที่สุดในต้าเซี่ยไม่ใช่หรือ?
นั่นมันบุคคลระดับสมบัติชาติเลยนะ!
ถึงตอนนั้น ยังต้องมากังวลเรื่องไม่มีที่ซุกหัวนอนอีกเหรอ?
เฮ้อ เธอนี่วิสัยทัศน์แคบจริงๆ
"เยี่ยม!"
ไฟนักสู้ของหลินซีเยว่ลุกโชนอีกครั้ง
"งั้นลุยต่อ!"
"พ่อ แม่ เอาเงินมาเลย!"
"ลูกสาวคนนี้จะขอเกาะพ่อแม่กินต่อไปค่า!!"
หลินซีเยว่กำหมัดแน่น ให้กำลังใจตัวเอง
อีกฟากหนึ่ง หลินมั่วมองดูครอบครัวที่อบอุ่นแต่แฝงความกาวนิดๆ ด้วยสีหน้าปลาบปลื้ม ก่อนจะปิดภาพฉายลง