- หน้าแรก
- ปรมาจารย์หญิงปราบมารที่ไม่ปกติ อุบัติเหตุรักษ์โลกวิญญาณ ฉบับปรมาจารย์จำเป็น
- บทที่ 2346 ท่านพ่อบุญธรรม โปรดรับการคำนับจากข้าด้วย
บทที่ 2346 ท่านพ่อบุญธรรม โปรดรับการคำนับจากข้าด้วย
บทที่ 2346 ท่านพ่อบุญธรรม โปรดรับการคำนับจากข้าด้วย
บทที่ 2346 ท่านพ่อบุญธรรม โปรดรับการคำนับจากข้าด้วย
เธอค้นหาข้อมูลอีกสักพัก ก็ไปเจอสัมภาษณ์ของผู้จัดการของซุนเหวินหลง เขาบอกว่าซุนเหวินหลงไม่พอใจกับการแสดงของเสิ่นหาวเจี๋ยมาโดยตลอด จึงคอยชี้แนะหลายต่อหลายครั้งระหว่างการแสดง แต่เสิ่นหาวเจี๋ยกลับไม่พอใจอย่างยิ่ง ด้วยถือว่าตนเป็นถึงนักแสดงชายยอดเยี่ยมคนล่าสุด ซุนเหวินหลงจึงไม่มีสิทธิ์มาสอนเขา ก่อนหน้านี้ก็เคยพูดจาไม่ดีกับซุนเหวินหลงมาก่อน
วันนั้นต้องถ่ายทำฉากต่อสู้ ซุนเหวินหลงบอกว่าท่าทางของเสิ่นหาวเจี๋ยยังไม่ได้มาตรฐาน จึงสาธิตให้ดูด้วยตัวเอง ทว่าเสิ่นหาวเจี๋ยกลับโยนดาบทิ้งแล้วเดินจากไป หลังจากนั้นก็เกิดเหตุการณ์ทำร้ายร่างกายขึ้น
ผู้จัดการคนนั้นพลางปาดน้ำตาพลางกล่าวโทษตัวเองว่า ถ้าตอนนั้นเขาตามไปที่รถตู้ด้วยก็คงจะดี คุณซุนก็จะไม่ถูกทำร้าย นี่ไม่เพียงแต่ทำร้ายคุณซุนเท่านั้น แต่ยังทำลายดาวรุ่งดวงใหม่ที่กำลังจะเจิดจรัสอีกด้วย
คำพูดที่ราดน้ำมันบนกองไฟของเขาจุดประกายความโกรธของชาวเน็ตขึ้นมาทันที ชาวเน็ตต่างพากันประณามเสิ่นหาวเจี๋ยว่าเหย่อหยิ่ง ไม่เคารพผู้อาวุโส พฤติกรรมเลวทราม แม้กระทั่งมีคนขุดคุ้ยเรื่องฉาวในอดีตของเขา บอกว่าพอโด่งดังขึ้นมาก็ทิ้งแฟนสาว ตอนไปถ่ายทำละครที่ต่างประเทศก็ไปลวนลามนักแสดงหญิงในกองถ่ายเดียวกัน แถมยังเคยด่าผู้กำกับอีกด้วย เป็นคนนิสัยแย่มาก
เดี๋ยวก่อน
ว่านซุ่ยขมวดคิ้ว ไม่ใช่สิ เสิ่นหาวเจี๋ยเคยไปถ่ายทำที่ต่างประเทศแค่ครั้งเดียวก็คือครั้งที่ประเทศซานฝอฉีไม่ใช่เหรอ?
เขาไปลวนลามนักแสดงหญิงตอนไหนกัน?
ส่วนเรื่องที่เขาด่าผู้กำกับ ไม่ใช่เพราะผู้กำกับคนนั้นเป็นต้นเหตุให้ทีมงานในกองถ่ายเสียชีวิตไปหลายคนหรอกหรือ? ไม่สมควรด่าหรือ?
ครั้งนั้นพวกเขาได้สร้างคุณงามความดีครั้งใหญ่ ไม่เพียงแต่ช่วยชีวิตคนไว้มากมาย แต่ยังนำโบราณวัตถุบางส่วนที่ตกค้างอยู่ในต่างประเทศกลับคืนมาได้สำเร็จ และบริจาคให้กับพิพิธภัณฑ์อีกด้วย
นี่เพิ่งจะผ่านมาไม่ถึงสองปี ทุกคนลืมไปแล้วหรือ?
ก็มีแฟนคลับของเสิ่นหาวเจี๋ยออกมาปกป้องเขาเหมือนกัน โดยอ้างว่าเรื่องฉาวเหล่านี้เป็นการเจตนากลั่นแกล้งใส่ร้าย และยังกล่าวถึงเรื่องที่เขาเคยช่วยชีวิตคนและบริจาคโบราณวัตถุที่ประเทศซานฝอฉีด้วย แต่เสียงของพวกเขาก็ถูกกลบหายไปในกระแสการประณามที่ถาโถมเข้ามาอย่างรวดเร็ว
คำแก้ต่างมากมายถึงกับถูกลบออกจากทุกแพลตฟอร์ม บัญชีเหล่านี้ก็ถูกแบน กระแสสังคมออนไลน์ถูกชี้นำให้ด่าทอเสิ่นหาวเจี๋ยอยู่ฝ่ายเดียว
นี่มันยิ่งแปลกเข้าไปใหญ่
ในฐานะคนที่เคยถูกทัวร์ลงมาก่อน ว่านซุ่ยรู้ดีว่าเรื่องนี้ต้องมีคนอยู่เบื้องหลังคอยผลักดันอย่างแน่นอน
ในขณะที่ว่านซุ่ยกำลังจะให้คนของหลินซีเฉินไปสืบสวนเรื่องนี้ ก็มีกระแสข่าวใหม่เกิดขึ้นบนโลกออนไลน์
ปรากฏว่าเป็นจางเจียหรงที่ออกมาพูดว่า เมื่อครึ่งปีก่อนตอนที่เธอถ่ายทำละครย้อนยุคแนวไอดอลเรื่อง "วสันต์พัดยอดหลิว" เธอถูกซุนเหวินหลงที่รับบทเป็นจักรพรรดิคุกคามทางเพศ แถมยังบอกว่าจะเลี้ยงดูเธอด้วย แต่เธอปฏิเสธอย่างหนักแน่น ผลคือซุนเหวินหลงเก็บความแค้นไว้ในใจ คอยกลั่นแกล้งเธอในกองถ่ายหลายครั้ง แม้กระทั่งขู่ว่าจะแบนเธอ
ต่อมาผู้กำกับทนแรงกดดันไม่ไหว จึงเปลี่ยนตัวนักแสดงในบทของเธอ แล้วให้นักแสดงหน้าใหม่ที่ซุนเหวินหลงแนะนำมารับบทนางรองแทน
หลังจากนั้นงานของจางเจียหรงก็เริ่มลดลง ไม่มีกองถ่ายไหนติดต่อให้เธอไปแสดงอีก ผู้จัดการของเธอไปสืบหาข้อมูลอยู่หลายครั้ง ในที่สุดก็มีคนสนิทแอบบอกเธอว่า อิทธิพลของซุนเหวินหลงในวงการนั้นใหญ่มาก เขาแอบปล่อยข่าวออกไปว่าใครก็ตามที่ใช้จางเจียหรงก็เท่ากับเป็นศัตรูกับเขา ไม่มีใครกล้าล่วงเกินเขา ส่งผลให้จางเจียหรงต้องกลายเป็นฝ่ายเสียเปรียบ
ว่านซุ่ยตกใจ
เธอจำได้ว่าพ่อของจางเจียหรงรวยและมีตำแหน่งไม่ใช่เหรอ? เธอยังรู้จักผู้อำนวยการฉินแห่งพิพิธภัณฑ์แห่งชาติด้วย ทำไมถึงถูกซุนเหวินหลงกดขี่ได้ขนาดนี้?
เธออ่านต่อไป จางเจียหรงบอกว่าหลังจากที่เธอถูกซุนเหวินหลงแบน เรื่องนี้เธอเล่าให้เสิ่นหาวเจี๋ยฟังคนเดียว เสิ่นหาวเจี๋ยคอยเรียกร้องความยุติธรรมให้เธอมาโดยตลอด แม้กระทั่งออกมาพูดเพื่อจางเจียหรงในที่สาธารณะหลายครั้ง ทว่าการกระทำนั้นกลับนำภัยมาสู่ตัวเขาเอง กลายเป็นหนามยอกอกของซุนเหวินหลง
ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในตอนนี้ เห็นได้ชัดว่าเป็นวิธีการแก้แค้นของซุนเหวินหลง
วิดีโอของเธอถูกลบไปอย่างรวดเร็ว ผู้ที่อยู่เบื้องหลังกลับมาลงมืออีกครั้ง ลบความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อเสิ่นหาวเจี๋ยออกจากทุกแพลตฟอร์ม
แม้กระทั่งมีคนสร้างข่าวลือเรื่องความสัมพันธ์ของเสิ่นหาวเจี๋ยกับจางเจียหรง บอกว่าทั้งสองคนแอบคบกันมานานแล้ว จางเจียหรงเป็นเมียน้อยที่ถูกเลี้ยงดู จงใจใส่ร้ายซุนเหวินหลง
ว่านซุ่ยตกใจอีกครั้ง
พ่อของจางเจียหรงทนเรื่องนี้ได้ด้วยเหรอ?
เธอโทรหาหลินซีเฉินก่อน หลินซีเฉินยังคงอยู่ที่ประเทศเปียว ภารกิจของเขากำลังคืบหน้าไปได้ด้วยดี มีรายงานว่าช่วงสองสามวันนี้เขาเพิ่งได้พบและรับการยอมจำนนจากมหาอสูรในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกหลายตน
เขาให้เจ้าหน้าที่ในเมืองหมายเลข 24 รายงานสถานการณ์ให้ว่านซุ่ยทราบ ปรากฏว่าซุนเหวินหลงเป็นคนในสายเลือดหลักของตระกูลซุนแห่งซ่างกู่ ประมุขตระกูลซุนเป็นพี่ชายแท้ๆ ของเขา
แม้ว่าตระกูลจางจะร่ำรวยและมีอำนาจ แต่นั่นก็เป็นเพียงในพื้นที่ของเขา หากเทียบสถานะแล้วยังห่างไกลจากตระกูลซุนแห่งซ่างกู่มาก ดังนั้นหลังจากเกิดเรื่องขึ้น พ่อของจางเจียหรงจึงบอกกับเธอว่าให้แล้วกันไป ต่อไปไม่ต้องอยู่ในวงการบันเทิงแล้ว กลับไปทำธุรกิจของครอบครัว
ความเจ็บช้ำครั้งนี้ตระกูลจางจำต้องกล้ำกลืนฝืนทนลงไป
เขาทนได้ แต่ฉันทนไม่ได้
ในใจของว่านซุ่ย เสิ่นหาวเจี๋ยและคนอื่นๆ ล้วนเป็นเพื่อนของเธอ เธอจะยอมให้เพื่อนถูกใส่ร้ายป้ายสีแบบนี้ได้อย่างไร?
เธอหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา ค้นหาบัญชีวีแชทของเสิ่นหาวเจี๋ยกับจางเจียหรง แล้วส่งข้อความไปให้พวกเขาว่า “ไม่ต้องกลัว ฉันจะช่วยพวกเธอเอง”
ไม่นานเสิ่นหาวเจี๋ยกับจางเจียหรงก็ส่งสติกเกอร์รูปน่าสงสาร น้ำตาคลอเบ้ามาให้
ว่านซุ่ยคิดในใจ ‘นี่พวกเธอนัดกันมาเหรอ?’
“คุณหนูว่าน คุณคือพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดคนที่สองของผมเลย!” เสิ่นหาวเจี๋ยตอบกลับมา ในน้ำเสียงมีความสั่นเครือเล็กน้อย “ผมไม่คิดเลยว่าคุณจะยื่นมือเข้ามาช่วย บุญคุณครั้งนี้ผมจะจดจำไว้ในใจตลอดไป”
จางเจียหรงก็ส่งข้อความมาเช่นกัน “ท่านพ่อบุญธรรม โปรดรับการคำนับจากข้าด้วย”
[จบตอน]