- หน้าแรก
- ปรมาจารย์หญิงปราบมารที่ไม่ปกติ อุบัติเหตุรักษ์โลกวิญญาณ ฉบับปรมาจารย์จำเป็น
- บทที่ 2331 ยิ่งนางฆ่าคนมากเท่าไร พลังของนางก็จะยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น
บทที่ 2331 ยิ่งนางฆ่าคนมากเท่าไร พลังของนางก็จะยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น
บทที่ 2331 ยิ่งนางฆ่าคนมากเท่าไร พลังของนางก็จะยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น
บทที่ 2331 ยิ่งนางฆ่าคนมากเท่าไร พลังของนางก็จะยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น
แต่เขาคาดไม่ถึงว่าในปีที่ลูกชายอายุได้ห้าขวบ ขณะที่เขากำลังต้มอาหารหมูอยู่ในครัว ลูกชายของเขาก็ขี่สกู๊ตเตอร์พุ่งเข้ามาชนจนเขากระเด็นตกลงไปในหม้อ และถูกต้มจนตายทั้งเป็น
และสกู๊ตเตอร์คันนั้นก็เป็นของขวัญวันเกิดที่เขาทำขึ้นมาให้ลูกชายด้วยมือของตัวเอง
ภาพมายาในห้องโดยสารค่อยๆ เลือนหายไป เหลือเพียงซากเรืออับปางและความเงียบสงัดใต้ท้องทะเล
ในขณะนั้นเอง บนหน้าจอก็ปรากฏกล่องข้อความขึ้นมา ตัวละครในเกมไม่มีเสียงพากย์ แต่กลับมีเสียงของใครบางคนดังขึ้นจากด้านหลัง
ว่านซุ่ยควบคุมสตรีในชุดกี่เพ้าสีเขียวให้หันไป ก็พบว่าที่ข้างประตูห้องโดยสารมีผู้หญิงในชุดสีแดงฉานยืนอยู่ นางคือทายาทของหมอผีในภาพมายานั่นเอง
นางบอกกับสตรีในชุดกี่เพ้าสีเขียวว่า ตั้งแต่ที่ตนกลายเป็นภูตผีปีศาจใต้ทะเล ทุกปีจะต้องกลืนกินคนเป็นๆ และใช้คำสาปที่ต้องตายอย่างแน่นอนสังหารพวกเขา เพื่อรักษาการมีอยู่ของตัวเอง
ยิ่งนางสังหารคนมากเท่าไร พลังของนางก็จะยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น
เดิมทีปีนี้แค่สังหารกู้จื้อเจ๋ออีกคนเดียวก็เพียงพอ แต่ตอนนี้นางเปลี่ยนใจแล้ว นางต้องการจะกลืนกินผู้บำเพ็ญสายภูตอย่างสตรีในชุดกี่เพ้าสีเขียว เพื่อให้ได้มาซึ่งพลังที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
จากนั้นก็เป็นการต่อสู้ครั้งใหญ่ระหว่างสตรีในชุดกี่เพ้าสีเขียวและสตรีชุดแดง หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายปะทะกัน ว่านซุ่ยจึงเข้าใจว่าทำไมเกมถึงไม่มอบภารกิจต่อเนื่องให้เธอ แค่ให้เธอปกป้องกู้จื้อเจ๋อเป็นเวลาสามวัน
สตรีในชุดกี่เพ้าสีเขียวไม่ใช่คู่ต่อสู้ของสตรีชุดแดงเลยแม้แต่น้อย!
สตรีชุดแดงอย่างน้อยก็เป็นแหล่งอันตรายระดับสองขั้นสูงสุด ใกล้เคียงกับแหล่งอันตรายระดับหนึ่งแล้ว
แถบเลือดบนศีรษะของนางยาวมาก สามดาบสังหารของสตรีในชุดกี่เพ้าสีเขียวฟันใส่ร่างของนางเป็นเพียงแค่รอยขีดข่วน แถบเลือดลดลงไปเพียงน้อยนิด ทว่าสตรีชุดแดงกลับสามารถซัดอีกฝ่ายปลิวได้ในกระบวนท่าเดียว
ว่านซุ่ยรู้สึกว่าไม่สามารถสู้ซึ่งหน้าได้ จึงเริ่มล่อสตรีชุดแดงไปทั่วห้องโดยสาร ใช้ท่วงท่าที่คล่องแคล่วหลบหลีกการโจมตีของนางทุกครั้ง
แต่ทำแบบนี้ต่อไปก็ไม่ใช่ทางออกที่ดีนัก ไม่สามารถสู้ด้วยกำลังได้ ก็ต้องใช้สติปัญญา
เพียงแค่หาจุดอ่อนของสตรีชุดแดงให้เจอ ต่อให้สังหารนางไม่ได้ ก็ยังสามารถถ่วงเวลานางไว้ชั่วคราว เพื่อให้สตรีในชุดกี่เพ้าสีเขียวมีโอกาสหลบหนีไปได้
แต่จะมีวิธีไหนล่ะ?
ว่านซุ่ยขยี้ผมตัวเองอย่างหงุดหงิด
ทันใดนั้น เธอก็เห็นมีดปอกผลไม้ในจานผลไม้บนโต๊ะ
ใช่แล้ว มีด!
มีดที่สตรีชุดแดงใช้เชือดคอตัวเองในตอนนั้น!
ภูตผีปีศาจกับอาวุธที่ใช้สังหารตนเองจะมีความผูกพันที่ลึกซึ้งอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะกลายเป็นศาสตราวุธของมัน หรือกลายเป็นดาวข่มของมันก็ตาม
และสตรีชุดแดงก็ไม่ได้ใช้มีดเล่มนั้นเป็นศาสตราวุธวิเศษ!
เธอต้องหามีดเล่มนั้นให้เจอ!
เธอใช้ท่วงท่าอันพลิ้วไหวล่อสตรีชุดแดงไปยังส่วนท้ายของห้องโดยสาร จากนั้นก็ดึงประตูที่ขึ้นสนิมปิดลงอย่างแน่นหนา ขังสตรีชุดแดงไว้ภายใน
แต่ก็ขังไว้ได้ไม่นาน ด้วยพลังของสตรีชุดแดง สามารถพังประตูแล้วพุ่งออกมาได้ทุกเมื่อ
เธอจึงใช้โอกาสนี้ควบคุมสตรีในชุดกี่เพ้าสีเขียวกลับไปยังห้องเต้นรำ
หลายปีผ่านไปแล้ว ศพในตอนนั้นก็ผุพังไปหมดแล้ว เหลือเพียงกระดูกบางส่วนที่ถูกสิ่งมีชีวิตสีขาวเกาะติดอยู่ยังคงนอนอยู่ที่นั่น
กระดูกเหล่านั้นหลายชิ้นยังคงอยู่ในท่าทางตอนที่เสียชีวิต ทั้งหมดนอนคว่ำอยู่ที่ข้างประตูและหน้าต่าง ด้วยท่าทางที่อยากจะหนีออกไปเพื่อสูดอากาศบริสุทธิ์สักหน่อย
แต่ความพยายามทั้งหมดของพวกเขาก็ไร้ผล
เสื้อผ้าของผู้ตายหายไปนานแล้ว การจะหาว่าโครงกระดูกไหนเป็นของสตรีชุดแดงนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ว่านซุ่ยจึงคิดจะลองใช้ความสามารถในการทำนายที่แม่นยำของตัวเองอีกครั้ง
เธอควบคุมสตรีในชุดกี่เพ้าสีเขียวกวาดสายตามองไปรอบๆ เมื่อสายตากวาดผ่านกองกระดูกกองหนึ่ง ก็พลันหยุดชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะตรงเข้าไปค้นหาในกองกระดูกนั้น
ในขณะนั้นเอง ประตูใหญ่ของห้องเต้นรำก็ถูกเตะปลิวออกไป สตรีชุดแดงพุ่งเข้ามา
นางมีสภาพผมเผ้ายุ่งเหยิง ใบหน้าบิดเบี้ยวดุร้ายอย่างยิ่งยวด เสียงกรีดร้องคำรามของนางดังประสานกับเสียงกระแสน้ำใต้ทะเลขณะพุ่งเข้าใส่สตรีในชุดกี่เพ้าสีเขียว
ว่านซุ่ยร้อนใจ รีบควบคุมให้สตรีในชุดกี่เพ้าสีเขียวกวาดมือค้นหากองกระดูกขาวโพลน ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียง ‘แกร๊ง’ ดังขึ้น
มีดเล่มหนึ่งตกลงมาจากมือของโครงกระดูกโครงหนึ่ง
ว่านซุ่ยสั่งให้ตัวละครคว้ามีดเล่มนั้นขึ้นมา เป็นจังหวะเดียวกับที่สตรีชุดแดงพุ่งมาถึงด้านหลังพอดี เธอจึงปัดนิ้วบนหน้าจออย่างรวดเร็ว สตรีในชุดกี่เพ้าสีเขียวหันขวับกลับไปแทงมีดเข้าที่กลางอกของสตรีชุดแดง
ร่างของสตรีชุดแดงชะงักไปครู่หนึ่ง
ว่านซุ่ยแตะบนหน้าจออีกครั้ง มีดเล่มนั้นพลันจมลึกลงไปอีก สตรีชุดแดงกรีดร้องโหยหวนพร้อมกับซัดสตรีในชุดกี่เพ้าสีเขียวกระเด็นออกไป
สตรีชุดแดงลอยอยู่กลางห้องเต้นรำ เหมือนกำลังทนทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส ร่างกายดิ้นรนบิดเบี้ยวไม่หยุดหย่อน ผิวพรรณที่เคยสวยงามละเอียดอ่อนเริ่มลอกออกเป็นแผ่นๆ เหมือนกับสีผนังที่ลอกล่อน
นางโห่ร้องคำราม พูดอะไรบางอย่างเป็นภาษาของประเทศซานฝอฉี ว่านซุ่ยถึงกับพูดไม่ออก เกมนี้ช่วยแปลให้ฉันหน่อยไม่ได้หรือไง บทสนทนาที่ปรากฏบนหน้าจอล้วนเป็นภาษาซานฝอฉี
โชคดีที่โทรศัพท์มือถือสมัยนี้ฉลาดพอ เธอจึงเปิดใช้การแปลบนหน้าจอพร้อมกัน
สตรีชุดแดงคนนั้นประกาศกร้าวว่าต่อให้ต้องตาย ก็จะลากเธอลงนรกไปด้วยกัน จากนั้นจึงรวบรวมพลังเฮือกสุดท้ายพุ่งเข้าใส่สตรีในชุดกี่เพ้าสีเขียว หวังจะกอดรัดอีกฝ่ายแล้วระเบิดตัวเองตายไปพร้อมกัน
บนหน้าจอปรากฏแสงสีแดงกระพริบ พร้อมกับเสียงสัญญาณเตือนภัย เตือนเธอว่าอันตราย
หากตัวละครเสียชีวิต จะไม่สามารถฟื้นคืนชีพได้ ทำได้เพียงเลือกตัวละครใหม่เท่านั้น
ว่านซุ่ยผูกพันกับตัวละครสตรีในชุดกี่เพ้าสีเขียวแล้ว ย่อมไม่อยากเห็นเธอต้องตายไปต่อหน้าต่อตา เธอจึงควบคุมตัวละครตามสัญชาตญาณให้คว้าของที่อยู่ใกล้ตัวมาป้องกัน หวังจะต้านทานไว้สักครู่เพื่อหาโอกาสหลบหนี
[จบตอน]