- หน้าแรก
- ปรมาจารย์หญิงปราบมารที่ไม่ปกติ อุบัติเหตุรักษ์โลกวิญญาณ ฉบับปรมาจารย์จำเป็น
- บทที่ 2171 อดีตเคยเกิดอะไรขึ้น
บทที่ 2171 อดีตเคยเกิดอะไรขึ้น
บทที่ 2171 อดีตเคยเกิดอะไรขึ้น
บทที่ 2171 อดีตเคยเกิดอะไรขึ้น
“พวกเราจ่ายภาษีไม่ไหว ทั้งยังเกิดภัยแล้งจนมีโจรชุกชุม ราชสำนักยังจะมาเกณฑ์พวกเราไปปราบโจรในนามของการใช้แรงงานอีก”
“พวกเราเป็นแค่ชาวนาหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน ชาตินี้เครื่องมือเหล็กอย่างเดียวที่เคยใช้ก็คือเครื่องมือทำนา แล้วจะไปสู้กับโจรผู้ร้ายที่โหดเหี้ยมพวกนั้นได้อย่างไร นี่มันจงใจส่งพวกเราไปตายชัดๆ”
ว่านซุ่ยเข้าใจในที่สุดว่าเหตุใดขุนพลวิญญาณทั้งสี่ตนนั้นถึงได้ถือเครื่องมือทำนาอยู่ในมือ
ที่แท้แล้วมหาจักรพรรดิเฟิงตูตัวปลอมผู้นี้เคยเป็นชาวนานี่เอง
“ดังนั้นพวกเราจึงทำได้เพียงละทิ้งบ้านเกิด หนีภัยแล้งกันไปทั้งหมู่บ้าน” เสียงของเขาสงบนิ่งไร้ความรู้สึกใดๆ ราวกับกำลังเล่าเรื่องของคนอื่น
“ตอนที่เพิ่งออกเดินทาง บ้านของข้ามีกันเจ็ดคน พ่อกับแม่ข้าอายุมากแล้ว ร่างกายอ่อนแอ ระหว่างทางก็หาน้ำดื่มไม่ได้ ไม่นานพวกท่านก็สิ้นใจ ไม่มีปัญญาจะจัดงานศพให้ ได้แต่หาที่ฝังส่งๆ ข้างทาง ผู้ใหญ่ในตระกูลบอกให้ข้าขุดหลุมให้ลึกหน่อย บอกว่าถ้าตื้นเกินไป จะถูกหมาป่าขุดขึ้นมากิน”
“แต่ข้ารู้ ที่พวกเขาพูดถึงน่ะไม่ใช่หมาป่าหรอก แต่เป็นผู้คนที่อดอยากต่างหาก”
“แต่บ้านข้าไม่มีวัว มีแต่รถลากที่ต้องใช้แรงคนลาก บนรถคือข้าวของทั้งหมดของครอบครัวกับเสบียงอาหารอันน้อยนิด ถ้าไม่มีของพวกนั้น พวกเราทุกคนก็ต้องอดตาย ข้าไม่มีแรงจะขุดลึกๆ ได้เลย ทำได้แค่ให้พ่อแม่ต้องลำบากหน่อย”
“เดินทางไปหลายร้อยหลี่ ผ่านเมืองหลายเมือง แต่ไม่มีเมืองไหนเปิดประตูให้พวกเราเข้าไป ไม่มีขุนนางท่านไหนแจกข้าวช่วยเหลือ เสบียงอันน้อยนิดของข้าหมดลงอย่างรวดเร็ว ลูกคนเล็กสุดก็รักษาไว้ไม่ได้ จากนั้นก็เป็นลูกชายคนที่สอง”
“ข้าคิดจะขายลูกสาวคนโตให้เป็นอนุภรรยาของคนรวย แต่นางผอมจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก ไม่มีใครต้องการเลย สุดท้ายนางก็จากไป”
“ในที่สุดฝนก็ตกเสียที พวกเรานึกว่าจะรอดชีวิตแล้ว แต่สวรรค์ก็ยังไม่ปรานีพวกเราสองสามีภรรยา มีกองทหารผ่านมา พวกเขาก็สังหารพวกเราอย่างโหดเหี้ยม ภรรยาของข้าเพื่อช่วยให้ข้าหนีไปได้ นางจึงโผเข้าไปกอดขาทหารที่ไล่ฆ่าพวกเราไว้”
“พอข้ากลับไปตามหาพวกเขา ก็เห็นเพียงศพไร้หัวของภรรยากับญาติพี่น้อง ทหารพวกนั้นเดิมทีมาเพื่อปราบโจร แต่พวกเขาไม่มีปัญญาไปปราบโจร พอเห็นพวกเราที่เป็นผู้ลี้ภัย ก็ฆ่าพวกเราแล้วตัดหัวไปรับความดีความชอบ”
“ข้าไม่มีทางไป ทำได้เพียงไปเป็นโจร ตอนที่พวกเราตามหัวหน้าใหญ่ไปบุกโจมตีเมือง ในที่สุดข้าก็ได้เจอกับทหารที่ฆ่าภรรยาของข้า ข้าพุ่งเข้าไปสู้กับมันจนตัวตาย สุดท้ายก็ตายไปพร้อมกับมัน”
“หลังจากตายข้าก็ไปที่ยมโลก ท่านปู่เจ้าพ่อหลักเมืองของอำเภอเราบอกว่าข้ามีจิตสังหารรุนแรงเกินไป ไอแค้นลึกล้ำเกินไป แต่ตอนมีชีวิตอยู่ก็ไม่ได้ทำเรื่องเลวร้ายอะไร จึงให้ข้าไปเป็นเพชฌฆาต คอยตัดหัวพวกวิญญาณชั่วร้ายโดยเฉพาะ”
ว่านซุ่ยกล่าวว่า “นี่ก็ดีแล้วไม่ใช่หรือ? ท่านปู่เจ้าพ่อหลักเมืองปฏิบัติตามกฎ มอบตำแหน่งให้เจ้า ทำให้เจ้าสามารถใช้ชีวิตอย่างสงบสุขในยมโลกได้”
เธอมองไปที่ดาบหัวอสูรที่ปักอยู่บนพื้น “ในเมื่อดาบที่เจ้าใช้สามารถก่อเกิดจิตศาสตราได้ แสดงว่าเจ้าต้องเคยสังหารคนชั่วช้ามานับไม่ถ้วน เจ้าน่าจะได้รับการยอมรับนับถืออย่างสูงในจวนเจ้าพ่อหลักเมือง แล้วทำไมถึงยังมีจิตใจบิดเบี้ยวจนก่ออาชญากรรมเช่นนี้ได้?”
“ได้รับการยอมรับนับถืออย่างสูง?” เขาหัวเราะเสียงดังลั่น หัวเราะจนหายใจไม่ทัน ราวกับจะขาดใจตาย
ว่านซุ่ยขมวดคิ้ว มองเขาคลุ้มคลั่งอย่างเย็นชา
ทันใดนั้นเขาก็หยุดหัวเราะ ดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำ แววตาดูบ้าคลั่งเล็กน้อย
“ข้าตัดหัวอยู่ในยมโลกมาตั้งสี่ร้อยปี! สี่ร้อยปีเต็ม! ภูตผีปีศาจที่ตายด้วยน้ำมือข้ามีนับไม่ถ้วน แม้แต่ขุนนางกังฉินที่ใส่ร้ายคนดี ขายชาติบ้านเมืองก็ยังตายด้วยน้ำมือข้า แต่แล้วอย่างไรล่ะ?”
“สี่ร้อยปีแล้ว ข้าก็ยังเป็นแค่เพชฌฆาต! เป็นได้แค่ข้าราชการชั้นผู้น้อยที่สุดในจวนเจ้าพ่อหลักเมือง ใครๆ ก็ดูถูกข้าได้ บอกว่าข้าเป็นตัวซวย!”
“ข้าเคยไปหาท่านปู่เจ้าพ่อหลักเมือง ขอให้ท่านเปลี่ยนตำแหน่งให้ข้า แต่ท่านกลับบอกว่าข้าเกิดมาเพื่อเป็นเพชฌฆาต ก็ควรจะเป็นเพชฌฆาตต่อไป!”
“เงินเดือนกับรางวัลที่ท่านให้เจ้าก็คงไม่น้อยใช่ไหม?” ว่านซุ่ยพูดขัดขึ้น
“แล้วจะทำไม? สิ่งที่ข้าต้องการคือเงินรางวัลหรือไง?” เขาตะโกนสุดเสียง “เขายังไม่ยอมให้ตำแหน่งตูโถวกับข้าเลยด้วยซ้ำ!”
“พวกที่ได้เป็นขุนนางก่อน ก็ยึดครองตำแหน่งไว้ คอยแต่จะเลื่อนตำแหน่งให้คนของตัวเอง ไม่เคยเห็นหัวคนที่ทำงานหนักอย่างพวกเราเลย ในสายตาของพวกเขา พวกเราก็เป็นแค่วัวควาย!”
“เจ้าบอกมาสิ ว่าข้าต้องตัดหัวคนชั่วอีกกี่หัว ต้องเป็นเพชฌฆาตอีกกี่ปี ถึงจะลืมตาอ้าปากได้? ถึงจะได้รับการยอมรับจากเพื่อนร่วมงาน? ถึงจะพลิกฟื้นชะตาได้?”
พอพูดถึงตรงนี้ เขาก็หัวเราะอีกครั้ง “บางทีอาจเป็นเพราะสวรรค์ทนดูต่อไปไม่ไหวแล้ว ถึงได้มอบโอกาสที่หาได้ยากยิ่งในรอบพันปีให้แก่ข้า!”
หัวใจของว่านซุ่ยกระตุกวูบ
จุดสำคัญมาแล้ว
ที่เธอทนฟังเขาพูดมาตั้งมากมาย ก็เพื่อรอคอยช่วงเวลานี้
เรื่องราวในอดีตที่ราชันย์โจ้วเจวี๋ยอินไม่ยอมบอกเธอ คนผู้นี้สามารถบอกเธอได้ทั้งหมด
“โลกที่เต็มไปด้วยเทพปีศาจกำลังเคลื่อนที่ผ่านห้วงมิติมาทางโลกมนุษย์ และกำลังจะพุ่งชนกับมิติที่แดนหยางตั้งอยู่”
“เมื่อโลกทั้งสองใบปะทะกัน แดนหยางจะถูกฉีกออกเป็นรอยแยกมิติขนาดมหึมา เหล่าเทพปีศาจจากโลกนั้นจะพากันทะลักเข้ามายังโลกมนุษย์ผ่านรอยแยกนั้น!”
[จบตอน]