เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1511 ทำไมคุณไม่ถ่ายหนังสยองขวัญ แต่กลับมาถ่ายละครย้อนยุคซะล่ะ?

บทที่ 1511 ทำไมคุณไม่ถ่ายหนังสยองขวัญ แต่กลับมาถ่ายละครย้อนยุคซะล่ะ?

บทที่ 1511 ทำไมคุณไม่ถ่ายหนังสยองขวัญ แต่กลับมาถ่ายละครย้อนยุคซะล่ะ?


บทที่ 1511 ทำไมคุณไม่ถ่ายหนังสยองขวัญ แต่กลับมาถ่ายละครย้อนยุคซะล่ะ?

“เป็นยังไงบ้าง? พวกเขาแสดงได้ไม่เลวเลยใช่ไหมล่ะ?” ผู้กำกับซุนพูดอย่างภาคภูมิใจ

ว่านซุ่ยแค่นหัวเราะในใจ

ผู้ช่วยผู้กำกับพูดกับชายที่นั่งอยู่หน้ามอนิเตอร์อย่างตื่นเต้น “ผู้กำกับเฉิน คุณว่าคนนี้เป็นยังไงบ้าง? ด้วยบุคลิกแบบนี้ แสดงเป็นฮองเฮาหลิงซีได้สบายเลย!”

ผู้กำกับเฉินหันกลับมา ทั้งสองสบตากัน

ผู้กำกับเฉิน: “…”

ว่านซุ่ย: “…”

โลกมันกลมจริงๆ!

“ผู้กำกับเฉิน ไม่ได้เจอกันนานเลยนะคะ” ว่านซุ่ยกล่าว “ทำไมคุณไม่ถ่ายหนังสยองขวัญ แต่กลับมาถ่ายละครย้อนยุคซะล่ะคะ?”

หลังจากตกตะลึงอย่างสุดขีด ผู้กำกับเฉินก็กระโดดพรวดขึ้นมา พุ่งไปอยู่ตรงหน้าว่านซุ่ย ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้นราวกับได้เจอแม่แท้ๆ ของตัวเอง “โอ้โห นี่คุณหนูว่านนี่เอง! ท่านยอมมาเป็นตัวประกอบ... ไม่สิ นักแสดงรับเชิญพิเศษให้กับกองถ่ายของเรา ทำให้กองถ่ายของเราเจิดจรัสเป็นเกียรติอย่างยิ่ง!”

ว่านซุ่ยยืนนิ่งอึ้ง

เธอรู้สึกว่าผู้กำกับเฉินคงจะเสียสติไปแล้วหรือไม่ก็ความจำเสื่อม เธอจำได้ว่าเมื่อก่อนพวกเขาสองคนดูเหมือนจะมีความขัดแย้งกันอยู่ไม่ใช่หรือ

ตอนที่เธอช่วยพวกเขาออกมาจากประเทศซานฝอฉี เธอก็ไม่ได้ไว้หน้าเขาเลยสักนิด คนในกองถ่ายเองต่างก็ไม่พอใจเขา เพราะท้ายที่สุดแล้ว เขาก็เป็นคนทำให้ช่างภาพและผู้ช่วยผู้กำกับต้องตาย

ตอนที่เธอจากมา เธอมองผู้กำกับเฉินแวบหนึ่ง เห็นเขากำลังจ้องมองเธอด้วยสายตาเย็นชาน่าขนลุก ราวกับเปี่ยมไปด้วยความเกลียดชัง

แล้วทำไมตอนนี้ถึงได้กระตือรือร้นขนาดนี้?

หรือว่าเขาอยากจะวางกับดักให้เธอกระโดดลงไปกันแน่?

แต่ถึงจะขบคิดจนหัวแทบระเบิด เธอก็นึกไม่ออกว่าเขาจะวางกับดักอะไรเธอได้ หรือว่าเขาตั้งใจจะทำให้ภาพลักษณ์ของเธอเสื่อมเสียในละคร เพื่อให้เธอถูกชาวเน็ตรุมด่า?

ว่านซุ่ยเริ่มสนใจขึ้นมา

ไหนๆ ก็ว่างอยู่แล้ว เธออยากจะเห็นเหมือนกันว่าผู้กำกับเฉินมีแผนอะไรในใจ

รอยยิ้มของผู้กำกับเฉินดูจริงใจอย่างยิ่ง คำพูดที่เอ่ยออกมาก็เปี่ยมด้วยความจริงใจ “เสี่ยวซุนเอ๋ย ไม่นึกเลยว่านายจะเชิญคุณหนูว่านมาได้ ครั้งนี้ต้องถือเป็นความดีความชอบครั้งใหญ่ของนายเลยนะ นายทำคุณประโยชน์ครั้งใหญ่ให้กองถ่ายของเราเลย”

ผู้ช่วยผู้กำกับแซ่ซุนทำหน้างุนงง

เขาแค่สุ่มดึงคนเดินถนนธรรมดาๆ มาคนหนึ่ง หรือว่าคุณหนูว่านคนนี้จะมีเบื้องหลังที่ไม่ธรรมดา พอที่จะใช้เป็นประเด็นสร้างกระแสให้ละครเรื่องนี้ดังก่อนฉายได้?

“เร็วเข้า ไปเอาสัญญามา” ผู้กำกับเฉินกระซิบข้างหูผู้ช่วยของเขาสองสามประโยค ผู้ช่วยเผยสีหน้าตกใจ “ผู้กำกับเฉิน จะเอาแบบนี้จริงๆ หรือครับ?”

“ไปเถอะ” ผู้กำกับเฉินขยิบตาให้เขา

ว่านซุ่ยขมวดคิ้วเล็กน้อย ตั้งใจจะรอดูสถานการณ์ไปก่อน

ไม่นานผู้ช่วยก็นำสัญญามามอบให้ว่านซุ่ยอย่างนอบน้อม และเชิญให้เธอตรวจดูอย่างละเอียด

ว่านซุ่ยบอกว่าอยากจะขอเวลาพิจารณาสัญญา ผู้กำกับเฉินจึงให้ผู้ช่วยผู้กำกับซุนเชิญเธอไปด้านข้าง ส่วนตัวเองก็กลับไปถ่ายทำฉากต่อไป

ว่านซุ่ยอ่านสัญญาหนึ่งรอบ แต่ก็ยังจับต้นชนปลายไม่ถูก

สัญญานี้มันเอื้อประโยชน์ให้เธอมากเกินไปแล้วไม่ใช่หรือ?

ผู้กำกับเฉินถึงกับยอมแบ่งรายได้สิบเปอร์เซ็นต์ของทั้งเรื่องให้เธอเป็นค่าตัวเนี่ยนะ?

เธอลองดูบทของตัวเองอย่างละเอียด มีแค่สองฉากเอง คาดว่าบทพูดคงไม่มีกี่ประโยคด้วยซ้ำ

เรื่องที่ผิดปกติย่อมมีเบื้องหลังที่ไม่ชอบมาพากล

เธอส่งบทละครไปให้หลินซีเฉิน เวลาที่คิดอะไรไม่ออก ก็ต้องพึ่งพากุนซือแล้ว

ล้อกันเล่นหรือไง ตอนนี้เธอเป็นถึงผู้ตรวจการมณฑลชิงโจว มีคนเก่งกาจอยู่ใต้บังคับบัญชามากมาย จะยอมให้ผู้กำกับคนหนึ่งมาหลอกได้ยังไง?

หลินซีเฉินตอบกลับมาอย่างรวดเร็วว่าสัญญาไม่มีปัญหาอะไร เผลอๆ อาจจะเป็นสัญญาที่ไม่เป็นธรรมด้วยซ้ำ

ไม่เป็นธรรมต่อผู้กำกับเฉิน

ว่านซุ่ยขมวดคิ้วอีกครั้ง

ผู้กำกับเฉินกำลังเล่นละครอะไรอยู่กันแน่

หลินซีเฉินหัวเราะแล้วพูดว่า “ไม่ต้องกังวลไปหรอก ผู้กำกับเฉินคนนี้อยากให้คุณมาแสดงละครของเขาจริงๆ ถึงแม้จะแค่ฉากเดียว เขาก็สามารถใช้คุณเป็นจุดขายเพื่อสร้างกระแสได้แล้ว ตอนนี้คุณเป็นสตรีมเมอร์ที่มีแฟนคลับหนึ่งร้อยสามสิบล้านคน เป็นระดับแนวหน้าของวงการ แค่เขาตัดต่อฉากที่คุณแสดงแล้วใส่เพลงประกอบลงไป โพสต์ลงบนแพลตฟอร์มวิดีโอสั้น ละครของเขาก็จะดังก่อนฉายแล้ว ถึงตอนนั้นเรตติ้งต้องไม่ต่ำแน่ๆ”

ว่านซุ่ยทำตาปลาตาย คนคนนี้เจ้าเล่ห์จริงๆ หาเรื่องหลอกคนได้ทุกรูปแบบ

หลินซีเฉินอธิบายต่อ “หลังจากที่ผู้กำกับเฉินคนนี้กลับมาจากประเทศซานฝอฉี เขาก็ตกเป็นเป้าของกระแสวิพากษ์วิจารณ์ พวกเสิ่นหาวเจี๋ยต่างโด่งดังเป็นพลุแตก แต่ตัวเขากลับถูกวิจารณ์อย่างหนัก เพราะความพลการที่ไปถ่ายทำห้องประกอบพิธีศพของผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ช่างภาพเสียชีวิต หากการตายของผู้ช่วยผู้กำกับอีกคนมีหลักฐานแน่ชัดว่าเขาเป็นคนลงมือ ป่านนี้เขาคงเข้าไปนอนในคุกแล้ว”

“แต่เรื่องนี้ก็ทำให้ชื่อเสียงของเขาในวงการตกต่ำลงอย่างฮวบฮาบ หนังที่เขาถ่ายทำที่ประเทศซานฝอฉีก็ไม่ผ่านการเซ็นเซอร์และไม่ได้เข้าฉาย เขาหานายทุนมาทำหนังไม่ได้เป็นเวลานานแล้ว ครั้งนี้กว่าจะได้โอกาสมาถ่ายละครย้อนยุค ก็ย่อมต้องอยากสร้างผลงานที่โด่งดังเปรี้ยงปร้างออกมาโดยไม่เกี่ยงวิธีการ”

ว่านซุ่ยคิดในใจ ‘มิน่าล่ะ เขาถึงได้เจาะจงหานักแสดงแม่เหล็กสองสามคนมารับบทพระเอกนางเอก น่าเสียดายที่ฝีมือการแสดงของทั้งคู่ดูแล้วปวดตาชะมัด’

“ฉันเข้าใจแล้ว” ว่านซุ่ยตัดสาย

พอดีกับที่ฉากนั้นถ่ายทำเสร็จ ผู้กำกับเฉินก็เดินเข้ามาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม “คุณหนูว่าน ดูสัญญาเป็นยังไงบ้างครับ? วางใจได้เลย ผมพูดคำไหนคำนั้น จะให้ค่าตัวคุณก่อนห้าหมื่น หลังจากนั้นจะแบ่งรายได้จากละครให้คุณอีกสิบเปอร์เซ็นต์ ไม่ผิดคำพูดแน่นอนครับ”

“เงื่อนไขของคุณดีมากจริงๆ ค่ะ” ว่านซุ่ยส่งยิ้มอ่อนโยนให้เขา เดิมทีใบหน้าของเธอจัดอยู่ในประเภทสวยหวานนุ่มนวล เวลาที่ช้อนสายตาขึ้นมองจะดูน่าทะนุถนอม แต่ในตอนนี้เมื่อมีเครื่องสำอางขับเน้น กลับให้ความรู้สึกเฉียบคมดุจยอดคนแห่งกลียุค

รอยยิ้มนี้ทำให้ผู้กำกับเฉินใจสั่นวูบ แต่เขาก็ยังหยิบปากกาออกมา พูดด้วยใบหน้าจริงใจว่า “ถ้าอย่างนั้นก็ต้องรบกวนคุณหนูว่านแล้วล่ะครับ”

[จบตอน]

จบบทที่ บทที่ 1511 ทำไมคุณไม่ถ่ายหนังสยองขวัญ แต่กลับมาถ่ายละครย้อนยุคซะล่ะ?

คัดลอกลิงก์แล้ว