- หน้าแรก
- ปรมาจารย์หญิงปราบมารที่ไม่ปกติ อุบัติเหตุรักษ์โลกวิญญาณ ฉบับปรมาจารย์จำเป็น
- บทที่ 1481 ความรู้สึกเหมือนมีเทพเวลตันแบกตัวกระจอกอย่างผมอยู่เลย
บทที่ 1481 ความรู้สึกเหมือนมีเทพเวลตันแบกตัวกระจอกอย่างผมอยู่เลย
บทที่ 1481 ความรู้สึกเหมือนมีเทพเวลตันแบกตัวกระจอกอย่างผมอยู่เลย
บทที่ 1481 ความรู้สึกเหมือนมีเทพเวลตันแบกตัวกระจอกอย่างผมอยู่เลย
ว่านซุ่ยมองไปรอบๆ พลันมีความคิดหนึ่งแวบขึ้นมาในหัว เธอเดินตรงไปยังกำแพงที่อยู่ตรงข้ามกับหน้าต่างสามเหลี่ยมแล้วสั่ง “ทุบกำแพงนี้ซะ”
“ครับ” เจิงฝานถือค้อนปอนด์เดินเข้ามา ซึ่งเป็นอันเดียวกับที่เขาหยิบมาจากห้องเก็บเครื่องมือก่อนหน้านี้
โครม!
ค้อนปอนด์ถูกเหวี่ยงลงไปทุบกำแพงจนเป็นหลุมขนาดใหญ่ เศษอิฐแตกกระจายว่อน
กำแพงนี้ก่อขึ้นจากอิฐ คนธรรมดาอยากจะทุบให้พังย่อมไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เจิงฝานมีพละกำลังมหาศาล เขาใช้ค้อนทุบเพียงไม่กี่ครั้งก็ทำให้กำแพงเกิดเป็นช่องโหว่ขนาดใหญ่ได้
กลิ่นเหม็นเน่าโชยออกมาปะทะหน้า ทุกคนรีบยกมือขึ้นปิดจมูกและปาก แล้วมองเข้าไปในช่องโหว่นั้น
ในกำแพงมีศพนอนอยู่ศพหนึ่ง!
เจิงฝานใช้ค้อนทุบต่อไปจนกำแพงพังทลายลงมาทั้งแถบ ถึงได้พบว่านั่นคือศพของเด็กผู้หญิงที่เน่าเปื่อยอย่างรุนแรง ที่ปลายเท้าของศพยังมีหีบเหล็กขึ้นสนิมวางอยู่ใบหนึ่ง
เจิงฝานหยิบหีบเหล็กใบนั้นออกมา แล้วพูดกับต่งจิ้นว่า “ภารกิจของคุณสำเร็จแล้ว”
ต่งจิ้นกลืนน้ำลาย
ภารกิจนี้สำเร็จง่ายเกินไปแล้ว
ความรู้สึกเหมือนมีเทพเวลตันแบกตัวกระจอกอย่างผมอยู่เลย
ก่อนหน้านี้เขายังดูถูกคนใหม่อยู่เลย
นี่มันคนใหม่ที่ไหนกัน นี่มันเทพที่หลงเข้ามาในหมู่บ้านผู้เล่นใหม่ชัดๆ เลยไม่ใช่หรือ?
เหมยฟางฟางหยิบกุญแจออกมาไขหีบเหล็ก เสียงดังแกร๊ก ฝาหีบก็เด้งเปิดออก ด้านในมีหมวกสวยๆ ใบหนึ่งวางอยู่ แต่เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด ใต้หมวกมีสมุดบันทึกเล่มใหญ่สีเหลืองถูกทับไว้
จางหรงหยิบสมุดบันทึกเล่มนั้นขึ้นมา ในหัวของเขาก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น “ภารกิจสำเร็จ รางวัลคือการ์ดเอาชีวิตรอด 5 ใบ”
ทุกคนเปิดสมุดบันทึกออกดู บนนั้นมีลายมือแบบเด็กๆ เขียนเล่าถึงวัยเด็กอันน่าเศร้าของเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง
ครอบครัวนี้ได้ให้กำเนิดลูกแฝดชายหญิง เดิมทีนี่เป็นเรื่องน่ายินดี แต่แฝดน้องซึ่งเป็นผู้หญิงกลับมีใบหน้าที่ผิดรูป
พ่อแม่ของเธอเป็นผู้ศรัทธาในศาสนาอย่างแรงกล้า พวกเขาคิดว่าตนเองถูกสาปแช่งและเป็นเรื่องที่น่าอับอายอย่างยิ่ง ในปีที่เด็กหญิงอายุสิบขวบ เธอถูกเด็กกลุ่มหนึ่งในหมู่บ้านรังแก ด้วยความโกรธเธอจึงใช้ก้อนหินทุบหัวเด็กคนหนึ่งจนบาดเจ็บ
ชาวบ้านพากันมาที่บ้าน บอกว่าเด็กหญิงเป็นลูกของปีศาจและต้องการจะเผาเธอให้ตาย
พ่อของเด็กหญิงพอจะมีหน้ามีตาในหมู่บ้านอยู่บ้าง เขาให้คำมั่นสัญญากับชาวบ้านว่าจะไม่ปล่อยเด็กหญิงออกมาอีก ทั้งยังสัญญาว่าจะให้ผลประโยชน์มากมายแก่ชาวบ้าน พวกเขาจึงยอมจากไป
แต่เด็กหญิงก็ถูกขังไว้ในห้องใต้หลังคา นับจากนั้นมาก็ใช้ชีวิตอยู่ในความมืดมิด
โชคดีที่เด็กชายเป็นเด็กที่มีจิตใจดี เขาจะแอบปีนขึ้นไปบนห้องใต้หลังคาเพื่อคุยเป็นเพื่อนและสอนหนังสือให้เด็กหญิง
นานวันเข้า ทั้งสองก็กลายเป็นเพื่อนที่คุยกันได้ทุกเรื่อง
ในวันเกิดอายุสิบห้าปีของเด็กหญิง เด็กชายบอกว่าจะให้ของขวัญวันเกิดแก่เธอ เด็กหญิงรอคอยด้วยใจจดจ่อ จนกระทั่งบ่ายคล้อยจึงเห็นเด็กชายถือหมวกสวยใบหนึ่งมา
หมวกใบนั้นซื้อมาด้วยเงินที่เด็กชายหามาจากการช่วยล้างรถ เด็กหญิงดีใจมาก สวมหมวกแล้วเด็กชายก็แอบพาเธอไปที่ริมทะเลสาบ เพื่อนั่งชมพระอาทิตย์ตกด้วยกัน
นั่นคือทิวทัศน์ที่สวยงามที่สุดเท่าที่เด็กหญิงเคยเห็นมาในชีวิต
แต่พวกเขาก็ถูกเด็กๆ ในหมู่บ้านพบเข้า
เด็กพวกนั้นกำลังว่ายน้ำอยู่ในทะเลสาบและเห็นพวกเขาพอดี พวกเขาหลบไม่ทันจึงถูกล้อมไว้
ในกลุ่มเด็กเหล่านั้นมีคนที่เคยถูกเด็กหญิงทุบหัวจนแตกอยู่ด้วย เขาหยิบก้อนหินขึ้นมาจะขว้างใส่เด็กหญิง เด็กชายเข้าไปขวาง ทั้งสองยื้อยุดฉุดกระชากกัน ก่อนที่เด็กชายจะถูกเด็กคนนั้นผลักตกลงไปในน้ำ
เด็กชายว่ายน้ำไม่เป็น
เด็กคนอื่นๆ เห็นว่าเรื่องบานปลายจึงพากันวิ่งหนีไปหมด เด็กหญิงเองก็ว่ายน้ำไม่เป็น แต่เธอก็กระโดดลงไปช่วยพี่ชายอย่างไม่ลังเล
แต่ลำพังตัวเธอเองก็เอาตัวไม่รอด ไม่เพียงแต่จะช่วยพี่ชายไว้ไม่ได้ ยังทำให้ตัวเองตกอยู่ในอันตรายไปด้วย
พี่ชายใช้เรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายผลักเธอเข้าฝั่ง แล้วตัวเองก็จมหายไป
เหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความกระทบกระเทือนใจให้เด็กหญิงอย่างมาก พ่อแม่ก็โทษว่าเป็นความผิดของเธอ ส่วนพ่อแม่ของเด็กที่ผลักเด็กชายตกน้ำ ไม่เพียงแต่ไม่ขอโทษ กลับพาคนมาโวยวายถึงบ้าน ต่อว่าพ่อแม่ของเด็กหญิงว่าทำไมถึงปล่อยเธอออกมา
ระหว่างที่โต้เถียงกัน พ่อของเด็กหญิงก็ถูกทำร้ายจนบาดเจ็บ
เด็กหญิงซ่อนตัวอยู่บนห้องใต้หลังคาและเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด เมล็ดพันธุ์แห่งความเกลียดชังหยั่งรากลึกลงในใจของเธอ
ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ในหมู่บ้านก็เริ่มมีคนตาย
เด็กหนุ่มที่ผลักเด็กชายตกน้ำเสียชีวิตอย่างปริศนาจากการตกจากที่สูง ส่วนคนที่เคยรังแกเด็กหญิงก็ประสบอุบัติเหตุทีละคน
พวกเขา...ทุกคนล้วนตายด้วยน้ำมือของเด็กหญิง
คาดไม่ถึงว่าเด็กหญิงจะเป็นอัจฉริยะด้านการก่ออาชญากรรม ในหัวของเธอมีแผนการมากมายที่สามารถทำให้คนตายด้วยอุบัติเหตุได้ แม้แต่ตำรวจก็สืบหาความจริงไม่ได้
แต่ชาวบ้านก็ยังคงสงสัยเด็กหญิง พวกเขามาล้อมบ้านหลังนี้อีกครั้ง พ่อแม่ของเด็กหญิงถือปืนยืนเฝ้าอยู่ที่ประตู ไม่ยอมให้พวกเขาเข้าไป แต่ชาวบ้านตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจะต้องกำจัดเด็กหญิงที่เป็นตัวปัญหานี้ให้ได้
พวกเขาทำร้ายพ่อแม่ของเด็กหญิงแล้วบุกเข้าไปในห้องใต้หลังคา ใช้หีบเหล็กใบนี้นี่เองทุบเด็กหญิงจนตาย
หลังจากชาวบ้านจากไป สองสามีภรรยาที่ทั้งโกรธและเสียใจก็นำศพของลูกสาวไปซ่อนไว้ในกำแพง ในหมู่บ้านแห่งนี้มีตำนานเก่าแก่เล่าขานกันว่า หากนำศพของผู้ที่ตายอย่างไม่เป็นธรรมไปซ่อนไว้ในกำแพงของบ้าน บ้านหลังนั้นจะกลายเป็นบ้านผีสิง และผู้ที่ตายไปจะอยู่ที่นี่ตลอดกาล กลายเป็นวิญญาณที่ผูกติดกับสถานที่
[จบตอน]