- หน้าแรก
- ปรมาจารย์หญิงปราบมารที่ไม่ปกติ อุบัติเหตุรักษ์โลกวิญญาณ ฉบับปรมาจารย์จำเป็น
- บทที่ 1461 ท่านสื่อจวิน ท่านหลงกลเขาแล้ว!
บทที่ 1461 ท่านสื่อจวิน ท่านหลงกลเขาแล้ว!
บทที่ 1461 ท่านสื่อจวิน ท่านหลงกลเขาแล้ว!
บทที่ 1461 ท่านสื่อจวิน ท่านหลงกลเขาแล้ว!
“หลังจากที่เขาหนีไปแล้ว ยังกลับดำเป็นขาว ใส่ร้ายเพื่อนร่วมทีมของตัวเอง โยนความผิดทั้งหมดไปให้เพื่อนร่วมทีม ปั้นแต่งตัวเองให้เป็นวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ เพื่อหลอกลวงคนทั้งใต้หล้า”
“คนชั่วช้าเช่นนี้! คนสารเลว! ย่อมฉวยโอกาสที่ทูตของข้าไม่ทันระวังตัว สังหารนางเป็นแน่ จะมีความเข้าใจผิดได้อย่างไร?”
“เดิมทีข้าไม่อยากจะก่อสงคราม เพื่อหลีกเลี่ยงการทำลายความสัมพันธ์อันดีระหว่างข้ากับหน่วยสืบสวนคดีพิเศษ จึงได้ส่งทูตไปยังตระกูลสวี่ เกลี้ยกล่อมให้เขามอบตัวแต่โดยดี เพื่อให้คดีที่ไม่เป็นธรรมในอดีตได้กระจ่างแก่ใต้หล้า เขากลับสังหารทูตของข้า ยังจะมาใส่ร้ายว่าทูตของข้าลอบสังหารเขาอีก!”
“น่าชิงชังยิ่งนัก!”
“ทูตผู้นั้นคือศิษย์ของข้า นายกองทั้งสองนายก็เป็นขุนพลคู่ใจของข้า วันนี้หากข้าไม่สามารถแก้แค้นให้พวกเขาได้ ยากที่จะชำระความแค้นของข้าได้!”
“เจ้าไม่ต้องพูดมากความ รีบไปเสีย!”
คราวนี้ ทั่วทั้งเมืองจิงลั่วก็เกิดความโกลาหลขึ้น
“อะไรนะ? มีเรื่องแบบนี้ด้วยหรือ? เป็นเรื่องจริงหรือเปล่า?”
“เรื่องเมื่อก่อนมันเป็นเรื่องอะไรกันแน่? มีใครพอจะรู้เรื่องบ้าง ช่วยเล่าให้พวกเราฟังหน่อยสิ”
“ฉันเคยได้ยินข่าวลือมาบ้างเหมือนกัน ได้ยินมาว่าเมื่อก่อนที่ชิงโจวมีพื้นที่บอดเมืองปู๋เย่เฉิง มีคนตายไปเยอะมาก ต่อมามียอดฝีมือท่านหนึ่งกำจัดแหล่งอันตรายในพื้นที่บอด ช่วยชีวิตชาวบ้านในชิงโจวทั้งมณฑลกว่าร้อยล้านคนไว้ได้”
“ฉันก็เคยได้ยินมาเหมือนกัน ฉันยังได้ยินมาอีกว่าภัยพิบัติครั้งนั้นเกิดจากหน่วยผู้บุกเบิกหน่วยหนึ่ง พวกเขาอยากจะแย่งชิงสมบัติในพื้นที่บอดนั่น เลยปล่อยภูตผีปีศาจที่ร้ายกาจอย่างยิ่งออกมาตนหนึ่ง ทันทีที่ภูตผีปีศาจตนนั้นบุกออกจากพื้นที่บอด ก็จะทำให้ชิงโจวทั้งมณฑลกลายเป็นเถ้าถ่าน”
“ฉันได้ยินมาว่าคนในหน่วยผู้บุกเบิกหน่วยนั้นแทบจะตายกันหมด กลับมาได้แค่คนเดียว ถูกตัดสินลงโทษ แต่ก็บาดเจ็บสาหัสมาก อยู่ได้อีกไม่กี่ปี อาจจะตายไปแล้วก็ได้?”
“ฉันรู้ว่าประมุขตระกูลสวี่ได้เป็นกรรมการบริหารกิตติมศักดิ์ของหน่วยสืบสวนคดีพิเศษเพราะแก้ไขปัญหาพื้นที่บอดเมืองปู๋เย่เฉิงได้ แต่ฉันไม่รู้เลยว่าเบื้องหลังจะมีเรื่องราวเช่นนี้อยู่ด้วย”
“ประมุขตระกูลสวี่เป็นคนเจ้าเล่ห์เพทุบายขนาดนี้เชียวหรือ เพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง แม้แต่เพื่อนร่วมทีมก็ยังใส่ร้ายได้ ช่างเป็นคนสารเลวโดยแท้!”
“คนแบบนี้ กลับได้มาเป็นกรรมการบริหารกิตติมศักดิ์ของหน่วยสืบสวนคดีพิเศษ! หน่วยสืบสวนคดีพิเศษนี่มันหลอกง่ายเกินไปแล้วหรือเปล่า?”
ไม่เพียงแต่จิงลั่วที่เดือดพล่าน แม้แต่ทั้งโลกออนไลน์ก็ลุกเป็นไฟ แทบทุกแพลตฟอร์มต่างก็กำลังถกเถียงกันเรื่องใหญ่เรื่องนี้
โชคดีที่วันนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ หากเป็นวันทำงาน หุ้นของธุรกิจในเครือตระกูลสวี่ต้องดิ่งลงเหวอย่างแน่นอน
“ใส่ร้าย! นี่เป็นการใส่ร้าย!” กรรมการบริหารที่อายุค่อนข้างมากคนหนึ่งตะโกนลั่นในที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร “เรื่องราวในอดีตพวกเราได้สืบสวนอย่างชัดเจนแล้ว ก็คือหลินซีเฉินกับคนอีกไม่กี่คนนั่นแหละที่ทำความผิดครั้งใหญ่ หลักฐานที่ประมุขตระกูลสวี่นำกลับมาก็ได้พิสูจน์เรื่องนี้ไปนานแล้ว!”
เขามองไปยังประธานกรรมการบริหารสวี่ กล่าวอย่างขุ่นเคือง “หน่วยสืบสวนคดีพิเศษของพวกเราจะยอมให้คนมาใส่ร้ายผู้สร้างคุณูปการอันยิ่งใหญ่ของเราแบบนี้ไม่ได้เด็ดขาด ประธานกรรมการบริหารสวี่ นำหลักฐานในอดีตทั้งหมดออกมาเปิดเผย ให้ทุกคนได้รู้ความจริง คืนความยุติธรรมให้ประมุขตระกูลสวี่!”
กรรมการบริหารจางมองเขาแสดงท่าทีอย่างออกนอกหน้าด้วยสายตาเย็นชา ตระกูลของกรรมการบริหารคนนี้กับตระกูลสวี่มีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง การที่เขากระตือรือร้นออกนอกหน้าขนาดนี้ ต้องเป็นเพราะประธานกรรมการบริหารสวี่ได้วางแผนไว้ตั้งแต่แรกแล้วแน่ๆ
เป็นไปตามที่เขาคาดไว้จริงๆ เมื่อมีคนนำ ก็มีคนคล้อยตาม
เหล่ากรรมการบริหารต่างพากันพยักหน้าสนับสนุน แม้แต่เหล่าผู้กองใหญ่ก็แสดงสีหน้าเห็นพ้องด้วยเช่นกัน
“ทุกท่าน ไม่ต้องร้อนใจไป” ประธานกรรมการบริหารสวี่ยิ้มอย่างสงบนิ่งและเยือกเย็น ราวกับว่าทุกอย่างอยู่ในกำมือของเขาแล้ว “คิดว่าผู้ตรวจการมณฑลชิงโจวคงจะถูกคนหลอกลวง ขอเพียงนำหลักฐานออกมา ทุกอย่างก็จะกระจ่างแจ้งเอง”
ในขณะเดียวกัน ท่านผู้เฒ่าสวินหลังจากฟังคำกล่าวหาของผู้ตรวจการมณฑลชิงโจวจบ บนใบหน้าก็ปรากฏรอยยิ้มจางๆ “ข้าได้ยินมาว่าผู้ตรวจการมณฑลชิงโจวเพิ่งจะรับศิษย์คนใหม่ ชื่อว่าหลินซีเฉิน”
“บังเอิญว่าเขาคือหัวหน้าหน่วยผู้บุกเบิกในครั้งนั้น และเป็นเพราะความละโมบของเขา ที่ต้องการจะได้สมบัติจากต่างโลก ถึงได้ทำให้เกิดโศกนาฏกรรมขึ้น”
“เพียงแต่สวรรค์มีตา ทำให้เขาได้รับบาดเจ็บสาหัส ด้วยความผิดของเขา เดิมทีควรจะถูกลงโทษอย่างหนัก แต่เขาบาดเจ็บหนักเกินไป เดิมทีก็มีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน อีกทั้งในอดีตก็เคยสร้างคุณงามความดีไว้บ้าง ประมุขตระกูลสวี่ก็ช่วยขอความเมตตาให้เขาอีก หน่วยสืบสวนคดีพิเศษถึงได้ปรานี ไม่ได้ตัดสินลงโทษ ปล่อยเขาไป ให้หาที่ซ่อนตัวอยู่เงียบๆ ห้ามยุ่งเกี่ยวกับเรื่องทางโลกอีก”
“ท่านสื่อจวิน ท่านหลงกลเขาแล้ว!”
“เขาต่างหากที่เป็นตัวการใหญ่ของเรื่องราวในครั้งนั้น”
“เขาใช้คารมคมคายของตนพลิกลิ้นต่อหน้าท่านสื่อจวิน กลับดำเป็นขาวเพื่อใส่ร้ายประมุขตระกูลสวี่ อีกทั้งศิษย์ที่ท่านสื่อจวินส่งไปก็เป็นสหายสนิทของเขา จึงถูกเขาหลอกลวงด้วยเช่นกัน ถึงได้ลงมือลอบสังหารประมุขตระกูลสวี่ จนทำให้เกิดโศกนาฏกรรมขึ้น”
“ขอท่านสื่อจวินโปรดส่งตัวคนสารเลวเจ้าเล่ห์ผู้นี้ออกมา ให้หน่วยสืบสวนคดีพิเศษของพวกเรานำตัวเขาส่งขึ้นศาล ลงโทษตามกฎหมาย เพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่าง”
เห็นได้ชัดว่า คนที่พูดกับเขามาโดยตลอดก็คือหลินซีเฉิน
หลินซีเฉินได้ฟังคำพูดของเขาก็ถึงกับหัวเราะออกมาด้วยความโมโห
ในความทรงจำของเขา ท่านผู้เฒ่าสวินเป็นคนหัวโบราณ สิ่งที่เขายึดถือเป็นสำคัญที่สุดคือระเบียบ ไม่ใช่ความเป็นธรรมและความยุติธรรม
เขาเชื่อมาตลอดว่า บนโลกนี้ไม่มีความเป็นธรรมที่สมบูรณ์ และก็ไม่สามารถได้รับความเป็นธรรมที่สมบูรณ์ได้ มีเพียงระเบียบเท่านั้นที่สำคัญที่สุด ขอเพียงปฏิบัติตามขั้นตอน ถึงแม้ผลลัพธ์สุดท้ายจะไม่ยุติธรรม นั่นก็ถือว่าเป็นความยุติธรรมแล้ว
[จบตอน]