เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1221 ฉันเองก็มีเส้นสายเหมือนกัน

บทที่ 1221 ฉันเองก็มีเส้นสายเหมือนกัน

บทที่ 1221 ฉันเองก็มีเส้นสายเหมือนกัน


บทที่ 1221 ฉันเองก็มีเส้นสายเหมือนกัน

"ไม่อย่างนั้นจะเรียกว่าอัจฉริยะได้อย่างไรล่ะ" เสิ่นจวิ้นกล่าว "ได้ยินมาว่าเธอแค่ขอยืมหนังสือโอลิมปิกคณิตศาสตร์ระดับเยาวชนจากเพื่อนร่วมชั้นมาอ่าน ก็ทำโจทย์ได้ทั้งหมดแล้ว แถมยังสามารถประยุกต์ใช้ สามารถแก้โจทย์นอกตำราได้ด้วยซ้ำ ครูคณิตศาสตร์ของเธอถึงกับทึ่ง รีบแนะนำให้ทางโรงเรียนส่งเสริมเป็นพิเศษเลย"

ว่านซุ่ยทำหน้าตกตะลึง "เพิ่งจะอยู่ประถมสองก็ได้รางวัลชนะเลิศโอลิมปิกแล้วหรือ เด็กหลายคนยังจำอักษรได้ไม่ครบถ้วนเลยไม่ใช่หรือ"

"ผมถามหลี่หลินแล้ว ตอนเสี่ยวโน่อายุสี่ขวบกว่าก็จำตัวอักษรที่ใช้บ่อยได้หลายพันตัวแล้ว อ่านหนังสือทั่วไปได้ไม่มีปัญหา" เสิ่นจวิ้นกล่าว

ว่านซุ่ยยังคงตกตะลึง หนังสือโอลิมปิกคณิตศาสตร์นับเป็นหนังสือทั่วไปด้วยหรือ

ที่แท้นี่คือโลกของอัจฉริยะสินะ

หรือว่าตอนที่เธอมาเกิดใหม่จะไม่ได้ดื่มน้ำแกงยายเมิ่ง

ไม่สิ ยมโลกไม่มีอยู่อีกแล้ว ตอนนี้การกลับชาติมาเกิดก็สิ้นสุดลง ไม่ต้องพูดถึงน้ำแกงยายเมิ่งเลย

นึกถึงตอนที่เธอสอบเข้ามหาวิทยาลัยก็มาตกม้าตายที่วิชาคณิตศาสตร์นี่แหละ เด็กสาวคนนี้ทำให้เธอรู้สึกเหมือนตัวเองมาเกิดเพื่อเป็นตัวประกอบในแดนมนุษย์

"แล้วยังไงต่อ" ว่านซุ่ยถาม "เขาแย่งตัวไปได้อย่างไร"

"หลังจากเรื่องของเสี่ยวโน่ถูกสื่อรายงานออกไป ครอบครัวนั้นก็โผล่มาเพื่อแย่งตัวเด็กไป" เสิ่นจวิ้นเบ้ปาก "ผู้ชายคนนั้นอ้างสิทธิ์ความเป็นพ่อไปรับลูกที่โรงเรียน หลี่หลินไปรับเสี่ยวโน่หลังเลิกเรียนถึงได้รู้ พอไปตามทวงลูกคืนที่บ้าน อีกฝ่ายไม่เพียงแต่ไม่ยอมให้ แต่ยังย้อนกลับมากล่าวหาว่าเธอทำลูกหายเสียเอง"

"หลี่หลินแจ้งตำรวจ ตำรวจตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบว่าเด็กถูกครอบครัวของชายเลวคนนั้นรับไปจริง อีกฝ่ายก็ยอมรับต่อหน้าหลักฐานที่มัดตัวแน่น แต่ก็ไม่ยอมคืนเด็กให้ ตำรวจจึงทำได้แค่ไกล่เกลี่ย"

"ช่วงนั้นหลี่หลินพยายามทุกวิถีทางก็ยังไม่ได้เจอลูก เธอยอมกระทั่งจะให้เงินชายเลวคนนั้นหนึ่งแสน แต่ชายเลวคนนั้นกลับต้องการหนึ่งล้าน ไม่อย่างนั้นจะทำให้เธอไม่ได้เจอเสี่ยวโน่ไปตลอดชีวิต"

ว่านซุ่ยกำหมัดแน่น

"หลี่หลินจะไปมีเงินหนึ่งล้านได้อย่างไร เธอจนตรอกแล้ว ถึงได้คิดมาขอความช่วยเหลือจากคุณ" เสิ่นจวิ้นกล่าวอย่างภาคภูมิใจ "ตอนที่เธอได้ยินว่าคุณไม่อยู่บ้านก็แทบจะสติแตก นั่งร้องไห้อยู่หน้าประตูบ้านคุณ พอดีผมเดินผ่านไปเห็นเข้า ได้ยินเธอเล่าเรื่องนี้จบ ผมนี่ขึ้นเลย เรื่องพรรค์นี้จะให้ทนดูอยู่เฉยๆ ได้อย่างไร ผมเป็นคนประเภทที่ยอมให้ผงเข้าตาไม่ได้อยู่แล้ว เลยรับปากทันทีว่าจะช่วยเธอตามหาลูกกลับมาให้ได้"

"คืนนั้นผมก็หาที่อยู่ของเสี่ยวโน่เจอ..."

"เดี๋ยวก่อน" ว่านซุ่ยขัดจังหวะเขา "นายสืบได้เร็วขนาดนี้ได้อย่างไร หรือว่านายไปขอให้คุณหลินช่วย"

เสิ่นจวิ้นทำหน้าเหมือนถูกดูแคลน "เรื่องเล็กน้อยแค่นี้จะไปรบกวนเจ้าหน้าที่ข่าวกรองของคุณทำไม ผมเองก็มีเส้นสายเหมือนกัน"

"เส้นสายอะไร"

"ตอนนั้นผมขี่รถส่งอาหารอยู่หลายปี ไม่ใช่ผมจะอวดนะ แต่ผมก็พอมีชื่อเสียงเรื่องชอบช่วยเหลือคนอื่นอยู่บ้าง พวกไรเดอร์ด้วยกันก็เชื่อใจผม ผมเลยวานให้พวกเขาช่วยสืบข่าว ถึงได้รู้ว่าตระกูลเถาพาเสี่ยวโน่กลับไปบ้านเกิดแล้ว"

ว่านซุ่ยขมวดคิ้วอีกครั้ง "ตอนนี้ก็ไม่ใช่ช่วงปิดเทอม พวกเขาไม่กลัวว่าเด็กจะเสียการเรียนหรือ"

"ที่บ้านเกิดของพวกเขามีโรงเรียนเอกชนเปิดใหม่แห่งหนึ่ง ทางโรงเรียนเสนอเงินสองแสนเพื่อดึงตัวเด็กอัจฉริยะไปเข้าเรียน พวกนั้นก็เลยโลภเงินก้อนนั้น" เสิ่นจวิ้นกล่าวด้วยความโกรธแค้น "โรงเรียนนั้นผมไปสืบมาแล้ว เป็นโรงเรียนที่ไม่ได้เรื่องเลย ผู้อำนวยการโรงเรียนเคยเปิดโรงเรียนที่มณฑลอื่นมาก่อน แล้วก็มีประวัติทารุณกรรมนักเรียนด้วย"

ว่านซุ่ยรีบถาม "แล้วหลังจากนั้นล่ะ ตามหาเด็กกลับมาได้หรือยัง"

"ผมพาหลี่หลินไปด้วย ตอนแรกคิดว่าจะไปดักรอรับเสี่ยวโน่ที่หน้าโรงเรียน แต่ก็ไม่เจอ พอสอบถามกับทางโรงเรียนถึงได้รู้ว่าเด็กไม่ได้มาโรงเรียนสามวันแล้ว" พอพูดถึงตรงนี้ สีหน้าของเสิ่นจวิ้นก็เคร่งขรึมลง "ผมสงสัยว่าเด็กอาจจะเกิดเรื่องขึ้น พอตกดึกก็เลยแอบเข้าไปในบ้านของตระกูลเถา คุณทายสิว่าผมเห็นอะไร"

"เด็กนอนอยู่ในคอกหมูหรือ" ว่านซุ่ยถาม

เสิ่นจวิ้นทำหน้าตกตะลึง "คุณรู้ได้อย่างไร" พอพูดจบก็พลันนึกขึ้นได้ "จริงสิ คุณเป็นคนวาจาสิทธิ์นี่นา"

ว่านซุ่ยเองก็ไม่รู้ว่าตนทายถูกได้อย่างไร คำพูดนั้นมันหลุดปากออกไปเอง และเมื่อพูดจบ เธอก็เพิ่งตระหนักได้ถึงความโกรธที่คุกรุ่นขึ้นในใจ

เสิ่นจวิ้นกล่าวด้วยความโกรธ "ตอนที่พวกเราไปถึง เด็กคนนั้นก็นอนอยู่ในคอกหมู หายใจรวยริน บนตัวเต็มไปด้วยรอยแผลที่ถูกเฆี่ยนด้วยหวาย"

"หลี่หลินกอดลูกร้องไห้ ตอนนั้นผมโมโหจนเลือดขึ้นหน้าเลยปล่อยภูตผีปีศาจเข้าไปในบ้าน ไม่นานคนในครอบครัวนั้นก็วิ่งหนีหัวซุกหัวซุนออกมา คุกเข่าโขกศีรษะคำนับอยู่กลางลานบ้าน"

"จากคำพูดของพวกเขา ผมถึงได้รู้ว่าที่แท้เสี่ยวโน่พยายามจะแอบหนีกลับไปหาแม่ แต่ถูกพวกเขาจับได้ พวกเขาอยากจะดัดนิสัยเธอ ก็เลยทุบตีเธอจนเป็นแบบนี้ แล้วยังขังไว้ในคอกหมูอีก บอกว่าถ้าเธอไม่ยอมรับผิดก็จะไม่ให้ข้าวกิน"

"เธอไม่ได้กินข้าวมาสามวันจริงๆ!"

"ระหว่างนั้นหลี่หลินก็โทรแจ้งตำรวจ พอตำรวจมาถึงก็ได้ยินคำสารภาพของคนพวกนั้นกับหูตัวเอง ก็เลยควบคุมตัวพวกเขาไป ผมกับหลี่หลินพาลูกไปส่งโรงพยาบาล หมอบอกว่าเด็กขาดน้ำอย่างรุนแรง ถ้ามาช้ากว่านี้อีกหน่อยก็คงไม่รอดแล้ว"

ว่านซุ่ยฟังแล้วก็โกรธจนทนไม่ไหว "แล้วตอนนี้พวกเขาเป็นอย่างไรบ้าง"

"ทั้งครอบครัวมีห้าคน บ้าไปสองคน ชายเลวคนนั้นกับแม่แก่ๆ ของเขาต้องติดคุก ส่วนเมียน้อยตอนที่ถูกภูตผีปีศาจไล่ตามก็ตกบันไดขาหัก ตอนนี้ยังนอนอยู่ที่โรงพยาบาล มีแค่ลูกชายวัยสองขวบที่ไม่เป็นอะไร"

"อย่างนั้นก็ดีแล้ว" ว่านซุ่ยถอนหายใจอย่างโล่งอก

"แต่หลี่หลินค่อนข้างลังเลใจ" น้ำเสียงของเสิ่นจวิ้นอ่อนลง

[จบตอน]

จบบทที่ บทที่ 1221 ฉันเองก็มีเส้นสายเหมือนกัน

คัดลอกลิงก์แล้ว