- หน้าแรก
- ปรมาจารย์หญิงปราบมารที่ไม่ปกติ อุบัติเหตุรักษ์โลกวิญญาณ ฉบับปรมาจารย์จำเป็น
- บทที่ 1206 พวกเธอก็ช่างจินตนาการไปได้
บทที่ 1206 พวกเธอก็ช่างจินตนาการไปได้
บทที่ 1206 พวกเธอก็ช่างจินตนาการไปได้
บทที่ 1206 พวกเธอก็ช่างจินตนาการไปได้
เขาก้าวเข้ามาอย่างรวดเร็ว แล้วเหวี่ยงหมัดเข้าใส่ใบหน้าของว่านซุ่ย
สีหน้าของเสิ่นหาวเจี๋ยและคนอื่นๆ เปลี่ยนไปทันที “หยุดนะ!”
มือข้างหนึ่งยื่นออกมาขวางเขาไว้
“แอนนา” อ๋องฮันตูยามองพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินสาวสวยอย่างไม่พอใจ “ทำไมต้องขวางข้าด้วย”
แอนนามองเขาแวบหนึ่งอย่างเย็นชา แล้วกล่าวว่า “ท่านอ๋องฮันตูยา เขาเป็นแค่คนชั้นต่ำคนหนึ่งเท่านั้น เกรงว่าจะทำให้มือของท่านต้องเปรอะเปื้อน อย่างไรเสียเครื่องบินลำนี้ก็จะตกอยู่แล้ว จะไปถือสาหาความกับคนตายไปทำไมกันคะ”
สีหน้าของเสิ่นหาวเจี๋ยและคนอื่นๆ เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน
หลินเช่อและเสี่ยวหลินต่างก็มีสีหน้าตื่นตระหนก อยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่กลับพบว่าตนพูดอะไรไม่ออก
ว่านซุ่ยกลับสงบนิ่ง เธอมองไปที่แอนนา แล้วก็มองไปที่ฮันตูยา ก่อนจะเอ่ยขึ้น “ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมตอนนั้นฉันถึงรู้สึกว่าลังใส่โบราณวัตถุนั่นดูไม่น่าไว้วางใจ ที่แท้ก็เป็นเพราะแกนอนอยู่ในนั้นนี่เอง”
ฮันตูยารู้สึกว่าแม้เด็กสาวคนนี้จะหน้าตาสวยงาม แต่ไม่ว่าจะเป็นคำพูดหรือสีหน้า ก็ช่างน่ารังเกียจเหลือเกิน
“ไม่ได้ อย่าขวางข้า ข้าจะต้องสั่งสอนบทเรียนให้คนพวกนี้อย่างสาสม” ฮันตูยาพูดอย่างโกรธจัด “ก็เพราะพวกมัน ข้าถึงต้องตกอยู่ในสภาพนี้ ตอนนี้ยังต้องลี้ภัยไปต่างประเทศอีก”
แอนนายังอยากจะขวาง แต่ฮันตูยาก็พุ่งเข้าไปประจันหน้ากับว่านซุ่ยแล้ว ว่านซุ่ยรู้สึกแปลกใจมาก “ทำไมแกถึงจ้องจะเล่นงานฉันอยู่คนเดียวล่ะ ทำไมไม่ไปจัดการคนพวกนั้นบ้าง”
เธอชี้ไปทางเสิ่นหาวเจี๋ยและคนอื่นๆ ใบหน้าของพวกเขาพลันเขียวคล้ำขึ้นมาทันที และมองเธอด้วยสายตาแปลกๆ
ฮันตูยาได้ยินดังนั้นก็หัวเราะลั่น “ที่แท้มิตรภาพระหว่างพวกแกก็มีแค่นี้เองรึ ยังไงล่ะ แกอยากให้ข้าปล่อยแกไป แล้วไปจัดการเพื่อนๆ ของแกแทนอย่างนั้นเหรอ”
แอนนากลับสังเกตเห็นว่ามีบางอย่างผิดปกติ เธอค่อยๆ ถอยหลังไปสองก้าว มือค่อยๆ เอื้อมไปด้านหลัง แล้วจับปืนที่เหน็บไว้ที่เอว
ว่านซุ่ยกล่าวว่า “ฉันแค่สนใจว่าทำไมแกถึงเจาะจงมาหาเรื่องฉันเท่านั้นเอง ไม่ได้มีความหมายอื่น อย่าตีความไปเองเลย”
“ข้าก็แค่ไม่ชอบหน้าแก” ฮันตูยามองใบหน้าที่เรียบเฉยของเธอก็ยิ่งโมโห อดไม่ได้ที่จะอยากตบหน้าเธอแรงๆ สักสองสามฉาด
“นั่นก็น่าเศร้าจริงๆ นะ” ว่านซุ่ยส่ายหน้า “แกเลือกคนที่รับมือยากที่สุดไปเสียแล้ว”
“แกพูดอะไร” ฮันตูยายังไม่ทันเข้าใจความหมาย แต่แอนนาก็เข้าใจแล้ว เธอรีบดึงฮันตูยามาไว้ข้างหลังตัวเอง แล้วเล็งปืนไปที่ศีรษะของว่านซุ่ยก่อนจะเหนี่ยวไกทันที
ในชั่วพริบตานั้น ว่านซุ่ยรู้สึกว่าทุกสิ่งทุกอย่างตรงหน้ากลับเชื่องช้าลงอีกครั้ง ทุกคนต่างตกอยู่ในโลกของภาพสโลว์โมชัน เธอถึงกับมองเห็นคลื่นอากาศและประกายไฟที่พุ่งออกมาจากปากกระบอกปืนตอนที่กระสุนถูกยิงออกมา
เธอเอียงตัวเล็กน้อย หลบกระสุนนัดนั้นไปได้อย่างฉิวเฉียด
แอนนาได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี เธอระดมยิงใส่ว่านซุ่ยไม่ยั้ง ราวกับจะลั่นไกจนหมดแม็กกาซีน
กระสุนทุกนัดอยู่ในสายตาของว่านซุ่ย เธอหลบหลีกอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะทะยานเข้าหาแอนนา
แอนนารู้สึกเพียงว่าภาพตรงหน้าพร่ามัว ปืนในมือก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย เธอรีบหันกลับไป เห็นว่านซุ่ยกำลังถือปืนพกกระบอกนั้นอยู่ และจ่ออยู่ที่ขมับของอ๋องฮันตูยา
เหล่าบอดี้การ์ดเพิ่งจะได้สติ รีบยกปืนเล็งมาที่เธอ
ว่านซุ่ยใช้อ๋องฮันตูยาเป็นโล่กำบังตัวเอง เขาอ้วนท้วนและมีพุงพลุ้ย สามารถใช้ร่างของเขาบังตัวเองได้อย่างมิดชิด
สายตาของแอนนาเคร่งขรึมลงเล็กน้อย “เธอไม่โดนยาพิษเหรอ”
ว่านซุ่ยยังไม่ทันได้ตอบ ก็ได้ยินแอนนาพึมพำกับตัวเองว่า “ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง เธอไม่ได้ดื่มน้ำผลไม้แก้วนั้น เพราะเธอรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่ามีปัญหา ส่วนซูเฟล่ชิ้นนั้นที่ฉันให้เธอทีหลัง แม้จะดูเหมือนกินเข้าไปแล้ว แต่จริงๆ เธอไม่ได้กินเลย แค่แกล้งทำเป็นกินเพื่อหลอกฉันเท่านั้นเอง”
ว่านซุ่ยถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ เธอนี่ช่างจินตนาการเก่งเสียจริง
นี่ฉันยังไม่ได้พูดอะไรเลยสักคำ
สีหน้าของเสิ่นหาวเจี๋ยและคนอื่นๆ ต่างก็โล่งอก ไม่เสียแรงที่เป็นคุณหนูว่าน พวกเขารู้อยู่แล้วว่าเธอจะต้องมีวิธีพลิกสถานการณ์กลับมาเป็นผู้ชนะได้อย่างแน่นอน
“ปล่อยท่านอ๋องซะ” แอนนากล่าว “แล้วฉันจะปล่อยพวกเธอไป”
“เธอไม่ทำหรอก” ว่านซุ่ยพูดอย่างไม่ลังเล “พวกเธอไม่ปล่อยให้พวกเรามีชีวิตรอดไปได้หรอก”
แอนนาหรี่ตาลงเล็กน้อย “แค่เครื่องบินออกจากประเทศซานฝอฉีไปได้ ก็ไม่มีใครทำอะไรพวกเราได้แล้ว จะปล่อยพวกเธอไปหรือไม่ปล่อยไป สำหรับพวกเราแล้วก็ไม่ได้มีความหมายอะไรมากนัก”
“แล้วทำไมก่อนหน้านี้พวกเธอถึงอยากจะให้พวกเราตายไปพร้อมกับเครื่องบินลำนี้ล่ะ” ว่านซุ่ยถาม
“แน่นอน ถ้าสามารถกำจัดพวกเธอกับเครื่องบินลำนี้ให้สิ้นซากได้ ก็ย่อมดีที่สุด แต่ถ้ากำจัดไม่หมด พวกเราก็แค่มีเรื่องยุ่งยากเพิ่มขึ้นมาหน่อย ซึ่งฉันก็สามารถจัดการได้ทั้งหมด” แอนนาค่อยๆ เกลี้ยกล่อม “สำหรับพวกเราแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือท่านอ๋อง ถ้าท่านอ๋องตาย ทุกอย่างที่พวกเราทำมาก็จะสูญเปล่า ปัญหาจะยิ่งใหญ่กว่านี้มาก”
ว่านซุ่ยไม่ได้พูดอะไร ดูเหมือนจะกำลังครุ่นคิดและมีท่าทีลังเลเล็กน้อย
จางเจียหรงร้อนใจจนอยู่ไม่สุข เธออยากจะบอกว่านซุ่ยว่าคนแบบนี้ห้ามเชื่อเด็ดขาด แค่เธอปล่อยอ๋องฮันตูยาไป พวกเขาก็จะฆ่าพวกเราทั้งหมดทันที
แค่เครื่องบินตกกลางทะเล ก็จะไม่มีใครหาร่างของพวกเราเจอ ถึงตอนนั้นความจริงทั้งหมดก็จะถูกฝังกลบไปอย่างสิ้นเชิง
คุณหนูว่าน ห้ามตกลงเด็ดขาดนะ