บทที่ 936 คุณจง
บทที่ 936 คุณจง
บทที่ 936 คุณจง
ว่านซุ่ยพิจารณาเขา แล้วพูดว่า “คุณเป็นคนในยุทธภพหรือ”
“คุณจงเก่งมากครับ” ลุงหวังอธิบายให้พวกเขาฟัง “เมื่อเจ็ดวันก่อน จู่ๆ ก็มีคนสองสามคนปรากฏตัวขึ้นนอกวัดเจาตี้ หนึ่งในนั้นผมรู้จัก เป็นคุณย่าฟางที่อยู่ตึกเดียวกันกับเรา ท่านเสียไปเจ็ดปีแล้วครับ”
“คนตายเหล่านั้นจู่ๆ ก็เข้าโจมตีนักท่องเที่ยว ฆ่าไปสามคนทันที พนักงานของเราเข้าไปขวาง ก็เสียชีวิตกันทั้งหมด”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ ในแววตาของเขาก็ฉายความหวาดกลัวออกมา “โชคดีที่มีคุณจงคอยช่วย พวกเราถึงได้พานักท่องเที่ยวที่อยู่หน้าประตูเข้ามาหลบในวัดได้ทั้งหมด ไม่อย่างนั้นไม่รู้จะต้องตายกันไปอีกกี่คน”
“คุณจงเป็นผู้มีพระคุณอย่างสูงของพวกเราครับ”
คุณจงยิ้มเล็กน้อย “ในเมื่อผมเป็นคนในยุทธภพ พอจะมีวิชาติดตัวอยู่บ้าง เห็นภูตผีปีศาจทำร้ายผู้คน จะนิ่งดูดายได้อย่างไร”
เขามองสำรวจว่านซุ่ยอย่างละเอียดอีกครั้ง จากร่างกายของหญิงสาวคนนี้ไม่สามารถสัมผัสได้ถึงความผันผวนของพลังงานใดๆ เลย เป็นเพียงคนธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น
แล้วก็ดูอ่อนแอเกินไปด้วย
ดังนั้นเขาจึงมองไปที่อาจ้านและเสี่ยวหลี่ว์ สองคนนี้มีกล้ามเป็นมัดๆ มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นผู้ฝึกยุทธ์ แม้จะเป็นเพียงคนธรรมดา แต่ฝีมือกลับคล่องแคล่วและมีปฏิกิริยาตอบสนองรวดเร็ว คาดว่าชาวบ้านเหล่านี้คงจะเข้ามาในวัดเจาตี้ได้อย่างปลอดภัยภายใต้การคุ้มครองของพวกเขานั่นเอง
ดังนั้นเขาจึงไม่สนใจว่านซุ่ยอีกต่อไป แต่กลับประสานมือคารวะอาจ้านและเสี่ยวหลี่ว์ “ทั้งสองท่านส่งผู้รอดชีวิตมาถึงที่นี่ ลำบากแล้วนะครับ ทุกท่านโปรดวางใจ ในวัดเจาตี้ปลอดภัย ภูตผีปีศาจเข้ามาไม่ได้ พวกท่านอยู่ที่นี่จะไม่มีอันตรายถึงชีวิตครับ”
อาจ้านกำลังจะอธิบายว่าว่านซุ่ยคือหัวหน้าของกลุ่ม แต่ถูกหญิงสาวส่ายหน้าห้ามไว้ เขาจึงได้แต่เงียบไป
ทุกคนพอได้ยินว่าปลอดภัยแล้ว ก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก บางคนถึงกับดีใจจนร้องไห้ออกมา
ชายสวมแว่นคนนั้นกล่าวว่า “ทุกท่านโปรดฟังทางนี้ ตอนนี้ในวัดเจาตี้มีคนอยู่เยอะมาก อาหารของพวกเรามีจำกัด ดังนั้นอาหารที่ทุกท่านนำติดตัวมาทั้งหมดจะต้องถูกรวบรวมนำมาไว้ที่ส่วนกลาง”
ทุกคนต่างนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ในจำนวนนั้นมีชาวบ้านสองคนแบกข้าวสารมาบนบ่า และมีชาวบ้านอีกคนสะพายกระเป๋าเป้ใบใหญ่ ในนั้นเต็มไปด้วยอาหารที่พวกเขารวบรวมมา
นี่เป็นเสบียงอาหารก้อนสุดท้ายของพวกเขาแล้ว
ชายคนนั้นดันแว่นบนสันจมูก แล้วพูดด้วยน้ำเสียงสุขุมว่า “ทุกท่านครับ ที่พวกเราต้องรวบรวมเสบียงมาจัดการก็เพื่อความปลอดภัยของทุกคน ตอนนี้ในวัดเจาตี้มีคนอยู่กว่าพันคน มาจากทั่วทุกสารทิศ ไม่มีใครรู้ว่าคนเหล่านี้คิดอะไรอยู่”
“หากไม่มีใครจัดการ พออาหารหมดลง ก็อาจจะเกิดการแย่งชิงกันขึ้นได้ ซึ่งจะนำไปสู่เหตุรุนแรงได้ เราจึงต้องมีมาตรการจัดการที่เข้มงวดครับ”
ทุกคนต่างมองหน้ากันไปมา ไม่รู้ว่าควรจะมอบให้ดีหรือไม่ อาจ้านและเสี่ยวหลี่ว์ต่างมองไปที่ว่านซุ่ยเพื่อขอความเห็น
ว่านซุ่ยพยักหน้าเบาๆ ตอนนี้ต้องดูสถานการณ์ในวัดเจาตี้ก่อน ยังไม่อาจขัดแย้งกับพวกเขาได้
เสี่ยวหลี่ว์ไม่ค่อยเต็มใจนัก แต่ก็ยังพูดว่า “พี่จาง เอาอาหารให้พวกเขาเถอะครับ”
พี่จางมองคุณจงที่ร่างกายกำยำราวกับวัวกระทิง แล้วก็ยอมมอบอาหารทั้งหมดให้ไปอย่างเงียบๆ
คุณจงเผยสีหน้าพึงพอใจ เรียกอาสาสมัครสองสามคนมาพาชาวบ้านไปพักผ่อน แล้วยังเรียกหมอมาทำแผลที่ถูกฟันให้เสี่ยวหลิน จากนั้นก็เรียกอาจ้านและเสี่ยวหลี่ว์ไป ดูท่าแล้วน่าจะอยากชักชวนพวกเขามาร่วมทีม
ว่านซุ่ยสังเกตการณ์รอบๆ อย่างเงียบๆ วัดเจาตี้มีพื้นที่กว้างขวางมาก รองรับคนได้นับพันคนไม่ใช่ปัญหา นักท่องเที่ยวต่างมีสีหน้ากังวลและหวาดกลัว ปูผ้าห่มบนพื้นแล้วก็นอนพักผ่อน
บางคนไม่มีแม้แต่ผ้าห่ม ก็ได้แต่ทนกับความหนาวเย็น
ว่านซุ่ยได้ยินเสียงบ่นพึมพำ
บางคนบ่นว่าทำไมหน่วยสืบสวนคดีพิเศษยังไม่มาช่วยพวกเขา
บางคนบ่นว่าไม่มีที่นอนดีๆ กลางคืนอากาศหนาวมากจนล้มป่วยไปแล้ว
บางคนบ่นว่าคุณจงยึดอาหารไปทั้งหมด แต่กลับแบ่งให้พวกเขาน้อยมากในแต่ละมื้อ กินไม่อิ่มเลย
แต่ก็ไม่มีใครกล้าโวยวายหรือคิดจะออกไปข้างนอก
ว่านซุ่ยเดินไปรอบหนึ่งแล้วก็กลับมา เห็นลุงหวังพนักงานรักษาความปลอดภัยกำลังคุยกับคุณป้าจ้าวอยู่ คุณป้าจ้าวพอเห็นเธอก็รีบเรียก “คุณหนูว่าน มานี่เร็ว มานี่เร็ว”
พอว่านซุ่ยเดินเข้าไป คุณป้าจ้าวก็ยื่นขนมปังกรอบห่อหนึ่งให้เธอ
“คุณป้าจ้าว นี่เป็นส่วนของคุณป้าไม่ใช่เหรอคะ คุณป้าทานเถอะค่ะ” ว่านซุ่ยรีบปฏิเสธ
“ฉันแก่แล้ว กินอะไรไม่ค่อยลงหรอก กินขนมปังกรอบไปไม่กี่ชิ้นก็อิ่มแล้ว พวกคนหนุ่มสาวใช้พลังงานเยอะ กินเยอะๆ หน่อย จะได้มีแรงปกป้องพวกเราไงล่ะจ๊ะ” คุณป้าจ้าวไม่ยอมฟังคำปฏิเสธ พลางยัดห่อขนมปังกรอบใส่มือเธอ
ว่านซุ่ยรู้สึกกระอักกระอ่วนมาก เธอไม่ถนัดรับมือกับเรื่องแบบนี้เลย ทั้งสองยื้อยุดกันอยู่ครู่หนึ่ง
ลุงหวังก็หัวเราะร่าแล้วพูดว่า “คุณป้าจ้าวบอกผมแล้วว่า ตลอดทางมานี้โชคดีที่มีคุณคอยช่วย พวกเขาถึงได้มาถึงอย่างปลอดภัย ไม่อย่างนั้นคงแย่ไปแล้ว”
ว่านซุ่ยโบกมือ “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ลุงหวัง ฉันอยากจะถามหน่อยว่า ตอนนี้ในวัดเจาตี้สถานการณ์เป็นอย่างไรบ้างคะ”
ลุงหวังถอนหายใจ “ตอนแรกๆ ที่หน้าประตูมีภูตผีปีศาจปรากฏตัวขึ้น สถานการณ์วุ่นวายมาก พนักงานทุกคนออกไปอพยพผู้คน ส่วนใหญ่เสียสละไปแล้ว มีบางส่วนก็พลัดหลงกันไป”
[จบตอน]