เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 701 ใครกันที่โจมตีฉัน?

บทที่ 701 ใครกันที่โจมตีฉัน?

บทที่ 701 ใครกันที่โจมตีฉัน?


บทที่ 701 ใครกันที่โจมตีฉัน?

เสิ่นจวิ้นมองโทรศัพท์มือถือที่หน้าจอแตกละเอียด พลางขมวดคิ้วแน่น

เมื่อครู่ตอนที่เขากระโจนพาตัวกู้หลีมู่และหวงตงหลบ โทรศัพท์ก็ถูกกระแทกจนพัง

เขามองเห็นหน้าจอแสดงว่าว่านซุ่ยโทรเข้ามา ทั้งยังได้ยินเสียงเรียกเข้า แต่กลับไม่สามารถกดรับสายได้

กู้หลีมู่ทำหน้าสิ้นหวัง ส่วนหวงตงพูดอย่างหมดอาลัยตายอยากว่า “พวกเราคงต้องตายกันอยู่ที่นี่หมดแล้ว”

เสิ่นจวิ้นถอนหายใจเฮือกหนึ่ง หยิบกล่องเครื่องมือออกมาจากเสื้อ แล้วเริ่มลงมือถอดชิ้นส่วนโทรศัพท์อย่างคล่องแคล่ว

กู้หลีมู่ “…”

กล่องเครื่องมือนั่นออกมาจากไหนกัน?

เดี๋ยวก่อนนะ ทำไมนายถึงพกกล่องเครื่องมือติดตัวด้วย?

“คุณ…ซ่อมโทรศัพท์เป็นด้วยเหรอ?” เธอถามอย่างไม่เชื่อสายตา

“มีอะไรแปลกงั้นเหรอ?” เสิ่นจวิ้นถอดฝาหลังโทรศัพท์ออกแล้วพูดว่า “สมัยก่อนผมทำงานวันละสามอย่าง เคยเป็นเด็กฝึกงานที่ร้านมือถืออยู่สองสามวัน”

กู้หลีมู่ตกตะลึง

ทำงานวันละสามอย่าง?

ต้องขยันเบอร์นั้นเลยเหรอ?

แบบนั้นมันตายเพราะทำงานหนักได้ง่ายๆ เลยนะ

กู้หลีมู่ซึ่งเกิดมาในตระกูลใหญ่ อยากได้อะไรก็ได้มาตลอด ไม่สามารถเข้าใจได้เลยว่าในอดีตเสิ่นจวิ้นที่มาจากชนชั้นล่างสุดของสังคมต้องใช้ชีวิตแบบไหน

แน่นอนว่าเธอไม่ได้ใส่ใจเรื่องนั้น

เธอเป็นห่วงแค่ว่าพี่ว่านซุ่ยจะถูกเขียนชื่อลงในบัญชีมรณะหรือไม่

หวังว่าพี่ว่านซุ่ยจะไม่เป็นอะไร

ฝีเท้าของว่านซุ่ยชะงักไปเล็กน้อย

เธอรู้สึกเจ็บที่แผ่นหลังนิดหน่อย จึงยกมือขึ้นลูบ รู้สึกเหมือนกระดูกสันหลังทั้งแถบปวดร้าวขึ้นมา แต่เป็นความเจ็บปวดเพียงเล็กน้อย คล้ายกับอาการตึงเมื่อยเมื่อต้องยืนเป็นเวลานาน

เธอหมุนเอวไปมาด้วยความสงสัย

หรือว่าตอนสู้กันก่อนหน้านี้เธอทำเอวเคล็ดกันนะ

ในกระเป๋าเสื้อเกิดความร้อนระอุขึ้นอีกครั้ง เป็นตราประจำตำแหน่งเจ้าพ่อหลักเมืองนั่นเอง

เธอชะงักงัน

ครั้งนี้ไม่ใช่ผู้ใต้บังคับบัญชาประสบภัย แต่เป็นตัวเธอเอง

เมื่อครู่เธอถูกโจมตีและปนเปื้อนอย่างรุนแรง แต่ที่น่าแปลกคือการโจมตีนั้นไม่ได้สร้างความเสียหายอะไรให้เธอเลย แม้แต่อาการเจ็บปวดเล็กน้อยก็หายไปอย่างรวดเร็ว

ใครกันที่โจมตีฉัน?

เธอเดินเข้าไปในโถงของอาคารผู้ป่วยนอกพร้อมกับความสงสัยนี้

ขณะเดียวกัน ณ ห้องทำงานอันหรูหราแห่งหนึ่ง ตัวอักษรสองตัวคำว่า ‘ว่านซุ่ย’ ที่ถูกเขียนลงบนบัญชีมรณะเริ่มเลือนราง ตัวอักษรสีแดงสดเริ่มบิดเบี้ยว ราวกับน้ำหมึกและกระดาษเข้ากันไม่ได้ จนเปรอะเปื้อนกลายเป็นกลุ่มก้อน

ชายที่ถึอปากกาหมึกซึมอยู่ในมือเผยสีหน้าตกตะลึง

เป็นไปได้อย่างไร?

เขาอยู่ที่นี่มานานมากแล้ว เขียนชื่อคนมานับไม่ถ้วน แต่ไม่เคยเกิดเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน

นี่คือบัญชีมรณะเชียวนะ ใครกันจะมีปัญญาต่อกรกับพลังของบัญชีมรณะได้?

เว้นเสียแต่ว่าเธอจะเป็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในระดับสูงกว่าพ่านกวานสำนักกฎหมายยมโลกและบัญชีมรณะ

ไม่ ไม่น่าเป็นไปได้

เส้นทางสู่ยมโลกถูกปิดตายไปแล้ว โลกนี้จะมีสิ่งมีชีวิตเช่นนั้นอยู่ได้อย่างไร?

บนตัวผู้หญิงคนนี้จะต้องมีของวิเศษระดับเดียวกับบัญชีมรณะอยู่แน่!

ว่านซุ่ยคาดไม่ถึงว่าตนจะถูกหมายหัวเข้าให้แล้ว เธอมองซากศพเกลื่อนพื้นโถง อดไม่ได้ที่จะบ่นพึมพำ

“โหดร้ายเกินไปแล้ว ใครกันที่ใจอำมหิตขนาดนี้ ฆ่าคนแล้วยังไม่พอ ยังจะหั่นศพเป็นชิ้นๆ อีก”

อ๋อ เป็นคนประเทศซินหลัวเหรอ ถ้างั้นก็ไม่เป็นไรแล้ว

ด้านในเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ยังมีคนเป็นนอนสลบไสลอยู่กลุ่มหนึ่ง แต่คนเหล่านี้สูญเสียพลังชีวิตไปมาก ทั้งยังได้รับบาดเจ็บไม่เท่ากัน ตอนนี้กำลังหมดสติ จำเป็นต้องรีบส่งโรงพยาบาลโดยด่วน

ว่านซุ่ยคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบขนมปังก้อนเล็กๆ ออกมา แบ่งเป็นชิ้นเล็กๆ หลายชิ้น แล้วป้อนให้คนละนิดหน่อย เพื่อประคองอาการบาดเจ็บของพวกเขาไว้ ไม่ให้ตายเพราะทนพิษบาดแผลไม่ไหว และจะไม่ทำให้พวกเขาฟื้นขึ้นมาในทันที

รอจนกว่าจะหาบัญชีมรณะเจอ ทำลายพื้นที่บอดโรงพยาบาลวิญญาณร้ายแห่งนี้ลงได้ แล้วค่อยพาพวกเขาออกไปรักษา

หลังจากป้อนขนมปังเสร็จ เธอก็เดินออกมาจากเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ แล้วก็พบกับพยาบาลหญิงคนหนึ่งยืนอยู่ตรงหน้า

เธอสวมหน้ากากอนามัย ใบหน้าซีดขาว ขอบตาดำคล้ำลึก

ว่านซุ่ยเอ่ยถามอย่างระแวดระวัง “เธอเป็นใคร?”

“ให้เงิน…ฉัน…หา…เพื่อน…เธอ…” พยาบาลหญิงไม่มีสติสัมปชัญญะของคนเป็น ไม่สามารถพูดจาได้เหมือนคนปกติ ทำได้เพียงเค้นคำพูดออกมาสองสามคำอย่างยากลำบาก ทั้งยังพูดจาไม่ชัด หากไม่ใช่เพราะว่านซุ่ยตั้งใจฟัง ก็คงไม่รู้ว่าเธอพูดอะไร

โชคดีที่ว่านซุ่ยฟังเข้าใจ

“เธอเคยเห็นเพื่อนของฉันเหรอ?” เธอทำท่าทางประกอบ “ผู้ชายตัวสูงคนหนึ่ง ใส่เสื้อกันลมสีดำ กับเด็กผู้หญิงอีกคน ใส่เสื้อกันลมสีขาว”

พยาบาลหญิงพยักหน้า

ว่านซุ่ยดีใจมาก “รีบพาฉันไปหาพวกเขาสิ!”

พยาบาลหญิงไม่ขยับ แต่ยื่นมือออกมา “เงิน”

จะพาไปหาคนยังต้องเสียเงินอีก ภูตผีปีศาจสมัยนี้เห็นแก่เงินกันขนาดนี้เลยเหรอ?

เธอหยิบเหรียญกระดาษทองแดงออกมาสองเหรียญ แต่พยาบาลหญิงกลับไม่รับ ยังคงยื่นมือค้างไว้ “หยวนเป่า…”

ว่านซุ่ยสูดหายใจเข้าลึก

เปิดปากก็ขอเงินหยวนเป่ากระดาษเลยนะ ใจกล้าไม่เบาเลยนี่

เธอหน้าเลือดขนาดนี้ ระวังฉันจะร้องเรียนเธอนะ

แม้ในใจจะก่นด่าไปเป็นหมื่นครั้ง แต่เธอก็ยังหยิบเงินหยวนเป่าออกมาหนึ่งก้อนยื่นให้ไป

พยาบาลหญิงรับเงินหยวนเป่าไปพลางเผยสีหน้าละโมบและยินดี จากนั้นก็ชี้ไปทางบันได เป็นสัญญาณให้เธอตามไป

ว่านซุ่ยรู้สึกคลางแคลงใจ พยาบาลหญิงคนนี้คงไม่ได้วางกับดักเธอหรอกนะ?

แต่เมื่อคิดดูแล้ว ก็ดูเหมือนจะไม่มีวิธีอื่นอีก จึงทำได้เพียงตามเธอไป

ลองดูสักตั้ง

อย่างไรเสียเธอก็มีโอกาสให้ลองผิดลองถูกได้อีกเยอะ

ส่วนทางด้านเสิ่นจวิ้นนั้น ง่วนอยู่กับการซ่อมโทรศัพท์มาสักพักแล้ว

“คุณ…ซ่อมเสร็จหรือยัง?” กู้หลีมู่ถามอย่างระมัดระวัง

เสิ่นจวิ้นเหงื่อท่วมตัว “เสร็จแล้ว ใกล้จะเสร็จแล้ว”

กู้หลีมู่มองชิ้นส่วนที่เขาถอดออกมา รู้สึกว่าพอเขาประกอบกลับเข้าไปแล้วจะต้องมีชิ้นส่วนเหลือออกมาสองสามชิ้นแน่ๆ

จบบทที่ บทที่ 701 ใครกันที่โจมตีฉัน?

คัดลอกลิงก์แล้ว