- หน้าแรก
- ปรมาจารย์หญิงปราบมารที่ไม่ปกติ อุบัติเหตุรักษ์โลกวิญญาณ ฉบับปรมาจารย์จำเป็น
- บทที่ 631 เจ้าของรถคนก่อนและคนก่อนหน้านั้น
บทที่ 631 เจ้าของรถคนก่อนและคนก่อนหน้านั้น
บทที่ 631 เจ้าของรถคนก่อนและคนก่อนหน้านั้น
บทที่ 631 เจ้าของรถคนก่อนและคนก่อนหน้านั้น
น้ำเสียงของผู้หญิงเจือความตื่นตระหนก ดูเหมือนไม่อยากจะเชื่อว่าคำพูดไร้หัวใจเช่นนี้จะออกมาจากปากของสามีตัวเอง “ที่รัก คุณพูดอะไรน่ะ ฉันดูแลบ้านอย่างดีมาตลอด ตอนที่คุณพ่อของคุณป่วย ฉันก็เป็นคนดูแลท่านทั้งวันทั้งคืน กระทั่งงานศพของท่าน ฉันก็เป็นคนจัดการเองทั้งหมด ไม่เคยให้คุณต้องลำบากใจเลยสักนิด คุณพูดกับฉันแบบนี้ได้อย่างไร ในงานเลี้ยงประจำปีของบริษัทครั้งก่อน คุณก็เคยบอกว่าขอบคุณฉันไม่ใช่หรือ”
“เธอเป็นภรรยาของฉัน นั่นมันก็เป็นหน้าที่ที่เธอควรทำไม่ใช่หรือ” ชายคนนั้นตวาดอย่างเกรี้ยวกราด ราวกับคำพูดของผู้หญิงไปแทงใจดำจนเขาโกรธจัด “อีกอย่างเรื่องพรรค์นี้จ้างแม่บ้านมาทำก็ได้ ภรรยาที่ฉันต้องการคือคนที่สามารถช่วยฉันในเรื่องการงานได้! เธอทำอะไรได้บ้าง พ่อแม่ของเธอก็เป็นแค่ชาวนา ไม่มีเงิน ไม่มีเส้นสาย! คนอื่นเขาสร้างตัวได้ก็เพราะครอบครัวฝั่งภรรยาช่วยหนุนหลัง แต่ครอบครัวของเธอมีแต่จะมาถ่วงความเจริญของฉัน!”
“ที่รัก... อย่าทำแบบนี้เลย ฉัน... ฉันกลัว” น้ำเสียงของผู้หญิงสั่นเครือ ดูเหมือนจะหวาดกลัวใบหน้าที่ดุร้ายของสามี
เสียงของผู้ชายสงบลงอย่างกะทันหัน “ที่รัก เธอยินดีจะช่วยฉันอีกครั้งไหม”
“ฉัน... ฉันยินดีสิ” เสียงผู้หญิงตอบ “ฉันจะช่วยคุณได้อย่างไร”
“งั้นก็ไปตายซะ!” เสียงผู้ชายตวาดลั่นขึ้นมาทันที จากนั้นก็มีเสียงเครื่องยนต์และเสียงเบรกดังผสมปนเปกันไปหมด สถานการณ์วุ่นวายอย่างที่สุด
“ที่รัก คุณจะทำอะไรน่ะ”
“ใครมันมาดึงพวงมาลัยของฉัน! หยุดเดี๋ยวนี้นะ! วันนี้ฉันต้องฆ่าพวกมันให้ได้ ใครก็อย่าคิดมาขวางฉัน! ฮ่าๆๆๆ!”
เสียงของผู้ชายบิดเบี้ยวคลุ้มคลั่งขึ้นเรื่อยๆ ส่วนเสียงของผู้หญิงยังคงอ้อนวอนไม่หยุด ขอให้เขาเห็นแก่ลูกๆ ปล่อยให้พวกเธอแม่ลูกสามคนมีทางรอดสักทางเถอะ
ตามมาด้วยเสียงแหลมเสียดหูอีกระลอก เหมือนเสียงเสียดสีของยางรถยนต์บนพื้นถนน จากนั้นก็เป็นเสียงกรีดร้องโหยหวนและการชนอย่างรุนแรง
เมื่อทุกอย่างกลับสู่ความสงบ ในวิทยุก็กลับมามีเสียงซ่าๆ ดังขึ้นอีกครั้ง
ว่านซุ่ยเข้าใจแล้ว ตอนนั้นเจ้าของรถคนที่สองจงใจเลือกรถที่เคยเกิดอุบัติเหตุคันนี้ ก็เพื่อจะฆ่าภรรยาและลูกเอาเงินประกัน หลังจากเกิดอุบัติเหตุแล้วยังสามารถโยนความผิดทั้งหมดไปให้เจ้าของรถคนแรกได้ โดยอ้างว่าเป็นเพราะรถเคยเกิดอุบัติเหตุหรือมีวิญญาณร้ายสิงสู่ เพื่อหวังจะหลบเลี่ยงการลงโทษตามกฎหมาย
แต่เขาไม่คาดคิดว่าวิญญาณของเจ้าของรถคนแรกยังคงอยู่บนรถจริงๆ และยังพยายามขัดขวางไม่ให้เขาฆ่าภรรยาและลูกๆ
สุดท้ายในระหว่างที่เขากับวิญญาณเจ้าของรถคนแรกยื้อแย่งพวงมาลัยกัน ก็เกิดอุบัติเหตุรถชนอย่างรุนแรง ทำให้คนในรถทั้งสี่คนเสียชีวิตอย่างน่าอนาถ
ก็ได้แต่บอกว่าเจ้าของรถคนแรกมีเจตนาดี แต่กลับทำไม่สำเร็จ
อุณหภูมิภายในรถลดฮวบลงอีก กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งยิ่งแผ่กระจายไปทั่ว
ว่านซุ่ยชะงัก วิญญาณเจ้าของรถคนที่สองถูกยั่วโมโหจนคลุ้มคลั่งแล้วหรือ
เธอเงยหน้าขึ้นก็ต้องตกใจเมื่อเห็นมือเปื้อนเลือดข้างหนึ่งยื่นลงมาจากหลังคารถ
ไม่ใช่ในรถ แต่เป็นนอกรถ!
มือข้างนั้นแปะลงบนกระจกหน้ารถดัง ‘ปัง’
จากนั้น มืออีกนับไม่ถ้วนก็ยื่นออกมาจากทุกทิศทุกทาง ทั้งหมดแปะลงบนกระจกหน้ารถจนแน่นขนัด บดบังทัศนวิสัยจนมองไม่เห็นทางข้างหน้าเลยแม้แต่น้อย
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในเวลาไม่ถึงครึ่งนาที เสิ่นจวิ้นยังไม่ทันได้ชะลอรถด้วยซ้ำ
ว่านซุ่ยพลันพูดขึ้น “เร็วเข้า หักพวงมาลัยไปทางซ้าย!”
มือของเสิ่นจวิ้นไวกว่าความคิด เขาหักเลี้ยวซ้ายทันที เสียงยางรถบดถนนดังลั่น
บนถนนก็มีเสียงกรีดร้องดังขึ้นจริงๆ มีผู้หญิงคนหนึ่งกำลังจูงลูกข้ามถนนและจับมือลูกไว้แน่น เธอตกใจจนหน้าซีดเผือด
ถ้าเมื่อครู่ไม่ได้หักเลี้ยวซ้ายตามที่ว่านซุ่ยบอก คงจะชนสองแม่ลูกกระเด็นไปแล้ว
“รีบหยุดรถ” ว่านซุ่ยกล่าว
“ไม่ได้” เสิ่นจวิ้นเหยียบเบรกย้ำๆ “เบรกแตก”
รถเริ่มส่ายไปมาบนถนน ในวิทยุมีเสียงซ่าดังขึ้นอีกครั้ง เสียงผู้ชายขาดๆ หายๆ ดังแว่วออกมา “ไปทางซ้าย... ชน... กระถางดอกไม้...”
เสิ่นจวิ้นกำลังจะหักรถไปตามเสียงนั้น แต่ก็ถูกว่านซุ่ยรั้งไว้
“ไม่ต้อง เดี๋ยวฉันจัดการเอง” ว่านซุ่ยประสานอินด้วยสองมือ พลางท่องคาถา แล้วร่ายคาถาคุ้มภัยเลี่ยงเภทภัยเข้าใส่ตัวรถ
ไม่ได้มีแสงสีเสียงอลังการอะไร ดูเหมือนการละเล่นของเด็ก แต่น่าประหลาดที่เบรกกลับมาใช้งานได้เป็นปกติ เสิ่นจวิ้นรีบเหยียบเบรกเต็มแรง ยางรถบดถนนส่งเสียงดังลั่น ก่อนจะหยุดนิ่งสนิทอยู่หน้าทางม้าลาย
เป็นเวลาเลิกเรียนพอดี เด็กนักเรียนประถมกลุ่มหนึ่งกำลังต่อแถวข้ามถนน และรถของพวกเขาก็หยุดอยู่ตรงหน้าเด็กสองสามคนพอดิบพอดี
เด็กนักเรียนประถมเหล่านั้นตกใจจนตัวแข็งทื่อ ส่วนคุณครูยิ่งตกใจจนรีบวิ่งเข้ามา พร้อมกับดึงเด็กๆ ไปหลบอยู่ข้างหลัง แล้วหันมาต่อว่าว่านซุ่ยกับคนอื่นๆ
“พวกคุณขับรถเป็นหรือเปล่า” คุณครูพูดอย่างเกรี้ยวกราด “ถ้าชนเด็กๆ ขึ้นมา พวกคุณรับผิดชอบไหวหรือ”
เสิ่นจวิ้นรีบโผล่หน้าออกมาจากรถเพื่อขอโทษ “ขอโทษครับ เบรกรถเรามีปัญหานิดหน่อยครับ ทำให้พวกคุณตกใจแล้ว”
แล้วก็พูดกับเด็กนักเรียนประถมว่า “ขอโทษนะเด็กๆ เป็นความผิดของลุงเอง ยกโทษให้ลุงได้ไหม”
“ถ้าขอโทษแล้วได้ผล จะมีตำรวจไว้ทำไมล่ะครับ” เด็กนักเรียนประถมอ้วนกลมคนหนึ่งกอดอกทำหน้าบึ้ง พูดจาเหมือนผู้ใหญ่ตัวน้อย
เสิ่นจวิ้น “...”
คุณครูแค่นเสียงเย็นชา จูงมือนักเรียนประถมคนนั้นแล้วพูดว่า “อย่าไปคุยกับพวกคนไร้มารยาทแบบนี้เลย พวกเราไปกันเถอะ”
[จบตอน]