- หน้าแรก
- ปรมาจารย์หญิงปราบมารที่ไม่ปกติ อุบัติเหตุรักษ์โลกวิญญาณ ฉบับปรมาจารย์จำเป็น
- บทที่ 391 ชะตากรรมของเสิ่นจวิ้น
บทที่ 391 ชะตากรรมของเสิ่นจวิ้น
บทที่ 391 ชะตากรรมของเสิ่นจวิ้น
บทที่ 391 ชะตากรรมของเสิ่นจวิ้น
"พวกคุณห้ามเข้ามานะ!" ว่านซุ่ยตะโกนลั่น เธอเร่งฝีเท้าตามไปจนถึงตู้โดยสารหมายเลข 3 เมื่อพ้นจากระยะที่มองเห็นตู้โดยสารหมายเลข 6 แล้ว จึงหยิบบัตรพนักงานออกมาพลางตะโกนเสียงดังว่า "มีผู้โดยสารพิเศษฝ่าฝืนกฎ!"
พนักงานรถไฟสองคนนั้นราวกับถูกอัญเชิญโดยกฎเกณฑ์บางอย่าง ร่างของพวกเขาวาบขึ้นกลางอากาศ ก่อนจะปรากฏตัวขึ้นในตู้โดยสารหมายเลข 3
ตอนนี้ว่านซุ่ยเป็นพนักงานรถไฟ เธอเจอสัตว์ประหลาดตัวนี้ในตู้โดยสารหมายเลข 6 จึงถือได้ว่าสัตว์ประหลาดตัวนี้เป็นผู้โดยสารพิเศษของตู้โดยสารหมายเลข 6 บัดนี้มันหนีไปยังตู้โดยสารอื่น ถือเป็นการละเมิดกฎของรถไฟใต้ดินลี้ลับ
ตามกฎแล้ว พนักงานรถไฟสามารถกำจัดมันได้
พวกเขายืนขนาบซ้ายขวาของสัตว์ประหลาดตัวนั้น สัตว์ประหลาดยังคงบิดตัวไปมาไม่หยุด แขนที่อยู่ใต้ร่างของมันพยายามตะเกียกตะกายคว้าจับศพในตู้โดยสาร หมายจะฉีกกระชากแขนของศพเหล่านั้นออกมา
พนักงานรถไฟคว้าตัวสัตว์ประหลาดขึ้นมา
สัตว์ประหลาดที่ก่อนหน้านี้โอหังอย่างยิ่ง บัดนี้อยู่ในมือของพวกเขากลับเหมือนลูกเจี๊ยบ ไม่สามารถขยับเขยื้อนได้ มีเพียงแขนใต้ร่างเท่านั้นที่ยังคงโบกสะบัดและบิดตัวไปมาไม่หยุด
ประตูรถเปิดออก พนักงานรถไฟทั้งสองโยนมันออกไปนอกรถ มันกระแทกเข้ากับผนังอุโมงค์แล้วกระดอนกลับมา ถูกแรงกระแทกของขบวนรถไฟชนจนแหลกเป็นผุยผง
ว่านซุ่ยเพิ่งจะถอนหายใจอย่างโล่งอก พนักงานรถไฟทั้งสองกลับหันขวับมาพร้อมกัน จ้องมองไปยังศพหนึ่ง
ศพนั้นปะปนอยู่ในหมู่ศพนับไม่ถ้วน ใบหน้าหันออกไปนอกหน้าต่าง มองเผินๆ ก็ไม่เห็นความแตกต่างใดๆ
แต่ว่านซุ่ยกลับจำเขาได้ในทันที
เสิ่นจวิ้น!
ทีนี้ซวยแล้ว!
ทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่ได้กัน?
พนักงานรถไฟจ้องมองเขาเขม็ง ราวกับจะถลกหนังเลาะกระดูกเขาออกมาดูให้ชัดๆ ว่านซุ่ยกำหมัดแน่น ในใจครุ่นคิดหาทางรับมือ
หรือว่า... จะให้เขาแล่หนังออกมาชิ้นหนึ่งแทนตั๋วรถไฟดี?
แล่หนังตรงก้นก็น่าจะดี ถือเป็นการให้บทเรียนเขาไปในตัว จะได้ไม่หาเรื่องเสี่ยงตายแบบนี้อีก กลับไปเป็นสตรีมเมอร์สาย... ไม่สิ สตรีมเมอร์สายหน้าตาของเขาต่อไป
ยังไงเขาก็โชว์ก้นออกสื่อไม่ได้อยู่แล้ว เหมาะเจาะพอดี
ขณะที่เธอกำลังจะเตือนเสิ่นจวิ้น พนักงานรถไฟทั้งสองกลับถอยห่างออกไป
ร่างของพวกเขาวาบขึ้นสองครั้งก่อนจะหายวับไป
เอ่อ...
นี่มันเรื่องอะไรกัน?
ทำไมพวกเขาถึงไม่ตรวจตั๋วของเสิ่นจวิ้น?
หรือจะเป็นจริงอย่างที่พวกเขาพูดกันว่า แท้จริงแล้วเสิ่นจวิ้นตายไปนานแล้ว ตอนนี้เป็นเพียงวิญญาณที่ไม่ยอมรับความตายของตนเอง?
ทันใดนั้นเสิ่นจวิ้นก็ขยับตัว เขาคายของสิ่งหนึ่งออกมาจากปาก บรรยากาศรอบตัวก็เปลี่ยนไป ใบหน้าก็กลับมามีสีเลือดฝาด สีหน้าก็ดูมีชีวิตชีวาขึ้น แม้กระทั่งลมหายใจและเสียงหัวใจเต้นก็กลับมามีอีกครั้ง
"ตกใจจะแย่" เสิ่นจวิ้นทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ว่างๆ เช็ดเหงื่อเย็นที่หน้าผาก "เมื่อกี้ผมนึกว่าตัวเองจะตายซะแล้ว"
"นี่คุณ..." ว่านซุ่ยถาม
เสิ่นจวิ้นแบมือออก ในนั้นมีจั๊กจั่นหยกตัวเล็กๆ วางอยู่
นี่คือ... หยกจั๊กจั่น?
หยกจั๊กจั่นเป็นเครื่องประกอบพิธีศพชนิดหนึ่งที่ขุนนางและผู้สูงศักดิ์ในสมัยโบราณใช้กัน โดยจะนำไปใส่ไว้ในปากของผู้ตายหลังจากเสียชีวิตแล้ว ดังนั้นจึงมีอีกชื่อเรียกว่าหานฉาน
คนโบราณเชื่อว่าจั๊กจั่นสามารถเกิดใหม่ได้ จึงนำหยกที่มีพลังวิญญาณมาแกะสลักเป็นรูปจั๊กจั่นแล้วใส่เข้าไปในปากของคนตาย เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งการฟื้นคืนชีพ
"นี่เป็นของที่ผมได้มาตอนไปสำรวจเรื่องลี้ลับครั้งหนึ่ง" เสิ่นจวิ้นกล่าว "ผมเคยไปพักที่หมู่บ้านเล็กๆ บนภูเขาที่ลือกันว่าผีดุอยู่สองคืน แล้วก็ไปเจอของชิ้นนี้ในบ้านร้างหลังหนึ่ง ผมลองไปสืบดูแล้ว เจ้าของบ้านคนก่อนเคยเป็นนักพรตย้ายภูเขา ของชิ้นนี้น่าจะเป็นของที่เขาเอาออกมาจากสุสานโบราณสักแห่ง"
สีหน้าของว่านซุ่ยแข็งทื่อ ของที่อยู่ในปากคนตาย คุณก็กล้าเอามาอมในปากตัวเองเนี่ยนะ!
เสิ่นจวิ้นไม่ทันสังเกตเห็นความหวาดกลัวของเธอ เขาพูดต่อว่า "ของชิ้นนี้ขอเพียงอมไว้ในปาก ก็จะทำให้คนกลายเป็นเหมือนศพจริงๆ ได้ทุกประการ แม้แต่ภูตผีปีศาจที่แข็งแกร่งแค่ไหนก็ดูไม่ออก น่าเสียดายที่ผลของมันอยู่ได้ไม่นานนัก แค่หนึ่งนาทีครึ่งเท่านั้น แถมยังใช้ได้เพียงวันละครั้ง"
"ผมเจออันตรายมาหลายครั้ง ก็ได้เจ้านี่ช่วยให้รอดพ้นจากอันตรายมาได้ตลอด"
ว่านซุ่ยรู้สึกอยากจะอาเจียน
มิน่าล่ะเธอถึงเป็นนักสำรวจเรื่องลี้ลับไม่ได้ ให้เอาของในปากคนตายมาอมไว้ในปากตัวเอง ต่อให้ฆ่าเธอให้ตายเธอก็ไม่ทำ
ว่านซุ่ยพาเขากลับไปที่ตู้โดยสารหมายเลข 6 เมื่อช่างหลี่เห็นเขาก็แสดงท่าทีระแวดระวัง ว่านซุ่ยเองก็รู้สึกเหนื่อยล้า เธอจึงนั่งลงบนที่นั่งแล้วพูดอย่างอ่อนแรงว่า "เล่ามาเถอะ ว่าคุณรอดมาได้ยังไง แล้วจากสถานีไร้คนมาถึงสถานีวิญญาณร้ายได้ยังไง?"
"เพราะเจ้านี่ครับ" เสิ่นจวิ้นล้วงเข้าไปในเสื้อ เนื่องจากไม่ได้อาบน้ำมาหนึ่งสัปดาห์ บนตัวเขาจึงมีกลิ่นเหงื่อเหม็นคลุ้ง แต่ไม่มีใครแสดงท่าทีรังเกียจ
สิ่งที่เขาหยิบออกมากลับเป็นตั๋วรถไฟใบหนึ่ง
นั่นคือตั๋วรถไฟกระดาษ บนตั๋วพิมพ์เป็นรูปรถกระดาษ
ตั๋วใบนี้แตกต่างจากตั๋วของรถไฟใต้ดินลี้ลับโดยสิ้นเชิง ดูแล้วทำอย่างลวกๆ เหมือนของที่ทำขึ้นตามแหล่งท่องเที่ยวเล็กๆ ในชนบท
"นี่คือตั๋วรถรับส่ง" เขากล่าว "ผมเคยไปสำรวจเรื่องลี้ลับที่รีสอร์ตผีสิงแห่งหนึ่ง แล้วก็เจอเจ้านี่สองใบที่จุดขายตั๋ว"
"รีสอร์ตแห่งนั้นใหญ่มาก เลยมีรถไฟฟ้าคอยรับส่ง นี่ก็คือตั๋วของรถไฟฟ้าคันนั้น ตั๋วใบนี้สามารถพาผมไปยังที่ไหนก็ได้"
"ตอนนั้นผมถูกกุ่ยเตาไล่ลงจากรถไฟ ก็เลยเดินเตร็ดเตร่อยู่ในสถานีไร้คน ข้างในไม่มีใครเลย ไม่มีภูตผีปีศาจด้วย แต่ประตูทางออกทุกบานถูกล็อกหมด เป็นประตูม้วนเหล็ก ผมเลยไปหาเครื่องมือในห้องเก็บของมางัดประตูม้วน ใครจะไปรู้ว่า..."
[จบตอน]